# อาทิตย์ 29 มี.ค. 2026ช่วงนี้ซากุระเริ่มบานแล้วเลยมีแผนออกไปเที่ยวชมซากุระตามที่ต่างๆในจังหวัดโทจิงิมากมาย โดยเริ่มจากที่เมืองโอยามะดังที่เล่าไปใน
https://phyblas.hinaboshi.com/20260328วันถัดมาเป้าหมายต่อไปที่เลือกไปคือที่
เมืองซาโนะ (
佐野市) ซึ่งก็เป็นเมืองใหญ่ที่มีชื่อเสียงอีกเมืองของจังหวัด
แผนที่แสดงตำแหน่งเมืองซาโนะในจังหวัดโทจิงิ อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจังหวัด


พูดถึงซาโนะแล้วสิ่งที่มีชื่อเสียงที่สุดก็คือ
ซาโนะราเมง (
佐野ラーメン) ซึ่งเป็นราเมงที่มีจุดเด่นคือขึ้นเส้นโดยการนวดด้วยไม้ไผ่เป็นเส้นแบน
ที่จริงในเมืองอุตสึโนมิยะเองก็มีร้านที่สามารถกินซาโนะราเมงได้อยู่หลายร้าน เพราะยังไงซาโนะก็ถือเป็นของขึ้นชื่อของจังหวัด จึงสามารถหาได้ที่เมืองอื่นภายในจังหวัดด้วย แต่ก็ไม่ได้มีเยอะเท่าในเมืองซาโนะเอง ที่เมืองซาโนะมีร้านซาโนะราเมงอยู่มากมายเต็มไปหมดจนเลือกไม่ถูกเลยทีเดียว
ครั้งนี้ตัดสินใจเลือกร้านโดยดูจากเว็บแนะนำ แล้วก็พิจารณาความสะดวกในการเดินทางไปด้วย ในที่สุดก็ตัดสินใจเลือกร้าน
เมนยะโยวสึเกะ (
麺屋ようすけ) ซึ่งตั้งอยู่หน้า
สถานีทาจิมะ (
田島駅) ทางตอนใต้ของเมืองซาโนะ
เมืองซาโนะมีสถานีรถไฟอยู่หลายแห่ง โดยสถานีใจกลางคือ
สถานีซาโนะ (
佐野駅) มีทางรถไฟ ๒ สายตัดกันคือ
สายเรียวโมว (
両毛線) ของ JR ตามแนวตะวันออกตะวันตก และ
สายซาโนะ (
佐野線) ของโทวบุ ตามแนวเหนือใต้
การเดินทางมาจากอุตสึโนมิยะนั้นต้องนั่งรถไฟตามสายหลักโทวโฮกุ มาเปลี่ยนไปยังสายเรียวโมวรถไฟที่
สถานีโอยะมะ (
小山駅) ไปทางตะวันตก
สถานีโอยามะนั้นเพิ่งจะแวะไปเมื่อวาน แต่ว่าครั้งนี้แค่มาเปลี่ยนรถไฟ ไม่ได้แวะเที่ยวในเมืองโอยามะ
เริ่มมาขึ้นรถไฟที่สถานีอุตสึโนมิยะเหมือนเมื่อวาน

ครั้งนี้ไม่ได้ออกนอกสถานี แต่เดินมาเปลี่ยนรถไปทางสายเรียวโมว ได้รถไฟรอบ 11:02 รถไฟสายนี้มีประมาณชั่วโมงละรอบเท่านั้น ทั้งหมดมีปลายทางที่
สถานีทากาซากิ (
高崎駅)

ตอนที่มาถึงรถไฟก็จอดอยู่แล้ว

ถ่ายภาพป้ายสถานีไว้ด้วยก่อนขึ้นรถไฟ

แล้วรถไฟก็ออกเดินทาง เริ่มจากมาจอดที่สถานีแรกคือ
สถานีโอโมอิงาวะ (
思川駅) ซึ่งอยู่ตอนตะวันออกของเมืองโอยามะ ที่สถานีดอกซากุระกำลังบานสวยอยู่เลย


จากนั้นรถไฟก็ออกจากเมืองโอยามะ เข้าสู่บริเวณ
เมืองโทจิงิ (
栃木市) ซึ่งเป็นเมืองอันดับ ๓ ของจังหวัดโทจิงิ

สถานีต่อไปที่มาจอดคือที่
สถานีโทจิงิ (
栃木駅) ดูแล้วเป็นสถานีใหญ่อยู่ เป็นจุดเปลี่ยนรถไฟที่สำคัญด้วย โดยเชื่อมกับ
สายนิกโกว (
日光線) ของโทวบุ

ถัดมาทางตะวันตกอีกเป็น
สถานีโอฮิระชิตะ (
大平下駅)

