φυβλαςのβλογ
phyblas的博客



สันปันน้ำซาไกดะ จุดที่สายน้ำแยกเป็นสองทางไปสู่ทะเลญี่ปุ่นและมหาสมุทรแปซิฟิก
เขียนเมื่อ 2022/11/02 04:48
#อาทิตย์ 30 ต.ค. 2022

ประเทศญี่ปุ่นนั้นเป็นเกาะที่ถูกขนาบด้วยทะเล ๒ ฝั่ง ด้านตะวันตกคือทะเลญี่ปุ่น หรือเรียกในภาษาญี่ปุ่นว่า "นิฮงไก" (日本海にほんかい) ส่วนด้านตะวันออกคือมหาสมุทรแปซิฟิก หรือในภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า "ไทเฮย์โยว" (太平洋たいへいよう)

บริเวณส่วนใหญ่บนเกาะของญี่ปุ่นนั้นเต็มไปด้วยเทือกเขาต่างๆมากมายเรียงรายอยู่ตรงกลาง เช่นสำหรับภูมิภาคโทโฮกุแล้ว มีเทือกเขาโอวอุ (奥羽山脈おううさんみゃく) กั้นอยู่ตรงกลาง เทือกเขานี้เป็นพรมแดนธรรมชาติที่กั้นระหว่างจังหวัดมิยางิ (宮城県みやぎけん) ที่อยู่ฝั่งตะวันออก (ฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก) และจังหวัดยามางาตะ (山形県やまがたけん) ซึ่งอยู่ฝั่งตะวันตก (ฝั่งทะเลญี่ปุ่น)

หากสายน้ำมีจุดเริ่มต้นจากบนเทือกเขานี้จะแยกไหลออกเป็น ๒ ทาง เป็นแม่น้ำคนละสายที่จะไหลออกไปสู่ทะเลคนละฝั่งกันเลย

ภาพแสดงสันปันน้ำที่ผ่านกลางเกาะญี่ปุ่นเป็นเส้นสีแดง เป็นตัวแบ่งว่าสายน้ำจากตรงไหนจะลงสู่ฝั่งทะเลญี่ปุ่นหรือมหาสมุทรแปซิฟิก


(ที่มาของภาพ http://www.jac.or.jp/info/doukoukai/chiri/bunsuirei/bunsui_teigi.html)

บนทางหลวงหมายเลข 47 (国道47号こくどう  ごう) ซึ่งเป็นช่องเขาที่เชื่อมตอนเหนือของจังหวัดยามางาตะกับจังหวัดมิยางินั้นมีบริเวณที่มีลำธารสายเล็กที่เห็นทางแยกเป็น ๒ ทางชัดเจน เรียกว่า ซาไกดะ (堺田さかいだ) เป็นย่านชนบทเล็กๆ ตั้งอยู่ในฝั่งจังหวัดยามางาตะ ในเขตเมืองโมงามิ (最上町もがみまち)

แผนที่แสดงตำแหน่งเมืองโมงามิภายในจังหวัดยามางาตะ เป็นสีเหลืองเข้มด้านขวาบน




ลำธารเล็กๆที่เห็นทางแยกในย่านซาไกดะนี้เรียกว่า "บุนซึยเรย์" (分水嶺ぶんすいれい) ซึ่งแปลว่า "สันปันน้ำ"

สันปันน้ำตรงซาไกดะนี้ถือเป็นสถานที่เที่ยวแห่งหนึ่ง ซึ่งอาจไม่ได้มีชื่อเสียงอะไรมาก แค่มาดูลำธารที่แยกสายกันเท่านั้น แต่ก็มีความน่าสนใจพอที่จะแวะมาชม เพราะสายน้ำจากลำธารเล็กๆนี้แยกไปสู่ทะเลคนละฝั่งที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง นี่จึงเป็นทางแยกที่สำคัญมาก

สายน้ำที่แยกทางกันที่นี่นั้นว่าไปแล้วก็ดูคล้ายชีวิตคน คนเราเมื่อมาถึงทางแยกให้ต้องมุ่งไปสักทาง ซึ่งอาจทำให้ชีวิตอาจเปลี่ยนไปคนละเรื่องกันเลย

