φυβλαςのβλογ
phyblas的博客



ทำไมถึงอยากมาเรียนต่อนอก
เขียนเมื่อ 2012/06/22 00:43


ตอนนี้ในที่สุดมาเรียนเมืองนอกได้จบครบปีการศึกษานึงเรียบร้อยแล้ว มีประสบการณ์เล่ามากมายเลยทีเดียว ส่วนใหญ่เจอแต่เรื่องดีๆมากมาย ครั้งนี้อยากมาเล่าความรู้สึกตัวเองหลังจากที่ผ่านมาถึงปีแล้ว

การออกมาเรียนต่อเมืองนอกเนี่ยเป็นความฝันของใครหลายๆคน อย่างเราฝันอยากเรียนนอกมาตั้งแต่สมัยเด็กแล้ว พอได้มาเรียนนอกจริงๆก็เหมือนกับเป็นฝันที่เป็นจริง รู้สึกตื่นเต้นมากๆเลย

แต่ในขณะเดียวกันก็มีบางคนที่รู้สึกกลัว รู้สึกว่าตัวเองไม่พร้อมที่จะออกนอกประเทศมาเรียนหนังสือมาใช้ชีวิตอยู่ในที่ไม่คุ้นเคยเป็นระยะเวลานาน



ก่อนที่จะไปเรียนเมืองนอกได้นั้นก็มีความกลัวและกังวลที่เราจะต้องผ่านด่านไปก่อนนั้นมีมากมาย เช่น

1. กลัวความเปลี่ยนแปลงที่จะต้องเผชิญ ต้องมาใช้ชีวิตแบบที่ไม่เคยอยู่มาก่อนปรับตัวยาก

หากกลัวความเปลี่ยนแแปลง ชีวิตคนเราก็จะก้าวต่อไปไม่ได้ใช่มั้ยล่ะ เราไม่สามารถอยู่ที่เดิมตลอดได้ บ้านที่เราอยู่ยังไงสักวันหนึ่งอาจต้องย้าย ต่อให้ไม่ได้ย้ายไปไกลถึงนอกประเทศ แต่ก็ย่อมเจอกับความเปลี่ยนแปลง ไม่มีใครอาจอยู่แบบเดิมได้ตลอดไป

หรือวันดีคืนดีเจอภัยพิบัติอะไรก็ทำให้เราต้องพลิกวิถีชีวิตไปได้เลย นั่นยิ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงแบบไม่คาดคิดเลย การได้ไปเรียนต่อเมืองนอกนั้นเป็นการฝึกการปรับตัวให้ใช้ชีวิตแบบใหม่ที่เปลี่ยนไปได้ ต่อให้อยู่ดีๆเราต้องมาเจอการเปลี่ยนแปลงอย่างไม่คาดคิดเราก็คงทำใจและรับมือมันได้ง่ายขึ้น


ไม่มีตู้เย็นเราก็ใช้แอร์กับแผนที่มาประยุกต์!



2. เรียนต่างแดนภาษาเป็นอุปสรรค สื่อสารไม่รู้เรื่องคงอดตาย

เรื่องภาษาก็เป็นปัญหาของใครหลายคนจริงๆ เพราะอย่างภาษาอังกฤษเรียนมาแต่เด็กก็ยังพูดไม่ค่อยได้กัน นี่ไปนอกจะต้องเรียนภาษาที่ ๓ เพิ่มอีก ก็คงรู้สึกลำบากใจ

แต่จะบอกว่าการได้ไปเมืองนอกเรียนรู้ภาษานั้นจากการสัมผัสใช้จริงโดยตรงกับการเรียนในห้องอยู่ในไทยนั้นประสิทธิภาพเทียบกันไม่ได้เลย พอได้ไปอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ใช้ภาษานั้นประจำแล้วความสามารถจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วมากอย่างที่รู้สึกได้ว่าเรียนในห้องมาตั้งแต่เด็กก็ไม่อาจมีผลเท่า

