φυβλαςのβλογ
บล็อกของ phyblas



เขียนอักษรเขมรโบราณยุคต่างๆ ด้วยฟอนต์ชุด Angkor1-5 โดยวง สุธารา
เขียนเมื่อ 2026/09/21 19:03
อักษรเขมรมีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงตามยุคมาต้งแต่สมัยโบราณ นักประวัติศาสตร์ได้ทำการศึกษาและสรุปรูปแบบอักษรในแต่ละยุคและได้มีการทำฟอนต์เพื่อใช้แสดงอักษรเขมรโบราณภายในคอมพิวเตอร์ บทความนี้จะพาไปรู้จักฟอนต์ชุด Angkor ของวง สุธาราพร้อมทำตารางเทียบพยัญชนะ ตัวเชิง สระ ตัวเลข และเครื่องหมายต่างๆ ในฟอนต์ทั้ง 5 ยุค เทียบกับอักษรปัจจุบัน ให้เห็นพัฒนาการของตัวอักษรอย่างชัดเจน
1. ที่มาของฟอนต์และผู้ออกแบบ
อักษรเขมรโบราณนั้นแม้จะคล้ายคลึงกับอักษรเขมรปัจจุบัน แต่ก็มีความแตกต่างไปมาก และไม่ได้มีการบรรจุอักษรเขมรโบราณอยู่ในยูนิโค้ด ทำให้การพิมพ์อักษรนี้ต้องใช้วิธีการพิเศษ ซึ่งก็ได้มีผู้คิดฟอนต์ต่างๆขึ้นมา
ฟอนต์ที่จะแนะนำถึงนี้สร้างโดย วง สุธารา (វង់ សុធារ៉ា) นักประวัติศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญด้านจารึกเขมร ปัจจุบันดำรงตำแหน่งหัวหน้าภาควิชาประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยภูมินทร์พนมเปญ เกิดที่จังหวัดกำปงจาม จบปริญญาตรีสาขาประวัติศาสตร์เมื่อ พ.ศ. 2539 (ค.ศ. 1996) ก่อนจะไปศึกษาต่อระดับปริญญาโทและจบปริญญาเอกด้านประวัติศาสตร์และจารึกวิทยาจากมหาวิทยาลัยโซเฟีย ประเทศญี่ปุ่น เมื่อ พ.ศ. 2560 (ค.ศ. 2017)
งานหลักของวง สุธาราคือการปริวรรตและตีความจารึกเขมรยุคก่อนพระนคร โดยได้จัดทำระบบทะเบียนจารึกของตนเองขึ้นใช้ (กำกับด้วยอักษร Ka.) สำหรับจารึกที่ยังไม่เคยขึ้นทะเบียนมาก่อน ผลงานที่มีชื่อเสียงชิ้นหนึ่งคือการตรวจอ่านศิลาจารึกเมลบ (សិលាចារឹកមេលប់, Ka. 64) ซึ่งมีคำว่า "เขมร" ปรากฏอยู่ (อย่างไรก็ตามศิลาจารึกนี้เก่าแก่ถึงช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 6–7 ยังใช้อักษรปัลลวะก่อนที่จะพัฒนามาเป็นอักษรเขมรเฉพาะ และไม่ได้อยู่ในขอบเขตของฟอนต์ชุดนี้)
นอกจากงานด้านจารึกวิทยาแล้ว วง สุธาราเป็นหนึ่งในผู้ออกแบบฟอนต์คอมพิวเตอร์ชุด Angkor ซึ่งพัฒนาขึ้นในโครงการของ NUNV/UNDP ที่กรุงพนมเปญเมื่อ พ.ศ. 2541 (ค.ศ. 1998) และเผยแพร่ครั้งแรกในวันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2542 (ค.ศ. 1999) แบ่งออกเป็น 5 ฟอนต์ตามยุคสมัยที่จำลอง ดังนี้ (คลิกที่ชื่อฟอนต์เพื่อไปยังหน้าแสดงรายละเอียดและตัวอย่างฟอนต์นั้น)
ชื่อฟอนต์ ยุคที่จำลอง (ค.ศ.) คำอธิบาย
Angkor1ศตวรรษที่ 9-10อักษรช่วงต้นยุคพระนคร
Angkor2ศตวรรษที่ 10-11อักษรช่วงกลางยุคพระนคร
Angkor3ศตวรรษที่ 12-14อักษรเหลี่ยมช่วงปลายยุคพระนคร
Angkor4ศตวรรษที่ 10-14อักษรหวัดช่วงกลางถึงปลายยุคพระนคร
Angkor5ศตวรรษที่ 15-19อักษรยุคเขมรกลางหลังพระนคร
เนื่องจากแต่ละฟอนต์แทนอักษรเขมรในยุคต่างๆ การเปรียบเทียบอักษรแต่ละฟอนต์และเทียบกับอักษรเขมรปัจจุบันจึงทำให้เราเห็นถึงวิวัฒนาการของอักษรเขมรในแต่ละยุคได้
2. วิวัฒนาการอักษรเขมรในแต่ละยุคที่ฟอนต์จำลอง
ฟอนต์ทั้ง 5 ตัวจำลองรูปอักษรตั้งแต่ต้นยุคพระนครจนถึงยุคเขมรกลาง ครอบคลุมช่วงเวลากว่า 900 ปี หัวข้อนี้สรุปภูมิหลังทางประวัติศาสตร์ของแต่ละช่วง
Angkor1 — คริสต์ศตวรรษที่ 9-10 (ช่วงต้นยุคพระนคร)
เมื่อพระเจ้าชัยวรมันที่ 2 สถาปนาอาณาจักรพระนครขึ้นราว ค.ศ. 802 การจารึกก็เพิ่มขึ้นทั้งปริมาณและพื้นที่กระจายตัว รูปอักษรเริ่มคลี่คลายห่างจากต้นแบบอินเดียใต้ทีละน้อยจนเกิดเอกลักษณ์เฉพาะของภูมิภาคเขมรเอง จารึกที่สำคัญของช่วงนี้ เช่น จารึกที่ปราสาทอุ้มเมือง (K.362, ค.ศ. 889) ซึ่งปรากฏคำเรียกอักษรของตนเองว่า "กมฺวุชากสร" (កម្វុជាក្ឞរ) แปลว่า "อักษรกัมพูชา" เป็นครั้งแรกในจารึก สะท้อนว่าชาวเขมรเริ่มมองว่าอักษรที่ใช้เป็นของตนเองแยกจากอักษรอินเดียแล้ว
นอกจากนี้ก็มีจารึกอื่นๆที่โดดเด่น ได้แก่ จารึกที่ปราสาทพระโค (ប្រាសាទព្រះគោ, K.713, ค.ศ. 880) จารึกที่ปราสาทบากง (ប្រាសាទបាកង, K.826, ค.ศ. 881-882) จารึกที่ปราสาทโลเลย (ប្រាសាទលលៃ, K.323/K.324, ค.ศ. 893) จารึกที่ปราสาทกระวาน (ប្រាសាទក្រវាន់, K.271, ค.ศ. 921) จารึกที่ปราสาทปักษีจำกรุง (ប្រាសាទបក្សីចាំក្រុង, K.286, ค.ศ. 947)
จารึกปราสาทอุ้มเมือง K.362
จารึกปราสาทอุ้มเมือง (K.362) หน้า B — ตัดจาก Corpus des inscriptions du Cambodge, Tome II หน้า 12
คำว่า កម្វុជាក្ឞរ ในจารึกปราสาทอุ้มเมือง
ภาพตัดเฉพาะคำ កម្វុជាក្ឞរ บรรทัดล่างสุดของจารึกนี้
kmVúCak¼r