แล้วถัดมาคือ
สถานีอิวาฟุนะ (
岩舟駅) ซึ่งเป็นสถานีทางตะวันตกสุดของเมืองโทจิงิ ที่นี่มีชื่อเสียงเนื่องจากถูกใช้เป็นฉากของอนิเมะทำให้มีคนจำนวนมากแวะมาเพื่อตามรอย และนอกจากนี้ยังมีสถานที่เที่ยวด้วย ดังนั้นไว้ถ้ามีโอกาสก็คิดว่าอยากแวะมาอีกเพื่อเที่ยวที่นี่โดยเฉพาะ


จากนั้นรถไฟก็มาถึงสถานีซาโนะซึ่งเป็นเป้าหมาย เราลงมาที่นี่

แต่เรายังไม่ออกจากสถานี แต่มาเปลี่ยนรถไฟไปยังรถไฟสายซาโนะของโทวบุ โดยมีเวลาแค่ ๓ นาทีในการเปลี่ยนรถไฟ โดยรถไฟที่นั่งมาถึงสถานีซาโนะเวลา 11:29 และรถไฟที่จะเปลี่ยนออกเวลา 11:32 ทำให้ต้องรีบมากทีเดียว

แตะบัตรแล้วรีบวิ่งลงมา

มาขึ้นรถไฟได้ทันเวลา

รถไฟมาจอดที่สถานีต่อไปคือ
สถานีซาโนะชิ (
佐野市駅) ซึ่งอยู่ใกล้ใจกลางเมืองซาโนะ

แล้วถัดมาจึงเป็นสถานีทาจิมะที่เป็นเป้าหมาย

สถานีนี้เป็นแค่สถานีเล็กๆแบบง่ายๆ ชานชลาก็เป็นเกาะลอยเล็กๆที่มีแค่หลังคานิดหน่อย ไม่ได้อยู่ในอาคาร

การออกจากชานชลาทำโดยลอดอุโมงค์

ออกมาแล้วก็เห็นว่าอาคารสถานีเป็นแค่บ้านเล็กๆแค่นี้ มีแค่ห้องน้ำ ไม่มีคนเฝ้า

ตอนที่ออกมาเพิ่งรู้ตัวว่าไม่เห็นมีที่แตะบัตร IC ซึ่งปกติจะต้องตั้งอยู่ตรงประตูทางเข้าออกให้แตะก่อนออก แต่ว่าของสถานีนี้ตั้งอยู่ตรงไหนไม่รู้ ตอนแรกนึกว่าจะมีให้แตะตรงทางออกอุโมงค์ก็เลยไม่ได้ตั้งใจหา พอออกมาแล้วไม่เจอตอนแรกยังเข้าใจว่าสถานีนี้ไม่มีที่ให้แตะบัตร ไว้ตอนหลังค่อยไปคิดเงินตอนกลับถึงสถานีซาโนะ
ฝั่งตรงข้ามถนน มองไปก็เห็นร้านเมนยะโยวสึเกะที่ตั้งใจมากิน

ข้ามมาก็เห็นรถจอดอยู่เต็มหน้าร้าน แล้วก็มีคนมารออยู่เต็ม หลายคนก็นั่งรอในรถ จำนวนคนที่รอเพื่อเข้ากินร้านนี้อยู่ดูแล้วมหาศาลทีเดียว

ก่อนอื่นต้องมากดเอาบัตรคิว ซึ่งมี QR โค้ดให้อ่านเพื่อติดตามสถานการณ์ว่าเรียกไปถึงไหนแล้ว

เมื่อสแกนเข้ามาดูในนี้จะบอกว่าเหลืออีกกี่คิว ซึ่งตอนแรกสุดก็เขียนว่าต้องรอถึง ๒๗ คิว ยาวมาก!

ตอนแรกก็นั่งรอตรงที่นั่งรถหน้าร้าน แต่ก็รู้สึกว่าดูท่าแล้วคงจะนานเป็นชั่วโมง ให้นั่งรออยู่ตลอดโดยไม่ทำอะไรแบบนี้เสียดายเวลา จึงลองค้นดูว่าแถวนี้มีสถานที่เที่ยวอะไรใกล้ๆที่พอจะแวะไปได้มั้ย

แล้วก็พบว่าที่นี่ตั้งอยู่ใกล้เขตแดนที่ข้ามไปยังจังหวัดกุมมะ ก็เลยตัดสินใจเดินไปให้ถึงสะพานที่เชื่อม คือ
สะพานใหญ่วาตาราเสะ (
渡良瀬大橋) ข้าม
แม่น้ำวาตาราเสะ (
渡良瀬川) ซึ่งเป็นแม่น้ำสายสำคัญที่คั่นระหว่างจังหวัดโทจิงิกับจังหวัดกุมมะ
ก่อนอื่นต้องเดินลงมาทางใต้เรื่อยๆ ไกลพอสมควร ประมาณ ๒ กิโลเมตร





