# 2~9 ม.ค. 2026บันทึกแรกของปี 2026 หลังจากที่เพิ่งย้ายบ้านเข้ามาอยู่เมืองอุตสึโนมิยะ จังหวัดโทจิงิ ตั้งแต่วันที่ 26 ธันวาคมปีที่ผ่านมา ดังที่ได้เล่าไปใน
https://phyblas.hinaboshi.com/20251226หลังจากนั้นก็เข้าสู่ช่วงวันหยุดช่วงปีใหม่ ซึ่งเริ่มตั้งแต่ 27 ธันวาคม 2025 ไปจนถึง 4 มกราคม รวมแล้ว ๙ วัน แต่เวลากว่าครึ่งหมดไปกับการทำโน่นนี่เกี่ยวกับจัดการบ้านใหม่และการปรับตัวกับการใช้ชีวิตที่นี่ เลยถือเป็นวันหยุดปีใหม่ที่วุ่นวายที่สุดเลย
จากนั้น 5 มกราคม ก็คือวันทำงานแรกของปี และได้เวลาเริ่มทำงานในที่ใหม่เป็นครั้งแรกด้วย เรียกได้ว่าเริ่มปีใหม่พร้อมที่ทำงานใหม่ เป็นการเริ่มต้นปีใหม่ที่ให้ความรู้สึกว่าเปลี่ยนแปลงชัดเจนมากกว่าที่แค่เปลี่ยนศักราช
สำหรับชีวิตการทำงานใหม่ที่นี่นั้นทุกวันต้องไปทำงานโดยนั่งรถไฟรางเบารุ่นใหม่ โดยขึ้นจาก
สถานีหน้าสวนสาธารณะเอกิฮิงาชิ (
駅東公園前駅) ไปยัง
สถานีหน้าสวนสาธารณะคาชิโนโมริ (かしの
森公園前駅)
สถานีหน้าสวนสาธารณะเอกิฮิงาชิที่เราอยู่นั้นเป็นสถานีที่ ๓ จากต้นทาง ในขณะที่สถานีหน้าสวนสาธารณะคาชิโนโมริที่เราลงนี้เป็นสถานีก่อนสุดท้าย อยู่ห่างจาก
สถานีนิคมอุตสาหกรรมฮางะ-ทากาเนซาวะ (
芳賀・
高根沢工業団地駅) ซึ่งเป็นปลายทางแค่ ๐.๗ กิโลเมตร
ในแต่ละวันต้องใช้เวลาเดินทาง ๔๐ นาที และตลอดทางโอกาสที่จะมีที่นั่งว่างต่ำมาก แม้ว่าคนจะไม่ได้เบียดแน่นเท่ารถไฟในโตเกียวก็ตาม แต่ช่วงเช้านั้นคนจำนวนมากต้องเดินทางจากสถานีอุตสึโนมิยะไปทำงานที่ย่านนิคมอุตสาหกรรมที่อยู่ทางตะวันออกของเมือง สถานีที่คนส่วนใหญ่ลงคือสถานีใกล้ๆปลายทาง รวมถึง ๔ สถานีหลังซึ่งอยู่ภายในเขต
เมืองฮางะ (
芳賀町)
ก่อนที่จะเล่าเรื่องช่วงวันที่เริ่มทำงาน มีเรื่องที่อยากเล่าถึงก่อนนิดหน่อย นั่นคือวันที่ 2 มกราคมมีหิมะตกลงมา ถือเป็นหิมะแรกของอุตสึโนมิยะเลยสำหรับฤดูหนาวครั้งนี้ ที่จริงแล้วเมืองนี้มีหิมะตกไม่มากนักแม้ว่าอุณหภูมิจะติดลบบ่อยช่วงฤดูหนาว แต่ว่าความชื้นไม่มาก
ในวันนั้นพอดีตอนกลางวันได้นัดเจอเพื่อนร่วมงานที่ย้ายมาทำงานที่นี่ก่อน มาคุยกันให้เขาแนะนำอะไรต่างๆเกี่ยวกับงานที่นี่ แล้วก็สวัสดีปีใหม่ด้วย ตอนแรกเขาชวนไปกินร้านเกี๊ยวซ่าชื่อดังแถวใกล้ๆ แต่ร้านนั้นปิดช่วงปีใหม่อยู่เลยต้องหาร้านอื่น แล้วก็มาเจอร้าน
ยามาโมโตะซังจิ (
山本さん
家) ที่เปิดอยู่

ร้านนี้เป็นร้านราเมงและมีเกี๊ยวซ่าด้วย เราสั่งทัมเมงมิโสะ ๑๐๓๐ เยน และเกี๊ยวซ่า ๓๘๐ เยน รวมเป็น ๑๔๑๐ เยน