คำเดียวกันพิมพ์ด้วยฟอนต์ Angkor1
Angkor2 — คริสต์ศตวรรษที่ 10-11 (ช่วงกลางยุคพระนคร)
ช่วงเวลาต่อเนื่องจาก Angkor1 คาบเกี่ยวรัชสมัยหลังพระเจ้ายโศวรมันที่ 1 รูปอักษรยังคงพัฒนาความสม่ำเสมอของเส้นและระยะห่างต่อไป สะท้อนระบบแบบแผนการเขียนที่ลงตัวมากขึ้นเรื่อยๆในฐานะอักษรกัมพูชาของตนเอง อักษรชุดนี้สร้างโดยอิงจากศิลาจารึกบนกรอบประตูโคปุระทิศตะวันออกปราสาทพิมานอากาศ (ប្រាសាទភិមានអាកាស, K.292, ค.ศ. 1011) ในนครธม จารึกอื่นที่คล้ายกันเช่นศิลาจารึกทวลปราสาท (ទួលប្រាសាទ, K.158, ค.ศ. 1003) รูปร่างอักษรดูมีความเป็นเหลี่ยมขึ้นมากกว่า Angkor1
kmVúCak¼r
កម្វុជាក្ឞរ พิมพ์ด้วยฟอนต์ Angkor2
Angkor3 — คริสต์ศตวรรษที่ 12-14 (อักษรเหลี่ยมช่วงปลายยุคพระนคร)
ช่วงปลายอาณาจักรพระนคร ตัวอักษรดูมีความเป็นเหลี่ยมแข็งทื่อ เส้นโค้งน้อยลงยิ่งกว่า Angkor2 ดูเป็นก้อนสี่เหลี่ยม จารึกที่สำคัญในช่วงนี้ได้แก่ จารึกที่ปราสาทบันทายฉมาร์ (ប្រាសាទបន្ទាយឆ្មារ, K.227, ปลายศตวรรษที่ 12) จารึกที่ปราสาทบันทายสรี (ប្រាសាទបន្ទាយស្រី, K.569, ค.ศ. 1304)
kmVúCak¼r
កម្វុជាក្ឞរ พิมพ์ด้วยฟอนต์ Angkor3
Angkor4 — คริสต์ศตวรรษที่ 10-14 (อักษรหวัดช่วงกลางถึงปลายยุคพระนคร)
ฟอนต์นี้ครอบคลุมช่วงเวลากว้างที่คาบเกี่ยว Angkor2 และ Angkor3 ทั้งหมด โดยมีลักษณะของ Angkor2 และ Angkor3 ปนกันอยู่และเมื่อเทียบกันแล้วมีความโค้งมน ขีดเรียบง่ายตัดความซับซ้อนลงกว่า จึงน่าจะเป็นตัวแทนของอักษรแบบหวัดที่ใช้ในบางจารึกในช่วงยุคนี้ ตัวอย่างจารึกที่มีลักษณะเป็นตัวหวัดใกล้เคียงฟอนต์นี้ได้แก่ จารึกที่ปราสาทสด๊กก๊อกธม (ប្រាសាទស្តុកកក់ធំ, K.235, ค.ศ. 1052) ที่จังหวัดสระแก้ว และจารึกที่ปราสาทบายน (ប្រាសាទបាយ័ន, K.470) สร้างในปี ค.ศ. 1327 ซึ่งเป็นจารึกสุดท้ายของยุคพระนครที่มีลงวันที่ชัดเจน
kmVúCak¼r
កម្វុជាក្ឞរ พิมพ์ด้วยฟอนต์ Angkor4
Angkor5 — คริสต์ศตวรรษที่ 15-19 (ช่วงสมัยเขมรกลาง)
หลังอาณาจักรพระนครเสื่อมอำนาจลง การจารึกบนแผ่นหินโดยราชสำนักลดจำนวนลงมาก นักภาษาศาสตร์เรียกภาษาเขมรช่วงนี้ว่าเขมรกลาง จารึกเก่าแก่ที่สุดของยุคนี้คาดกันว่าเป็นจารึกบนภาพสลักนูนต่ำยุคหลังแห่งนครวัด (K.296, ค.ศ. 1546) จารึกเด่นของยุคนี้คือ จารึกใหญ่แห่งนครวัด (K.301, ค.ศ. 1701) ที่ผนังระเบียงนครวัด และยังมีจารึกอีกหลายแห่งในยุคนั้นที่พบที่นครวัด เรียกรวมๆว่า จารึกสมัยใหม่แห่งนครวัด รวมถึงจารึกที่อื่นเช่น จารึกที่ปราสาทพนมบาแคง (ប្រាសាទភ្នំបាខែង, K.285/K.465, ค.ศ. 1583) จารึกวัดรมโลก (វត្តរំលក, K.27, ค.ศ. 1587) ที่กล่าวถึงพระนเรศวรมหาราชตีเมืองละแวก ทั้งหมดนี้เขียนด้วยอักษรที่ต่างไปจากอักษรเขมรยุคพระนครอย่างเห็นได้ชัด โดยมีลักษณะใกล้เคียงอักษรเขมรปัจจุบันขึ้นมาอีก เป็นรากฐานของอักษรเขมรปัจจุบัน
kmVú@k¼r
កម្វុជាក្ឞរ พิมพ์ด้วยฟอนต์ Angkor5
3. วิธีพิมพ์อักษรด้วยฟอนต์ชุดนี้
ฟอนต์ชุด Angkor ทำขึ้นก่อนที่มาตรฐานยูนิโค้ดจะกำหนดตำแหน่งรหัสสำหรับอักษรเขมรโดยเฉพาะ (ยูนิโค้ดเพิ่มบล็อกอักษรเขมรในเวอร์ชัน 3.0 เมื่อ ค.ศ. 1999) ฟอนต์จึงใช้วิธีที่เรียกกันทั่วไปว่า "ฟอนต์เข้ารหัสแบบเก่า" (legacy encoding) คือนำรูปอักษรเขมรไปแทนที่รูปอักษรละตินตรงตำแหน่งรหัสเดิม ผลคือเมื่อพิมพ์เป็นอักษรหรือเครื่องหมายที่ใช้ในแป้นพิมพ์ภาษายุโรป หน้าจอจะแสดงเป็นรูปอักษรเขมรแทนโดยอัตโนมัติ
การหาว่ารูปเดิมตัวไหนตรงกับอักษรเขมรตัวใดทำได้ผ่านเครื่องมือ "Convert Legacy ↔ Unicode" ของเว็บไซต์ khmerfonts.info ซึ่งเปิดใช้งานผ่านเบราว์เซอร์ได้ปกติ และได้ทดสอบยืนยันแล้วว่าฟอนต์ Angkor ทั้ง 5 ตัวส่วนใหญ่แล้วใช้ชุดรูปเดิมเดียวกัน แม้จะมีต่างกันบางส่วน ตารางทั้งหมดในบทความนี้ได้จากการทดสอบจริงผ่านตัวแปลงนี้ อย่างไรก็ตาม ตัวแปลงนี้มีข้อผิดพลาดอยู่หลายตัว จึงต้องมาตรวจทานโดยเทียบอักษรกับในจารึกแล้วแก้เอาเองอีกที
ปัญหายุ่งยากอย่างหนึ่งคือ ฟอนต์ชุดนี้มีการใช้อักขระควบคุมอยู่ 8 ตัวซึ่งอยู่ในรหัส U+0080-U+009D ซึ่งทั้งพิมพ์จากคีย์บอร์ดตรงๆไม่ได้และเบราเซอร์ก็ไม่รองรับให้ใช้แสดงผลด้วย ดังนั้นเพื่อการแสดงผลภายในเว็บนี้ได้จึงได้เอาฟอนต์มาแก้เล็กน้อย โดยเพิ่มรหัสสำรองในพื้นที่ใช้งานส่วนตัว ให้ชี้ไปยังรูปอักขระเดียวกัน แต่รูปเดิมที่ต้องใช้จริงกับไฟล์ฟอนต์ต้นฉบับยังคงเป็นรหัส U+0080-U+009D ตามที่ระบุไว้เท่านั้น
