อีกประเด็นหนึ่งที่น่านำมาเปรียบเทียบด้วยก็คือ เลขลาว เพราะภาษาลาวอยู่ในตระกูลไท-กะไดเดียวกับภาษาไทยโดยตรง และอักษรลาวก็สืบสายมาจากอักษรไทยสมัยสุโขทัยเช่นเดียวกับที่เลขไทยสืบมาจากเลขเขมรโบราณ กล่าวคือลาวมีความใกล้ชิดทางภาษาและอักษรกับไทยมากกว่าเขมรอย่างชัดเจน แต่เมื่อพิจารณารูปตัวเลขกลับพบว่าเลขลาวหลายตัวมีรูปร่างต่างจากเลขไทยมากกว่าเลขเขมร ดังตารางด้านล่าง
| เลขไทย |
๐ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ |
| เลขลาว |
໐ ໑ ໒ ໓ ໔ ໕ ໖ ໗ ໘ ໙ |
สังเกตได้ว่าเลขลาว 3, 6 และ 7 มีโครงสร้างเส้นที่ต่างจากเลขไทยค่อนข้างชัด ในขณะที่เลขเขมรตำแหน่งเดียวกันยังคงมีโครงสร้างใกล้เคียงเลขไทยมากกว่า ทั้งที่เขมรเป็นคนละตระกูลภาษาและแยกสายอักษรกันมานานกว่า จึงน่าตั้งคำถามว่า "ทำไมความใกล้ชิดทางภาษาและอักษรจึงไม่ได้ทำให้ตัวเลขใกล้เคียงกันมากกว่า" ซึ่งส่วนหนึ่งของคำตอบอาจอยู่ที่ประวัติการทำให้ตัวเลขแต่ละฝ่ายเป็นมาตรฐานผ่านการพิมพ์และการปฏิรูปภาษาในเวลาต่อมา
ที่จริงแล้วรูปเลขไทยและเลขเขมรปัจจุบันไม่ใช่ผลผลิตที่สืบทอดจากลายมือต่อเนื่องมาตลอดเสียทีเดียว แต่ได้ผ่านการทำให้เป็นมาตรฐานเดียวผ่านเทคโนโลยีการพิมพ์ในช่วงเวลาใกล้เคียงกันของคริสต์ศตวรรษที่ 19 กล่าวคือในกรณีภาษาไทยนั้น หมอบรัดเลย์ (Dan Beach Bradley) มิชชันนารีนิกายแบปทิสต์ชาวอเมริกัน นำแท่นพิมพ์และตัวพิมพ์อักษรไทยเข้ามาในสยามครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2378 (ค.ศ. 1835) และตัวพิมพ์แบบตั้งตรงของท่านปรากฏครั้งแรกในหนังสือพิมพ์ Bangkok Recorder เมื่อ พ.ศ. 2387 (ค.ศ. 1844) กระบวนการพิมพ์นี้เองมีส่วนสำคัญในการทำให้อักษรไทยเป็นมาตรฐานเดียวกันและนิ่งขึ้น ตามที่บทความประวัติศาสตร์การพิมพ์อักษรไทยของสถาบันออกแบบตัวพิมพ์ Typotheque ระบุไว้
ส่วนการปฏิรูปตัวพิมพ์เขมรเกิดขึ้นหลังจากนั้นไปครึ่งศตวรรษ กล่าวคือใน พ.ศ. 2430 (ค.ศ. 1887) รูปอักษรเขมรก็ถูกทำให้เป็นมาตรฐานเดียวอย่างเป็นทางการครั้งแรกเช่นกัน โดยวิทยานิพนธ์ปริญญาโทของแซคารี เชอเริน (Zachary Scheuren) มหาวิทยาลัยรีดดิง ระบุว่ารูปพยัญชนะต้นแบบตัวพิมพ์นี้อ้างอิงจากอักษรเชรียง (អក្សរជ្រៀង) ซึ่งเป็นลายมือเขมรเองอยู่ก่อนแล้ว ไม่ใช่การออกแบบใหม่ แม้ว่าจะไม่พบข้อมูลที่ระบุว่าการปฏิรูปนี้รวมถึงตัวเลขด้วยหรือไม่
ส่วนโรงพิมพ์ลาวสมัยใหม่แห่งแรกที่แน่ชัด คือ Imprimerie du Gouvernement du Laos ของรัฐบาลอาณานิคมฝรั่งเศส เพิ่งก่อตั้งขึ้นที่เวียงจันทน์ในช่วงทศวรรษ 1910 ตามข้อมูลของ BiblioAsia หอสมุดแห่งชาติสิงคโปร์ ซึ่งช้ากว่าไทยเกือบ 80 ปีและช้ากว่าเขมรราว 20-30 ปี ยิ่งไปกว่านั้น อักขรวิธีลาวยังผ่านการปฏิรูปโครงสร้างระบบการเขียนซ้ำอีกหลายครั้งในเวลาต่อมา ทั้งทศวรรษ 1930 (โดยมหาสีลา วีระวงส์) ทศวรรษ 1960 และครั้งใหญ่ที่สุดใน พ.ศ. 2518 (ค.ศ. 1975) หลังขบวนการปะเทดลาวเข้ายึดอำนาจ ซึ่งตัดพยัญชนะและระบบสระที่ใช้เขียนคำยืมบาลี-สันสกฤตออกจากระบบไปเลย โดยมีเป้าหมายส่วนหนึ่งเพื่อยืนยันเอกลักษณ์ภาษาลาวให้แยกออกจากภาษาไทยอย่างชัดเจนภายใต้รัฐบาลสังคมนิยมชุดใหม่ แม้จะยังไม่พบเอกสารที่ยืนยันโดยตรงว่าการปฏิรูปหลายครั้งที่เกิดขึ้นนี้ได้แตะต้องรูปตัวเลขลาวด้วยตอนไหนหรือไม่ แต่เนื่องจากมีการปฏิรูปโครงสร้างระบบการเขียนทั้งระบบ สร้างความเปลี่ยนแปลงมากกว่ากรณีของไทยหรือเขมร จึงมีโอกาสมากกว่าที่จะกระทบถึงรูปตัวเลขไปมากกว่า