φυβλαςのβλογ
phyblas的博客



เสี่ยวหลิวฉิว โอกินาวะน้อย เกาะเล็กๆใกล้ชายฝั่งไต้หวันตอนใต้
เขียนเมื่อ 2019/02/04 13:43
แก้ไขล่าสุด 2019/11/20 20:06
#อังคาร 29 ม.ค. 2019

ต่อจากตอนที่แล้ว https://phyblas.hinaboshi.com/20190202

หลังจากเดินทางมาถึงเกาสยงและเข้าพักในโรงแรม เช้าวันต่อมาก็จะเดินทางไปเที่ยวในจังหวัดผิงตง

ผิงตง (屏東píng dōng) เป็นจังหวัดที่อยู่ทางใต้สุดของไต้หวัน อยู่ถัดไปจากเกาสยง สถานที่เที่ยวก็มีอยู่หลายที่ ที่คนนิยมไปมากที่สุดคือเขิ่นติง (墾丁kěn dīng) ที่เป็นแหลมทางตอนใต้สุดของไต้หวัน

ครั้งนี้ที่ตัดสินใจมาเที่ยวคือเกาะหลิวฉิวหยวี่ (琉球嶼liú qiú yǔ) หรือที่นิยมเรียกว่า เสี่ยวหลิวฉิว (小琉球xiǎo liú qiú) โดยคำว่า "เสี่ยว" (xiǎo) แปลว่าเล็ก

ภาพจาก google แสดงตำแหน่งเสี่ยวหลิวฉิวเป็นเกาะเล็กๆทางตะวันตกเฉียงใต้ใกล้ชายฝั่งเกาะไต้หวัน



คำว่า "หลิวฉิว" (琉球liú qiú) อ่านแบบภาษาญี่ปุ่นคือ "ริวกิว" (りゅうきゅう) เป็นชื่ออาณาจักรสมัยก่อนในบริเวณที่ปัจจุบันเป็นจังหวัดโอกินาวะ (沖縄おきなわ) ของญี่ปุ่น

อย่างไรก็ตาม เสี่ยวหลิวฉิวไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับโอกินาวะ ตำแหน่งก็อยู่ห่างไกลกันมาก โอกินาวะอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของไต้หวัน แต่เสี่ยวหลิวฉิวอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้

เกาะเสี่ยวหลิวฉิวมีขนาด ๖.๘ ตร.กม. ห่างจากเกาะไต้หวันไปทางตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ ๑๕ กม. มีฐานะเป็นตำบลหนึ่งในจังหวัดผิงตง ประชากรหมื่นกว่าคน เป็นส่วนหนึ่งของเขตทิวทัศแห่งชาติอ่าวต้าเผิง (大鵬灣國家風景區dà péng wān guó jiā fēng jǐng qū)

เกาะนี้มีธรรมชาติทางทะเลที่สวยงาม ดึงดูดให้ผู้คนมาท่องเที่ยว และด้วยความที่อยู่ใกล้ทำให้ไปได้ง่าย นั่งเรือไม่นานก็ถึง

การเดินทางไปเสี่ยวหลิวฉิวโดยทั่วไปจะต้องมาขึ้นเรือจากท่าเรือที่ตำบลตงก่าง (東港dōng gǎng) ซึ่งเป็นบริเวณชายฝั่งของเกาะไต้หวันที่อยู่ใกล้กับเกาะนี้มากที่สุด ระยะเวลาเดินเรือประมาณ ๒๐-๓๐ นาที มีเรือประมาณชั่วโมงละ ๑-๒ เที่ยว

ข้อมูลเดินเรือดูได้ที่ http://liuqiu.pthg.gov.tw/liuqiu/web_tw.php?prog=traffic&view=sail

นอกจากนี้ก็ยังมีเรือจากเกาสยงไปโดยตรงเช่นกัน แต่ไม่มาก

ท่าเรือในเกาะนี้มีอยู่ ๒ จุดคือท่าเรือท่องเที่ยวไป๋ซาเหว่ย์ (白沙尾觀光港bǎi shā wěi guān guāng gǎng) กับท่าเรือประมงต้าฝู (大福漁港dà fú yú gǎng)

เที่ยวเรือส่วนใหญ่จะไปจอดที่ท่าเรือไป๋ซาเหว่ย์ ซึ่งอยู่ทางปลายตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะ

ส่วนท่าเรือต้าฝูอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ ค่อนข้างจะอยู่กลางเกาะ มีจำนวนเที่ยวเรือค่อนข้างน้อย