หลังจากนั้นก็แยกย้ายกันไป แล้วพอถึงช่วงบ่ายๆหิมะก็เริ่มตกโปรยปรายลงมา แต่ว่าตอนนั้นตกแล้วก็หายไปเพราะอุณหภูมิยังไม่ต่ำพอ จึงมองไม่เห็นหิมะเหลือบนพื้น แต่พอตกกลางคืนก็เริ่มเย็นพอที่จะเห็นหิมะปกคลุมพื้นดินอยู่ประปราย
มื้อเย็นตัดสินใจไปกินร้านสึกิยะที่อยู่ใกล้ แล้วก็เจอมุมที่ถ่ายกองหิมะหน้าร้านได้

มื้อนั้นกินอาหารชุดปลาแซลมอน ๗๐๐ เยน

วันต่อมา 3 มกราคม ตอนเช้าเห็นหิมะกองอยู่ในพื้นที่บางส่วน แต่ก็ค่อยๆหายไป พอตอนใกล้เที่ยงที่ออกมาหาอะไรกินมื้อเที่ยงก็แทบจะไม่เห็นแล้ว แต่ก็ยังพอเห็นหลงเหลืออยู่ประปรายในพื้นบางส่วน

เดินมาถึงหน้าสถานีอุตสึโนมิยะก็ยังเห็นได้นิดหน่อย

มื้อเที่ยงนี้เลือกมากินที่ศูนย์อาหารในสถานีอุตสึโนมิยะ ในนี้มีร้าน
365 ยากิโซบา (365 やきそばー) เป็นร้านยากิโซบะ

สั่งยากิโซบะห่อไข่เจียว ๘๐๐ เยน

กินเสร็จลองมาทางตะวันออกของสถานี ก็พอเห็นหิมะกองอยู่ด้านบนตรงถนนโอโดริที่หันเข้าใจกลางเมือง

จากลานบนทางลอยที่มีรูปปั้นเกี๊ยวซ่า เห็นหิมะเหลืออยู่ตรงแปลงดอกไม้ ถ่ายมุมนี้เห็นหิมะพร้อมกับรูปปั้นเกี๊ยวซ่าและป้ายสถานีด้วย

เดินย้อนกลับมาก็เจอพื้นหญ้าส่วนที่มีหิมะปกคลุมเหลืออีกนิดหน่อย

ก็จบการชมหิมะที่มีเพียงเล็กน้อยลงเท่านี้
จากนั้นก็เริ่มเล่าเรื่องวันที่ 5 มกราคมที่เร่ิมทำงาน นั่งรถรางจากสถานีหน้าสวนสาธารณะเอกิฮิงาชิ

มาลงที่สถานีหน้าสวนสาธารณะคาชิโนโมริ แล้วพอเสร็จงานตอนเวลา 18:00 ก็มานั่งรถรางกลับ

มื้อเย็นวันนั้นตัดสินใจไปกินที่ร้านราเมง
ฮิงาชิโนะฮิบาริ (
東のHIBARI) ซึ่งอยู่แถวสถานีหน้าสวนสาธารณะเอกิฮิงาชิ

สั่งราเมงเนื้อเป็ด ๙๕๐ เยน นี่เหมือนจะเป็นครั้งแรกทีได้กินราเมงกับเนื้อเป็ด ปกติแล้วราเมงที่กินกับเนื้อเป็ดนั้นถือว่าหายากมาก แทบหาไม่ได้ในญี่ปุ่นเลย

วันต่อมา 6 มกราคมขากลับแวะที่
สถานียุยโนโมริตะวันออก (ゆいの
杜東駅) ในย่านยุยโนโมริซึ่งเป็นย่านชุมชนที่อยู่ใกล้นิคมอุตสาหกรรม ย่านชุมชนนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อคนที่ทำงานในนิคมอุตสาหกรรมเป็นหลัก เมื่อรถรางถูกสร้างขึ้นได้มีการสร้างสถานีในย่านนี้ถึง ๓ สถานี และสถานียุยโนโมริตะวันออกคือสถานีที่อยู่ทางตะวันออกที่สุด

มากินร้าน
โควรากุเอง (
幸楽苑) ซึ่งเป็นร้านราเมงชื่อดังที่มีต้นกำเนิดจากจังหวัดฟุกุชิมะ มีหลายสาขาภายในจังหวัดต่างๆในญี่ปุ่น รวมถึงในจังหวัดโทจิงิก็พบได้หลายสาขา สำหรับที่นี่เรียกว่าเป็นสาขาอุตสึโนมิยะเทคโนโพลิส

ตอนที่ไปมีเมนูเฉพาะฤดูเป็นราเมงมิโสะใส่งา (ごま
味噌らーめん) สั่งเป็นชุดคู่กับเกี๊ยวซ่าแล้วราคา ๙๙๐ เยน