ตารางนี้แสดงรหัสอักขระทั้งหมด 223 ตำแหน่งที่พบในไฟล์ฟอนต์ตระกูล Angkor อย่างน้อยหนึ่งตัว เรียงตามลำดับรหัสยูนิโค้ดของรูปเดิม (คอลัมน์แรก) เพื่อให้เห็นว่ารูปเดิมตัวไหนให้ผลอะไรตรงตัว ถ้าคอลัมน์ "รูปเดิม" ว่างเปล่านั่นหมายถึงเป็นอักขระควบคุมที่พิมพ์จากคีย์บอร์ดตรงๆไม่ได้ (ดูรหัสยูนิโค้ดในคอลัมน์แรกแทน) คอลัมน์ขวาสุดคืออักษรเขมรปัจจุบันที่เทียบเท่าที่ยืนยันความหมายได้ แต่มีอักษรที่ไม่แน่ใจว่าเอาไว้ใช้ทำอะไรอยู่หลายตัว ตัวที่ไม่แน่ใจหรือไม่มีการใช้ในอักษรเขมรปัจจุบันจะยังปล่อยว่างไว้
สามารถคลิกที่คอลัมน์ "รูปเดิม" เพื่อคัดลอกอักขระจริงตามรหัสยูนิโค้ดของแถวนั้นเข้าคลิปบอร์ด แม้แถวที่คอลัมน์นี้ว่างเปล่าก็คลิกได้เช่นกัน โดยจะคัดลอกเป็นอักขระควบคุมจริงตามรหัส ไม่ใช่รูปแทนที่ใช้แสดงผลในตาราง
ตารางรหัสทั้งหมดของฟอนต์ Angkor1-5 เรียงตามยูนิโค้ด
ยูนิโค้ดรูปเดิมAngkor1Angkor2Angkor3Angkor4Angkor5เทียบอักษร
U+0021!!!!!!
U+0022"""""ហា
U+0023######
U+0024$$$$$$
U+0025%%%%%%
U+0026&&&&&&្ញ
U+0027'''''បា
U+0028((((((
U+0029))))))
U+002A******
U+002B++++++
U+002C,,,,,,្ប
U+002D------្ម
U+002E......
U+002F//////្ញ / ្ថ
U+0030000000
U+0031111111
U+0032222222
U+0033333333
U+0034444444
U+0035555555
U+0036666666
U+0037777777
U+0038888888
U+0039999999
U+003A::::::
U+003B;;;;;;
U+003C<<<<<<
U+003D======
U+003E>>>>>>
U+003F??????្ព
U+0040@@@@@@ជា
U+0041AAAAAA
U+0042BBBBBB
U+0043CCCCCC
U+0044DDDDDD
U+0045EEEEEEេ / ៌ / ែ
U+0046FFFFFF
U+0047GGGGGG
U+0048HHHHHH្ហ
U+0049IIIIII
U+004AJJJJJJ
U+004BKKKKKK
U+004CLLLLLL
U+004DMMMMMM
U+004ENNNNNN
U+004FOOOOOOៃ / ឬ
U+0050PPPPPP
U+0051QQQQQQ
U+0052RRRRRR្រ
U+0053SSSSSS្ស
U+0054TTTTTT
U+0055UUUUUU
U+0056VVVVVV្វ
U+0057WWWWWW
U+0058XXXXXX
U+0059YYYYYYុ / ្ឯ
U+005AZZZZZZ
U+005B[[[[[[
U+005C\\\\\\
U+005D]]]]]]
U+005E^^^^^^
U+005F______្រ
U+0060``````្រ
U+0061aaaaaa
U+0062bbbbbb
U+0063cccccc
U+0064dddddd
U+0065eeeeee
U+0066ffffff
U+0067gggggg
U+0068hhhhhh
U+0069iiiiii
U+006Ajjjjjj
U+006Bkkkkkk
U+006Cllllll
U+006Dmmmmmm
U+006Ennnnnn
U+006Foooooo
U+0070pppppp
U+0071qqqqqq
U+0072rrrrrr
U+0073ssssss
U+0074tttttt
U+0075uuuuuu
U+0076vvvvvv
U+0077wwwwww
U+0078xxxxxx
U+0079yyyyyy
U+007Azzzzzz
U+007B{{{{{{
U+007C||||||្ឥ
U+007D}}}}}}
U+007E~~~~~~្ទ្រ
U+0080ដា / ក
U+0081៙ / គ
U+008Dផ / ្ស / ស
U+008Eភ / ឝ
U+008Fម / ឞ
U+0090យ / ត / អ
U+009Dម / ្ឌ
U+009E
U+00A0  
U+00A1¡¡¡¡¡¡ហិ
U+00A2¢¢¢¢¢¢្ជ
U+00A3££££££្ឧ
U+00A4¤¤¤¤¤¤្រ
U+00A5¥¥¥¥¥¥្ម
U+00A6¦¦¦¦¦¦្ឫ
U+00A7§§§§§§្ធ
U+00A8¨¨¨¨¨ស្រេ
U+00A9©©©©©©្ច
U+00AAªªªªª
U+00AB««««««
U+00AC¬¬¬¬¬¬្ឫ
U+00AD­­­­
U+00AE®®®®®®
U+00AF¯¯¯¯្ញ
U+00B0°°°°°°្អ
U+00B1±±±±±
U+00B2²²²²²²្រ / ហី
U+00B3³³³³³³្ទ្រ
U+00B4´´´´´ផា
U+00B5µµµµµµ្ម
U+00B6្ង
U+00B7·····្ត
U+00B8¸¸¸¸¸ហា / ្រ
U+00B9¹¹¹¹¹¹្ន
U+00BAººººº្ឋ
U+00BB»»»»»»
U+00BC¼¼¼¼¼¼្ឞ
U+00BD½½½½½½្ត្រ / ្ឞ / ឲ
U+00BE¾¾¾¾¾¾រុ
U+00BF¿¿¿¿¿¿្រ
U+00C0ÀÀÀÀ
U+00C1ÁÁÁÁÁÁ្គ
U+00C2ÂÂÂÂ្រ
U+00C3ÃÃÃី / ញ
U+00C4ÄÄÄÄÄÄ្ឈ
U+00C5ÅÅÅÅÅÅា / ី
U+00C6ÆÆÆÆÆÆ្ឝ
U+00C7ÇÇÇÇÇÇ្ឃ
U+00C8ÈÈÈÈÈ
U+00C9ÉÉÉÉÉ្ស
U+00CAÊÊÊÊÊ្ឫ
U+00CBËËËËË្ន
U+00CCÌÌÌÌÌ្ឃ
U+00CDÍÍÍÍÍÍ
U+00CEÎÎÎÎÎបា
U+00CFÏÏÏÏÏហា
U+00D0ÐÐÐÐÐÐ្ទ / ា
U+00D1ÑÑÑÑÑÑ្ណ
U+00D2ÒÒÒ
U+00D3ÓÓÓÓÓÓ្ប / ឮ
U+00D4ÔÔÔÔÔឞ / ្ញ
U+00D5ÕÕÕÕ្យ
U+00D6ÖÖÖÖÖÖ្ភ
U+00D7××××××
U+00D8ØØØØØØ្វ
U+00D9ÙÙÙÙÙ
U+00DAÚÚÚÚÚÚ
U+00DBÛÛÛÛÛ្រ / ូ
U+00DCÜÜÜÜÜÜ្យ
U+00DDÝÝÝÝ
U+00DEÞÞÞÞÞÞ្ទ
U+00DFßßßßßß
U+00E0ààààà
U+00E1áááááá្ក
U+00E2ââââ្ក
U+00E3ãããã្គ
U+00E4ääääää្ឆ
U+00E5åååååå
U+00E6ææææææ្ឋ
U+00E7çççççç្ខ
U+00E8èèèèី / ឞ
U+00E9éééééé
U+00EAêêêê
U+00EBëëëë
U+00ECììììិ / ី
U+00EDíííííí
U+00EEîîî
U+00EFïïï
U+00F0ððððð
U+00F1ññññññ្ន
U+00F2òòò
U+00F3óóóóóរា
U+00F4ôôôôô
U+00F5õõõõõõ
U+00F6öööööö្ផ
U+00F7÷÷÷÷÷÷្ឭ
U+00F8øøøøøø្ល
U+00F9ùùùù្ល
U+00FAúúúúúú
U+00FBûûûៃ / ៅ
U+00FCüüüüüü្យ
U+00FDýýýýý
U+00FEþþþþþþ្ត
U+00FFÿÿÿ
U+0152ŒŒŒŒŒ្យ
U+0153œœœœៃ / ភ / ឌ
U+0160ŠŠŠŠធ / ឆ
U+0161ššššឝ / ប
U+0178ŸŸŸ
U+0192ƒƒƒƒƒƒគ / ្ឫ / ្ច / ្ឆ
U+02C6ˆˆˆˆថ / ភ
U+02DC˜˜˜˜ូ / ផ
U+2013
U+2014
U+2018
U+2019
U+201Aក / ច
U+201C្រ / ្ថ
U+201D្រ
U+201E្ច / ្ណ / ត
U+2020ក / ធ
U+2021គ / ប
U+2022្ក្ឫ / ្ឫ
U+2026ឆ / ្រ / ថ
U+2030ច / ម