สำหรับการเดินทางในวันนี้ เราตื่นกันตั้งแต่หกโมงกว่า เพื่อจะออกจากโรงแรม 6:50 ไปขึ้นรถไฟฟ้า




มาลงที่สถานีรถไฟฟ้าสถานีรถไฟเกาสยง (高雄車站gāo xióng chē zhàn) ใจกลางเมือง

ปัจจุบันสถานีเกาสยงได้ถูกย้ายลงไปเป็นสถานีอยู่ใต้ดินตั้งแต่ปี 2002 ตัวอาคารเก่าถูกเปลี่ยนมาเป็นพิพิธภัณฑ์



ท่ารถที่ต้องไปขึ้นอยู่ใกล้กับสถานีเก่านี้ แต่ก่อนอื่นเราเดินไปหาอะไรกินเป็นมื้อเช้ากันแถวใกล้ๆก่อน



เจอร้านนี้ กินหัวถุ่ยต้านปิ่ง (火腿蛋餅huǒ tuǐ dàn bǐng) ราคา ๒๕



แล้วมาขึ้นท่ารถ ท่ารถเองก็มีหลายบริษัท แต่ที่จะไปตงก่างคือท่ารถของเกาสยงเค่อยวิ่น (高雄客運gāo xióng kè yùn)



นอกจากนี้ยังมีกั๋วกวางเค่อยวิ่น (國光客運guó guāng kè yùn) ตั้งอยู่ข้างๆ แต่ของบริษัทนี้ไม่มีไปตงก่าง



ซื้อตั๋วสำหรับไปตงก่าง ปกติราคาเที่ยวนึง ๑๒๑ ดังนั้นถ้าไปกลับก็ควรจะเป็น ๒๔๒ แต่ว่ามีตั๋วไปกลับให้ซื้อราคา ๑๙๔ ประหยัดไปได้ถึง ๔๘ หยวนเลยทีเดียว



รถที่จะไปตงก่างนั้นมีปลายทางอยู่ที่ป้ายต้าเผิงวานซึ่งอยู่ค่อนไปทางตะวันออกของใจกลางเมืองตงก่าง



เที่ยวรถมีประมาณทุกครึ่งชั่วโมง ส่วนที่เราขึ้นคือรอบ 7:35



รอรถเมล์อยู่สักพัก แล้วรถเมล์ก็มา ได้เวลาออกเดินทางไปยังตงก่าง



ระยะเวลาเดินทางมากกว่าหนึ่งชั่วโมงไปหน่อย ถึงประมาณ 8:45

เนื่องจากรถเมล์นี้ไม่ได้มีปลายทางอยู่ที่ในเมืองจึงต้องระวังป้ายที่จะลงให้ดี เราถามคนที่อยู่ในรถว่าควรลงป้ายไหนใกล้สุด จึงรู้ว่าควรลงที่ป้ายปากถนนกวางฟู่ (光復路口guāng fù lù kǒu, กวางฟู่ลู่โข่ว) อยู่ใกล้ใจกลางเมืองมากที่สุด อยู่ใกล้หัวมุม ถ้าเลยจากป้ายนี้รถเมล์จะเลี้ยวซ้ายแล้วออกห่างใจกลางเมืองไปทางตะวันออก



อย่างไรก็ตาม ป้ายนี้ยังอยู่ห่างจากท่าเรือไปอีกพอสมควร ต้องเดินไป แต่เราดูตารางเวลาเดินเรือแล้วมีรอบ 9:00 จึงมีเวลาเดินไปแค่ ๑๕ นาที ตอนแรกก็ลังเลว่าควรรอรอบถัดไปดีมั้ย แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจวิ่งไป เพราะถ้าไม่ทันเที่ยวนี้กว่าจะมีอีกทีคือ 10:10 โน่นเลย

วิ่งไปตามถนนจงซาน (中山路zhōng shān lù) ซึ่งเป็นถนนหลักใจกลางเมือง







ไปเรื่อยๆในที่สุดก็เห็นทะเล



เลี้ยวซ้ายมาก็เริ่มเห็นท่าเรือ



เรารีบวิ่งเข้าไปซื้อตั๋วเรือ แล้วก็รีบไปขึ้นเรือเลย ทันเวลาเฉียดฉิว




ค่าตั๋วคือ ๒๓๐ ถ้าไปกลับควรจะรวมกันเป็น ๔๖๐ แต่ถ้าซื้อเหมาไปกลับจะลดเหลือ ๔๑๐ ประหยัดไป ๕๐ เราจึงตัดสินใจซื้อแบบไปกลับ