อีกอย่างอาจคิดได้ว่านี่เป็นโอกาสฝึกให้รู้เพิ่มอีกภาษา เป็นผลพลอยได้ไปด้วย การรู้ภาษาเพิ่มนั้นเป็นประโยชน์มาก ถ้าเรารู้แค่ภาษาไทยโลกเราก็จะแคบอยู่แต่ในประเทศ แต่ถ้าเรารู้ภาษาของประเทศไหนเพิ่มเติมเราก็จะอยู่ประเทศนั้นได้อย่างสบาย โดยเฉพาะภาษาจีน มีประโยชน์มากใช้ได้ทั่วโลก



3. ที่นั่นรอบตัวไม่มีญาติมิตร เราจะไว้ใจคนอื่นได้ยังไง

การที่อยู่ดีๆจะไม่ได้เจอคนที่คยเจอประจำแล้วนั้นอาจน่าเศร้า แต่ก็เป็นเรื่องปกติ ยังไงคนเราสักวันหนึ่งก็ต้องลาจากกันอยู่ดี ต่อให้ไม่ใช่เพราะจากไปไกลอยู่ต่างแดนไกลก็ยังต้อง... (ละไว้ในฐานที่เข้าใจ)

มันจะรู้สึกโดดเดี่ยวเหงาเปล่าเปลี่ยวมาก แต่ว่าสมัยนี้ก็ยังดีใช้อินเทอร์เน็ตสื่อสารได้สบาย มี facebook msn skype ฯลฯ ดังนั้นน่าจะช่วยได้ในระดับหนึ่ง

อีกอย่างคือสถานการณ์แบบนี้ล่ะที่จะทำให้ได้รู้จักเพื่อนใหม่ๆในต่างแดน ฝึกปรับตัวให้เข้ากับคนอื่นแม้จะไม่คุ้นเคย เป็นการเปิดโลกให้กว้างขึ้นด้วย เพื่อนสามารถหาได้ใหม่ตลอดชีวิต และไม่ใช่แค่จำกัดว่าต้องเป็นคนชาติเดียวกันด้วย


คริสต์มาสปาร์ตี้กับเพื่อนต่างชาติ



4. ต้องห่างไกลครอบครัวหรือคนรัก รู้สึกเป็นห่วง

บางคนมีห่วงเพราะว่าไม่อยากจากคนในครอบครัวไปไกล หรือบางคนมีแฟนก็ไม่อยากจากแฟนเพราะกลัวไกลกันแล้วใจแปรเปลี่ยนไปเหมือนกังหันต้องลม

เรื่องนี้ก็เรียกว่าเป็นอะไรที่ต้องยอมเพื่ออนาคตจริงๆ ถ้าหากมั่นใจว่าใจเราแน่วแน่ก็ไม่ต้องกังวล เรียนจบแล้วต้องกลับมาได้เจอกัน เห็นเพื่อนบางคนที่เรียนอยู่แฟนมาเยี่ยมบ่อยๆ พาแฟนเที่ยวสบายเลย ดีออก

และบางคนก็เห็นแต่งงานกันก่อนแล้วย้ายตามกันมาอยู่ด้วยกันทั้งครอบครัวเลย ก็เป็นการแก้ปัญหาอย่างหนึ่ง



5. เรียนนอกการแข่งขันสูง คงกดดันตายเลย

การแข่งขันสูงสิยิ่งผลักดันให้เราก้าวหน้า เพราะต้องพยายามไม่เช่นนั้นก็แย่ ดังนั้นจะถูกบีบให้ทำอะไรได้มากขึ้นเรื่อยๆ คนที่มาเรียนนอกส่วนใหญ่ก็ต้องการความก้าวหน้าอยู่แล้ว ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปดีกว่า

แต่ถ้ากลัวการแข่งขันมากจริงๆก็ไม่ต้องไปเรียนมหาวิทยาลัยที่ดังมากก็ได้ อย่าคิดว่าเรียนนอกแล้วต้องเข้ามหาวิทยาลัยดังเสมอไปถึงจะคุ้ม เพราะการได้อยู่นอกแค่นั้นก็ถือว่าได้ประสบการณ์คุ้มแล้ว



