φυβλαςのβλογ
phyblas的博客



นมบักเบิน ขนมมันสำปะหลังอบของเขมร กับขนมบ้าบิ่นของไทย
เขียนเมื่อ 2026/10/28 22:16
ช่วงนี้มีคนพูดถึงขนมเขมรชื่อ "นมบักเบิน" (នំបាក់បិន) กันว่าชื่อคล้ายขนมบ้าบิ่นของไทย พอลองค้นดูจริงๆ ก็พบว่าข้อมูลเกี่ยวกับขนมนี้มีน้อยมาก แทบไม่มีเอกสารที่เขียนถึงประวัติเลย บทความนี้จะรวบรวมเท่าที่หาได้ว่านมบักเบินคือขนมอะไร คนเขมรอธิบายชื่อไว้ว่าอย่างไร พจนานุกรมเขมรว่าอย่างไร แล้วลองเทียบกับขนมบ้าบิ่นของไทย ซึ่งที่จริงก็มีแบบที่ทำจากมันสำปะหลังเหมือนกัน
1. นมบักเบินคือขนมอะไร
นมบักเบิน (នំបាក់បិន) เป็นขนมเขมรที่ทำจากมันสำปะหลังเป็นหลัก มีอีกชื่อหนึ่งว่า นมด็อมโลงดด (នំដំឡូងដុត) ชื่อหลังนี้แปลตรงตัวได้ว่า "ขนมมันเผา" เพราะ នំ "นม" คือขนม ដំឡូង "ด็อมโลง" คือพืชหัวจำพวกมัน ส่วน ដុត "ดด" คือเผาหรือย่างด้วยไฟ ส่วนมันสำปะหลังในภาษาเขมรเรียกว่า ដំឡូងមី "ด็อมโลงมี" จะเห็นว่าชื่อนมด็อมโลงดดเป็นชื่อที่บอกตรงๆว่าขนมทำจากอะไรและทำอย่างไร แต่ชื่อนมบักเบินนั้นไม่ได้บอกอะไรแบบนั้น
เท่าที่ค้นได้ แหล่งข้อมูลภาษาเขมรที่เขียนถึงขนมนี้ตรงๆมีแค่ข่าวสั้นของสำนักข่าวทเม็ยทเม็ย (ថ្មីៗ, Thmey Thmey) ชื่อข่าวว่า "នំដំឡូងដុត ឬខ្លះហៅថានំបាក់បិន ជាអាហារសម្រន់ខ្មែរ ពេញនិយមនៅសៀមរាប" แปลว่า "ขนมมันเผา หรือบางคนเรียกว่านมบักเบิน ขนมกินเล่นของเขมรที่นิยมในเสียมราฐ" เนื้อหาเล่าว่าขนมนี้กำลังได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งคนเขมรและชาวต่างชาติที่มาเที่ยวเขตเมืองพระนคร (អង្គរ) ในจังหวัดเสียมราฐ (ខេត្តសៀមរាប) ทำจากมันสำปะหลัง น้ำตาล หัวกะทิ (ខ្ទិះដូង) และนม หาซื้อได้ที่ภูมิพระดัก (ភូមិព្រះដាក់) ย่านตลาดเก่า พสาจะห์ (ផ្សារចាស់) ของเมืองเสียมราฐ และที่โรงแรมอังกอร์พาเลซรีสอร์ต (Angkor Palace Resort)
คนที่ให้สัมภาษณ์ในข่าวคือแม่ค้าขายขนมนี้ในเสียมราฐชื่อ หก จันโสะเพียรี (ហុក ចាន់សុភារី) ซึ่งขายมาได้ 2 ปี เธอบอกว่าไม่รู้รายละเอียดว่าขนมนี้มีที่มาอย่างไร รู้แค่ว่าเห็นและรู้จักมาตั้งแต่เด็ก สูตรตกทอดในครอบครัวจากรุ่นยายมาถึงแม่และมาถึงตัวเธอ และยืนยันว่าเป็นขนมเขมร
คำของแม่ค้าในข่าวทเม็ยทเม็ย
នំនេះ ជានំខ្មែរ ហើយខ្ញុំចូលចិត្តនំនេះតែម្ដង។ ពេលចង់ញ៉ាំម្ដងៗ សូមឱ្យម៉ាក់យាយធ្វើឱ្យ រហូតដល់ចេះធ្វើ
ขนมนี้เป็นขนมเขมร และฉันชอบขนมนี้มาก เวลาอยากกินทีไรก็ขอให้แม่กับยายทำให้ จนตัวเองทำเป็น