ที่ซาไกดะนั้นมีสถานีซาไกดะ (堺田駅さかいだえき) เป็นสถานีรถไฟเล็กๆบนทางรถไฟสายริกุอุตะวันออก (陸羽東線りくうとうせん) ซึ่งลากผ่านตอนเหนือของจังหวัดยามางาตะและมิยางิ และบุนซึยเรย์ก็อยู่ที่ตรงหน้าสถานีซาไกดะนั้นเลย ดังนั้นหากจะมาชมที่นี่ก็สามารถมาได้ด้วยรถไฟ

อย่างไรก็ตามรถไฟที่มาที่สถานีนี้มีค่อนข้างน้อย ยิ่งถ้าเดินทางมาจากฝั่งเซนไดแล้วรถไฟส่วนใหญ่จะไปสุดสายแค่ที่สถานีนารุโกะอนเซง ดังนั้นจึงอาจไม่ได้สะดวกนักที่จะมา ถ้าหากมีรถขับมาเองได้ก็จะสะดวกกว่ามาก



ครั้งนี้เรานั่งรถมาเที่ยวหุบเขานารุโกะร่วมกับเพื่อนคนญี่ปุ่น แล้วก็เลยถือโอกาสแวะมายังซาไกดะซึ่งอยู่ใกล้ๆกัน

เล่าต่อจากตอนที่แล้วไปเที่ยวนารุโกะอนเซงเกียว https://phyblas.hinaboshi.com/20221101

จากนั้นก็นั่งรถต่อมาตามเส้นทางหลวงหมายเลข 47 ผ่านช่องเขา ข้ามมายังฝั่งจังหวัดยามางาตะ

เมื่อข้ามมาถึงไม่ไกลก็เดินทางมาถึงสถานีซาไกดะอันเป็นเป้าหมาย พวกเราหยุดรถอยู่ที่ตรงข้างหน้าสถานีแล้วก็ไปเดินดูแถวนี้ ตรงป้ายสถานีมีเขียนบอกว่าความสูงจากระดับน้ำทะเลของที่นี่คือ ๓๓๘ เมตร ซึ่งถือว่าต่ำเมื่อเทียบกับบริเวณอื่นๆในเทือกเขาโอวอุ ดังนั้นตรงบริเวณนี้จึงเป็นช่องทางที่ตัดทั้งถนนและทางรถไฟผ่านเทือกเขา



เข้ามาดูตรงชานชลาตัวสถานี ดูเป็นสถานีเล็กๆเงียบๆที่ไม่ค่อยมีอะไร





ป้ายสถานี





ตัวอาคารสถานี



ตรงนี้มีเขียนว่า 分水嶺ぶんすいれいえるえき "สถานีที่เห็นสันปันน้ำ" ซึ่งเป็นจุดขายของสถานีนี้



จากนั้นออกมาดูด้านหน้าสถานี มีอนุสาวรีย์รูปร่างประหลาดนี้ตั้งอยู่




แล้วก็ได้เวลามาดูส่วนสำคัญของที่นี่ นั่นคือบริเวณลำธารที่เห็นสายน้ำแยกเป็น ๒ ทาง ด้านหน้าคือต้นน้ำ ด้านซ้ายคือฝั่งทะเลญี่ปุ่น ส่วนด้านขวาคือฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก



ตรงนี้มีป้ายเขียนบอกว่าสายน้ำไปทางไหนจะไหลเป็นระยะทางเท่าไหร่ออกสู่ทะเลอะไร



ที่ฝั่งต้นน้ำมีเสาโทริอิเล็กๆเรียงอยู่



ลองเปลี่ยนมาถ่ายจากมุมฝั่งต้นน้ำ




แผ่นป้ายนี้เขียนบอกถึงเส้นทางที่น้ำจากที่นี่จะไหลไป ทั้ง ๒ ฝั่ง



ขยายดูตรงแผนที่นี้ จะเห็นเส้นทางที่สายน้ำไหลจากที่นี่ไปทั้ง ๒ ทาง ออกสู่ทะเลคนละฝั่ง