เพียงแต่ตั๋วไปกลับจะมีความยุ่งยากอยู่อย่างนึงตรงที่ว่าขากลับต้องขึ้นเรือของบริษัทเดียวกันกับที่เราขึ้นไปเท่านั้น บริษัทเดินเรือที่นี่มีอยู่สองบริษัทคือตงหลิว (東琉dōng liú) กับไท่ฟู่ (泰富tài fù)

สำหรับรอบ 9:00 ที่เราขึ้นไปนี้เป็นของตงหลิว

บรรยากาศภายในเรือ



ใช้เวลา ๒๐ นาที เดินทางมาถึงท่าเรือไป๋ซาเหว่ย์




สำหรับการเดินทางเที่ยวบนเกาะนี้ มีหลายวิธี จะเหมารถก็ได้ จะเช่าจักรยานก็ได้ หรือจะเดินก็ได้ เพราะเกาะไม่ใหญ่ อยู่ในขอบเขตที่สามารถเดินทั่วได้ นอกจากนี้ยังมีรถเมล์สายที่วิ่งวนรอบๆเกาะด้วย แต่จำนวนเที่ยวน้อยถ้าจะนั่งต้องดูเวลาดีๆ อาจใช้เมื่อเดินไปไกลแล้วไม่อยากเดินกลับ

ครั้งนี้ตัดสินใจใช้เดินเอา เพราะเผื่อเวลาไว้เที่ยวเกาะนี้ทั้งวันอยู่แล้ว เดินเที่ยวสบายๆ แม้ตอนแรกจะยังไม่แน่ใจว่าจะเดินทั่วไหวหรือเปล่า

สำหรับเส้นทางเดินในครั้งนี้ในรายละเอียดได้วาดเป็นแผนที่ไว้ ใส่ไว้ตอนท้ายสุด

เริ่มจากเดินเลียบชายฝั่งไปทางเหนือ







ตรงนี้เป็นบริเวณริมฝั่งทะเลทางเหนือสุดของเกาะ




ตรงนี้มีวัดชื่อวัดหลิงซาน (靈山寺líng shān sì)



ใกล้ๆกันนั้นเดินต่อมาอีกหน่อยเจอ หินแจกัน (花瓶石huā píng shí, ฮวาผิงสือ) เป็นหินที่มีเอกลักษณ์ที่สุดของที่นี่ เวลาค้นข้อมูลเกาะนี้มักจะปรากฏรูปหินนี้ขึ้นมา จึงเป็นเหมือนสัญลักษณ์ประจำเกาะไป ดูๆไปก็คล้ายๆกับเขาตะปูที่จังหวัดพังงา





ทะเลแถวๆนี้สวยงามมาก





น้ำใสไหลเย็น



ชมทะเลตรงนี้เสร็จก็เดินขึ้นไปจากอีกทาง






เดินไปเรื่อยๆจนถึงถนนใหญ่แล้วเดินถัดต่อมาก็เจอจุดท่องเที่ยวถัดไป คือถ้ำคนสวย (美人洞měi rén dòng, เหม่ย์เหรินต้ง)



ที่นี่เป็นถ้ำที่เข้าไปเดินได้ แต่ว่าการจะเข้าชมที่นี่ต้องเสียค่าตั๋วเข้าชม โดยมีสถานที่หลายแห่งบนเกาะนี้ที่ใช้ตั๋วเดียวกันนี้ในการเข้า ราคารวม ๑๒๐ หยวน




เราตัดสินใจไม่ซื้อตั๋วเข้าชมด้านในเพราะยังไม่แน่ว่าจะเดินไปยังจุดอื่นๆที่ต้องใช้ตั๋วเข้าชม แต่ละจุดค่อนข้างอยู่ไกลกัน และตอนนั้นเริ่มรู้สึกว่าขาเจ็บอยู่ทำให้ไม่แน่ใจว่าจะเดินไปได้ไกลแค่ไหน

อย่างไรก็ตาม เดินไปตามทางต่อไป



ตรงนี้เจอจุดที่เข้าไปชมทิวทัศน์ได้อีกจุด



จากตรงนี้มองไปทะเลสวยมาก



ตรงนี้เป็นอีกจุดที่ต้องใช้ตั๋วเพื่อเข้าไป ซึ่งก็ไม่ได้เข้า



เดินต่อมาตรงนี้ก็ยังเจออีกจุดที่ต้องใช้ตั๋วเข้าไป



แล้วก็เดินต่อมา จากตรงนี้มีทางให้เดินเข้าไปชมทะเลได้ ส่วนนี้ไม่ต้องใช้ตั๋วจึงเข้าไปได้สบาย