ส่วนวิธีทำ เธอบอกว่าต้องเลือกวัตถุดิบธรรมชาติ และอบด้วยเตาถ่านแทนเตาไฟฟ้า ซึ่งทำให้หอมอร่อยกว่าการนึ่งหรืออบแบบธรรมดา มันสำปะหลังรับซื้อจากชาวบ้านที่ปลูกบนพนมกุเลน (ភ្នំគូលែន) และซื้อ สมก (ស្មុគ) ซึ่งเป็นกล่องสานจากใบตาล จากชาวภูมิพระดัก ข่าวไม่ได้บอกว่าเอากล่องไปทำอะไร แต่น่าจะใช้ใส่ขนมขาย นอกจากกินเป็นขนมแล้วยังกินคู่กับกาแฟเป็นมื้อเช้าได้ด้วย
ถ้าดูจากสูตรที่คนเขมรโพสต์ไว้ในอินเทอร์เน็ต เช่นคลิปสอนทำที่ใช้ชื่อว่า "របៀបធ្វើនំបាក់បិន រឺនំដំឡូងដុត" (วิธีทำนมบักเบิน หรือนมด็อมโลงดด) ก็ใช้สองชื่อนี้คู่กันจริง ส่วนในภาษาอังกฤษมักสะกดชื่อเป็น nom bak ben, num bak bin หรือ bak bin ไม่ค่อยตายตัว ตำราอาหารกัมพูชา My Cambodia ของ Nite Yun ก็มีสูตรนี้ภายใต้ชื่อ "nom bak ben" ใช้มันสำปะหลังขูด ไข่ หัวกะทิ นมข้นจืด นมข้นหวาน และเกลือ เทใส่ถาดอบประมาณ 1 ชั่วโมงจนหน้าเกรียมเป็นสีทอง แล้วราดนมข้นหวาน ตัดเป็นชิ้นสี่เหลี่ยม สูตรนี้ใส่นมหลายอย่างซึ่งน่าจะเป็นสูตรสมัยใหม่ แต่โดยรวมก็คือขนมมันสำปะหลังกับกะทิอบในถาด
2. ชื่อ "บักเบิน" มาจากไหน
ข่าวทเม็ยทเม็ยบอกว่าชื่อเรียกขนมนี้ต่างกันไปตามท้องถิ่น บางที่เรียกนมด็อมโลงดด บางที่เรียกนมบักเบิน แล้วก็มีคำอธิบายที่มาของชื่อนมบักเบินจากแม่ค้าคนเดิมไว้ด้วย
คำอธิบายชื่อในข่าวทเม็ยทเม็ย
សម្រាប់អ្នកស្រី ហុក ចាន់សុភារី ការហៅនំនេះថា «នំបាក់បិន» ទំនងមកពីភាពលំបាកលំបិន ក្នុងដំណើរការធ្វើនំប្រភេទនេះ
สำหรับคุณหก จันโสะเพียรี การเรียกขนมนี้ว่า "นมบักเบิน" น่าจะมาจากความลำบากลำบนในขั้นตอนการทำขนมชนิดนี้
คำที่แม่ค้าพูดถึงคือ លំបាកលំបិន "ลุมบากลุมเบิน" ลองเปิดพจนานุกรมดู คำว่า លំបាក "ลุมบาก" แปลว่ายาก ลำบาก ทำได้ยาก ส่วน លំបិន "ลุมเบิน" นั้นพจนานุกรมเขมรของสมเด็จชวน ณาต (ជួន ណាត) อธิบายว่าเป็น ពាក្យបរិវារ "เปียกบอเระเวีย" คือคำที่ใช้ตามหลังคำว่า លំបាក เพื่อพูดให้เป็นคำซ้อน เป็น លំបាកលំបិន คำนี้อาจคล้ายคำว่า "ลำบากลำบน" ในภาษาไทย ซึ่งคำว่า "ลำบาก" เองวิกิพจนานุกรมภาษาอังกฤษก็ระบุว่ายืมมาจากภาษาเขมรโบราณ แต่คำว่า "ลำบากลำบน" นั้นไม่พบในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน มีแต่ในพจนานุกรมเล็กซิตรอน (LEXiTRON) และไม่พบข้อมูลที่แน่นอนว่าเกี่ยวข้องกับ លំបាកលំបិន โดยตรงหรือไม่
