φυβλαςのβλογ
phyblas的博客



สอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่น ระดับ N1 (4 ธันวาคม 2011) ที่จีน
เขียนเมื่อ 2011/12/05 01:13
และแล้วก็ถึงช่วงสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่นเช่นเคย ปีนี้เราก็ยังคงสอบ N1 อีก แต่แปลกกว่าปีก่อนๆตรงที่ครั้งนี้สอบที่จีน

การสอบที่จีนนั้นก็ต่างจากสอบที่ไทยในหลายๆด้าน แต่ที่เหมือนกันแน่ๆคือข้อสอบ ดังนั้นไม่ว่าจะสอบที่ไหนก็มาตรฐานเดียวกันทั้งโลก

การสมัครสอบของที่จีนนั้นเขาใช้ระบบลงทะเบียนออนไลน์ล้วนๆ และจ่ายเงินก็ต้องจ่ายผ่านทางออนไลน์เช่นกัน

ศูนย์สอบในจีนมีอยู่เกือบร้อยแห่ง กระจายอยู่ตามเมืองหลักๆแต่ละมณฑล เพราะประเทศทั้งใหญ่และประชากรก็มาก

รายชื่อศูนย์สอบทั้งหมด http://jlpt.etest.net.cn/kdinfo.do?kdid=info

เวลาสมัครต้องรีบจองสถานที่สอบเพราะแต่ละที่มีจำนวนจำกัด ถ้าเต็มแล้วก็ต้องเปลี่ยนเป็นไปเลือกที่อื่นทันที

ปัญหาก็คือคนมักจะสอบที่เมืองใหญ่อย่างปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้กันเยอะมาก แม้ว่าทั้งสองเมืองนี้จะมีจำนวนศูนย์สอบมากกว่าที่อื่น แต่ก็มักจะเต็มอย่างเร็วมาก

เราไม่ได้รีบจองตั้งแต่วันแรกที่เปิดรับสมัคร ดังนั้นศูนย์สอบในปักกิ่งเต็มไปเรียบร้อย สุดท้ายก็เลยเลือกสมัครสอบในเทียนจิน

เพราะฉะนั้น เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาเราจึงได้เดินทางมาที่เทียนจินเพื่อดูสถานที่สอบ ดังที่เล่าไปใน https://phyblas.hinaboshi.com/20111202

ในวันนั้นเราได้มาดูสถานที่สอบแล้วจริงๆ สถานที่สอบอยู่ที่มหาวิทยาลัยเทียนจิน (天津大学) ซึ่งได้มีเล่าถึงไปใน https://phyblas.hinaboshi.com/20111218

และแล้วก็มาถึงวันนี้ ๔ ธันวาคม วันที่สอบ เราเดินทางไปเทียนจิน ถึงสถานีรถไฟตอนประมาณแปดโมงครึ่ง หลังจากนั้นก็หาป้ายรถเมล์ แต่ทว่า...

มาเที่ยวนี้เราพลาดตรงที่
- รอบที่แล้วเราไปเที่ยวก่อนค่อยตรงไป ม. เทียนจิน ดังนั้นเราไม่รู้สายรถเมล์ที่ตรงจากสถานีรถไฟไป ม. เทียนจิน
- ขากลับตรงจาก ม. เทียนจิน กลับมาสถานีรถไฟโดยตรงก็จริง แต่เราลืมไปว่าตัวเองนั่งสายไหนและขึ้นจากป้ายไหน คือชื่อป้ายรถเมล์ที่อยู่หน้ามหาวิทยาลัยมันไม่ได้ใช้เป็นชื่อมหาวิทยาลัย
- แผนที่เทียนจินที่เรามีอยู่ละเอียดน้อยกว่าแผนที่ของปักกิ่งมาก ไม่ได้บอกข้อมูลเรื่องสายรถเมล์เลย
- ผังเมืองของเทียนจินเรียงไม่เป็นระเบียบเลย ผิดกับของปักกิ่งที่วางไว้อย่างเข้าใจง่าย

ผลเป็นยังไงน่ะหรือ...

สุดท้ายเราก็ต้องเดินเท้าจาหสถานีรถไฟไปยัง ม. เทียนจิน ด้วยตัวเอง

ระยะทางเท่าไหร่...? หลังจากกลับมาถึงก็ลองใช้เครื่องมือวัดระยะทางของ google earth วัดดูพบว่าเราเดินทางไกลถึง... ๕ กิโลเมตร!

