# อาทิตย์ 5 เม.ษ. 2026ต่อจากตอนที่แล้วที่มาถึงสถานีคุซึอุ แวะกินราเมง แล้วก็เที่ยวสวนสาธารณะคาตายามะเสร็จ
https://phyblas.hinaboshi.com/20260406เป้าหมายต่อไปก็คือ
พิพิธภัณฑ์ฟอสซิลคุซึอุ (
葛生化石館) ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เก็บฟอสซิลที่ขุดพบในพื้นที่แถบนี้ ตัวพิพิธภัณฑ์ไม่ได้ใหญ่มาก แต่ก็ไม่ได้เล็ก และเข้าชมได้ฟรี สำหรับพิพิธภัณฑ์ที่เข้าชมได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายแล้วถือว่าใหญ่และคุ้มมากทีเดียว
และนอกจากนั้นที่อยู่ใกล้ๆกันนั้นยังมี
หอศิลป์ที่ระลึกโยชิซาวะเมืองซาโนะ (
佐野市立吉澤記念美術館) เป็นหอศิลที่จัดแสดงผลงานศิลปะที่สะสมโดยโดยตระกูลโยชิซาวะและบริจาคให้ทางเมือง
และข้างๆนั้นยังมี
หอสืบสานวัฒนธรรมคุซึอุ(
葛生伝承館) ที่จัดแสดงพวกของพื้นบ้านของที่นี่ด้วย
ทั้ง ๓ แห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้ๆกันจึงสามารถแวะชมรวดเดียวทั้งหมดได้
หลังจากเดินลงบันไดสวนสาธารณะคาตายามะ เดินกลับตามทางเดินย้อนลงมาแล้วเปลี่ยนไปทางตะวันออก

ระหว่างทางบรรยากาศบ้านเรือนดูแล้วสวยน่าอยู่ทีเดียว แม้ว่าจะมีโรงงานที่พ่นควันอยู่เป็นฉากหลังและมีกลิ่นไหม้ก็ตาม











แล้วก็มาถึงหอศิลป์ที่ระลึกโยชิซาวะเมืองซาโนะ


ภายในมีส่วนจัดแสดงซึ่งต้องจ่ายค่าเข้าชมและส่วนที่เข้าชมฟรีอยู่ เราลองเข้าไปชมแค่ส่วนที่เปิดให้เข้าฟรี

ส่วนที่เปิดเข้าชมฟรีเป็นแค่ห้องเล็กๆมีแค่นี้



ดูแค่แป๊บเดียวก็เสร็จ ก็เดินออกมา ชมพิพิธภัณฑ์ฟอสซิลคุซึอุที่อยู่ข้างๆ


เข้ามาด้านใน ห้องจัดแสดงหลักอยู่ทางซ้าย

แผนที่สถานที่ที่เกี่ยวข้องในบริเวณนี้

ภายในมีจัดแสดงพวกซากฟอสซิลและกระดูกมากมาย แต่เราไม่ได้มีเวลาตั้งใจดูมากเพราะห่วงเรื่องเวลารถไฟ เลยแค่ดูผ่านๆแล้วก็ถ่ายรูปเก็บไว้









ชมห้องหลักทางซ้ายเสร็จก็มาลองดูห้องทางด้านขวา

ในนี้จัดแสดงพวกสิ่งมีชีวิตตามธรรมชาติของที่นี่



ชมภายในพิพิธภัณฑ์เสร็จเท่านี้ ดูแล้วมีอะไรมากและทำออกมาได้ดีจนไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นสถานที่ที่เปิดให้เข้าชมฟรี ต่อให้ต้องเสียตังค์ก็ยังน่าแนะนำให้เข้าชมเลย
บริเวณสวนรอบพิพิธภัณฑ์ก็สวย มีดอกซากุระบานด้วย

ตรงนี้มีตู้รถไฟเก่าที่เคยใช้ขนส่งของให้กับทางเหมืองหินปูน วิ่งด้วยน้ำมันเบนซิน



ส่วนข้างๆนั้นคือหอสืบสานวัฒนธรรมคุซึอุ



กำแพงอาคารวาดภาพประดับสวยงามมาก แล้วก็มีปลาโค่ยแขวนอยู่สวยดี


เดินมาทางด้านหน้าอาคาร ทางเข้าอยู่ตรงนี้

ภายในเป็นห้องโถงห้องเดียว ภายในจัดแสดงของต่างๆทางวัฒนธรรมของที่นี่


ชมเสร็จก็ได้เวลาเดินกลับไปยังสถานีรถไฟ




ระหว่างทางยังเหลือเวลานิดหน่อยจึงแวะเดินผ่านวัด
อันโยวอิง (
安養院) ซึ่งอยู่ข้างๆสถานี


