# อาทิตย์ 15 มี.ค. 2026ช่วงนี้เป็นปลายฤดูหนาวแล้ว อีกไม่นานก็เข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ แล้วดอกไม้ก็เริ่มผลิบาน แต่ก็ยังหนาวอยู่ วันพุธที่ 10 มีนาคมที่ผ่านมามีหิมะตกหนัก ซึ่งถือว่าหายากพอสมควรเลยที่หิมะจะตกเดือนมีนาคมในพื้นที่แถบนี้ ดูแล้วฤดูหนาวปีนี้เหมือนจะยืดเยื้อ วันนี้ก็ยังหนาวอยู่ ตอนเช้าต้องใส่เสื้อขนเป็ด แต่ก็ช่วงกลางวันก็เริ่มอุ่นขึ้น อากาศสบายขึ้นมา
วันที่อากาศดีแบบนี้ก็คิดว่าอยากออกไปเดินเล่นเที่ยวอีกสักหน่อย แม้ว่าจะยังไม่ถึงช่วงดอกไม้บาน ยังไม่สามารถเห็นซากุระบานสวยก็ตาม
ครั้งนี้เลือกไปเดินแถว
ฮิราอิชิ (
平石) ทางตะวันออกของเมืองอุตสึโนมิยะ ย่านนี้เมื่อก่อนเคยเป็น
หมู่บ้านฮิราอิชิ (
平石村) ก่อนที่จะถูกควบรวมเข้ากับเมืองอุตสึโนมิยะในปี 1954 ปัจจุบันย่านนี้เป็นที่ตั้งของสถานีรถราง
สถานีฮิราอิชิ (
平石駅) และ
สถานีหน้าโรงเรียนประถมฮิราอิชิจูโอว (
平石中央小学校前駅)
ตอนแรกตั้งใจแค่ว่าจะไปเดินหาอะไรกินแล้วก็กลับ แต่พอไปถึงจริงๆก็เห็นว่าไหนๆก็มาแล้ว เลยเดินต่อไปจนถึง
สะพานใหญ่ยานางิดะ (
柳田大橋) ข้ามสะพานนี้เพื่อข้าม
แม่น้ำคินุ (
鬼怒川) ไปทางตะวันออก แล้วก็นั่งรถรางกลับจาก
สถานียุยโนโมริตะวันตก (ゆいの
杜西駅)
เริ่มจากนั่งรถรางมาลงที่สถานีหน้าโรงเรียนประถมฮิราอิชิจูโอว นี่เป็นสถานีสุดท้ายที่อยู่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำคินุ ถ้าข้ามจากสถานีนี้ไปรถรางก็ข้ามแม่น้ำไปแล้ว

บริเวณรอบๆสถานีนี้ดูไม่ค่อยมีอะไร ดูเงียบเหงา มีท้องนาและอาคารบ้านอยู่เบาบาง

นี่คือ
โรงเรียนประถมฮิราอิชิจูโอว (
平石中央小学校) เป็นโรงเรียนประถมที่เป็นที่มาของชื่อสถานี

จากตรงนี้เดินไปทางเหนือ


แล้วก็มาเจอร้าน
เมนตาโรว (めん
太郎) เป็นร้านราเมง แต่ว่าไม่ใช่เป้าหมายที่ตั้งใจมาครั้งนี้ เพราะร้านที่อยากไปนั้นอยู่ไกลกว่า ต้องเดินต่อไปอีก แต่ว่าร้านนี้ไว้ถ้ามีโอกาสก็คงจะแวะมาอีก ยังไงก็อยู่ใกล้สถานี เดินนิดเดียวก็ถึง มาได้ง่าย

เดินขึ้นเหนือต่อไป







แล้วก็เริ่มเห็นร้านที่เป็นเป้าหมายอยู่ตรงหน้า ตรงนี้ต้องข้ามถนนไป โดยสัญญาณไฟจราจรตรงทางม้าลายตรงนี้เป็นแบบกดปุ่ม

แล้วก็มาถึงร้านที่จะมากิน ชื่อร้าน
นิกโกวมิโสะราเมงอิโรฮะโชวเตง (
日光味噌ラーメンいろは
商店) เป็นร้านราเมงที่มีราเมงอยู่หลายชนิด โดยเน้นมิโสะเป็นหลัก

ภายในร้าน เขาให้มานั่งที่โต๊ะใหญ่ ทั้งที่มาแค่คนเดียว เพราะที่นั่งเคาน์เตอร์พอดีเต็มอยู่