U+2039ន / ្យ
U+203Aហ / ផ / ្ច
U+2122ស / ន / ៉
U+2219្ត
4. ตารางเทียบพยัญชนะรูปปกติ
พยัญชนะเขมร 35 ตัวเรียงตามลำดับอักษรพร้อมเทียบอักษรไทย
คริสต์ศตวรรษที่ไทย
9-1010-1112-1410-1415-1919-ปัจจุบัน
Angkor1Angkor2Angkor3Angkor4Angkor5มูลฌร
kkkkk
xxxxx
KKKKK
XXXXX
ggggg
ccccc
qqqqq
CCCCC
QQQQQ
jjjÃj
JJJJJ
ddddd
!
œ
NNNNN
ttttt
fffff
TTTTT
FFFFF
nnnnn
bbbbb
ppppp
BBBBB
PPPPP
mmmmm
yyyyy
rrrrr
ÝÝÝ
lllll
vvvvv
ZZZZZ
zzzzz
sssss
hhhhh
L
GGGGG
  • ១. ตัวอักษร ញ มี 2 รูปในฟอนต์ชุดนี้ตามตำแหน่ง: รูปเดิม j (Ã เฉพาะ Angkor4) ใช้เมื่อไม่มีตัวเชิงซ้อนอยู่ด้านล่าง (มีหางส่วนล่างติดอยู่ตามรูปปกติ) ส่วนรูปเดิม J ใช้เมื่อมีตัวเชิงซ้อนอยู่ด้านล่าง (หางส่วนล่างหายไปเพื่อเว้นที่ให้ตัวเชิง)
  • ២. อักษร ฐ ไม่พบในอักษรเขมรโบราณ (Angkor1-4) ในรูปแบบตัวปกติ มีแต่ตัวเชิงเท่านั้น ใช้ร่วมกับเชิงของ ถ แต่พบในอักษรยุคเขมรกลาง (Angkor5) และตัวเชิง ถ ก็มีรูปแยกต่างออกไปด้วย
  • ៣. อักษร ฑ และ ฬ ไม่พบการใช้ในอักษรเขมรโบราณ (Angkor1-4) เลย
  • ៤. อักษร ฒ ไม่พบการใช้ทั้งในอักษรเขมรโบราณและยุคเขมรกลาง จึงไม่ปรากฏในฟอนต์ชุดนี้เลย และในภาษาเขมรปัจจุบันก็พบการใช้น้อยมาก
  • ៥. ร มี 2 รูป โดยแบบที่ใช้ r คือแบบที่ใช้ทั่วไปในยุคนั้น คือ Angkor2-5 จะใกล้เคียง ร ปัจจุบัน ในขณะที่ของ Angkor1 ซึ่งเป็นยุคเก่ากว่าจะใกล้เคียงอักษรปัลลวะ ส่วนอีกแบบที่ใช้ Ý นั้นจะตรงกันข้าม ซึ่งน่าจะใช้น้อยกว่า
5. ตารางเทียบพยัญชนะรูปตัวเชิง
ตัวเชิง (ជើង) คือรูปพยัญชนะย่อส่วนที่ซ้อนอยู่ใต้พยัญชนะตัวหน้า ในอักษรเขมรปัจจุบันตัวเชิงพิมพ์ได้ง่ายโดยการพิมพ์อักษรปกติหลังตัวสร้างเชิง ្ แล้วระบบจะทำการแปลงเป็นตัวเชิงโดยอัตโนมัติ แต่สำหรับฟอนต์ชุด Angkor ที่ใช้พิมพ์อักษรโบราณนี้ตัวเชิงถือเป็นอักษรคนละตัวที่ต้องใช้รูปเดิมคนละตัวแยกกัน
ตารางนี้ใส่ អ (G) นำไว้ให้เกาะเพื่อให้เห็นรูปจริงเวลาประกบกัน
คริสต์ศตวรรษที่ไทย
9-1010-1112-1410-1415-1919-ปัจจุบัน
Angkor1Angkor2Angkor3Angkor4Angkor5มูลฌร
អ្កអ្កอฺก
អ្ខអ្ខอฺข
អ្គអ្គอฺค
អ្ឃអ្ឃอฺฆ
អ្ងអ្ងอฺง
អ្ចអ្ចอฺจ
G›អ្ចអ្ចอฺจ
អ្ឆអ្ឆอฺฉ
អ្ជអ្ជอฺช
អ្ឈអ្ឈอฺฌ
GLGLG/អ្ញអ្ញอฺญ
J/J/J/J/J&ញ្ញញ្ញญฺญ
អ្ដអ្ដอฺฏ
អ្ឋអ្ឋอฺฐ
Gអ្ឌអ្ឌอฺฑ
អ្ឍអ្ឍอฺฒ
អ្ណអ្ណอฺณ
អ្តអ្តอฺต
G“អ្ថអ្ថอฺถ
អ្ទអ្ទอฺท
អ្ទអ្ទอฺท
អ្ធអ្ធอฺธ
អ្ធអ្ធอฺธ
អ្នអ្នอฺน
G,G,G,G,G,អ្បអ្បอฺป
អ្ផអ្ផอฺผ
G?G?G?G?G?អ្ពអ្ពอฺพ
អ្ភអ្ភอฺภ
អ្មអ្មอฺม
អ្យអ្យอฺย
RGRGRGRGRGអ្រអ្រอฺร
²eG²eG²eG²eG¤eGអ្រេអ្រេอฺร
”Gអ្រអ្រอฺร
អ្លអ្លอฺล
GVGVGVGVGVអ្វអ្វอฺว
អ្ឝอฺศ
អ្ឞอฺษ
GSGSGSGSGSអ្សអ្សอฺส
GHGHGHGHGHអ្ហអ្ហอฺห
អ្ឡอฺฬ
អ្អអ្អอฺอ
  • ១. Angkor5 ใช้ตัวเชิง จ แบบเหมือนอักษรปัจจุบันเป็นหลัก แต่ก็มีตัวเชิงคล้ายแบบเก่าแยกไว้ด้วย ซึ่งพิมพ์ด้วย แทน
  • ២. ฟอนต์ Angkor5 ใช้ & (U+0026) ส่วนฟอนต์อื่นใช้ / (U+002F)
  • ៣. ตัวเชิงของ ฏ กับ ต หน้าตาเหมือนกัน ในอักษรเขมรปัจจุบันเองตัวเชิงทั้ง 2 นี้ก็หน้าตาเหมือนกันแต่ถือเป็นอักษรคนละตัวกันในยูนิโค้ด แต่ในฟอนต์ Angkor นี้ใช้ตัวเดียวกันเลย
  • ៤. ตัวเชิง ถ ในฟอนต์ Angkor1-4 มีรูปเหมือนตัวเชิง ฐ จึงใช้รูปเดิมเดียวกันคือ æ แทนกันได้ ต่างจาก Angkor5 ที่มีรูปเดิมตัวเชิง ถ แยกต่างหาก
  • ៥. ตัวเชิง ท พบ 2 แบบในฟอนต์ Angkor1-4 แบบหลัง (Ð) ลากยาวไปทางซ้ายมากกว่าแบบแรก (Þ)
  • ៦. ตัวเชิง ธ พบ 2 แบบในฟอนต์ Angkor1-4 แบบหลัง (ð) หดสั้นกว่าแบบแรก (§)
  • ៧. ตัวเชิงของพยัญชนะแทบทั้งหมดพิมพ์ต่อท้ายพยัญชนะฐานตามปกติ (เช่น អ្ណ พิมพ์เป็น "") มีข้อยกเว้นเดียวคือตัวเชิง ร ที่ต้องพิมพ์เป็น "RG" คือ R นำหน้าพยัญชนะฐานแทนที่จะตามหลัง สอดคล้องกับที่อักษรเขมรตัวเชิง ร ในตัวเขียนจริงมักวางไว้ด้านล่างซ้ายของพยัญชนะ ไม่ใช่ตรงกลางล่างเหมือนตัวเชิงอื่น นอกจากนี้แล้วกรณีที่มีสระวางหน้าเช่นสระเอก็จะใช้อีกตัวคือ ¤ แทน และวางไว้ข้างหน้าสุดก่อนสระด้วย เช่น ¤eG
  • ៨. Angkor5 ยังมีตัวเชิง ร อีกแบบ ซึ่งเขียนโยงมาถึงด้านบนล้อมพยัญชนะ เป็น ”k
มีตัวเชิงหลายตัวที่อาจปรากฏซ้อนใต้ตัวเชิงอื่นที่มีอยู่แล้ว ซึ่งจำเป็นต้องใช้อักษรอื่นที่ต่างไปจากเชิงปกติอีก ตารางด้านล่างแสดงโดยใช้ตัวเชิง ក ซ้อนอยู่ก่อนเป็นตัวอย่าง บางตัวพบแค่บางฟอนต์เท่านั้น โดยที่มีอยู่เยอะที่สุดคือ Angkor3 แต่ก็ไม่ได้มีครบทุกตัว บางอักษรมีแบบซ้อนล่างลงไปเหมือนจะใช้เพื่อซ้อนเป็นตัวที่ 4 ได้ แต่ยังไม่พบตัวอย่างการใช้จริง
