# อาทิตย์ 8 ก.พ. 2026เล่าเรื่องเที่ยวเมืองอุตสึโนมิยะท่ามกลางหิมะต่อจากที่ไปเดินเที่ยวสวนสาธารณะฮาจิมังยามะมา
https://phyblas.hinaboshi.com/20260211ตอนนี้ก็เริ่มเย็นแล้ว ได้เวลามุ่งหน้าไปยังเป้าหมายสุดท้ายของวันนี้ คือ
ปราสาทอุตสึโนมิยะ (
宇都宮城)
ที่จริงแล้วเราเคยแวะไปที่นี่มาแล้วตอนวันที่ขนสัมภาระแล้วมาทำเรื่องย้ายเข้าที่ที่ว่าการเมืองอุตสึโนมิยะ เล่าไว้ใน
https://phyblas.hinaboshi.com/20251224แต่ว่าตอนนั้นแค่เดินผ่าน ไม่ได้แวะเข้าไปชมข้างใน ดังนั้นคราวนี้จึงอยากไปอีกทีเพื่อจะเที่ยวชมจริงๆ
ปราสาทอุตสึโนมิยะนั้นมีประวัติศาสตร์ยาวนานย้อนไปได้จนถึงยุคเฮย์อัง (ปี 794–1185) แม้ว่าจะไม่เป็นที่แน่ชัดว่าถูกสร้างขึ้นมาเมื่อไหร่ แต่ก็เป็นศูนย์กลางการปกครองพื้นที่แถบนี้มานานตั้งแต่สมัยนั้นแล้ว และพอถึงช่วงยุคเซงโงกุก็เป็นสมรภูมิรบแห่งหนึ่ง และในยุคเอโดะ (ปี 1603-1868) ก็เป็นศูนย์กลางการปกครองของ
อุตสึโนมิยะฮัง (
宇都宮藩)
แต่ว่าตัวปราสาทก็ได้ถูกทำลายไปในสงครามโบชิงปี 1868 ปลายยุคเอโดะ ทำให้เหลือร่องรอยปราสาทเดิมอยู่น้อยมาก จนถึงปี 2007 จึงได้มีการสร้างตัวปราสาทขึ้นมาใหม่บางส่วนให้เข้าชมให้ได้พอเห็นร่องรอยประวัติศาสตร์
ปัจจุบันบริเวณปราสาทนี้ได้เปิดเป็น
สวนสาธารณะซากปราสาทอุตสึโนมิยะ (
宇都宮城址公園) โดยฝั่งตะวันตกเป็นตัวกำแพงปราสาทและกำแพง ในขณะที่ฝั่งตะวันออกไม่มีอะไร ดูแล้วก็รู้สึกว่าครึ่งๆกลางๆน่าเสียดายอยู่ ปราสาทก็ไม่ได้ใหญ่หรือสวยเป็นพิเศษด้วย ภายในมีจัดแสดงประวัติศาสตร์อยู่แต่ก็ไม่ใหญ่นัก ดังนั้นปราสาทอุตสึโนมิยะจึงไม่ได้มีความโดดเด่นเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นที่รู้จักนัก
แต่ถึงอย่างนั้นพอหิมะตกแล้วทิวทัศน์ก็สวยงามน่าชม ดังนั้นจึงอยากไปเที่ยวชมสักหน่อย
จากสวนสาธารณะยามะซึ่งอยู่ทางเหนือ ก่อนอื่นต้องเดินย้อนกลับลงทางใต้ ระหว่างทางก็ผ่านที่ว่าการจังหวัดโทจิงิที่ได้ขึ้นไปมาแล้ว

ตรงนี้เป็นเป้ายโรงเก็บรถตะวันออกของที่ว่าการจังหวัด เห็นอักษรเขียน
東車庫 คล้ายกันเรียงกันสวย

ย้อนกลับมาถึงถนนสายหลัก แล้วก็ลงทางใต้ต่อ


ผ่านย่านร้านค้า
ถนนโอริอง (オリオン
通り) ซึ่งเคยมาเที่ยวไปแล้วเล่าไว้ใน
https://phyblas.hinaboshi.com/20251230


ระหว่างทางถือโอกาสแวะไปดู
โบสถ์คาธอลิกมัตสึงามิเนะ (カトリック
松が
峰教会) ซึ่งเป็นโบสต์เก่าที่สร้างขึ้นโดยนักบวชชาวฝรั่งเศสตั้งแต่ปี 1888 ถือเป็นสถานเที่ยวนึงที่สามารถแวะผ่านมาชมได้ แต่ว่าไม่สามารถเข้าไปได้


เดินลงใต้ต่อมาเรื่อยๆ

ก็มาถึงที่ว่าการเมืองอุตสึโนมิยะ ที่เคยมาครั้งนึงแล้วเพื่อทำเรื่องย้ายเข้า

ตัวอาคารที่ว่าการเมืองพร้อมหอนาฬิกาด้านหน้า


มาลองเดินดูหอนาฬิกา ทำไว้สวยดีน่าเดินอยู่



จากที่ว่าการเมืองเดินไปทางตะวันออกก็เริ่มเห็นกำแพงปราสาทอยู่ทางโน้น

เดินข้ามถนนไปก็เห็นทางเข้าปราสาท

คูล้อมปราสาท


ภายในประตูกำแพงนี้ลองเข้ามาแล้วก็เห็นมีประตูกระจก


เข้ามาดูก็พบว่าเป็นห้องเล็กๆที่จัดแสดงพวกของเกี่ยวกับปราสาทนี้


มีแบบจำลองและแผนที่ของตัวปราสาทเดิม ซึ่งมีกำแพงและคูล้อมรอบ


พวกหนังสือที่เกี่ยวข้อง

ตรงนี้มีที่นั่งให้ชมวิดีโอเล่าเกี่ยวกับประวัติศาสต์ แล้วก็มีภาพจำลองตัวปราสาทและตัวเมืองโดยรอบให้เห็น เราก็ถือโอกาสนั่งพักตรงนี้สักครู่ หลังจากที่เดินมาตลอดท่ามกลางความหนาว

