# อาทิตย์ 5 เม.ษ. 2026ต่อจากตอนที่แล้วที่เดินทางมาถึง
สถานีคุซึอุ (
葛生駅)
https://phyblas.hinaboshi.com/20260405ตอนนี้ได้เวลาเริ่มการเดินเที่ยวแถวนี้ โดยเป้าหมายหลักอยู่ที่
สวนสาธารณะคาตายามะ (
嘉多山公園) ซึ่งเป็นจุดชมซากุระขึ้นชื่อแห่งหนึ่งของเมืองซาโนะ
ย่านแถวสถานีคุซึอุนั้นปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของเมืองซาโนะ แต่ว่าเดิมทีเป็น
เมืองคุซึอุ (
葛生町) แล้วจึงถูกควบรวมเข้ากับเมืองซาโนะในปี 2005
เมืองคุซึอุเป็นที่รู้จักในฐานะเหมืองหินปูน จึงเต็มไปด้วยโรงงานที่เกี่ยวกับหินปูนอยู่มากมาย ซึ่งก็ทำให้เวลาที่อยู่ในเมืองนี้ได้กลิ่นเหมือนอะไรเผาไหม้อยู่ตลอด
สวนสาธารณะคาตายามะเองก็ตั้งอยู่บนพื้นที่ซึ่งเคยเป็นเหมืองหินปูนมาก่อน แต่ปัจจุบันถูกทำเป็นสวนสาธารณะ มีต้นซากุระอยู่มากมาย พอถึงฤดูใบไม้ผลิก็เบ่นบานสวยงาม กลายเป็นสถานที่ขึ้นชื่อในการชมทิวทัศน์ซากุระซึ่งดึงดูดให้คนสนใจมาเที่ยวชม
นอกจากเรื่องเหมืองหินปูนและสถานเที่ยวชมซากุระแล้วแถวนี้ก็ยังมีความสำคัญในฐานะแหล่งขุดพบฟอสซิลด้วย มีการพบฟอสซิลจำนวนมาก ซึ่งปัจจุบันได้รับการจัดแสดงอยู่ใน
พิพิธภัณฑ์ฟอสซิลคุซึอุ (
葛生化石館) ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอีกแห่งของที่นี่ เข้าชมได้ฟรี
ในจำนวนฟอสซิลที่ขุดพบที่นี่มีกระดูดที่ถูกสงสัยว่าเป็นมนุษย์ดึกดำบรรพ์ด้วย เรียกว่ามนุษย์ดึกดำบรรพ์คุซึอุ (
葛生原人) มีการนำเรื่องนี้มาใช้เป็นจุดขายสนับสนุนการท่องเที่ยวด้วย ถึงขนาดมีการจัด
เทศกาลมนุษย์ดึกดำบรรพ์คุซึอุ (くずう
原人まつり) ขึ้นด้วย แต่ว่าในการวิจัยในปี 2001 ได้ยืนยันว่าซากกระดูกที่พบไม่ใช่ของมนุษย์ดึกดำบรรพ์อย่างที่เชื่อกัน จึงทำให้มนุษย์ดึกดำบรรพ์คุซึอุกลายเป็นเพียงภาพมายา แต่ถึงอย่างนั้นงานเทศกาลก็ยังคงไม่ได้ยกเลิกไป พวกสถานที่ที่เกี่ยวข้องที่ตั้งชื่อตามกระแสนี้ก็ยังคงเหลืออยู่
สำหรับการเที่ยวครั้งนี้เริ่มจากหาที่กินมื้อเที่ยง เสร็จแล้วก็ไปสวนสาธารณะคาตายามะ แล้วก็ไปแวะชมพิพิธภัณฑ์ก่อนกลับ
หลังเดินออกจากสถานีมาก็เห็นร้านราเมงอยู่ข้างๆสถานี เป็นร้านซาโนะราเมง แต่ว่าเราไม่ได้เลือกกินร้านนี้ เพราะมีร้านที่เล็งไว้แต่แรกอยู่แล้ว