คริสต์ศตวรรษที่ไทย
9-1010-1112-1410-1415-1919-ปัจจุบัน
Angkor1Angkor2Angkor3Angkor4Angkor5มูลฌร
Gáâអ្ក្កអ្ក្កอฺกฺก
Gáãអ្ក្គអ្ក្គอฺกฺค
GáÌGáÌGáÌអ្ក្ឃអ្ក្ឃอฺกฺฆ
Gáƒអ្ក្ចអ្ក្ចอฺกฺจ
GáºGáºGáºGáºអ្ក្ឋអ្ក្ឋอฺกฺฐ
Gá„អ្ក្ណអ្ក្ណอฺกฺณ
Gá·អ្ក្តអ្ក្តอฺกฺต
Gá¹Gá¹Gá¹Gá¹អ្ក្នអ្ក្នอฺกฺน
GáËGáËអ្ក្នអ្ក្នอฺกฺน
GáÓGáÓGáÓGáÓអ្ក្បអ្ក្បอฺกฺป
Gá‹Gá‹អ្ក្បអ្ក្បอฺกฺป
Gá-Gá-Gá-Gá-Gá¥អ្ក្មអ្ក្មอฺกฺม
GáÜGáÜGáÜGáÜអ្ក្យអ្ក្យอฺกฺย
GáÕGáŒGáŒអ្ក្យអ្ក្យอฺกฺย
“Gá“Gá“Gá“GáGá_អ្ក្រអ្ក្រอฺกฺร
Gá¤Gá¤Gá¤អ្ក្រអ្ក្រอฺกฺร
…eGá`eGá…eGáអ្ក្រអ្ក្រอฺกฺร
eGáÛអ្ក្រអ្ក្រอฺกฺร
GáùGáùអ្ក្លអ្ក្លอฺกฺล
GáØGáØGáØGáØGáØអ្ក្វអ្ក្វอฺกฺว
Gá½Gá½Gá½Gá½អ្ក្ឞอฺกฺษ
GáÉGáÉGáÉGáÉអ្ក្សអ្ក្សอฺกฺส
GáGáអ្ក្សអ្ក្សอฺกฺส
  • ៩. ตัวเชิง ร ตามปกติจะลากขึ้นไปถึงด้านบนแม้จะอยู่ด้านล่าง แต่ก็มีรูปแบบตัวเชิงที่ลากแค่ถึงฐานด้วย
  • ១០. ตัวเชิง ร แบบลากยาวใช้เมื่อมีสระวางหน้า
6. สระจม
สระจมในที่นี้จะแสดงในรูปที่เกาะอยู่กับอักษร "อ" (អ) โดยบางรูปที่ใช้ในอักษรเขมรปัจจุบันไม่พบฟอนต์เหล่านี้เลย แต่ก็แสดงไว้โดยเว้นว่าง ในขณะที่บางสระพิมพ์ได้หลายแบบ ให้ดูที่หมายเหตุ
คริสต์ศตวรรษที่ไทย
9-1010-1112-1410-1415-1919-ปัจจุบัน
Angkor1Angkor2Angkor3Angkor4Angkor5มูลฌร
GaGaGaGaGaអាអាอา
អាអាอา
GiGiGiGiGiអិអិอิ
GwGwGwGwGwអីអីอี
GWអីអីอี
អឹអឹอึ
អឺអឺอือ
GuGuGuGuGuអុអុอุ
GñúGñúGñúGñúGñúអ្នុអ្នុอฺนุ
Gá¹ÈGá¹ÈGá¹ÈGá¹Èអ្ក្នុអ្ក្នុอฺกฺนุ
GUGUGUGUGUអូអូอู
GñÚGñÚGñÚGñÚGñÚអ្នូអ្នូอฺนู
អួអួอัว
អើអើเออ
អឿអឿเอือ
អៀអៀเอีย
eGeGeGeGeGអេអេเอ
’G’G’G’Gអេអេเอ
EGអេអេเอ
EGអែអែแอ
eGéeGéeGééGéGអៃអៃไอ
OGOGOGOGអៃអៃไอ
œGអៃអៃไอ
ûGអៃអៃไอ
eGaeGaeGaeGaeGaអោអោโอ
EGa’Ga’Ga’Gaអោអោโอ
eGAeGAeGAeGAeGAអៅអៅเอา
EGÅeGÅeGÅeGÅeGÐអៅអៅเอา
ýGýGýGýGoGអៅអៅเอา
+G+G+G+Gអៅអៅเอา
  • ១. เป็นอีกรูปแบบของสระอาที่พบการใช้ในบางจารีกปนกับสระอาปกติ อักษรตัวเดียวกันนี้ยังใช้ในการเขียนสระเอาด้วย
  • ២. เป็นอีกรูปแบบของสระอีที่พบได้ในบางจารึก
  • ៣. สระอึ อือ อัว เออ เอีย เอือ มีเฉพาะในอักษรเขมรปัจจุบัน จึงไม่มีในฟอนต์เหล่านี้
  • ៤. สำหรับสระอุกับอู เมื่อพยางค์นั้นมีตัวเชิงอยู่ก่อนแล้ว ต้องใช้รูปเดิมซ้อน ú/Ú แทน u/U ปกติ เพราะตำแหน่งชนกัน เช่น អ្នុ เขียนเป็น Gñú ไม่ใช่ GñU (อักษรเขมรปัจจุบันจะปรับให้อัตโนมัติจึงไม่ต้องมาแยกใช้แบบนี้ เช่น ស្តូ)
  • ៥. อีกรูปแบบของสระเอ ซึ่งโยงมาเหนือพยัญชนะ ใช้ปนกับสระเอแบบปกติ
  • ៦. สระแอมีใช้ตั้งแต่ยุคเขมรกลาง จึงมีเฉพาะในฟอนต์ Angkor5
  • ៧. สระไอมีหลายรูป ที่แสดงไว้แถวบนสุดคือรูปทั่วไปที่สุดของแต่ละฟอนต์ โดย Angkor1-3 เป็นรูปที่แยกส่วนโดยต้องพิมพ์สระเอก่อนแล้วตามด้วยส่วนวางด้านบน (eGé) ส่วน Angkor4-5 ใช้รูปเฉพาะสำหรับสระไอ โดยพิมพ์นำหน้าอย่างเดียว (éG) แต่ Angkor1-3 เองก็มีรูปสระไอที่พิมพ์ด้วยตัวเดียวกันเหมือนกัน แสดงในแถวต่อไป สำหรับ Angkor1 นั้นมีหลายรูปแบบ
  • ៨. สระโอสร้างขึ้นจาก เ และ า คล้ายกับสระเอาในภาษาไทย โดยรูปสระเอที่ใช้อาจใช้รูปที่โยงไปบนพยัญชนะ
  • ៩. สระเอาก็สร้างขึ้นจาก เ และ า แต่ต่างจากสระโอตรงที่จะใช้รูปสระอาในแบบยกสูง หรือแบบที่โยงยาวจากบนพยัญชนะ นอกจากนี้ยังมีแบบที่คล้ายสระเอโยงจากด้านซ้ายวนบนพยัญชนะแต่ไม่เลยไปทางขวา
7. พยัญชนะที่เปลี่ยนรูปเมื่อเติมสระอา
พยัญชนะบางตัวเมื่อตามด้วยสระอา (a) อักษรเขมรปัจจุบันจะแปลงรูปพยัญชนะโดยอัตโนมัติ แต่ฟอนต์ตระกูล Angkor เป็นฟอนต์เข้ารหัสแบบเก่าที่ไม่มีกลไกแปลงรูปอัตโนมัติเช่นนั้น จึงต้องมีรูปเดิมพิเศษแยกต่างหากสำหรับแต่ละกรณีแทนการพิมพ์พยัญชนะฐานตามด้วยรูปเดิมสระ a ตรงๆ พยัญชนะที่พบว่าต้องใช้รูปเดิมพิเศษมีดังนี้
คริสต์ศตวรรษที่ไทย
9-1010-1112-1410-1415-1919-ปัจจุบัน
Angkor1Angkor2Angkor3Angkor4Angkor5มูลฌร
@ជាជាชา
aដាដាฏา
ÎÎÎaបាបាปา
''''a
!a
´´´´aផាផាผา
ÏÏÏaហាហាหา
¸¸
""""a
óóóóរារាรา
$
บางตัวเช่น បា และ ហា พบรูปเดิมมากกว่าหนึ่งตัวให้ผลลัพธ์รูปร่างเหมือนกัน ยังไม่ทราบสาเหตุที่สร้างฟอนต์มีรูปเดิมซ้ำซ้อนแบบนี้ ตารางนี้แสดงรูปเดิมที่ต่างกันไว้คนละแถว แต่จะเห็นว่าให้ผลลัพธ์รูปร่างเหมือนกัน
ฟอนต์ Angkor4 รูปเดิมพิเศษเหล่านี้ให้ผลเป็นเพียงรูปพยัญชนะที่เปลี่ยนไปเท่านั้น ยังไม่รวมสระ ต้องพิมพ์รูปเดิมสระ a ต่อท้ายอีกครั้งเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ครบ (ระบุไว้ในตารางต่อท้ายรูปเดิมเป็น "...a") ยกเว้นรูปเดิม ó (រា) ที่ให้ผลครบทั้งพยัญชนะและสระในตัวเดียวเหมือน Angkor1-3 อยู่แล้ว ไม่ต้องเติม a ซ้ำ