6. เรียนนอกค่าใช้จ่ายไม่ใช่เล่นๆ เงินหมดขึ้นมาทำยังไง

ปกติแล้วคนที่จะไปเรียนนอกส่วนใหญ่คือหาทุนไปทั้งนั้นเลย ซึ่งทุนก็มักจะให้มาเพียงพอต่อการอยู่ ถ้าหากไม่ฟุ่มเฟือยเกินไป จะได้ฝึกเรื่องการบริหารจัดการเงินไปด้วย

สำหรับคนที่ไม่ได้มีเงินมากมายและก็ไม่สามารถสอบทุนได้ หรือสอบได้ทุนแบบบางส่วนเท่านั้น ก็อาจจะลำบากหน่อย แต่ถ้าคิดว่าคุ้มที่จะลงทุนเงินเพื่อไปเรียนนอกละก็อาจลองดูได้ เพราะดีกรีจบนอกนั้นหางานทำได้ง่ายและเงินเดือนสูงกว่า ยังไงก็คุ้มค่าหากมองอนาคต (แต่ไปเรียนแล้วต้องจบให้ได้นะ)



7. ถ้าเรียนๆอยู่เกิดปัญหาการเมือหรือปัญหาระหว่างประเทศแล้วโดนไล่กลับประเทศจะทำไง (แบบที่เกิดที่ลิเบียเมื่อเร็วๆนี้)

อันนั้นคงไม่ใช่อะไรที่เกิดบ่อยๆ ใครเจอก็โชคร้ายไป แต่คงไม่ต้องกังวลจนเป็นปัญหาให้ไม่อยากไป อันที่จริงการเมืองไทยตอนนี้เผลอๆน่าเป็นห่วงกว่าอีก



เมื่อผ่านด่านความกังวลเหล่านี้ออกไปได้แล้วก็จะพบว่าการเรียนต่อนอกนั้นมีประโยชน์มากมาย เช่น ได้เจอกับโลกใหม่ที่ไม่เคยเห็นมาก่อนตอนอยู่ในประเทศ

ได้เห็นฤดูกาลที่แปลผันไป ๔ ฤดู

ฤดูใบไม้ร่วง สีเหลืองสวย


ฤดูใบไม้ร่วงในสวนสาธารณะเถาหรันถิง (陶然亭公园) ในปักกิ่ง

ฤดูหนาว หิมะขาวโพลน


จุดชมวิวถ้ำซวางหลง (双龙洞风景区) ในเมืองจินหฺวา (金华市) มณฑลเจ้อเจียง

ฤดุใบไม้ผลิ ดอกไม้บานสะพรั่ง


ฤดูใบไม้ผลิในเมืองโบราณผิงเหยา (平遥古城) ในมณฑลซานซี

ได้มาเห็นสภาพบ้านเมืองที่เป็นเอกลักษณ์ของที่นั่นซึ่งต่างจากในไทย


ย่านโบราณรอบทะเลสาบซีไห่ (西海) ในปักกิ่ง

ภูมิทัศน์ธรรมชาติสวยงามแปลกตามีเอกลักษณ์


แหลมเหยหลิ่ว (野柳) ชายฝั่งเหนือจังหวัดไทเป (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นเมืองซินเป่ย์ (新北市)) ไต้หวัน

ได้เห็นเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำไปกว่าที่ประเทศเราเป็นอยู่ตอนนี้


รถไฟความเร็วสูงหัวจรวดของจีน

ได้เห็นสิ่งก่อสร้างสมัยใหม่ที่อลังการ


หอคอยเทียนถ่า (天塔) แห่งเมืองเทียนจิน

ได้เห็นสถานที่ท่องเที่ยวสิ่งมหัศจรรย์แบบที่ไม่อาจเห็นได้ในไทย


กำแพงเมืองจีนด่านมู่เถียนยวี่ (慕田峪长城) ชานเมืองปักกิ่ง



ถ้าถามถึงเหตุผลว่าทำไมอยากไปเรียนต่อเมืองนอกละก็

1. สาขาที่จะเรียนต่อนั้นในไทยยังไม่ก้าวหน้า อยากไปเรียนรู้จากประเทศที่ก้าวหน้าเพื่อจะได้กลับมาพัฒนาในไทยต่อไป