จากรูปเป็นเส้นทางที่เดิน จากสถานีรถไฟทางขวาบน ไปยังมหาวิทยาลัยเทียนจินด้านซ้ายล่าง



เรื่องราวทั้งหมดเริ่มจากที่หน้าสะพานเจี่ยฟั่ง (解放桥) ซึ่งเป็นสะพานที่ตั้งอยู่หน้าสถานีรถไฟ



เราไปถามคุณลุงคนขับรถแท็กซีที่กำลังยืนมองหาผู้โดยสารอยู่ว่าป้ายรถเมล์ ที่จะไป ม. เทียนจิน ได้อยู่ที่ไหน

คุณลุงตอบมาว่า ม. เทียนจิน มันไกลนะ เดี๋ยวไปส่งให้ ๓๐ หยวน เราตอบไปว่าไม่เป็นไรอยากขึ้นรถเมล์ เขาก็เซ้าซี้ต่อว่า รู้เหรอรถเมล์ไปไง เราก็ตอบไม่รู้หรอก (พร้อมคิดในใจว่าเพราะไม่รู้เลยมาถามไง) เขาบอกว่าแท็กซี่ง่ายกว่านะ ต่อเดียวถึงเลย ไม่ต้องกลัวหลง เราเลยบอกว่าไม่เอาแท็กซี่มันแพงอะ รถเมล์แค่ ๒ หยวนเอง เขาเลยบอกลดเหลือ ๒๕ หยวนก็ได้ เราก็ยังคงไม่ยอม พอเดินออกไปเขาก็ตามมาตื๊อแล้วบอกว่า ๒๐ หยวนก็ได้... สรุปว่าจะเอาให้ได้เลยใช่มั้ยเนี่ย... เราพยายามปฏิเสธจนในที่สุดเขาก็เลิกไป

จากนั้นก็มีคนขับสามล้อรับจ้างมาถามเราว่าจะไปไหน เราก็เลยลองถามดู คนนี้ตอบดีหน่อย เขาตอบดีๆเลยทันทีว่า มีรถเมล์สาย 8 ที่สามารถไปถึงได้ แต่พอถามว่าขึ้นป้ายที่ไหนเขาก็กลับตอบว่าป้ายมันอยู่ไกลนะ ขึ้นรถมาสิเดี๋ยวไปส่งให้ ๑๐ หยวนเอง... สรุปว่าก็ไม่วายจะเอาเงินจากเราอยู่ดี เราปฏิเสธไปเขาก็บอกว่างั้น ๗ หยวนก็ได้ เราก็ยืนยันหนักแน่นว่าจะเดินไป

อนึ่ง ในจีนพยายามอย่าไปใช้บริการรถแท็กซี่ประเภทที่ไม่ยอมเก็บเงินตามมิเตอร์ พวกนี้จะเก็บค่าโดยสารแพงเกินควร แม้จะต่อราคาได้ขนาดนี้ก็ยังแพงอยู่ดี พวกนี้ช่างตื๊อมากอย่าใจอ่อนเชียว

สุดท้ายเราเลยถามให้เขาชี้ทางไปให้ เขาบอกว่าต้องข้ามสะพานไปฝั่งโน้นแล้วก็เลี้ยวขวาแล้วก็ บลาๆๆ... เราก็ลองไปตามนั้น แต่ปรากฏว่า...

หลง... หาป้ายรถเมล์ที่ว่าไม่เจอเลย พลาดแล้ว

เริ่มรู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านหลงทางซะแล้ว คือไปไหนมาเยอะหลงทางมาบ่อยจนชิน เพราะฉะนั้นจึงไม่เคยกลัวหลงทางเลย เพราะสุดท้ายก็หาทางได้ทุกครั้ง แล้วหลังหลงทางมักจะรู้ทางมากขึ้นอีกเยอะเลย

ระหว่างที่กำลังเดินหาป้ายรถเมล์ เราก็เดินเข้าใกล้ ม. เทียนจิน ไปเรื่อยๆทีละนิดๆ หวังว่าต่อให้ไม่เจอรถเมล์ที่ขึ้นได้ก็ขอให้เข้าใกล้ที่หมายมากขึ้นทีละนิดก็ประหยัดเวลาไปได้

ดูจากแผนที่มีถนนสายหนึ่งที่น่าจะตรงไปยังมหาวิทยาลัยได้ เราเลยเดินไปตามถนนสายนั้นเรื่อยๆ คิดว่าถ้ามรถเมล์มันก็คงตรงไปถึงที่หมายได้ แต่เดินไปเรื่อยๆเดินไปเท่าไหร่ก็ไม่เจอสักที

แล้วเราเลยตัดสินใจลองถามคุณลุงที่เจอข้างทาง ว่าแถวนี้ไม่มีป้ายรถเมล์เลยเหรอ เขาก็บอกมาว่าไม่มีหรอก เดินไปสะดวกกว่านะ ใกล้นิดเดียวเอง

สรุปไม่ต้องหาป้ายรถเมล์แล้ว เดินไปเลยหมดเรื่อง ตอนนั้นเราเดินมาจนระยะทางเหลือแค่ ๑.๕ กม. แล้วโดยไม่รู้ตัว แบบนี้เดินอีกไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็ถึง