ในคำอธิบายของคำว่า លំបិន นั้น พจนานุกรมของชวน ณาตยังยกตัวอย่างคำว่า ពិបាកពិបិន "ปิบากปิเบิน" ที่ก็แปลว่ายากเหมือนกันไว้ด้วย โดยคำว่า ពិបាក "ปิบาก" ถอดตามอักษรคือ "พิบาก" ก็มาจากภาษาบาลี-สันสกฤต विपाक เช่นเดียวกับคำว่า "วิบาก" ในภาษาไทย
คำอธิบายนี้ฟังดูเข้าเค้าอยู่ แต่พอดูการสะกดแล้วก็มีจุดที่ไม่ตรงกัน คือ
  • ชื่อขนมสะกดว่า បាក់ "บัก" มีเครื่องหมายรัสสัญญาทำให้เป็นสระสั้น ซึ่งเป็นคนละคำกับ បាក "บาก" ในคำว่า លំបាក ที่เป็นสระยาว คำว่า បាក់ เมื่อใช้เดี่ยวๆแปลว่า "หัก" (เช่น បាក់ឆ្អឹង "บักชเอิง" แปลว่า "กระดูกหัก") ไม่ได้แปลว่า "ยาก"
  • ส่วน បិន "เบิน" ถ้าใช้เดี่ยวๆไม่ได้มีความหมาย พจนานุกรมที่ค้นดูก็ไม่มีคำนี้เดี่ยวๆ มีแต่ในรูป លំបិន ที่ใช้คู่กับ លំបាក เท่านั้น
  • คำว่า នំបាក់បិន หรือ បាក់បិន เองก็ไม่พบในพจนานุกรมเขมรของสมเด็จชวน ณาต และพจนานุกรมเขมร-อังกฤษของเฮดลีย์ (Robert K. Headley) ทั้งที่คำว่า ដំឡូងដុត "ด็อมโลงดด" ที่แปลว่ามันเผานั้นมีอยู่ในพจนานุกรมของชวน ณาต เป็นตัวอย่างการใช้คำว่า ដុត
ดังนั้นถ้าจะให้ชื่อนมบักเบินมาจาก លំបាកលំបិន จริง ก็ต้องเป็นการตัดคำ លំ ออกทั้งสองพยางค์ แล้วเปลี่ยนสระยาวของ បាក เป็นสระสั้นด้วย ซึ่งก็ไม่ได้เป็นไปไม่ได้ เพราะชื่อเรียกเล่นๆในภาษาพูดอาจเพี้ยนไปได้ แต่ก็เห็นได้ว่าเป็นการตีความของแม่ค้าคนหนึ่ง ซึ่งเธอเองก็บอกว่าไม่รู้ที่มาของขนม ยังไม่มีหลักฐานอื่นมายืนยัน ส่วนการที่ชื่อนี้ไม่มีในพจนานุกรมก็อาจหมายความได้ว่าเป็นชื่อที่เพิ่งใช้กันไม่นาน หรือเป็นชื่อเรียกเฉพาะถิ่น ซึ่งก็ตรงกับที่ข่าวบอกว่าชื่อเรียกต่างกันไปตามท้องถิ่น
3. เทียบกับขนมบ้าบิ่นของไทย
ขนมบ้าบิ่นที่คนไทยคุ้นกันส่วนใหญ่ทำจากแป้งข้าวเหนียว มะพร้าว กะทิ ไข่ น้ำตาล และเกลือ ผิงไฟบนไฟล่างเป็นชิ้นกลมแบนเล็กๆ ที่มาของชื่อก็ยังไม่มีข้อยุติ เรื่องเล่าที่รู้จักกันมีสองกระแส กระแสแรกว่ามาจากชื่อคนทำ คือ "แม่บิ่น" ชาวชุมชนกุฎีจีนในกรุงเทพฯ เดิมเรียกว่าขนมป้าบิ่นแล้วเพี้ยนเป็นบ้าบิ่น อีกกระแสว่ามาจากขนมโปรตุเกสชื่อ queijada de Coimbra ที่พยางค์ท้ายเสียงคล้าย "บ้า" ส่วนคำว่า "บิ่น" มาจากไหนก็ไม่มีใครรู้ เห็นได้ว่าฝั่งไทยเองก็ยังไม่รู้ที่มาของชื่อชัดเจน
แต่ขนมบ้าบิ่นของไทยไม่ได้มีแค่แบบแป้งข้าวเหนียว ยังมีขนมบ้าบิ่นมันสำปะหลังด้วย เช่นมีคนโพสต์สอนทำในพันทิปตั้งแต่ปี 2552 (ค.ศ. 2009) ใช้มันสำปะหลังขูด มะพร้าวขูด น้ำตาล และเกลือ เอามากวนในกระทะพอสุกบางส่วน แล้วเทลงถาดขนมหม้อแกงหนาประมาณ 1.5-2 เซนติเมตร ผิงไฟบนไฟล่างจนหน้ากรอบ บางถาดก็โรยไข่แดงหรือน้ำตาลทรายหน้าขนมด้วย ทั้งการใช้มันสำปะหลังเป็นหลัก การอบในถาดแล้วตัดเป็นชิ้น และหน้าตาที่ออกมา แบบนี้ใกล้กับนมบักเบินของเขมรมากกว่าบ้าบิ่นแบบแป้งข้าวเหนียวเสียอีก
