# เสาร์ 29 พ.ย. 2025หลังจากที่เราย้ายมาอยู่เมืองยามาโตะจังหวัดคานางาวะได้ ๓ เดือนกว่า ในที่สุดก็ใกล้จะได้เวลาต้องย้ายไปที่ทำงานจริงนั่นคือที่
จังหวัดโทจิงิ (
栃木県) แล้ว
เดิมทีที่มาอยู่เมืองยามาโตะนั้นก็เพื่อฝึกงานเท่านั้น ตั้งแต่ได้งานใหม่และเข้าทำงานในบริษัทตั้งแต่เดือนกันยายนนั้นได้ถูกกำหนดไว้แล้วว่าที่ทำงานจริงอยู่ที่จังหวัดโทจิงิ ตอนนี้การฝึกงานใกล้จบแล้ว จึงได้เวลาเดินทางไปเริ่มต้นจริงๆสักที
พูดถึงจังหวัดโทจิงิแล้วคิดว่าหลายคนอาจไม่คุ้นชื่อกันนัก เพราะจังหวัดนี้ติดอันดับจังหวัดที่เป็นที่รู้จักน้อยที่สุด คนญี่ปุ่นเองบางคนก็แค่เคยได้ยินชื่อ แต่ให้จิ้มแผนที่ว่าอยู่ตรงไหนก็นึกไม่ออกเหมือนกัน
แผนที่แสดงตำแหน่งจังหวัดโทจิงิเป็นสีแดง ดูแล้วอยู่ค่อนข้างจะใกล้ใจกลางญี่ปุ่นเลย อยู่ลึกไปในแผ่นดิน ไม่มีส่วนติดทะเล รูปร่างก็ใกล้เคียงวงรีดูเรียบง่าย ไม่มีจุดเด่น จึงทำให้จำยากหน่อย

ที่จริงแล้วจังหวัดโทจิงิมีสถานที่เที่ยวขึ้นชื่อที่เป็นมรดกโลกซึ่งถ้าพูดชื่อไม่ว่าใครก็รู้จัก นั่นก็คือ
นิกโกว (
日光) พูดถึงจังหวัดนี้คนก็มักจะนึกที่นี่เป็นหลัก เพียงแต่หลายคนก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่านิกโกวอยู่จังหวัดโทจิงิ เลยทำให้ชื่อจังหวัดนี้ไม่ได้เป็นที่รู้จักเท่าที่ควร
ที่จริงแล้วนอกจากนี้จังหวัดโทจิงิมีสถานที่เที่ยวน่าสนใจอีกมากมาย ไว้ถ้าได้ไปอยู่จริงๆแล้วก็คงจะมีโอกาสไปเที่ยวให้ทั่วจังหวัด ถึงตอนนั้นก็จะมาแนะนำให้รู้จักอีกที
สำหรับเมืองที่เราจะไปอยู่นั้นคือเมืองหลักที่ประชากรมากที่สุดในจังหวัด นั่นคือ
เมืองอุตสึโนมิยะ (
宇都宮市) ประชากร ๕ แสนคน ถือว่าเป็นเมืองใหญ่ศูนย์กลางภูมิภาค
แผนที่เมืองอุตสึโนมิยะภายในจังหวัดโทจิงิ แสดงเป็นสีชมพูเข้ม อยู่ค่อนข้างใกล้ใจกลางจังหวัด หน้าตาเส้นแบ่งก็ใกล้เคียงวงรีที่ไม่ค่อยมีจุดเด่นเหมือนกัน