ทิวทัศน์ริมทะเลตรงนี้ก็สวยงามมาก





ตอนเดินกลับขึ้นไปผ่านทางนี้



ดูแล้วจะเป็นตึกร้างที่ใช้เดินทะลุระหว่างริมฝั่งกับด้านบน




สุดท้ายก็กลับขึ้นมาด้านบนบริเวณเดิม แล้วก็เดินต่อไป

ระหว่างทางก็เจอร้านอาหารอยู่ประปราย



ตรงนี้ดูจะเป็นอีกจุดที่ลงไปเดินใกล้ชายฝั่งได้ แต่ก็ไม่ได้ลงไป



จากนั้นเนื่องจากคิดว่าอยากไปชมย่านเมืองกลางเกาะมากกว่าที่จะเอาแต่เดินเลียบริมชายฝั่ง จึงตัดสินใจเริ่มเลี้ยวซ้ายเข้าไปกลางเกาะ



เดินเข้ามาเริ่มเห็นบ้านที่อยู่อาศัยและร้านอาหาร





โรงเรียนประถมแห่งหนึ่ง



ยิ่งเดินเข้ามาก็เจอบ้านมากขึ้น






แวะกินมื้อเที่ยงกันที่ร้านนึงตรงนี้ อันนี้คือก๋วยเตี๋ยวเกิงเนื้อหมู (肉羹粄條ròu gēng bǎn tiáo)



เดินต่อมาเจอวัดอู่เหลียนกง (五連宮wǔ lián gōng)





เดินต่อมา



มาถึงนี่ก็ยังเจอตู้คีบตุ๊กตาด้วย



แถวนี้ผู้คนคับคั่ง มี 7-11 ด้วย



เดินผ่านวัดปี้หยวิน (碧雲寺bì yún sì)





จากตรงนี้ต้องตัดสินใจว่าจะเดินผ่านเส้นทางกลางเกาะเพื่อไปยังส่วนปลายด้านตะวันตกเฉียงใต้ หรือว่าจะเดินไปทางตะวันออกเฉียงใต้เพื่อไปยังย่านท่าเรือ เราเห็นว่ายังมีเวลาจึงตัดสินใจเดินไปเรื่อยๆสู่ปลายเกาะต่อ



ตรงนี้เป็นโรงเรียนประถมอีกแห่ง



ส่วนตรงนี้เป็นโรงเรียนมัธยม



ตลอดถนนสายนี้ดูแล้วมีแต่บ้านคนเป็นหลัก





แมวกับต้นไม้




วัดอีกแห่งตามทาง วัดเทียนเซียนกง (天仙宮tiān xiān gōng)



เดินต่อไป





เจอทางแยกตรงนี้ ถ้าเลี้ยวขวาก็จะไปยังถ้ำผีดำ (烏鬼洞wū guǐ dòng, อูกุ่ยต้ง) ซึ่งอยู่ฝั่งตะวันตกของเกาะ




เดินมาถึงทางออกถ้ำผีดำ ส่วนทางเข้าน่าจะต้องเดินย้อนไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ แต่ว่าที่นี่เป็นที่ที่ต้องใช้ตั๋วในการเข้าชม เราไม่ได้ซื้อตั้งแต่แรกจึงไม่ได้เข้า



ส่วนตรงนี้เป็นพิพิธภัณฑ์แต่ไม่ได้เปิดอยู่



เดินต่อไปอีกก็ถึงแหลมทางตะวันตกสุดของเกาะ มีศาลาที่เรียกว่าศาลาพระอาทิตย์ตก (日落停rì luò tíng, รื่อลั่วถิง) เนื่องอยู่ทิศตะวันตกจึงเหมาะที่จะมาตอนเย็นเพื่อชมพระอาทิตย์ตกทะเล



หน้าผาข้างๆศาลา



ดูแล้วอันตรายแต่ก็เห็นมีคนไปนั่งอยู่บนหินตรงนั้นด้วย



มีคนมาสร้างสุสาน (ฮวงซุ้ย) ไว้ตรงนี้ด้วย ไม่ใช่มีแค่อันนี้ แต่ระหว่างทางยังเจอสุสานแบบนี้อยู่ประปราย