ข้างๆเป็นวัด
อันโยวอิง (
安養院)


เดินขึ้นไปทางเหนือ


ระหว่างทางเจอป้ายรถเมล์ที่มีรูปซาโนะมารุน่ารักดี ที่นี่ยังไงก็เป็นส่วนหนึ่งของเมืองซาโนะ ดังนั้นไปที่ไหนก็เจอซาโนะมารุเป็นปกติ


ป้ายตรงนี้บอกทางไปยังพิพิธภัณฑ์ฟอสซิลซึ่งอยู่ทางตะวันออก แต่ว่าตอนนี้ยังไม่แวะไป เดินต่อไปทางเหนือก่อน ไว้ค่อยกลับมาแวะ

ตรงนี้เป็นอาคาร
คุซึโนะซาโตะอิจิบังกัง (
葛の
里壱番館) ซึ่งมีพวกร้านค้าและร้านอาหาร

ร้านนี้คือร้าน
เมนยะอากาโบริ (
麺や
赤堀) เป็นร้านซาโนะราเมงที่ตั้งใจจะแวะมากินคราวนี้

เมนู ซาโนะราเมงแบบพื้นฐานราคา ๘๗๐ เยน และยังมีแบบใส่ขิง ราคา ๙๗๐ เยน นอกจากนี้ก็มีเกี๊ยวซ่า ๓ ชิ้นราคา ๓๙๐ เยน

ตอนที่ไปถึงร้านเต็มอยู่ต้องลงชื่อที่หน้าร้านแล้วรอสักพัก ระหว่างรอก็ลองเดินดูร้านขายของที่อยู่ข้างๆ

ร้านนี้ขายพวกของที่ระลึก มีขนมที่มีรูปซาโนะมารุด้วย


รอสักพักก็ถึงคิว เข้ามานั่งกินในร้าน ร้านนี้ดูจะไม่มีที่นั่งเคาน์เตอร์ แม้จะมาคนเดียวก็นั่งโต๊ะ

สั่งราเมงแบบใส่ขิง แล้วก็เกี๊ยวซ่าด้วย ราเมงอร่อยดี แต่ว่าเกี๊ยวซ่าเฉยๆ และรู้สึกว่าชิ้นใหญ่ไปหน่อยจนกินยาก


กินเสร็จก็เดินขึ้นเหนือต่อ




ระหว่างทางผ่านร้าน
อาราอิยะ (
新井屋) ซึ่งเป็นร้านขาย
มิโสะมันจู (
味噌まんじゅう) ขึ้นชื่อของเมืองซาโนะ

แล้วก็มีร้าน
เซมบะโซบะ (
仙波そば) เป็นโซบะท้องถิ่นของเมืองซาโนะ

ตรงนี้มีร้านาอหารจีน แต่วันนี้ดูเหมือนจะปิดอยู่

จากตรงนี้เป็นถนนที่ทอดไปสู่สวนสาธารณะคาตายามะ


ตรงนี้คือ
โรงเรียนการศึกษาภาคบังคับคุซึอุ (
葛生義務教育学校) เป็นโรงประถมและมัธยมต้น

รอบรั้วโรงเรียนเต็มไปด้วยซากุระที่กำลังบานสวยงาม

ถนนจากตรงนี้ไปมีชื่อ
ถนนมนุษย์ดึกดำบรรพ์ (
原人ロード) ตามกระแสการค้นพบซากกระดูกที่คิดว่าเป็นมนุษย์ดึกดำบรรพ์ แม้จะรู้ว่านี่ไม่ใช่มนุษย์ดึกดำบรรพ์จริงๆแล้วตาม