พูดถึงอุตสึโนมิยะแล้วของขึ้นชื่อก็คือ
เกี๊ยวซ่า (
餃子) ในเมืองมีร้านเกี๊ยวซ่ามากมาย ถ้ามาอยู่คงจะได้กินเกี๊ยวซ่าเป็นประจำแน่ เกี๊ยวซ่าของเมืองนี้มีผักเยอะ ค่อนข้างดีต่อสุขภาพด้วย
นอกจากนี้ปัจจุบันอุตสึโนมิยะยังมีของขึ้นชื่ออีกอย่างเพิ่มเข้ามาใหม่ ซึ่งเป็นที่จับตามองไปทั่วประเทศ นั่นก็คือระบบรถไฟรางเบารุ่นใหม่
อุตสึโนมิยะไลต์เรล (
宇都宮ライトレール) เปิดตั้งตั้งแต่วันที่ 26 สิงหาคม 2023 เชื่อมระหว่าง
สถานีอุตสึโนมิยะ (
宇都宮駅) ใจกลางเมืองอุตสึโนมิยะ ไปยัง
นิคมอุตสาหกรรมฮางะ-ทากาเนซาวะ (
芳賀・
高根沢工業団地) ใน
เมืองฮางะ (
芳賀町) ทางตะวันออก
ตำแหน่งเมืองฮางะ เป็นสีเหลืองเข้มเล็กๆทางขวาของเมืองอุตสึโนมิยะ พื้นที่ตรงนี้ประชากรไม่มาก แต่เต็มไปด้วยโรงงานอุตสาหกรรมทำให้มีความต้องการระบบขนส่งที่ดีสำหรับคนที่เดินทางมาทำงาน
ไลต์เรล (light rail) หรือ
รถไฟรางเบา เป็นรถรางประเภทหนึ่ง แต่ว่าใช้เทคโนโลยีใหม่กว่ารถรางแห่งอื่นๆที่วิ่งอยู่มากมายตามหลายเมืองหลักของญี่ปุ่น
ที่จริงแล้วรถรางถูกสร้างขึ้นในหลายเมืองเช่น ฮิโรชิมะ โอกายามะ ซัปโปโระ ซึ่งเราก็เคยนั่งมาแล้วทั้งหมด แต่ว่าส่วนใหญ่ถูกสร้างตั้งแต่ช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ซึ่งเก่ามากแล้ว และหลังจากนั้นรถรางก็เสื่อมความนิยมลง บางเมืองที่เคยมีรถรางก็ถูกปิดตัวลง เช่นที่เมืองเซนได เป็นต้น
รถรางยุคเก่านั้นล้าสมัยไปแล้ว จึงได้เสื่อมถอยลง แต่รถรางรุ่นใหม่ที่เรียกว่ารถไฟรางเบานี้ได้ทำให้รถรางกลับมาถูกสร้างเพิ่มขึ้นใหม่ เรียกได้ว่าเข้าสู่ยุคใหม่
รถไฟรางเบาต่างจากรถรางแบบเก่าตรงที่ถูกออกแบบให้ขึ้นลงได้ง่าย เร่งความเร็วได้มากกว่า ตรงต่อเวลามากกว่า กระทบการจราจรบนถนนน้อยกว่า และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า
รถรางของอุตสึโนมิยะนี้มีเป้าหมายเพื่อขนส่งคนที่ไปทำงานในนิคมอุตสาหกรรมทางตะวันออกของเมืองเป็นหลัก ที่จริงแล้วทางตะวันออกของเมืองเป็นที่ตั้งของโรงงานและที่ทำการของบริษัทใหญ่ต่างๆมากมาย ทำให้เวลาเช้าเย็นมีรถไปมาเป็นจำนวนมาก เกิดรถติดอย่างสาหัส จึงต้องสร้างระบบขนส่งใหม่รองรับ และพบว่าระบบรถไฟรางเบานี้เป็นคำตอบที่ถูกต้อง
หลังจากที่เปิดตัวรถไฟรางเบาขึ้นมาก็ได้รับความนิยมมีผู้มาใช้งานอย่างล้นหลามเกินความคาดหมาย อีกทั้งเมืองก็เป็นที่รู้จักมากขึ้น มีคนมากมายอุตส่าห์มาที่นี่เพื่อลองนั่งรถราง กลายเป็นตัวผลักดันการท่องเที่ยวไปด้วย ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างงดงาม เป็นต้นแบบให้เมืองอื่นไปพัฒนาตามกันต่อไป