เดินต่อไปไม่ไกลเป็นส่วนที่เป็นอ่าวเล็กๆปลายตะวันตกเฉียงใต้สุดของเกาะ เรียกว่าไหจื๋อโข่ว (海子口hǎi zǐ kǒu)





วัดเล็กๆ เทียนหนานฝูอานกง (天南福安宮tiān nán fú ān gōng)



จากนั้นก็ต้องเดินย้อนกลับไปเพื่อไปยังท่าเรือที่เราขึ้นกันมาซึ่งอยู่คนละปลายของเกาะ อุตส่าห์เดินมาจนสุดได้ แต่ก็ต้องเดินกลับอีก แค่คิดก็เหนื่อยแล้ว



หินตรงนี้เรียกว่าหินกวนอิม (觀音石guān yīn shí, กวานอินสือ)



มีป้ายรถเมล์อยู่ตรงนี้ ที่จริงก็คิดว่าถ้าจังหวะดีก็รอรถเมล์อยู่ตรงนี้ แต่ดูเวลาแล้วยังต้องรออีกนาน และเราก็ยังเดินกันไหวจึงเดินต่อไป



หินตรงชายฝั่งนี้ก็สวย แต่ถ้าเทียบกับที่ชมผ่านมาทางฝั่งตะวันตกก็ถือว่าเฉยๆแล้ว



ถัดมาเจอย่านชุมชนเล็กๆอีกจุด แถวนี้เรียกว่าชายฝั่งหินหนา (厚石海岸hòu shí hǎi àn, โฮ่วสือไห่อ้าน) เป็นจุดชมทะเลจุดนึง



มีป้ายรถเมล์อีกป้าย



เดินผ่านอีกวัด วัดฮว่าซานไต้เทียนกง (華山代天宮huà shān dài tiān gōng)



ถึงย่านท่าเรือกลางเกาะ





ตรงนี้เป็นย่านชุมชนที่ดูหนาแน่นอีกจุด



ถ้าไปทางนั้นจะเป็นท่าเรือต้าฝูที่สามารถกลับไปยังตงก่างได้ แต่ว่าเราขึ้นจากที่นี่ไม่ได้เพราะซื้อตั๋วไปกลับจากท่าเหรือไป๋ซาเหว่ย์ซึ่งเป็นท่าเรือเดิมตอนขามา



เราลองถามคนแถวนั้นว่าถ้าจะขึ้นรถเมล์กลับท่าเรือทางโน้นจะต้องไปขึ้นที่ไหน รอนานแค่ไหน แต่บังเอิญว่าคนที่ถามนั้นเขาดูใจดี และเหมือนจะมีธุระต้องไปทางโน้นพอดีก็เลยอาสาให้ติดรถจักรยานยนต์ไปส่งถึงที่ ต้องถือว่าโชคดีมาก ทำให้ประหยัดเวลาไปได้เยอะทีเดียว

ภาพย่านเมืองระหว่างทาง



ภาพพวกนี้ถ่ายแบบสุ่มๆขณะซ้อนท้ายจักรยานยนต์อยู่โดยไม่ได้มอง





สุดท้ายเขาก็มาส่งจนถึงท่าเรือ



ขณะที่ไปถึงเป็นเวลาเกือบสองโมง ตอนแรกคิดว่าจะไปนั่งเรือรอบสองโมงได้ แต่พอไปถึงเขาบอกว่าเรือรอบสองโมงนั้นคนเต็มจึงออกเรือไปก่อนแล้ว ต้องรอรอบสามโมง



เพียงแต่ว่าเรือที่นี่คนค่อนข้างแน่น ปกติจะต้องมาก่อนเวลาเพื่อให้ได้ที่นั่ง ไม่มีการจองที่ เรือรอบสามโมงจะมาจอดให้ขึ้นไปได้ตั้งแต่สองโมงครึ่ง ดังนั้นเพื่อให้แน่ใจว่าได้ขึ้นเรือแน่ต้องมาตั้งแต่สองโมงครึ่ง

เมื่อใกล้บ่ายสองครึ่งก็มีคนมารอขึ้นเรือเต็มไปหมดแล้ว พอถึงเวลาคนก็พากันขึ้นเรือ ขึ้นไปนั่งบนเรือสักพักคนก็ค่อยๆขึ้นมาบนเรือจนเต็มในไม่ช้า สุดท้ายเรือก็ออกประมาณสามโมงตามเวลา