ส่วนจัดแสดงเล็กแค่นิดเดียว ดูอยู่แค่แป๊บเดียวก็เสร็จแล้ว ห้องนี้มีลิฟต์ซึ่งสามารถขึ้นเพื่อไปยังบนกำแพงได้ แต่ก่อนเราจะขึ้นเจ้าหน้าที่ที่เฝ้าห้องนั้นอยู่ก็ยื่นแผนที่ให้เอามาดูตอนเดินชมที่นี่ได้เพื่อเทียบภาพให้เห็นว่าตรงนี้ในอดีตเป็นอะไรยัง

ลิฟต์ที่ขึ้นมาชั้นบน

มองไปทางซ้ายมีป้อมฝั่งใต้
ฟุจิมิยางุระ (
富士見櫓)



ลองเข้ามาข้างในดูไม่มีอะไร มีบันไดขึ้นชั้น ๒ แต่ว่าไม่ให้ขึ้น

ภายในห้องก็มีอะไรวางอยู่แค่นิดหน่อย นอกนั้นก็เป็นแค่ห้องโล่งๆ ไม่ได้จัดแสดงอะไร

เดินต่อมาอีกหน่อยตรงนี้ไม่มีกำแพงแล้ว มีแต่รั้วกั้น

มองออกไปทางใต้

จากตรงนี้มีทางให้เดินลง แต่ว่าเรายังไม่เดินลงเพราะยังเดินบนนี้ไม่ทั่ว ก่อนอื่นย้อนกลับไปเพื่อดูอีกฝั่งก่อน

จากบนกำแพง มองลงไปยังลานกว้างที่เดิมทีเป็นบริเวณด้านในปราสาท แต่ตอนนี้ไม่มีอะไร และทางตะวันออกก็ไม่มีกำแพงแล้ว เปิดโล่งๆเดินออกได้

เดินย้อนมาชมหอทางเหนือ ชื่อว่า
เซย์เมย์ได (
清明台)


ภายใน ที่นี่ก็ขึ้นไปชั้นบนไม่ได้เหมือนกัน

จากในนี้มองลอดช่องหน้าต่างออกไป

เสร็จแล้วบนนี้ก็ไม่มีอะไรแล้ว เดินลงจากกำแพงไปตรงนี้

มองจากด้านล่าง ฟ้าก็กำลังสวย

ลองเดินดูบนลานกว้างก็เจออะไรน่าสนใจ เป็นอุโมงค์หิมะเล็กๆที่ไม่รู้ใครปั้นขึ้น

พอมองไปแล้วมันอยู่ในตำแหน่งที่พอเหมาะพอดีมาก เพราะแสงอาทิตย์ยามเย็นที่ตอนนั้นกำลังลอดผ่านประตูปราสาทได้ส่องเข้ามาผ่านอุโมง์หิมะนี้พอดี ดูสวยงามมาก

ลองมองลอดผ่านอุโมงค์

สวยงามจริงๆ


จากนั้นก็เดินไปทางเหนือ

ก็กลับมาตรงคูที่ล้อมปราสาม แต่ตอนนี้เหลือแค่ครึ่งเดียว ไม่ได้ล้อมแล้ว

หอปราสาทกับกำแพงและคูน้ำ สวยงาม


เห็นพื้นที่หิมะโล่งๆก็ขอเขียนชื่อ "อุตสึโนมิยะ" ด้วยอักษรไทยถ่ายเป็นที่ระลึกไว้ด้วย

ภาพสุดท้ายก่อนจะเดินจากตรงนี้ไป

เที่ยวเสร็จแล้วก็ได้เวลากลับ จากตรงนี้ที่จริงจะเดินกลับสถานีอุตสึโนมิยะก็เป็นระยะที่พอเดินได้ แต่ก็เพราะว่าหนาวและเดินเหนื่อยมานานแล้วจึงตัดสินใจเดินไปขึ้นรถเมล์กลับ




แต่กว่าจะถึงป้ายรถเมล์ที่จริงก็เกือบครึ่งทางแล้ว


นั่งรถเมล์กลับมาถึงสถานีอุตสึโนมิยะ

จากนั้นก็มาแวะร้านโยโดบาชิคาเมราเพราะตั้งใจจะมาหาข้อมูลเรื่องติดตั้งอินเทอร์เนต พอดีมีปัญหาอยู่

เสร็จแล้วก็มาหาอะไรกินเป็นมื้อเย็น ครั้งนี้เลือกกินที่ร้านโซบะถูกๆในสถานี



เสร็จแล้วก็นั่งรถรางกลับ

จบการเที่ยวชมสถานที่ต่างๆในเมืองอุตสึโนมิยะท่ามกลางหิมะ แม้จะหนาวและเหนื่อยมาก แต่ก็ได้เห็นทิวทัศน์ที่สวยงามที่ไม่น่าจะมีโอกาสได้เห็นบ่อยนัก ถือว่าคุ้มค่ากลับการเดินทางเที่ยวครั้งนี้