กินแล้วอร่อยมากทั้งราเมงและเกี๊ยวซ่า แถมราคาก็ถือว่าถูกด้วย

ใกล้ๆนั้นมีร้านไคนซ์ (カインズ, CAINZ) ซึ่งเป็นร้านขายพวกของแต่งบ้านซึ่งมีต้นกำเนิดในจังหวัดโทจิงิแต่ต่อมาสำนักงานใหญ่ย้ายไปอยู่ที่จังหวัดไซตามะ ในปัจจุบันก็ยังมีสาขาอยู่หลายแห่งในจังหวัดโทจิงิ และที่นี่เป็นสาขาที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ ๒


แล้วก็มีร้านไดโซด้วย แต่ว่าแค่เล็กๆ

เสร็จแล้วก็มาขึ้นรถรางเดินทางกลับ

จากนั้นวันต่อมา 7 มกราคม ขากลับแวะหาอะไรกินที่
สถานีโยวโตวซันโจวเมะ (
陽東3丁目駅)

ที่นี่มีร้าน
ฮากาตะราเมงบัมบัง (
博多らーめん
万々) เป็นร้านฮากาตะราเมง

เมนู มีทั้งราเมง เกี๊ยวซ่า และข้าวผัด เหมือนร้านที่พบได้ทั่วไปในฟุกุโอกะ

สั่งราเมงแบบใส่น้ำมันกระเทียมมายุ ๙๐๐ เยน และเกี๊ยวซ่า ๖ ชิ้น ๓๐๐ เยนด้วย รวมเป็น ๑๒๐๐ เยน

จากนั้นวันต่อมา 8 มกราคม คราวนี้หลังเลิกงานแวะมาแถว
สถานียุยโนโมริตะวันตก (ゆいの
杜西駅) ซึ่งเป็นอีกสถานีในย่านยุยโนโมริ อยู่ทางตะวันตกสุด
ข้างๆสถานีมีร้าน
ราเมงบิลลี (ラーメン☆ビリー) ซึ่งเป็นร้านราเมงแบบจิโรวเกย์ที่มีสาขาหลักอยู่ที่เมืองเซนได และมีเปิดอีกหลายสาขา รวมถึงในจังหวัดโทจิงิ ที่นี่เรียกว่าเป็นสาขาอุตสึโนมิยะยุยโนโมริ ครั้งนี้เลือกกินที่ร้านนี้

สั่งอาบุระโซบะ (มาเซโซบะ) แบบใส่ไข่ ราคา ๑๐๕๐ เยน

แต่ที่จริงครั้งนี้ที่อยากมาแถวนี้เป้าหมายหลักคือเพราะตรงนี้มีร้าน
สึรุงะยะ (
駿河屋) ซึ่งเป็นร้านขายสินค้าอนิเมะซึ่งรวมถึงของมือสองจำนวนมาก

สำหรับตัวร้านสึรุงะยะนั้นอยู่ชั้น ๒ ในขณะที่ชั้นแรกเป็นร้านหนังสือทสึตายะ


มาดูในร้านเจอฟิกเกอร์มือสองสวยๆมากมาย



ส่วนตรงนี้มีของใช้พวกถ้วย ผ้าเช็ดตัว หมอน






ตุ๊กตาต่างๆรวมถึงโปเกมอนมากมาย


มาเที่ยวนี้ได้ซื้อของมือสองราคาถูกๆกลับไปถึง ๔ ชิ้น คุ้มมากทีเดียว นั่งรถรางกลับอย่างมีความสุข

แล้ววันต่อมา ศุกร์ที่ 9 มกราคม ในที่สุดก็ถึงวันสุดท้ายของสัปดาห์แล้ว วันนี้ได้ลองตัดสินใจเดินมาขึ้นรถรางจากสถานีนิคมอุตสาหกรรมฮางะ-ทากาเนซาวะซึ่งเป็นสุดปลายทาง เพราะถ้าขึ้นจากตรงนี้จะมีโอกาสได้ที่นั่ง แล้วก็ได้นั่งจริงๆ

ครั้งนี้ตัดสินใจนั่งมาลงที่สถานีอุตสึโนมิยะ เท่ากับนี่เป็นครั้งแรกที่ได้นั่งตลอดสายตั้งแต่ต้นจนจบ

ครั้งนี้ที่มาลงถึงสถานีอุตสึโนมิยะก็เพราะมีสถานที่ที่ต้องการแวะไปเดินคืนนี้ นั่นคือห้างเมกาดอนกิโฆเต ตอนแรกตั้งใจว่าจะเล่าเรื่องของวันนี้จนจบวัน แต่เนื่องจากมีเรื่องเล่ายาวเลยขอแยกไปเป็นอีกตอน