เมนูของร้าน เห็นมีเมนูจำกัดเฉพาะช่วง เป็นราเมงมิโสะใส่กระเทียม ดูน่าอร่อยอยู่ แต่ลองดูเมนูอื่นก็พบว่ามีของที่น่าสนใจกว่า และยังไงก็ไม่ใช่ร้านที่น่าจะมาได้บ่อยอยู่แล้ว จะสั่งเมนูจำกัดช่วงหรือเมนูธรรมดาก็ไม่ได้ต่างกัน

การสั่งอาหารสั่งผ่านแทบเลต เราเลือกราเมงมิโสะกุ้ง (
海老味噌らぁめん) แบบจัดเต็ม ราคา ๑๒๓๒ เยน

อร่อยทีเดียว

กินเสร็จแล้วก็เดินต่อไป



ตรงนี้มีสุสานที่มีแผ่นป้ายที่ระลึกสงครามญี่ปุ่นรัสเซียอยู่ด้วย

เดินต่อไป





มาถึงทางเดินใกล้ริมฝั่งแม่น้ำ


ตรงนี้ดูเหมือนจะเป็นสถานีระบายน้ำ มองลงไปข้างล่างเห็นมีรถจอดอยู่กลางทุ่งด้วย ไม่รู้ว่าเขามาทำอะไรกันตรงนี้ ด้านหลังเป็นแม่น้ำ แต่ว่ายังอยู่ห่างไประยะนึงก็เลยยังมองไม่เห็นผืนน้ำจากตรงนี้

จากตรงนี้เป็นทางเดินบนเนินริมฝั่งน้ำ

ตรงนี้มีบ้านที่อยู่อาศัยด้วย

บ้านตรงนี้มีเซลล์แสงอาทิตย์สำหรับผลิตไฟฟ้าด้วย

มองไปไกลเห็นเซลล์แสงอาทิตย์อีก แล้วก็ภูเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะ


ตรงนี้เป็น
สนามเบสบอลยานางิดะเรียวกุจิ (
柳田緑地野球場) เห็นมีคนเล่นอยู่ด้วย

เดินต่อไปก็ถึงสะพานใหญ่ยานางิดะ

จากตรงนี้เลี้ยวขวาไปก็เป็นทางข้ามแม่น้ำ

ถ้าเลี้ยวซ้ายก็จะกลับไปยังสถานีหน้าโรงเรียนประถมฮิราอิชิจูโอวที่มาลงตอนแรกได้

แต่ว่าเดินมาไกลถึงนี่ ข้ามสะพานไปแล้วไปนั่งรถกลับจากสถานีฝั่งตะวันออกของแม่น้ำใกล้ยังจะใกล้กว่า จึงตัดสินใจข้ามไป เดินไปตามสะพาน มุ่งไปยังทิศตะวันออก

มองไปข้างล่างพอดีเห็นรถกำลังวิ่งผ่านลอดใต้สะพานไปอยู่

ลองเอาภาพไปค้นจึงรู้ว่าเป็นรถ
สึบารุ ฟอเรสเตอร์ (スバル・フォレスター) รุ่นที่ ๕ เป็นรถ SUV ขับเคลื่อนสี่ล้อ ใช้ขับลุยได้ดี

เดินมาเรื่อยๆก็เริ่มเห็นแม่น้ำคินุ

เดินข้ามแม่น้ำไป


จากนั้นก็เดินต่อ มุ่งหน้าไปทางตะวันออกเรื่อยๆ







ที่ผ่านมาดูค่อนข้างเงียบเหงาบ้านเรือนเบาบาง แต่ว่าพอเดินมาถึงตรงนี้ก็เริ่มมองเห็นย่านเมืองที่คนคับคั่งแล้ว ตรงนี้คือย่าน
ยุยโนโมริ (ゆいの
杜) ย่านชุมชนขนาดใหญ่ที่สำคัญท่ามกลางนิคมอุตสาหกรรมทางตะวันออกของเมืองอุตสึโนมิยะ



แล้วก็มาถึงสถานียุยโนโมริตะวันตกที่จะมาขึ้นรถรางกลับ


จากตรงนี้ก็ขึ้นรถรางเดินทางกลับ

ครั้งนี้ก็ถือเป็นการได้มาเดินเที่ยวแบบไม่ได้ตั้งใจ ได้รู้จักสถานที่เพิ่มอีก สนุกทีเดียว