นั่นเป็นเรื่องของการเดินทาง... เอาเป็นว่าสุดท้ายก็มาถึงสนามสอบ ม. เทียนจิน การมาครั้งนี้เป็นรอบที่สอง ที่จริงกะจะเขียนถึงตอนที่มารอบแรก แต่ยังไม่มีเวลาจึงขอเขียนถึงภายหลัง

ประตูตะวันออก ม. เทียนจิน




ลองมองน้ำในคลองข้างหน้านี่จะรู้สึกว่ามันเริ่มแข็งเป็นน้ำแข็งแล้ว ด้วยอุณหภูมิตอนนั้นที่อยู่ประมาณศูนย์องศา



เราไปถึงก่อนเวลาพอสมควรเลยได้มีไปเดินเล่นในมหาวิทยาลัยหนานไค (南开大学) ซึ่งอยู่ข้างๆกัน https://phyblas.hinaboshi.com/20111222

หลังจากนั้นก็รีบกลับมาตอนเที่ยงกว่าๆ เพื่อไปรอสอบ ตอนที่ไปถึงเห็นคนเยอะแยะเต็มไปหมด ไม่ต่างจากสอบที่ไทย แต่ก็ดูไม่แออัดเท่า

และนี่คืออาคารที่สอบ




ภาพในห้องสอบ (ยังอุตส่าห์ถ่ายอีก)



บรรยากาศในอาคารที่สอบหลังสอบเสร็จ



หลังสอบเสร็จก็เย็นแล้ว ภายใน ม. เริ่มเปิดไฟ ดูบรรยากาศแล้วก็สวยทีเดียว





แต่ผลการสอบนี่สิไม่ดีเลย เราทำพลาดอย่างมหันต์ คือว่าข้อสอบแบ่งเป็นสองช่วงคือช่วงการอ่าน กับช่วงการฟัง ช่วงการอ่านสามารถไปเข้าห้องน้ำเมื่อไหร่ก็ได้ สวนช่วงสอบการฟังไม่สามารถออกไประหว่างสอบได้เลย

ที่พลาดก็คือคิดว่าช่วงระหว่างสอบสองอย่างนี้จะมีแวะพัก ๑๐ นาทีเหมือนกับตอนสอบที่ไทย แต่มันไม่มี!

แล้วเราดันปวดฉี่ตอนช่วงก่อนที่จะสอบการอ่านเสร็จไม่นาน ซึ่งตอนนั้นก็คิดว่ายังไงเดี๋ยวสอบเสร็จก็มีพักเลยไม่ได้ขอไปเข้าห้องน้ำ

สุดท้ายพอรู้ว่าไม่มีพัก ผลก็คือเราต้องทนอย่างนั้นไปตลอดช่วงสอบการฟัง ซึ่งยาวถึงหนึ่งชั่วโมง จะออกก็ไม่ได้ สมาธิก็ไม่มี

ก็เลยทำสอบการฟังแทบจะไม่ได้เลย ทั้งที่ปกติมันควรเป็นส่วนที่ทำคะแนนได้ดี การสอบครั้งนี้จบลงอย่างสลดใจ เป็นความทรงจำที่ไม่ดีเลย

แต่ก็ไม่เป็นไร อย่างน้อยก็ได้มาลองสอบยังต่างแดนครั้งแรก เป็นประสบการณ์ที่ดีทีเดียว ครั้งหน้าก็ตั้งใจว่าจะยังคงสอบอยู่ และจำไม่ยอมพลาดแบบนี้แล้ว


แต่ปัญหายังไม่จบแค่นั้น (เป็นวันที่เรื่องเยอะจริงๆ) พอสอบเสร็จกลับมาถึงสถานีรถไฟ เรากลับมาถึงราวๆ ๖ โมง เข้าไปจะซื้อตั๋วรถไฟกลับปักกิ่งปรากฏว่า...

ตั๋วที่ออกในเวลาใกล้ๆนี้เต็มหมดแล้ว เหลือตั๋วเร็วสุด ๘ โมงครึ่ง แถมเป็นตั๋วยืนไม่มีที่นั่งด้วย แต่ถ้าซื้อรอบ ๘ โมง ๕๕ จะได้ที่นั่ง แต่มันรอต่างกันตั้ง ๒๕ นาทีเลยเชียว แถมไม่ว่าจะมีที่นั่งหรือเปล่าราคาก็เท่ากันคือ ๕๕ หยวน ไม่มีความแตกต่างเลย

คิดว่าเราตัดสินใจยังไง... จะเอาที่นั่ง... หรือจะรอเพิ่มอีก ๒๕ นาที... ลองทายดู...