2. เพราะรู้สึกว่าถ้าเรียนอยู่แต่ที่เดิมๆเราก็จะไม่ได้อะไรใหม่ๆ อยากลองได้ไปอยู่หลายๆที่ เปลี่ยนบรรยากาศ และช่วยให้เรียนรู้อะไรได้มากด้วย

3. อยากได้ประสบการณ์การใช้ชีวิต ได้ลองอยู่ลำพัง ได้ฝึกปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมใหม่ จะได้เคยชินกับความเปลี่ยนแปลง

4. การได้ไปอยู่ต่างประเทศนั้นเป็นผลดีต่อการฝึกภาษามาก

5. จะได้มีโอกาสรู้จักกับเพื่อนชาวต่างชาติ เปิดสังคมให้กว้างขึ้นได้มาก

6. จะได้ถือโอกาสไปเที่ยวอย่างสบายๆไปในตัว

7. รู้สึกว่าเป็นความท้าทายอย่างหนึ่งในชีวิต ราวกับการออกผจญภัยเลยก็ว่าได้



สมัยนี้ถือว่าดีจริงๆ คนเราติดต่ออะไรกันง่ายดาย การลาจากกันก็เลยไม่ใช่อะไรที่ตัดใจได้ยากนัก จากประสบการณ์เราตอนนี้ เพื่อนที่เคยคุยกันสมัยอยู่ไทยก็ยังคงคุยกันได้อยู่เรื่อยๆผ่านทาง facebook หรือทางอื่นๆ

เรียกได้ว่าแทบไม่มีใครต้องแยกจากใครแล้ว แค่ไม่ได้เจอหน้ากันเท่านั้น แต่แค่คุยได้ก็เพียงพอแล้ว และยิ่งใช้ skype ก็ยิ่งกลายเป็นแทบไม่ต่างจากไปเจอหน้ากันจริงๆเลย แค่สัมผัสตัวกันไม่ได้เท่านั้นเอง

และพอรู้จักเพื่อนต่างชาติใหม่ที่นี่เราก็สามารถแลก facebook หรือ skype ไว้ใช้ติดต่อกันหลังจากแยกย้ายกันกลับประเทศแล้ว เรียกได้ว่าเจอกันทีเดียวก็กลายเป็นเพือนกันตลอดไป ตอนนี้ facebook เรามีเพื่อนชาวต่างชาติอยู่เยอะทีเดียว เวลาไปเที่ยวที่ประเทศเขาก็จะมีคนนำเที่ยวหรือให้คำปรึกษาได้สบาย

ประสบการณ์ต่างๆก็ได้มาเยอะ จากตอนแรกไม่เคยอยู่คนเดียวเลย หลายอย่างก็ไม่เคยทำคนเดียว ตอนนี้ทำอะไรก็ได้หมดแล้ว เป็นเรื่องดี ส่วนเรื่องภาษาก็ก้าวหน้าไปเรื่อยๆ จากตอนแรกพูดไม่ค่อยได้ก็กลายเป็นใช้ชีวิตได้สบายแล้ว



เมื่อมีประสบการณ์ดีๆมากมายขนาดนี้แล้ว เราจึงรู้สึกสนับสนุนเรื่องการไปเรียนต่อนอกเต็มที่เหมือนกัน อยากให้คนอื่นๆได้ประสบการณ์เช่นเดียวกันนี้

จริงอยู่ว่าเคยมีคนที่ไปเรียนต่อนอกแล้วพบกับความผิดหวัง ล้มเหลวกลับมาอย่างหมดหวัง แต่นั่นก็ไม่ใช่ส่วนมากที่เป็นแบบนั้น เราก็ไม่อาจรับรองได้ว่าทุกคนที่ไปจะสามารถสมหวังกลับมา