ครั้งนี้เราตั้งใจเดินทางมาเพื่อดูห้องเช่าที่จะกลายมาเป็นบ้านใหม่ต่อจากนี้ไป โดยตอนแรกค้นเองโดยติดต่อผ่านบริษัทนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ ได้เลือกห้องเช่าที่ดูแล้วน่าจะดีเอาไว้หลายที่ แต่ก่อนจะตัดสินใจเลือกก็ต้องมาดูสถานที่จริงให้เห็นกับตา และก็ถือโอกาสมาเดินดูเมืองเอาไว้ก่อนที่จะมาอยู่จริงด้วย เพราะไม่เคยมาเที่ยวเหมือนกัน อยากได้มาสัมผัสว่าน่าอยู่แค่ไหน
สำหรับการเดินทางจากเมืองยามาโตะไปยังอุตสึโนมิยะนั้นไปได้สะดวกโดยรถไฟ โดยมีรถไฟที่เชื่อมระหว่างจังหวัดคานางาวะกับโทจิงิ โดยตัดผ่านใจกลางเมืองโตเกียว โดยหลักๆแล้วมีอยู่ ๒ สายที่เลือกไปได้ก็คือ
สายโชวนังชินจุกุ (
湘南新宿ライン) และ
สายอุเอโนะโตเกียว (
上野東京ライン)
โดยทั้ง ๒ สายนี้มีจุดที่เหมือนกันคือเชื่อมระหว่าง
สถานีโอบุนะ (
大船駅) ในเมืองคามากุระทางตอนใต้ของจังหวัดคานางาวะ เข้ากับ
สถานีโอมิยะ (
大宮駅) ใจกลางเมืองไซตามะ แต่ว่าความแตกต่างโดยหลักแล้วก็คือสายโชวนังชินจุกุจะลากผ่านย่านชิบุยะ ชินจุกุ อิเกบุกุโระ ส่วนสายอุเอโนโตเกียวจะลากผ่านสถานีโตเกียว และสถานีอุเอโนะ
ปลายทางฝั่งเหนือของทั้ง ๒ สายนี้ต่อจากสถานีโอมิยะไปจะแยกเป็น ๒ ทางแล้วแต่ขบวน โดยส่วนที่ไปทางตะวันตกจะไปสุดที่จังหวัดกุมมะ ที่ไปทางตะวันออกจะไปสุดที่จังหวัดโทจิงิ ซึ่งไปไกลสุดก็คือที่สถานีอุตสึโนมิยะ
ส่วนปลายทางใต้นั้นผ่าน
สถานีทตสึกะ (
戸塚駅) ในเขตทตสึกะ ของเมืองโยโกฮามะ ซึ่งเป็นจุดที่เปลี่ยนไปขึ้นรถไฟใต้ดินเทศบาลโยโกฮามะได้
ครั้งนี้เราเดินทางไปโดยผ่านสถานีทตสึกะ โดยขาไปนั่งสายอุเอโนะโตเกียว และขากลับนั่งสายโชวนังชินจุกุ ไม่ว่าจะสายไหนก็ต้องกินเวลา ๒ ชั่วโมงกว่า เรียกได้ว่าต้องนั่งรถไฟยาวเลย แต่ก็ไปโดยตรงโดยไม่ต้องมาแวะเปลี่ยนรถภายในโตเกียวให้วุ่น ถือว่าสะดวกดีมาก
ที่จริงแล้วสถานีอุตสึโนมิยะมีรถไฟชิงกันเซงจอดด้วย แต่การเดินทางจากจังหวัดคานางาวะนั้นไม่สะดวกเพราะต้องมาขึ้นที่สถานีโตเกียว โดยรวมแล้วจึงไม่ได้ประหยัดเวลาไปกว่านั่งรถไฟธรรมดายาวจากโยโกฮามะโดยตรงมากนัก ในขณะที่ชิงกันเซงแพงกว่ามากด้วย
เริ่มออกเดินทางจากบ้านมาตั้งแต่ตอนเช้า 6:40 ที่พระอาทิตย์เพิ่งจะขึ้น ไปยังสถานีซากุรางาโอกะ