ข้างๆนั้นมีศาลาที่มีที่นั่งพักอยู่



ภายในศาลา ดูแล้วเหมือนจะเป็นที่จัดกิจกรรมอะไร




ตรงนี้เป็นหินที่ถูกทำสีสวย เห็นเขียนป้ายว่าให้หยิบเอาไปได้ตามสบายเลยถ้าต้องการ



ลองเดินไล่ตามต้นทางสายน้ำไปทางโน้นดู




จากตรงนี้ดูจะยาวต่อไปอีกไกล เราไม่ได้เดินต่อไปแล้ว



บริเวณรอบๆเป็นท้องนา แล้วก็มีบ้านคนอยู่เล็กน้อย ดูเป็นย่านชนบทที่เงียบสงบดี



หลังจากเดินชมแถวนี้อยู่สักพักประมาณครึ่งชั่วโมงจนฟ้าเริ่มมืดค่ำขึ้นมา ตอนนี้ก็ดูจะไม่มีอะไรแล้ว พวกเราก็ขึ้นรถแล้วเดินทางกลับเซนได เป็นอันจบการเที่ยวในวันนี้




-----------------------------------------

囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧

ดูสถิติของหน้านี้

หมวดหมู่

-- ประเทศญี่ปุ่น >> ยามางาตะ
-- ท่องเที่ยว >> รถไฟ

ไม่อนุญาตให้นำเนื้อหาของบทความไปลงที่อื่นโดยไม่ได้ขออนุญาตโดยเด็ดขาด หากต้องการนำบางส่วนไปลงสามารถทำได้โดยต้องไม่ใช่การก๊อปแปะแต่ให้เปลี่ยนคำพูดเป็นของตัวเอง หรือไม่ก็เขียนในลักษณะการยกข้อความอ้างอิง และไม่ว่ากรณีไหนก็ตาม ต้องให้เครดิตพร้อมใส่ลิงก์ของทุกบทความที่มีการใช้เนื้อหาเสมอ

目录

从日本来的名言
模块
-- numpy
-- matplotlib

-- pandas
-- manim
-- opencv
-- pyqt
-- pytorch
机器学习
-- 神经网络
javascript
蒙古语
语言学
maya
概率论
与日本相关的日记
与中国相关的日记
-- 与北京相关的日记
-- 与香港相关的日记
-- 与澳门相关的日记
与台湾相关的日记
与北欧相关的日记
与其他国家相关的日记
qiita
其他日志

按类别分日志



ติดตามอัปเดตของบล็อกได้ที่แฟนเพจ

  查看日志

  推荐日志

ตัวอักษรกรีกและเปรียบเทียบการใช้งานในภาษากรีกโบราณและกรีกสมัยใหม่
ที่มาของอักษรไทยและความเกี่ยวพันกับอักษรอื่นๆในตระกูลอักษรพราหมี
การสร้างแบบจำลองสามมิติเป็นไฟล์ .obj วิธีการอย่างง่ายที่ไม่ว่าใครก็ลองทำได้ทันที
รวมรายชื่อนักร้องเพลงกวางตุ้ง
ภาษาจีนแบ่งเป็นสำเนียงอะไรบ้าง มีความแตกต่างกันมากแค่ไหน
ทำความเข้าใจระบอบประชาธิปไตยจากประวัติศาสตร์ความเป็นมา
เรียนรู้วิธีการใช้ regular expression (regex)
การใช้ unix shell เบื้องต้น ใน linux และ mac
g ในภาษาญี่ปุ่นออกเสียง "ก" หรือ "ง" กันแน่
ทำความรู้จักกับปัญญาประดิษฐ์และการเรียนรู้ของเครื่อง
ค้นพบระบบดาวเคราะห์ ๘ ดวง เบื้องหลังความสำเร็จคือปัญญาประดิษฐ์ (AI)
หอดูดาวโบราณปักกิ่ง ตอนที่ ๑: แท่นสังเกตการณ์และสวนดอกไม้
พิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมโบราณปักกิ่ง
เที่ยวเมืองตานตง ล่องเรือในน่านน้ำเกาหลีเหนือ
ตระเวนเที่ยวตามรอยฉากของอนิเมะในญี่ปุ่น
เที่ยวชมหอดูดาวที่ฐานสังเกตการณ์ซิงหลง
ทำไมจึงไม่ควรเขียนวรรณยุกต์เวลาทับศัพท์ภาษาต่างประเทศ