การเที่ยวบนเกาะก็จบลงแต่เพียงเท่านี้ ตอนต่อไปจะกลับไปเดินเที่ยวในเมืองตงก่างต่อ https://phyblas.hinaboshi.com/20190205

สรุปเส้นทางเดินทั้งหมด



a ท่าเรือไป๋ซาเหว่ย์
b หินแจกัน
c ถ้ำคนสวย
d ชายฝั่งที่ลงไปเดินมา
e วัดอู่เหลียนกง
f วัดปี้หยวิน
g วัดเทียนเซียนกง
h ถ้ำผีดำ
i ศาลาพระอาทิตย์ตก
j ไหจื๋อโข่ว
k หินกวนอิม
l ชายฝั่งหินหนา
m วัดฮว่าซานไต้เทียนกง
n ท่าเรือต้าฝู
o จุดที่คนใจดีให้ซ้อนจักรยานยนต์กลับไปยังท่าเรือไป๋ซา



-----------------------------------------

囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧

ดูสถิติของหน้านี้

หมวดหมู่

-- ท่องเที่ยว >> ทะเล
-- จีน >> ไต้หวัน >> ผิงตง
-- จีน >> ไต้หวัน >> เกาสยง

ไม่อนุญาตให้นำเนื้อหาของบทความไปลงที่อื่นโดยไม่ได้ขออนุญาตโดยเด็ดขาด หากต้องการนำบางส่วนไปลงสามารถทำได้โดยต้องไม่ใช่การก๊อปแปะแต่ให้เปลี่ยนคำพูดเป็นของตัวเอง หรือไม่ก็เขียนในลักษณะการยกข้อความอ้างอิง และไม่ว่ากรณีไหนก็ตาม ต้องให้เครดิตพร้อมใส่ลิงก์ของทุกบทความที่มีการใช้เนื้อหาเสมอ

目录

从日本来的名言
模块
-- numpy
-- matplotlib

-- pandas
-- manim
-- opencv
-- pytorch
机器学习
-- 神经网络
maya
javascript
概率论
与日本相关的日记
与中国相关的日记
-- 与北京相关的日记
-- 与香港相关的日记
-- 与澳门相关的日记
与台湾相关的日记
与北欧相关的日记
与其他国家相关的日记
qiita
其他日志

按类别分日志



ติดตามอัปเดตของบล็อกได้ที่แฟนเพจ

  查看日志

  推荐日志

รวมรายชื่อนักร้องเพลงกวางตุ้ง
ภาษาจีนแบ่งเป็นสำเนียงอะไรบ้าง มีความแตกต่างกันมากแค่ไหน
ทำความเข้าใจระบอบประชาธิปไตยจากประวัติศาสตร์ความเป็นมา
เรียนรู้วิธีการใช้ regular expression (regex)
หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาจีนกวางตุ้ง
การใช้ unix shell เบื้องต้น ใน linux และ mac
หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาจีนกลาง
g ในภาษาญี่ปุ่นออกเสียง "ก" หรือ "ง" กันแน่
ทำความรู้จักกับปัญญาประดิษฐ์และการเรียนรู้ของเครื่อง
ค้นพบระบบดาวเคราะห์ ๘ ดวง เบื้องหลังความสำเร็จคือปัญญาประดิษฐ์ (AI)
หอดูดาวโบราณปักกิ่ง ตอนที่ ๑: แท่นสังเกตการณ์และสวนดอกไม้
พิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมโบราณปักกิ่ง
เที่ยวเมืองตานตง ล่องเรือในน่านน้ำเกาหลีเหนือ
บันทึกการเที่ยวสวีเดน 1-12 พ.ค. 2014
แนะนำองค์การวิจัยและพัฒนาการสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA)
เล่าประสบการณ์ค่ายอบรมวิชาการทางดาราศาสตร์โดยโซวเคนได 10 - 16 พ.ย. 2013
ตระเวนเที่ยวตามรอยฉากของอนิเมะในญี่ปุ่น
เที่ยวชมหอดูดาวที่ฐานสังเกตการณ์ซิงหลง
บันทึกการเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรกในชีวิต - ทุกอย่างเริ่มต้นที่สนามบินนานาชาติคันไซ
หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาญี่ปุ่น
ทำไมจึงไม่ควรเขียนวรรณยุกต์เวลาทับศัพท์ภาษาต่างประเทศ
ทำไมถึงอยากมาเรียนต่อนอก
เหตุผลอะไรที่ต้องใช้ภาษาวิบัติ?