มาขึ้นรถไฟของโอดะกิวรอบ 6:45 ที่มุ่งหน้าไปทางใต้

มาลงที่
สถานีโชวนันได (
湘南台駅) ของเมืองฟุจิซาวะ

แล้วก็มาเปลี่ยนไปนั่งรถไฟใต้ดิน

ลงที่สถานีทตสึกะเพื่อมาเริ่มต้นการเดินทางอันยาวไกล ลองมองที่ป้ายบอกเที่ยวรถก็เห็นมีรถที่มีปลายทางอยู่อุตสึโนมิยะเยอะทีเดียว

มาที่ชานชลาก็พบว่ามีรถไฟที่มีปลายทางอยู่ที่อุตสึโนมิยะอยู่ ๒ ขบวนจอดอยู่ ออกเวลา 7:16 ทั้งคู่ แต่ว่าต่างกันตรงที่ขบวนหนึ่งเป็นสายโชวนังชินจุกุ และอีกขบวนเป็นสายอุเอโนะโตเกียว ฉะนั้นเวลาจะขึ้นต้องดูด้วยว่าสายไหน จะดูแค่ชื่อสถานีปลายทางไม่ได้ โดยครั้งนี้เราเลือกสายอุเอโนะโตเกียวเพราะว่าถึงเร็วกว่าเล็กน้อย โดยถึงปลายทางเวลา 9:31

แล้วก็ขึ้นรถไฟมา รถไฟวิ่งผ่านจังหวัดคานางาวะและโตเกียวไปโดยจอดเพียงแค่ไม่กี่สถานีที่สำคัญเท่านั้นเพราะนี่ถือเป็นรถไฟแบบด่วน
ไม่นานก็ออกจากจังหวัดโตเกียวมา เข้าสู่เขตของจังหวัดไซตามะ โดยสถานีแรกที่จอดในจังหวัดไซตามะก็คือ
สถานีอุราวะ (
浦和駅) ใจกลางเมืองไซตามะ

ต่อมารถไฟจึงมาจอดที่
สถานีโอมิยะ (
大宮駅) ซึ่งเป็นศูนย์กลางการคมนาคมที่สำคัญของเมืองไซตามะ เป็นจุดเปลี่ยนรถไฟสายต่างๆมากมาย

ถัดมาก็จอดที่
สถานีฮิงาชิโอมิยะ (
東大宮駅) ซึ่งก็ยังอยู่ในเมืองไซตามะ

ตามด้วย
สถานีฮาสึดะ (
蓮田駅) ซึ่งตั้งอยู่ใน
เมืองฮาสึดะ (
蓮田市) เมืองนี้ก็ยังอยู่ในจังหวัดไซตามะ

แล้วก็
สถานีคุกิ (
久喜駅) ใน
เมืองคุกิ (
久喜市) เป็นสถานีสุดท้ายในจังหวัดไซตามะที่รถไฟนี้จอด

จากนั้นรถไฟก็เข้ามาผ่านจังหวัดอิบารากิเล็กน้อย จอดที่
สถานีโคงะ (
古河駅) ใน
เมืองโคงะ (
古河市) เป็นสถานีเดียวบนเส้นทางนี้ที่อยู่ในจังหวัดอิบารากิ