ขนมบ้าบิ่นแป้งข้าวเหนียวชิ้นกลมแบน
ขนมบ้าบิ่น (ที่มา)
นมบักเบิน (ที่มา)
  บ้าบิ่นแป้งข้าวเหนียว (ไทย) บ้าบิ่นมันสำปะหลัง (ไทย) นมบักเบิน (เขมร)
วัตถุดิบหลัก แป้งข้าวเหนียว มะพร้าว มันสำปะหลังขูด มะพร้าว มันสำปะหลังขูด กะทิ นม
วิธีทำให้สุก ผิงไฟบนไฟล่าง กวนพอสุกบางส่วน แล้วผิงในถาด อบในถาด (เตาถ่าน)
รูปร่าง ชิ้นกลมแบนเล็กๆ อบเป็นถาดแล้วตัดชิ้น อบเป็นถาดแล้วตัดชิ้น
ส่วนเรื่องเสียง ชื่อสองชื่อนี้ก็คล้ายกันจริง คือมีสองพยางค์ ขึ้นต้นด้วยเสียง บ ทั้งคู่ และพยางค์หลังเป็น บ + สระ + น เหมือนกัน ต่างกันตรงที่พยางค์แรกของเขมรมีตัวสะกด ก และสระของพยางค์หลังเป็นเออแทนอิ
อย่างไรก็ตาม ขนมมันสำปะหลังขูดผสมกะทิแล้วอบในถาดแบบนี้ไม่ได้มีแค่ในไทยกับกัมพูชา ฟิลิปปินส์ก็มีขนมที่เรียกว่า cassava cake ใช้มันสำปะหลังขูด กะทิ และนมข้นหวาน อบในถาดเหมือนกัน เวียดนามก็มีขนมมันสำปะหลังกับกะทิในลักษณะคล้ายกัน มันสำปะหลังเองก็เป็นพืชที่มาจากทวีปอเมริกา ขนมพวกนี้คงเกิดขึ้นในหลายที่ได้เองตามธรรมชาติ เพราะเอาวัตถุดิบที่มีอยู่ทั่วไปอย่างมันสำปะหลังกับมะพร้าวมาทำ ดังนั้นการที่หน้าตาขนมคล้ายกันอย่างเดียวจึงบอกไม่ได้ว่าใครรับใครมา
4. สรุปและความเห็น
สรุปเท่าที่หาข้อมูลได้
  • นมบักเบินเป็นขนมมันสำปะหลังอบของเขมร มีอีกชื่อว่านมด็อมโลงดด (ขนมมันเผา) ขึ้นชื่อที่เสียมราฐ คนเขมรที่ทำขายรู้จักขนมนี้มาหลายชั่วคน แต่ไม่รู้ที่มา
  • ขนมนี้ไม่ได้เหมือนขนมบ้าบิ่นแป้งข้าวเหนียวที่คนไทยส่วนใหญ่นึกถึง แต่คล้ายกับขนมบ้าบิ่นมันสำปะหลังของไทยมาก ทั้งวัตถุดิบ วิธีทำ และหน้าตา
  • คำอธิบายว่าชื่อมาจาก លំបាកលំបិន (ลำบากลำบน) เป็นความเห็นของแม่ค้าคนเดียว และการสะกดก็ไม่ตรงกันเสียทีเดียว ส่วนชื่อนมบักเบินเองก็ไม่มีในพจนานุกรมเขมรที่สำคัญ
  • ที่มาของชื่อบ้าบิ่นฝั่งไทยเองก็ยังไม่มีข้อยุติเหมือนกัน
ความเห็นส่วนตัว ขนมที่ทำจากวัตถุดิบเดียวกันด้วยวิธีเดียวกัน แถมชื่อยังเสียงคล้ายกันขนาดนี้ ก็ชวนให้คิดว่าอาจเกี่ยวข้องกัน แต่จะบอกว่าเกี่ยวข้องกันจริงหรือไม่ หรือทางไหนรับไปจากทางไหนนั้นยังทำไม่ได้ เพราะทั้งสองฝั่งต่างก็ไม่มีเอกสารเก่าที่บอกว่าชื่อนี้เริ่มใช้เมื่อไหร่ ฝั่งเขมรนั้นชื่อนมบักเบินไม่มีในพจนานุกรม และคำอธิบายที่มีก็ฟังเหมือนเป็นการหาความหมายให้ชื่อทีหลัง ส่วนฝั่งไทยก็ยังไม่รู้ว่าบ้าบิ่นแบบมันสำปะหลังเริ่มมีตั้งแต่เมื่อไหร่ และชื่อบ้าบิ่นมาจากไหน