ฟอนต์ Angkor5 มีตัวที่แปลงแบบนี้น้อยกว่าฟอนต์อื่น โดย បា ใช้รูปเดียวกับอักษร ឋ คือเป็น ! และต้องเติม a จึงเป็น !a ในขณะที่ ជា กับ រា เป็นอักษรที่มีสระอาติดอยู่แล้ว
สระโอ (អោ) ก็ประกอบขึ้นจากรูป ា ทางขวาเช่นเดียวกับสระอา จึงต้องเปลี่ยนพยัญชนะฐานตามตารางนี้เหมือนกัน เช่น โป (បោ) ต้องพิมพ์ด้วยรูปเดิมฐานพิเศษเช่นกัน
นอกจากนี้แล้ว การเปลี่ยนรูปพยัญชนะฐานในตารางนี้เกิดขึ้นแม้พยัญชนะฐานจะมีตัวเชิงคั่นอยู่ก่อนสระอาด้วยก็ตาม ไม่ได้จำกัดเฉพาะกรณีพยัญชนะฐาน+สระอาตรงๆ แต่จะไม่เกิดถ้าตัวเชิงที่คั่นอยู่นั้นมีรูปที่โยงไปทางขวา จนเชื่อมต่อกับสระอาได้เองอยู่แล้ว ตัวเชิงที่โยงขวามีทั้งหมด 8 ตัว ได้แก่ អ្ឃ អ្ឈ អ្ឍ អ្ប អ្យ អ្ឞ អ្ស អ្ឡ ส่วนตัวที่เหลือไม่โยงขวา จึงยังต้องเปลี่ยนฐานตามปกติ หลักการนี้อักษรเขมรปัจจุบันก็ใช้เหมือนกัน เพียงแต่มีกลไกแปลงรูปให้อัตโนมัติอยู่แล้วจึงไม่ต้องกังวล ส่วนฟอนต์ Angkor ที่เข้ารหัสแบบเก่ายังต้องเลือกรูปเดิมพยัญชนะฐานให้ถูกต้องเอง ถ้ามีตัวเชิงซ้อนกันหลายชั้นให้ดูว่ามีตัวโยงขวาหรือไม่ ถ้ามีก็ไม่ต้องเปลี่ยนฐานเพราะสระอาจะลากต่อจากตัวเชิงโยงขวา
ตัวอย่างตัวเชิงที่ยังต้องเปลี่ยนฐาน
ชื่ออักษรตัวอย่างทั้งหมด
Angkor1'á 'ç 'Á '¶ '© 'ä '¢ 'L 'þ 'æ 'Ñ 'þ 'æ 'Þ '§ 'ñ 'ö '? 'Ö 'µ R' 'ø 'V 'Æ 'H '°
เขมรปัจจุบันប្កា ប្ខា ប្គា ប្ងា ប្ចា ប្ឆា ប្ជា ប្ញា ប្ដា ប្ឋា ប្ណា ប្តា ប្ថា ប្ទា ប្ធា ប្នា ប្ផា ប្ពា ប្ភា ប្មា ប្រា ប្លា ប្វា ប្ឝា ប្ហា ប្អា
ตัวอย่างตัวเชิงที่โยงขวา ไม่ต้องเปลี่ยนฐาน
ชื่ออักษรตัวอย่างทั้งหมด
Angkor1bÇa bÄa b,a büa b¼a bSa
เขมรปัจจุบันប្ឃា ប្ឈា ប្បា ប្យា ប្ឞា ប្សា
8. พยัญชนะที่เปลี่ยนรูปเมื่อเติมสระอิหรืออี
มีพยัญชนะกลุ่มหนึ่งที่มีศกอยู่ด้านบน และเวลาที่เติมสระอิหรือสระอีจะมีการตัดศกแล้วเติมสระทับศกแทน โดยในฟอนต์นี้ใช้วิธีที่ค่อนข้างยุ่งยากเพื่อจะแสดงอักษรแบบนี้ คือต้องเปลี่ยนมาใช้พยัญชนะรูปตัดศกแทน แล้วจึงเติมสระอิหรืออีในแบบที่ยกต่ำลงมากว่าปกติเพื่อให้ประกบติดกับพยัญชนะ โดยการเขียนแบบนี้พบเฉพาะในฟอนต์ Angkor1, 4, 5 เท่านั้น (ไม่พบใน Angkor2-3) โดยพยัญชนะกลุ่มที่ใช้เป็นคนละชุดคนละรูปเดิมกันเลยระหว่างฟอนต์ทั้งสามนี้ แถมบางตัวใช้ยูนิโค้ดตัวเดียวกันเพื่อแทนอักษรต่างไปคนละตัวเลย จึงต้องระวังไม่ให้สับสนใช้ผิด จึงแยกตารางตามฟอนต์ไว้ด้านล่าง
ฟอนต์ Angkor1
ฟอนต์ Angkor1 พบทั้งหมด 17 ตัว มีรูปสระอิ/อีแบบยกลงต่ำ 2 แบบคือ ยกต่ำค่อนไปทางซ้าย î/ë ใช้กับพยัญชนะ ប ផ ម ឞ ស และแบบยกต่ำตรงกลาง ì (หรือ ò)/ê ใช้กับตัวที่เหลือ นอกจากนี้ยังมี ហ ที่ใช้รูปค่อนไปทางซ้ายแบบไม่ยกต่ำต่างหาก คือ I/è
ยูนิโค้ดรูปตัดศกเติมอิเติมอีรูปเต็มฌรไทย
U+201A‚ì‚êk
U+201E„ì„êc
U+2026…ì…êq
U+0192ƒƒìƒêK
U+2021‡ì‡êt
U+02C6ˆˆìˆêf
U+0160ŠŠìŠêF
U+2039ܓܐn
U+0152ŒŒîŒëb
U+008Dîëp
U+008EìêP
U+008Fîëm
U+02DC˜˜ì˜êv
U+0161ššìšêZ
U+00D4ÔÔîÔëz
U+2122™î™ës
U+203A›I›èh
ร และ ล ไม่ใช่พยัญชนะตัดศก แต่ใช้พยัญชนะรูปเต็มปกติ เติมสระอิ/อีแบบเลื่อนไปทางขวาแทน คือ í/å
เติมอิเติมอีรูปเต็มฌรไทย
r
l
ข้อสังเกตเพิ่มเติม: เท่าที่อ่านศิลาจารึกปราสาทโลเลยพบว่า ម วางสระอิและสระอีไว้ด้านบนตรงๆแบบพยัญชนะรูปเต็มปกติ ไม่ใช่รูปตัดศก ต่างจาก ស ที่ในจารึกที่ตรวจสอบใช้รูปตัดศกและเติมสระอิ/อีแบบยกต่ำค่อนซ้ายอย่างชัดเจน จึงอาจเป็นไปได้ว่ารูปตัดศกบางตัวที่แสดงในตารางนี้อาจใช้หรือไม่ใช่ก็ได้ ไม่แน่นอน อาจต่างไปตามจารึก
นอกจากนี้ฟอนต์ Angkor1 ยังมีรูปเดิมสระอิ/สระอีอีก 2 แบบที่ไม่ใช่ตัดศก แต่เป็นรูปเลื่อนตำแหน่งของสระปกติ (ไม่ยกต่ำ): รูปเดิม I ใช้แทนสระอิที่เลื่อนไปทางซ้าย และรูปเดิม W หรือ è ใช้แทนสระอีที่เลื่อนไปทางซ้าย ซึ่งอาจนำมาใช้ในบางกรณี
ฟอนต์ Angkor4
ฟอนต์ Angkor4 ก็มีรูปเดิมตัดศกเช่นกัน โดยพยัญชนะที่ใช้เป็นคนละชุดคนละรูปเดิมกับทั้ง Angkor1 และ Angkor5 พบทั้งหมด 16 ตัว มีรูปสระอิ/อีแบบยกลงต่ำ 2 แบบเช่นเดียวกับฟอนต์อื่น คือ í/ì (ยกต่ำตรงกลาง) และ î/ë (ยกต่ำค่อนไปทางซ้าย) พยัญชนะ ប ផ ម ឞ ស ใช้รูปยกต่ำค่อนไปทางซ้าย ส่วนที่เหลือใช้รูปยกต่ำตรงกลาง
ยูนิโค้ดรูปตัดศกเติมอิเติมอีรูปเต็มฌรไทย
U+2020†í†ìk
U+2021‡í‡ìK
U+2030‰í‰ìc
U+0160ŠŠíŠìq
U+0090íìt
U+2013–í–ìf
U+2014—í—ìT
U+02DC˜˜í˜ìF
U+2122™í™ìn
U+0161ššîšëb
U+203Aݔݔp