ตำแหน่งเมืองโคงะในจังหวัดอิบารากิ แสดงเป็นสีชมพู อยู่ทางตะวันตกสุดของจังหวัดเลย


จากนี้ไปรถไฟก็เข้าสู่พื้นที่จังหวัดโทจิงิแล้ว เข้ามาจอดสถานีแรกคือ
สถานีโอยามะ (
小山駅) ในเมืองโอยามะ (
小山市) ทางตอนใต้ของจังหวัด เมืองนี้เป็นเมืองที่มีประชากรมากเป็นอันดับ ๒ ของจังหวัด และสถานีโอยามะก็เป็นจุดเปลี่ยนรถไฟที่สำคัญด้วย รวมถึงมีชิงกันเซงจอด

ตำแหน่งเมืองโอยามะ เป็นสีชมพูเข้มเกือบใต้สุดของจังหวัดโทจิงิ

ต่อมาก็เข้าสู่เขต
เมืองชิมตสึเกะ (
下野市) จอดที่
สถานีโคงาเนอิ (
小金井駅) นี่เป็นสถานีปลายทางของรถไฟบางขบวน หมายความว่ารถไฟบางส่วนจากทางโตเกียวจะมาจอดถึงแค่สถานีนี้ ถ้าจะไปต่อถึงอุตสึโนมิยะต้องมาเปลี่ยนรถไฟอีกที

ตำแหน่งเมืองชิมตสึเกะ อยู่ระหว่างเมืองอุตสึโนมิยะและเมืองโอยามะ

ต่อมาก็จอดที่
สถานีจิจิอิได (
自治医大駅) ซึ่งอยู่ในเมืองชิมตสึเกะเหมือนกัน สถานีนี้อยู่ใกล้ใจกลางเมือง

ต่อมาจึงเข้าสู่เขตเมืองอุตสึโนมิยะแล้ว เข้าจอดที่
สถานีอิชิบาชิ (
石橋駅)

ตามด้วย
สถานีสึซึโนมิยะ (
雀宮駅)

แล้วในที่สุดก็มาถึงสถานีอุตสึโนมิยะอันเป็นปลายทาง


เมื่อมาถึงแล้วเราก็รีบออกมาทางฝั่งตะวันตกของสถานีเพื่อไปยังบริษัทนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ที่นัดเอาไว้


บริษัทที่เราใช้บริการครั้งนี้ชื่อว่า
เฮาส์คอม (ハウスコム) เป็นบริษัทที่มีหลายสาขาทั่วญี่ปุ่น ที่นี่เป็นสาขาอุตสึโนมิยะ ตั้งอยู่ใกล้สถานีอุตสึโนมิยะมาก เดินออกจากประตูตะวันตกของสถานีแล้วลงจากทางลอยมาก็ถึงเลย

หลังจากที่เข้าไปติดต่อคุยเกี่ยวกับรายละเอียดต่างๆเสร็จเขาก็พาไปชมบ้านโดยขับรถพาไป รถที่เขาใช้นั้นดูน่ารักดี

ครั้งนี้เราได้ไปดูห้องพักมาถึง ๕ ที่ ถ่ายรูปเก็บไว้มากมาย ก็เลยขอเอารูปส่วนนึงมาลงให้ดู แต่แน่นอนว่าที่ลงนี่ไม่ใช่รูปของห้องเช่าที่เราเลือก แต่เป็นที่อื่นซึ่งดูแล้วก็ไม่เลวเหมือนกัน
เริ่มจากห้องเช่าแห่งนี้ที่อยู่ทางฝั่งตะวันตกของสถานีอุตสึโนมิยะ ค่าเช่า ๔๐,๐๐๐ เยน ห่างจากสถานีไปในระยะที่เดิน ๑๐ นาทีถึง ถือว่าไกลนิดหน่อยเมื่อเทียบกับหลังอื่นที่เลือกมาดูครั้งนี้

ภายในห้องพักที่ว่างอยู่ อยู่ชั้น ๔


ตรงนี้เป็นส่วนห้องครัว

มีทั้งโต๊ะ เก้าอี้ ตู้เย็น ให้พร้อม ทั้งที่ปกติห้องเช่าในญี่ปุ่นมักจะไม่มีให้ มักต้องซื้อเอง ฉะนั้นถ้าเช่าที่นี่ก็ไม่ต้องไปซื้อใหม่เองเลย