สิ่งสำคัญคงเป็นความกล้าที่จะมาเผชิญประสบการณ์ใหม่ๆนี้ กล้าที่จะท้าทายกับอุปสรรคต่างๆที่อาจพบเจอ ไม่ท้อถอยแม้จะเจอกับปัญหามากมาย

แล้วจะพบว่าสิ่งที่ได้ตอบแทนกลับมานั้นคุ้มค่าแค่ไหน


-----------------------------------------

囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧

ดูสถิติของหน้านี้

ไม่อนุญาตให้นำเนื้อหาของบทความไปลงที่อื่นโดยไม่ได้ขออนุญาตโดยเด็ดขาด หากต้องการนำบางส่วนไปลงสามารถทำได้โดยต้องไม่ใช่การก๊อปแปะแต่ให้เปลี่ยนคำพูดเป็นของตัวเอง หรือไม่ก็เขียนในลักษณะการยกข้อความอ้างอิง และไม่ว่ากรณีไหนก็ตาม ต้องให้เครดิตพร้อมใส่ลิงก์ของทุกบทความที่มีการใช้เนื้อหาเสมอ

目录

从日本来的名言
python
-- numpy
-- matplotlib

-- pandas
-- pytorch
maya
机器学习
-- โครงข่าย
     ประสาทเทียม
与日本相关的日记
与中国相关的日记
-- 与北京相关的日记
与台湾相关的日记
与北欧相关的日记
与其他国家相关的日记
qiita
其他日志

按类别分日志



ติดตามอัปเดตของบล็อกได้ที่แฟนเพจ

  查看日志

  推荐日志

หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาจีนกลาง
g ในภาษาญี่ปุ่นออกเสียง "ก" หรือ "ง" กันแน่
ค้นพบระบบดาวเคราะห์ ๘ ดวง เบื้องหลังความสำเร็จคือปัญญาประดิษฐ์ (AI)
หอดูดาวโบราณปักกิ่ง ตอนที่ ๑: แท่นสังเกตการณ์และสวนดอกไม้
พิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมโบราณปักกิ่ง
บ้านเก่าของจางเสวียเหลียงในเทียนจิน
เที่ยวจิ่นโจว ๓ วัน ๒ คืน 23 - 25 พ.ค. 2015
เที่ยวเมืองตานตง ล่องเรือในน่านน้ำเกาหลีเหนือ
บันทึกการเที่ยวสวีเดน 1-12 พ.ค. 2014
แนะนำองค์การวิจัยและพัฒนาการสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA)
เที่ยวฮ่องกงในคืนคริสต์มาสอีฟ เดินทางไกลจากสนามบินมาทานติ่มซำอร่อยโต้รุ่ง
เล่าประสบการณ์ค่ายอบรมวิชาการทางดาราศาสตร์โดยโซวเคนได 10 - 16 พ.ย. 2013
ตระเวนเที่ยวตามรอยฉากของอนิเมะในญี่ปุ่น
เที่ยวชมหอดูดาวที่ฐานสังเกตการณ์ซิงหลง
บันทึกการเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรกในชีวิต - ทุกอย่างเริ่มต้นที่สนามบินนานาชาติคันไซ
หลักการเขียนคำทับศัพท์ภาษาญี่ปุ่น
ทำไมจึงไม่ควรเขียนวรรณยุกต์เวลาทับศัพท์ภาษาต่างประเทศ
ทำไมถึงอยากมาเรียนต่อนอก
เหตุผลอะไรที่ต้องใช้ภาษาวิบัติ?

各月日志

2019年

1月 2月 3月 4月
5月 6月 7月 8月
9月 10月 11月 12月

2018年

1月 2月 3月 4月
5月 6月 7月 8月
9月 10月 11月 12月

2017年

1月 2月 3月 4月
5月 6月 7月 8月
9月 10月 11月 12月

2016年

1月 2月 3月 4月
5月 6月 7月 8月
9月 10月 11月 12月

2015年

1月 2月 3月 4月
5月 6月 7月 8月
9月 10月 11月 12月

找更早以前的日志