แล้วก็มาถึงสถานี


เข้ามานั่งรถไฟสายซาโนะกลับ รถไฟที่ขึ้นนี้เป็นรอบ 14:08

ขากลับนั้นกลับโดยมาเปลี่ยนรถที่สถานีซาโนะ ไม่ได้ไปถึงสถานีทาเตบายาชิเหมือนตอนขามา


รถไฟมาถึงสถานีซาโนะเวลา 14:25 แต่ระไฟที่จะกลับไปยังโอยามะนั้นรอบต่อไปคือรอบ 14:57 ทำให้ต้องรอสักพัก ระหว่างรอเปลี่ยนรถก็มาเดินเล่นแถวสถานีซาโนะสักหน่อย ครั้งที่แล้วก็เคยมาเดินแล้ว แต่ก็ยังไม่ทั่วเพราะมีเวลาน้อย

ภายในอาคารส่วนนี้ทำเป็นศูนย์แนะนำการท่องเที่ยว

มีแผนที่แนะนำร้านซาโนะราเมงภายในเมืองด้วย เต็มไปหมด สมกับที่เป็นเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องราเมง ไปทางไหนก็เจอร้านราเมง

มีการจัดแสดงแบบจำลองชามราเมงของพวกร้านดังด้วย

ราเมงของร้านไหนก็ดูคล้ายๆกัน แต่ที่ดูโดดเด่นเป็นพิเศษคือของร้าน
ทาชิจิ (
太七) เต็มไปด้วยผัก เห็นแล้วดูน่ากินมาก ทำให้คิดว่าไว้สักวันอาจหาโอกาสแวะมาเมืองซาโนะอีกเพื่อมากินร้านนี้

มีร้านขายของฝากซึ่งขายราเมงของร้านดังด้วย มีของร้านเมนยะโยวสึเกะที่เราไปกินมาด้วย

ตรงนี้เป็นพวกขนมของเมืองซาโนะ รวมถึงของจังหวัดโทจิงิโดยรวม

อันนี้น่ารักดี

ออกมาเดินดูตรงลานกว้างหน้าสถานี มีจัดกิจกรรมร้องเพลง

มีแผงลอยขายอาหารด้วย


ตรงนี้ยังเจอฝาท่อที่มีรูปซาโนะมารุน่ารักอีกอัน

ลองมาดูที่ฝั่งเหนือของสถานีมี
สวนสาธารณะชิโรยามะ (
城山公園) ซึ่งครั้งก่อนก็เคยมาเดินแล้ว เล่าไว้ใน
https://phyblas.hinaboshi.com/20260401
แต่ครั้งนี้ซากุระดูจะบานเต็มที่กว่า ทำให้สวยกว่าตอนนั้นอีก แต่ก็ไม่ได้มีเวลาพอที่จะไปเดินด้านในลึกแล้ว
จากนั้นก็ใกล้เวลารถไฟออก ก็เดินเข้ามาในชานชลา ระหว่างรอรถไฟมองไปทางสวนสาธารณะชิโรยามะก็เห็นทิวทัศน์สวยดี

มองไปทางใต้ก็เห็นลานกว้างที่จัดกิจกรรมร้องเพลงอยู่

จากนั้นรถไฟก็มา ได้เวลาขึ้นรถไฟกลับ ระหว่างอยู่บนรถไฟก็เปิด
อิจิโงะทาร์ต (いちごタルト) ราคา ๘๐๐ เยน ที่ซื้อในร้านของฝากเมื่อครู่ ดูแล้วน่ากินและปกเป็นรูปซาโนะมารุน่ารักก็เลยตัดสินใจเลือกซื้ออันนี้ เอาไว้เป็นของฝาก

ก็จบการเที่ยวในวันนี้ลง ได้ทั้งชมซากุระและพิพิธภัณฑ์ ถือว่าเป็นการเดินทางที่คุ้มมากทีเดียว