ห้องน้ำ เป็นแบบที่อาบน้ำกับส้วมอยู่รวมกัน โถส้วมมีตดรูปแพนด้าน่ารักดี

ระเบียง

ทิวทัศน์มองออกไป ใช้ได้ทีเดียว

จากนั้นก็มาดูอีกหลังอยู่ใกล้จากสถานีอุตสึโนมิยะมากกว่าหน่อย ใช้เวลาเดินไป ๖ นาที ค่าเช่า ๓๙,๐๐๐ เยน แต่ว่าต้องจ่ายค่าน้ำประปาเพิ่ม ๓๐๐๐ เยนซึ่งถือว่าแพงถ้าเทียบกับค่าน้ำประปารายเดือนที่คนทั่วไปใช้ ที่นี่ตอนที่ไปกำลังมีการก่อสร้างบริเวณหน้าตึก เลยทำให้ดูไม่น่าอยู่

เข้ามาดูในอาคาร มีสระว่ายน้ำด้วย แต่ไม่มีน้ำ เห็นเขาบอกว่าไม่ได้เปิดใช้จริง สระว่ายน้ำเป็นแค่ของประดับ

เข้ามาดูในห้อง ที่ผนังแต่งลวดลายซะสวยงาม



แต่ว่าห้องนี้ไม่มีระเบียงที่ออกไปเดินได้ มีแค่บริเวณแคบๆที่ได้แค่เปิดหน้าต่างไป

ห้องน้ำที่นี่ก็เป็นแบบที่อาบน้ำและส้วมอยู่ด้วยกัน

สุดท้ายแล้วก็ไม่ได้เลือกทั้ง ๒ ที่นี้ แต่ว่าเลือกห้องเช่าที่อยู่ทางฝั่งตะวันออกของสถานีอุตสึโนมิยะ ซึ่งเป็นฝั่งที่มีรถรางอยู่ อีกหน่อยต้องไปขึ้นรถรางเพื่อไปทำงาน ดังนั้นอยู่ฝั่งตะวันออกไว้น่าจะสบายกว่า แล้วหลังที่เลือกนั้นราคาถูกกว่าด้วย
หลังจากที่ดูห้องเช่าทั้งหมดตามแผนเราก็กลับไปยังสำนักงานบริษัทเฮาส์คอม แล้วก็กรอดใบสมัครยื่นขอห้องที่ถูกใจมากที่สุดทันที โดยต้องผ่านการตรวจก่อน ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่จะไม่ผ่านด้วยเหตุผลอะไรบางอย่าง ก็ต้องลุ้นอยู่ บางครั้งกว่าผลจะออกก็ใช้เวลาเป็นวันหรือหลายวัน แต่ว่าหลังจากยื่นไปตอนเที่ยง พอตอนเย็นเขาก็ประกาศว่าได้ ก็เท่ากับว่าได้บ้านใหม่เรียบร้อย
หลังยื่นเรื่องสมัครขอเข้าพักเสร็จไปเราก็กลับมายังสถานีอุตสึโนมิยะ มาถ่ายหน้ารูปปั้นเทพธิดาเกี๊ยวซ่าซึ่งตั้งเด่นหน้าสถานี แม้จะดูหน้าตาน่ากลัวสักหน่อย ที่มีรูปปั้นนี้ก็เพราะเมืองนี้มีชื่อเสียงเรื่องเกี๊ยวซ่า