...แน่นอนอยู่แล้ว ดึกออกขนาดนี้ให้รอคงไม่ไหวแล้วล่ะ แล้วระยะเวลาเดินทางในรถไฟมันก็แค่ครึ่งชั่วโมง ไม่ได้นั่งก็ไม่เห็นเป็นไรเลย สุดท้ายก็เลือกกลับ ๘ โมงครึ่ง โดยยืนตลอดทางกลับ

ถึงอย่างนั้นก็ช้ามากอยู่ดี ตั้งสองชั่วโมงครึ่งจะไปทำอะไรดีล่ะ

ก่อนอื่นก็กินข้าวก่อนเลย บะหมี่ซุปเห็ด (香菇汤面) จานนี้กินที่ร้านข้างสถานีรถไฟ ราคาตั้ง ๑๕ หยวนแน่ะ แพงแต่ไม่มีทางเลือก นี่ถูกสุดในร้านแล้ว



แต่กินเสร็จแล้วก็ยังเหลือเวลา ไปทำไรดีล่ะ ใช่แล้วลองใช้เวลาที่เหลืออยู่เที่ยวกลางคืนดูสักหน่อยเป็นไง

นั่นจึงเป็นที่มาของหน้าบล็อกหน้าต่อไป "ยามราตรีในเทียนจิน" https://phyblas.hinaboshi.com/20111206

เป็นแผนการเที่ยวแบบเฉพาะหน้าที่เกิดขึ้นอย่างไม่ตั้งใจ แต่ก็ให้ความรู้สึกดีเกินคาดทีเดียว




เทียนจินตอนกลางคืนนั้นสวยไปอีกแบบ

ส่วนเรื่องสอบครั้งนี้เราคงไม่มีหวังแล้ว แต่ก็ขอให้คนอื่นโชคดีสอบผ่านกัน


-----------------------------------------

囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧

ดูสถิติของหน้านี้

หมวดหมู่

-- บันทึก
-- จีน >> จีนแผ่นดินใหญ่ >> เทียนจิน

ไม่อนุญาตให้นำเนื้อหาของบทความไปลงที่อื่นโดยไม่ได้ขออนุญาตโดยเด็ดขาด หากต้องการนำบางส่วนไปลงสามารถทำได้โดยต้องไม่ใช่การก๊อปแปะแต่ให้เปลี่ยนคำพูดเป็นของตัวเอง หรือไม่ก็เขียนในลักษณะการยกข้อความอ้างอิง และไม่ว่ากรณีไหนก็ตาม ต้องให้เครดิตพร้อมใส่ลิงก์ของทุกบทความที่มีการใช้เนื้อหาเสมอ

目录

从日本来的名言
python
-- numpy
-- matplotlib

-- pandas
-- pytorch
maya
机器学习
-- โครงข่าย
     ประสาทเทียม
与日本相关的日记
与中国相关的日记
-- 与北京相关的日记
与台湾相关的日记
与北欧相关的日记
与其他国家相关的日记
qiita
其他日志

按类别分日志



ติดตามอัปเดตของบล็อกได้ที่แฟนเพจ

  查看日志

  推荐日志

เรียนรู้วิธีการใช้ regular expression (regex)
หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาจีนกวางตุ้ง
การใช้ unix shell เบื้องต้น ใน linux และ mac
หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาจีนกลาง
g ในภาษาญี่ปุ่นออกเสียง "ก" หรือ "ง" กันแน่
ทำความรู้จักกับปัญญาประดิษฐ์และการเรียนรู้ของเครื่อง
ค้นพบระบบดาวเคราะห์ ๘ ดวง เบื้องหลังความสำเร็จคือปัญญาประดิษฐ์ (AI)
หอดูดาวโบราณปักกิ่ง ตอนที่ ๑: แท่นสังเกตการณ์และสวนดอกไม้
พิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมโบราณปักกิ่ง
เที่ยวเมืองตานตง ล่องเรือในน่านน้ำเกาหลีเหนือ
บันทึกการเที่ยวสวีเดน 1-12 พ.ค. 2014
แนะนำองค์การวิจัยและพัฒนาการสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA)
เล่าประสบการณ์ค่ายอบรมวิชาการทางดาราศาสตร์โดยโซวเคนได 10 - 16 พ.ย. 2013
ตระเวนเที่ยวตามรอยฉากของอนิเมะในญี่ปุ่น
เที่ยวชมหอดูดาวที่ฐานสังเกตการณ์ซิงหลง
บันทึกการเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรกในชีวิต - ทุกอย่างเริ่มต้นที่สนามบินนานาชาติคันไซ
หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาญี่ปุ่น
ทำไมจึงไม่ควรเขียนวรรณยุกต์เวลาทับศัพท์ภาษาต่างประเทศ
ทำไมถึงอยากมาเรียนต่อนอก
เหตุผลอะไรที่ต้องใช้ภาษาวิบัติ?