U+0153œœíœìP
U+009Dîëm
U+00CAÊÊíÊìv
U+00E8èèîèëz
U+00E0ààîàës
ฟอนต์ Angkor5
ฟอนต์ Angkor5 มีรูปเดิมพิเศษเพิ่มเติมสำหรับพยัญชนะ 14 ตัว ให้ผลเป็นรูปแบบลายมือแบบตัดศกที่ตัดส่วนหัวกลมด้านบนออก เมื่อเติมสระอิหรือสระอีต่อท้ายจะได้ตำแหน่งสระที่ยกลงต่ำแทนที่จะลอยข้างบนแบบปกติ โดยมีรูปสระ 2 แบบคือ í/å (ยกต่ำตรงกลาง) และ Í/Å (ยกต่ำค่อนไปทางซ้าย) พยัญชนะ ប ម ឞ ស អ ใช้รูปยกต่ำค่อนไปทางซ้าย ส่วนที่เหลือ ใช้รูปยกต่ำตรงกลาง ตารางนี้ยังแสดงรหัสยูนิโค้ดของรูปเดิมตัดศกไว้ด้วยเนื่องจากหลายตัวเป็นอักขระควบคุมที่พิมพ์ตรงๆไม่ได้
ยูนิโค้ดรูปตัดศกเติมอิเติมอีรูปเต็มฌรไทย
U+0080íåk
U+0081íåK
U+201A‚í‚åc
U+0192ƒƒíƒåq
U+201E„í„åt
U+2026…í…åf
U+2020†í†åF
U+2021‡Í‡Åb
U+02C6ˆˆíˆåP
U+2030‰Í‰Åm
U+008EíåZ
U+008FÍÅz
U+008DÍÅs
U+0090ÍÅG
พยัญชนะ ហ ของฟอนต์ Angkor5 ไม่มีรูปตัดศกเปล่าแยกต่างหาก แต่มีรูปตัดศกที่ประกบกับสระอิและสระอีสำเร็จรูปไว้ให้โดยเฉพาะแทน
ยูนิโค้ดรูปฌรไทย
U+00A1¡ហិหิ
U+00B2²ហីหี
9. สระลอย
คริสต์ศตวรรษที่ไทย
9-1010-1112-1410-1415-1919-ปัจจุบัน
Angkor1Angkor2Angkor3Angkor4Angkor5มูลฌร
\\\\\อิ
^^^^^อี
»»»»«อุ
[อุ
»õ»õ»õ»õ«õอู
]]]]]เอา
}}}}}เอ
{{{{{ไอ
»โอ
½โอ
:::::
Oฤๅ
=====
Óฦๅ
ในที่นี้ ឩ ไม่ใช่อักษรตัวเดียว ต้องพิมพ์ว่า »õ (Angkor1-4) หรือ «õ (Angkor5)
สระลอยบางตัวยังพบในรูปตัวเชิงด้วย ในขณะที่ปัจจุบันไม่มีการใช้ในรูปนั้นแล้ว ทำให้ฟอนต์แสดงผลบางตัวไม่ได้ด้วย
คริสต์ศตวรรษที่ไทย
9-1010-1112-1410-1415-1919-ปัจจุบัน
Angkor1Angkor2Angkor3Angkor4Angkor5มูลฌร
G|G|G|G|G|អ្ឥអ្ឥอฺอิ
អ្ឧអ្ឧอฺอุ
GYGYGYGYGYអ្ឯអ្ឯอฺเอ
អ្ឫអ្ឫอฺฤ
អ្ឫអ្ឫอฺฤ
Gá¦Gá•Gá¦អ្ក្ឫអ្ក្ឫอฺกฺฤ
GáƒGáƒអ្ក្ឫអ្ក្ឫอฺกฺฤ
អ្ឭអ្ឭอฺฦ
  • ១. เป็นอีกหลายรูปแบบของ ឫ (ฤ)
  • ២. ใช้ซ้อนลงไปใต้ตัวเชิง
10. สัญลักษณ์อื่นๆ
นอกจากพยัญชนะและสระแล้วก็มีพวกเครื่องหมายกำกับเสียงและสัญลักษณ์อื่นๆ ซึ่งหลายตัวก็มีบรรจุอยู่ในยูนิโค้ดอักษรเขมรปัจจุบันด้วย
คริสต์ศตวรรษที่ความหมาย
9-1010-1112-1410-1415-1919-ปัจจุบัน
Angkor1Angkor2Angkor3Angkor4Angkor5มูลฌร
GMGMGMGMGMអំអំอํ, นิคหิต
G;G;G;G;G;អ៑អ៑อฺ, วิราม
អះអះอะ, ระมุข
mµ®mµ®mµ®mµ®mµ®ម្ម៌ម៌รฺม, เรผะ
mµEmµEម្ម៌ម៌รฺม, เรผะ (อีกแบบ)
G™អ៉អ៉มูสิกทันต์
អ់អ់รัสสัญญา
G^អ័អ័อั, สังโยคสัญญา
.....เครื่องหมายเริ่มต้นข้อความ
ÙÙÙÙ๛, เครื่องหมายจบย่อหน้า (โคมูตร)
นอกจากนี้ยังมีอักษรบางส่วนที่ไม่พบในอักษรเขมรปัจจุบันแล้ว แต่พบการใช้อยู่ในศิลาจารึก เช่นรูปอักษรที่แทน "รุ" และ "รู" แทนที่จะเขียนในรูป រុ หรือ រូ ปกติ โดยใช้ ¾ แทน រុ กลายเป็น และเติมสระอุเป็น ¾u เพื่อแทน រូ แต่รูปนี้มีใช้เฉพาะใน Angkor2-3 เท่านั้น
คริสต์ศตวรรษที่ความหมาย
9-1010-1112-1410-1415-1919-ปัจจุบัน
Angkor1Angkor2Angkor3Angkor4Angkor5มูลฌร
¾¾¾¾¾រុរុรุ
¾u¾uរូរូรู
นอกจากนี้แล้วก็ยังมีสัญลักษณ์หรือรูปแบบการเขียนพิเศษอีกมากมายที่ไม่ได้กล่าวถึงในที่นี้
11. ตัวเลข
เลขเขมรของฟอนต์นี้ใช้รูปเดิมเป็นตัวเลขฮินดูอารบิก จึงสามารถพิมพ์ได้โดยง่ายเลย
สังเกตได้ว่ารูปสมัยเก่าของเลข 0 หน้าตาคล้ายเลข 1 ในปัจจุบันดังนั้นควรระวังไม่ให้สับสน
คริสต์ศตวรรษที่ไทย
9-1010-1112-1410-1415-1919-ปัจจุบัน
Angkor1Angkor2Angkor3Angkor4Angkor5มูลฌร
00000
11111
22222
33333
44444
55555
66666
77777
88888
99999
เอกสารอ้างอิง
  1. วง สุธารา. วิกิพีเดียภาษาไทย (ประวัติและผลงานของผู้ออกแบบฟอนต์)
  2. khmerfonts.info
  3. ResearchGate. Sotheara Vong profile (ข้อมูลตำแหน่งงานและผลงานวิชาการภาษาอังกฤษ)
  4. วง สุธารา. บล็อกส่วนตัว และ Academia.edu (ผลงานตีพิมพ์เพิ่มเติมของผู้ออกแบบฟอนต์)
  5. r12a (Richard Ishida). Khmer script notes (อธิบายว่าสระอิสระเขมรใช้เฉพาะตำแหน่งขึ้นต้นพยางค์ ใช้ประกอบข้อสังเกตเรื่องรูปเดิม r̥ ในหัวข้อ 3)
  6. Khmer (Unicode block). วิกิพีเดียอังกฤษ (นิยามหมวดสระอิสระเขมรในมาตรฐานยูนิโค้ด ใช้ประกอบข้อสังเกตเรื่องรูปเดิม r̥ ในหัวข้อ 3)
  7. Académie des Inscriptions et Belles-Lettres. Inscriptions du Cambodge, Tome II: Planches XXXVIII à XCIII. ปารีส: Librairie Orientaliste Paul Geuthner, 1926. PDF (Université Côte d'Azur) (ภาพจารึกปราสาทอุ้มเมือง K.362 ที่หน้า 12 ของไฟล์ ใช้ในหัวข้อ 2)
🤖 บทความนี้มีการค้นหาแหล่งอ้างอิงและเรียบเรียงข้อมูลโดยใช้ Claude Code ช่วย