ไทยกับกัมพูชาเป็นเพื่อนบ้านติดกัน มีคนข้ามไปมาค้าขายกันมาตลอด ขนมหรืออาหารที่ทำคล้ายกันและใช้ชื่อคล้ายกันจึงมีอยู่มากมาย ถ้าจะหาคำตอบให้ได้จริงต้องหาหลักฐานอย่างตำราอาหารเก่า หนังสือพิมพ์เก่า หรือสัมภาษณ์คนทำขนมรุ่นเก่าๆในแต่ละถิ่น ทั้งฝั่งไทยและฝั่งเขมร ว่าเรียกขนมนี้ว่าอะไรกันมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ซึ่งยังไม่มีใครทำไว้ ตอนนี้จึงทำได้แค่บอกว่าขนมสองอย่างนี้คล้ายกันมาก แต่ยังไม่มีหลักฐานพอจะชี้ว่าใครเป็นต้นตำรับ ก็ถือเป็นปริศนาให้ค้นหาคำตอบกันต่อไป
เอกสารอ้างอิง
  1. ថ្មីៗ (Thmey Thmey). "នំដំឡូងដុត ឬខ្លះហៅថានំបាក់បិន ជាអាហារសម្រន់ខ្មែរ ពេញនិយមនៅសៀមរាប". thmeythmey.com (ข้อมูลหลักของนมบักเบิน ชื่อเรียก ที่ขาย วิธีทำ และคำอธิบายชื่อของแม่ค้า)
  2. SEAlang Library Khmer Dictionary (รวมพจนานุกรมเขมรของสมเด็จชวน ณาต และพจนานุกรมเขมร-อังกฤษของ Robert K. Headley)
  3. Wiktionary
  4. ราชบัณฑิตยสภา. พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 (ฉบับออนไลน์). dictionary.orst.go.th (คำว่า ลำบาก มี แต่ ลำบากลำบน ไม่มี)
  5. LEXiTRON — ลำบากลำบน. online-english-thai-dictionary.com
  6. Vy Tran. "Cambodian Cassava Cake (Nom Bak Ben)". Beyond Sweet and Savory. 12 มีนาคม 2026. beyondsweetandsavory.com (สูตรจากตำรา My Cambodia ของ Nite Yun)
  7. "Cambodian Cassava Cake - Nom Bak Bin Recipe - របៀបធ្វើនំបាក់បិន រឺនំដំឡូងដុត". YouTube (ตัวอย่างการใช้สองชื่อคู่กัน)
  8. "The unsolved mystery of the 'daredevil' snack that's sweet and delicious". The Nation. 10 ธันวาคม 2023. nationthailand.com (ส่วนผสมและเรื่องเล่าที่มาของชื่อขนมบ้าบิ่น)
  9. สายอ้อ. "ขนมบ้าบิ่น (มันสำปะหลัง)". พันทิป ห้องก้นครัว. 30 ตุลาคม 2552. topicstock.pantip.com (สูตรและวิธีทำขนมบ้าบิ่นมันสำปะหลัง)
  10. Merano, Vanjo. "Cassava Cake Recipe". Panlasang Pinoy. ปรับปรุง 14 พฤศจิกายน 2024. panlasangpinoy.com (cassava cake ของฟิลิปปินส์)
🤖 บทความนี้มีการค้นหาแหล่งอ้างอิงและเรียบเรียงข้อมูลโดยใช้ Claude Code ช่วย