มองออกไปจากทางลอยฝั่งตะวันตกของสถานี ไปยังย่านตัวเมืองฝั่งนี้

ที่จริงแล้วย่านใจกลางเมืองอุตสึโนมิยะนั้นค่อนไปทางฝั่งตะวันตกมากกว่า แต่ว่าที่มีรถรางคือฝั่งตะวันออก จุดประสงค์หลักของรถรางที่นี่คือการให้โดยสารคนที่ไปทำงานในเขตอุตสาหกรรมทางตะวันออกมากกว่าที่จะเพื่อใช้คมนาคมภายในตัวเมือง ทำให้ฝั่งที่เป็นใจกลางเมืองมากกว่ายังไม่มีรถรางผ่าน เพียงแต่ว่าก็มีแผนจะทำส่วนต่อขยายเหมือนกัน แต่คงต้องรออีกหลายปี กว่าจะเสร็จเราก็อาจไม่ได้อยู่เมืองนี้แล้วก็เป็นได้
จากนั้นเราก็เดินข้ามมาทางฝั่งตะวันออกของสถานี ซึ่งมีทางเชื่อมไปขึ้นรถรางอยู่ตรงนี้ เราขอมาลองขึ้นรถรางสักหน่อย ไหนๆก็มาถึงนี่เป็นครั้งแรกแล้ว

เดินลงบันไดไปก็เจอบันไดเลื่อนไปยังสถานีรถราง ตอนที่ไปก็เห็นรถรางจอดรอเตรียมออกอยู่แล้ว


ภายในขบวนรถ

หลังจากออกเดินทาง รถรางมาจอดครั้งแรกที่
สถานีฮิงาชิชุกุโงว (
東宿郷駅)

ถัดมาคือ
สถานีเอกิฮิงาชิโควเองมาเอะ (
駅東公園前駅) เราลงที่นี่

สถานีรถรางอยู่กลางถนน ต้องข้ามถนนไปยังทางเท้า

ย่านเมืองรอบๆตรงนี้ก็เต็มไปด้วยตึกสูง ดูแล้วก็รู้สึกได้ว่าเป็นเมืองใหญ่


จากนั้นค่อยๆเดินย้อนเพื่อกลับสถานีอุตสึโนมิยะ ตามทางเต็มไปด้วยพวกอาคารสำนักงาน แล้วก็พวกร้านอาหารด้วย

ระหว่างทางก็เจอรถรางวิ่งผ่านมาบ้าง

เจอร้าน
โอริองเกี๊ยวซ่า (オリオン
餃子) สาขาอุตสึโนมิยะเอกิฮิงาชิ ก็เลยขอแวะกินเป็นมื้อเที่ยงสักหน่อย มาอุตสึโนมิยะครั้งแรกยังไงก็อยากกินเกี๊ยวซ่าของที่นี่

ภายในร้าน มองจากตรงที่นั่งเคาน์เตอร์ที่ได้นั่ง

เมนู มีเกี๊ยวซ่าแบบต่างๆ โดยพื้นฐานที่สุดราคา ๔๙๐ เยน ต่อ ๖ ชิ้น ส่วนพวกที่ใส่ผักต่างๆราคา ๖๗๐ เยน มีที่ใส่ผักชีด้วย

นอกจากนี้ยังมีราเมงด้วย แต่ว่าวันนี้ขอแค่เกี๊ยวซ่าก็พอ

ก็สั่งเกี๊ยวซ่าธรรมดากับเกี๊ยวซ่าผักชี อร่อยดีไม่ผิดหวังเลย


กินเสร็จก็เดินย้อนไปตามทางรถรางต่อ เห็นรถรางวิ่งผ่านอีก

ภาพรถรางวิ่งผ่านกลางถนนใจกลางเมืองดูสวยงาม

เดินย้อนกลับมาถึงสถานีอุตสึโนมิยะ

ได้เวลาเดินทางกลับแล้ว กลับเข้าสถานีอุตสึโนมิยะไปขึ้นรถไฟ


สำหรับรอบรถไฟที่ใช้เดินทางขากลับนี้เป็นสายโชวนังชินจุกุรอบ 13:48 มีปลายทางอยู่ที่
เมืองซึชิ (
逗子市) ตอนใต้ของจังหวัดคานางาวะ โดยไปถึงสถานีทตสึกะเวลา 16:31