-----------------------------------------

囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧

ดูสถิติของหน้านี้

หมวดหมู่

-- ภาษาศาสตร์ >> ภาษาเขมร
-- ภาษาศาสตร์ >> ตัวอักษร

ไม่อนุญาตให้นำเนื้อหาของบทความไปลงที่อื่นโดยไม่ได้ขออนุญาตโดยเด็ดขาด หากต้องการนำบางส่วนไปลงสามารถทำได้โดยต้องไม่ใช่การก๊อปแปะแต่ให้เปลี่ยนคำพูดเป็นของตัวเอง หรือไม่ก็เขียนในลักษณะการยกข้อความอ้างอิง และไม่ว่ากรณีไหนก็ตาม ต้องให้เครดิตพร้อมใส่ลิงก์ของทุกบทความที่มีการใช้เนื้อหาเสมอ

สารบัญ

รวมคำแปลวลีเด็ดจากญี่ปุ่น
มอดูลต่างๆ
-- numpy
-- matplotlib

-- pandas
-- manim
-- opencv
-- pyqt
-- pytorch
การเรียนรู้ของเครื่อง
-- โครงข่าย
     ประสาทเทียม
ภาษา javascript
ภาษา mongol
ภาษาศาสตร์
maya
ความน่าจะเป็น
บันทึกในญี่ปุ่น
บันทึกในจีน
-- บันทึกในปักกิ่ง
-- บันทึกในฮ่องกง
-- บันทึกในมาเก๊า
บันทึกในไต้หวัน
บันทึกในยุโรปเหนือ
บันทึกในประเทศอื่นๆ
qiita
บทความอื่นๆ

บทความแบ่งตามหมวด



ติดตามอัปเดตของบล็อกได้ที่แฟนเพจ

  ค้นหาบทความ

  บทความแนะนำ

รวมร้านราเมงและบะหมี่ในจังหวัดโทจิงิ
ทำความเข้าใจการแปลงลาปลัสสำหรับแก้ปัญหาฟิสิกส์
รวมร้านราเมงและบะหมี่ในเมืองฟุกุโอกะ
ตัวอักษรกรีกและเปรียบเทียบการใช้งานในภาษากรีกโบราณและกรีกสมัยใหม่
ที่มาของอักษรไทยและความเกี่ยวพันกับอักษรอื่นๆในตระกูลอักษรพราหมี
การสร้างแบบจำลองสามมิติเป็นไฟล์ .obj วิธีการอย่างง่ายที่ไม่ว่าใครก็ลองทำได้ทันที
รวมรายชื่อนักร้องเพลงกวางตุ้ง
ภาษาจีนแบ่งเป็นสำเนียงอะไรบ้าง มีความแตกต่างกันมากแค่ไหน
ทำความเข้าใจระบอบประชาธิปไตยจากประวัติศาสตร์ความเป็นมา
เรียนรู้วิธีการใช้ regular expression (regex)
การใช้ unix shell เบื้องต้น ใน linux และ mac
g ในภาษาญี่ปุ่นออกเสียง "ก" หรือ "ง" กันแน่
ทำความรู้จักกับปัญญาประดิษฐ์และการเรียนรู้ของเครื่อง
ค้นพบระบบดาวเคราะห์ ๘ ดวง เบื้องหลังความสำเร็จคือปัญญาประดิษฐ์ (AI)
หอดูดาวโบราณปักกิ่ง ตอนที่ ๑: แท่นสังเกตการณ์และสวนดอกไม้
พิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมโบราณปักกิ่ง
เที่ยวเมืองตานตง ล่องเรือในน่านน้ำเกาหลีเหนือ
ตระเวนเที่ยวตามรอยฉากของอนิเมะในญี่ปุ่น ปี 2013
เที่ยวชมหอดูดาวที่ฐานสังเกตการณ์ซิงหลง
ทำไมจึงไม่ควรเขียนวรรณยุกต์เวลาทับศัพท์ภาษาต่างประเทศ

ไทย

日本語

中文