เดินมาตามทางเรื่อยๆก็เห็นบันไดทางขึ้นไปสู่สวนสาธารณะคาตายามะ

ขึ้นบันไดไป

ขึ้นมาด้านบนแล้วมองลงมาเห็นทิวทัศน์ที่เต็มไปด้วยต้นซากุระข้างล่างสวยงามมาก

ที่พื้นทำเป็นลายมนุษย์ดึกดำบรรพ์

แผนที่ของสวนสาธารณะนี้

มีทางเดินขึ้นบันไดไปต่อ

แต่ก็สามารถเดินไปตามทางลาดด้านข้าง ตรงนี้ระหว่างทางมีซากุระ

ตรงนี้เป็นสวนเด็กเล่น และมีตู้รถไฟพลังไอน้ำเก่าจอดอยู่ด้วย

ป้ายอธิบายเกี่ยวประวัติของรถไฟตู้นี้ เริ่มถูกใช้มาตั้งแต่ปี 1915 แล้วหยุดใช้ไปในปี 1966 หลังจากนั้นก็ส่งมอบให้ทางสวนสาธารณะนี้มาวางแสดง


กระดานลื่นลากยาวมาจากข้างบน

ตรงนี้เป็นอาคาร
คุซึอุบุโดวกัง (
葛生武道館) เป็นอาคารสำหรับใช้จัดกิจกรรม แต่ว่าวันนี้ดูจะไม่ได้เปิดใช้ทำอะไรอยู่

ทิวทัศน์ในเมืองที่มองลงไปจากตรงนี้

เดินขึ้นไปด้านบนต่อ

ตรงนี้มีทุ่งดอกไม้สีม่วง แต่ว่าปิดอยู่ไม่ให้เข้า แผนที่ทางขวาแสดงตำแหน่งพื้นที่ที่ปิดไม่ให้ผ่านเข้าไป

เดินต่อมาขึ้นบันไดตรงนี้ไป

ก็พบเวทีที่มีหลังคาไม้ ตรงนี้ถูกทำขึ้นเพื่อจัดกิจกรรมงานเทศกาลมนุษย์ดึกดำบรรพ์


มีกระท่อมอยู่ด้วย

ด้านในยังมีศาลเจ้าเล็กชื่อ
ศาลเจ้าคาตายามะเซงเงง (
嘉多山浅間神社)




ในศาลเจ้ามีร้านขายพวกของกินอยู่นิดหน่อย

ตรงนี้มีแจกมิโสะมันจูให้ฟรีด้วย แต่เขาก็ขอให้อุดหนุนซื้อกาแฟ แม้ว่าจะไม่บังคับก็ตาม ก็เลยซื้อกาแฟสักหน่อย ราคาแค่ ๑๐๐ เยน

ซื้อเสร็จก็มานั่งที่โต๊ะในศาลเจ้าพักจิบกาแฟไปพลางๆ ส่วนมิโสะมันจูที่ได้มานั้นยังไม่กินทันทีแต่เก็บกลับไปกินเพราะว่าเพิ่งกินราเมงมื้อเที่ยงอิ่มไป

จากบริเวณศาลเจ้ามองเห็นทิวทัศน์ในเมือง โดยมองไปพบว่าเต็มไปด้วยโรงงาน เห็นกำลังพ่นควันอยู่เลย ที่ได้กลิ่นเหมือนกลิ่นไหม้อยู่ในเมืองก็น่าจะเกี่ยวข้องกับโรงงานเหล่านี้ ทิวทัศน์จึงดูแล้วไม่อาจพูดว่าสวยได้อย่างเต็มปาก


ดื่มกาแฟเสร็จก็เดินออกจากศาลเจ้ามา

เดินชมบริเวณอื่นภายในสวนสาธารณะต่ออีกหน่อย




ทิวทัศน์จากด้านบนมองลงไปผ่านถนนหน้าสวนสาธารณะที่เดินมา

การเที่ยวในสวนสาธารณะก็จบลงเท่านี้ ขอตัดจบตอน ตอนหน้าจะเป็นเรื่องการเที่ยวพิพิธภัณฑ์และเดินทางกลับ