ขากลับนั้นรถไฟมาจอดที่สถานีโคงาเนอิอยู่สักพัก จึงได้เดินออกไปซื้อน้ำในเครื่องขายอัตโนมัติในชานชลาสักหน่อย


ถัดจากสถานีโคงาเนอิก็เป็นสถานีโอยามะ

หลังจากนั้นรถไฟก็มาจอดที่
สถานีมามาดะ (
間々田駅) ซึ่งเป็นอีกสถานที่อยู่ในเมืองโอยามะ แต่ว่ารถไฟตอนขามาได้ข้ามสถานีนี้มาโดยไม่ได้จอด ส่วนรถไฟเที่ยวนี้จอดทุกสถานีที่ผ่านภายในจังหวัดโทจิงิ

ต่อมาก็จอดที่
สถานีโนงิ (
野木駅) ซึ่งตั้งอยู่ใน
เมืองโนงิ (
野木町)

แผนที่แสดงตำแหน่งเมืองโนงิแสดงเป็นสีเหลืองเข้มเล็กตอนใต้สุด เมืองนี้นอกจากจะอยู่ใต้สุดแล้วยังมีพื้นที่เล็กสุดด้วย

จากนั้นรถไฟก็ผ่านจังหวัดอิบารากิและจังหวัดไซตามะเหมือนตอนขามา ตอนที่ผ่านโตเกียวนั้นได้ผ่านทางสถานีชินจุกุ แทนที่จะเป็นทางสถานีโตเกียวเหมือนกับตอนขามา แต่ว่าไม่ว่าจะสายไหนก็มาลงที่สถานีทตสึกะเหมือนกัน

ค่ารถไฟจากสถานีอุตสึโนมิยะมาสถานีทตสึกะคือ ๒๖๔๐ เยน

ก่อนจะเดินทางกลับ ขอมาเดินหาอะไรกินแถวสถานีนี้สักหน่อย

ตอนออกมาพระอาทิตย์ก็ตกดินไปแล้ว ฟ้ากำลังจะมืดลง

จากทางเดินลอยหน้าสถานี มองเห็นภายในสถานี

ข้างๆสถานีมีห้างอยู่หลายแห่ง เช่น
ทตสึกานามอล (トツカーナモール) เข้ามาเดินหาอะไรกินในนี้สักหน่อย


ภายในห้าง



มาเจอร้านนี้
ราเมงฟุจิมัตสึ (らぁ
麺ふじ
松)

เมนูและเครื่องขาย

ที่สั่งไปคือมาเซโซบะ (まぜそば) ๙๐๐ เยน แต่ว่าดูหน้าตาแล้วไม่ค่อยเหมือนมาเซโซบะทั่วไป ดูแล้วเหมือนแค่เป็นราเมงที่ใส่ซุปน้อยมากกว่า

กินเสร็จก็ไปนั่งรถไฟใต้ดินกลับ

เราต้องไปที่สถานีโชวนันไดเพื่อกลับ แต่ว่ารถไฟรอบต่อไปที่มานั้นไปถึงแค่
สถานีโอโดริบะ (
踊場駅) ซึ่งอยู่ระหว่างทาง

ก็เลยมาลงที่สถานีโอโดริบะก่อนแล้วรอรถไฟขบวนต่อไปที่ไปถึงโชวนันได

แล้วก็มาถึงโชวนันได

ต่อรถของโอดะกิวกลับมาจนถึงสถานีซากุรางาโอกะเวลา 17:55 สิ้นสุดการเดินทางวันนี้ลงเท่านี้

ครั้งนี้ได้ไปชมบ้านใหม่ที่จะไปอยู่แล้วรู้สึกว่าอุตสึโนมิยะเป็นเมืองที่น่าอยู่ทีเดียว ทั้งมีรถไฟรางเบารุ่นใหม่ มีเกี๊ยวซ่าอร่อย อดใจรอไม่ไหวถึงวันที่จะได้ไปใช้ชีวิตอยู่จริง