-----------------------------------------

囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧

ดูสถิติของหน้านี้

หมวดหมู่

-- ภาษาศาสตร์ >> ภาษาเขมร

ไม่อนุญาตให้นำเนื้อหาของบทความไปลงที่อื่นโดยไม่ได้ขออนุญาตโดยเด็ดขาด หากต้องการนำบางส่วนไปลงสามารถทำได้โดยต้องไม่ใช่การก๊อปแปะแต่ให้เปลี่ยนคำพูดเป็นของตัวเอง หรือไม่ก็เขียนในลักษณะการยกข้อความอ้างอิง และไม่ว่ากรณีไหนก็ตาม ต้องให้เครดิตพร้อมใส่ลิงก์ของทุกบทความที่มีการใช้เนื้อหาเสมอ

三

目录

从日本来的名言
模块
-- numpy
-- matplotlib

-- pandas
-- manim
-- opencv
-- pyqt
-- pytorch
机器学习
-- 神经网络
javascript
蒙古语
语言学
maya
概率论
与日本相关的日记
与中国相关的日记
-- 与北京相关的日记
-- 与香港相关的日记
-- 与澳门相关的日记
与台湾相关的日记
与北欧相关的日记
与其他国家相关的日记
qiita
其他日志

按类别分日志



ติดตามอัปเดตของบล็อกได้ที่แฟนเพจ

  查看日志

  推荐日志

รวมร้านราเมงและบะหมี่ในจังหวัดโทจิงิ
ทำความเข้าใจการแปลงลาปลัสสำหรับแก้ปัญหาฟิสิกส์
รวมร้านราเมงและบะหมี่ในเมืองฟุกุโอกะ
ตัวอักษรกรีกและเปรียบเทียบการใช้งานในภาษากรีกโบราณและกรีกสมัยใหม่
ที่มาของอักษรไทยและความเกี่ยวพันกับอักษรอื่นๆในตระกูลอักษรพราหมี
การสร้างแบบจำลองสามมิติเป็นไฟล์ .obj วิธีการอย่างง่ายที่ไม่ว่าใครก็ลองทำได้ทันที
รวมรายชื่อนักร้องเพลงกวางตุ้ง
ภาษาจีนแบ่งเป็นสำเนียงอะไรบ้าง มีความแตกต่างกันมากแค่ไหน
ทำความเข้าใจระบอบประชาธิปไตยจากประวัติศาสตร์ความเป็นมา
เรียนรู้วิธีการใช้ regular expression (regex)
การใช้ unix shell เบื้องต้น ใน linux และ mac
g ในภาษาญี่ปุ่นออกเสียง "ก" หรือ "ง" กันแน่
ทำความรู้จักกับปัญญาประดิษฐ์และการเรียนรู้ของเครื่อง
ค้นพบระบบดาวเคราะห์ ๘ ดวง เบื้องหลังความสำเร็จคือปัญญาประดิษฐ์ (AI)
หอดูดาวโบราณปักกิ่ง ตอนที่ ๑: แท่นสังเกตการณ์และสวนดอกไม้
พิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมโบราณปักกิ่ง
เที่ยวเมืองตานตง ล่องเรือในน่านน้ำเกาหลีเหนือ
ตระเวนเที่ยวตามรอยฉากของอนิเมะในญี่ปุ่น ปี 2013
เที่ยวชมหอดูดาวที่ฐานสังเกตการณ์ซิงหลง
ทำไมจึงไม่ควรเขียนวรรณยุกต์เวลาทับศัพท์ภาษาต่างประเทศ