มาถึงตรงนี้มี
สะพานโคบาตะ (
小羽田橋) ซึ่งข้าม
แม่น้ำไซ (
才川) ซึ่งเป็นสายย่อยเล็กๆของแม่น้ำวาตาราเสะ ตรงนี้เป็นเขตแดนจังหวัดจริงๆเฉพาะช่วงนี้ เมื่อข้ามสะพานนี้มาก็เท่ากับเราเข้ามาอยู่ในเขต
เมืองทาเตบายาชิ (
館林市) ของจังหวัดกุมมะแล้ว

ข้ามมาแล้วยังเดินต่อไปอีกนิดหน่อย

ในที่สุดก็มาถึงสะพานใหญ่วาตาราเสะที่เป็นเป้าหมาย


ริมแม่น้ำวาตาราเสะมีดอกนาโนฮานะบานอยู่เต็มไปหมดสวยงาม

มองไปทางตะวันออกเฉียงใต้มีอีกสะพาน ตรงนั้นเป็นสะพานสำหรับทางรถไฟสายซาโนะ

เราไม่ได้เดินข้ามสะพานไปเพราะกลัวเวลาไม่พอ แค่เดินย้อนกลับมาลองดูตรงทุ่งดอกนาโนฮานะนิดหน่อย


ตรงนี้มีป้ายเขียนอธิบายบอกข้อมูลลุ่มแม่น้ำนี้

มองย้อนกลับไปยังทางที่เดินมา

หลังจากนั้นก็ได้เวลาเดินกลับ ต้องรีบกลับไปให้ทันก่อนเวลาเรียกคิว ไม่งั้นที่รอมาทั้งหมดจะสูญเปล่า

ตอนเดินย้อนกลับมีโอกาสได้ดูตามข้างทางละเอียดกว่าตอนขามาที่ค่อนข้างรีบเพราะต้องเผื่อเวลา เลยได้เห็นอะไรมากขึ้น ลองมาองดูตรงนี้มีย่านบ้านที่มีสวนสวยทีเดียว

ตรงนี้มีป้ายบอกว่าเป็นเขตเมืองทาเตบายาชิของจังหวัดกุมมะ

ตอนที่ข้ามกลับมายังเขตจังหวัดโทจิงิมีป้ายเขียนบอกว่าเมืองซาโนะจังหวัดโทจิงิด้วย

ระหว่างทางมี
ศาลเจ้าทสึบากิดะอินาริ (
椿田稲荷神社) เป็นศาลเจ้าเล็กๆ ซึ่งตอนขามาเราก็ผ่าน แต่ตอนขากลับเพิ่งสังเกตเห็น ก็เลยแวะสักหน่อย เข้ามาดูด้านในแบบรีบๆ




ระหว่างเดินอยู่ก็เห็นรถไฟวิ่งผ่านไปเลยเก็บภาพไว้ได้ด้วย รถไฟขบวนนี้มีแค่ ๒ ตู้ ดูแล้วเล็กกะทัดรัด

ตรงนี้มีป้ายของศูนย์รถมือสองของฟ็อลคส์วาเกินด้วย แต่เขียนว่าอยู่ห่างไป ๓ กิโลเมตร

แล้วก็กลับมาถึงร้านตอนที่เหลืออีกแค่ ๒ คิวพอดี ถือว่ากะเวลาเดินทางได้ดี ถ้าช้ากว่านี้อีกนิดหน่อยคงพลาดแล้ว

ตอนที่เหลืออีกคิวเดียวเราก็เข้ามารอตรงหน้าทางเข้าด้านใน

ในที่สุดก็ถึงเวลาเรียกให้เข้า เมื่อนับเวลาตั้งแต่มาเริ่มกดบัตรคิวคือ 11:45 แล้วได้เรียกให้เข้าเวลา 11:54 ก็นานกว่าชั่วโมง ถือว่านานกว่าที่คิดไว้มาก ตอนแรกไม่คิดว่าร้านนี้จะได้รับความนิยมจนต้องรอนานสุดๆแบบนี้ ยังดีที่ได้ไปเดินเที่ยวเล่นข้ามจังหวัด ถ้าต้องให้นั่งรออยู่เฉยๆแบบคนอื่นคงจะเสียดายเวลาแย่อยู่
เข้ามาก็ได้นั่งตรงที่นั่งโต๊ะ แม้ว่าจะมาคนเดียว ไม่ใช่ที่นั่งเคาน์เตอร์

เมนูของร้าน โดยหลักแล้วก็คือซาโนะราเมง มีการใส่เครื่องแบบต่างๆ แล้วก็มีเกี๊ยวซ่าด้วย เราเลือกแบบเติมแค่ไข่ ราคา ๑๑๐๐ เยน ไม่ได้สั่งอย่างอื่นเพิ่มด้วย

ระหว่างรอก็แวะไปเข้าห้องน้ำ ได้ถ่ายรูปภายในร้านไว้ด้วย ร้านค่อนข้างกว้างอยู่ แต่ที่นั่งตั้งอยู่แบบค่อนข้างหลวมๆ บรรยากาศสบายๆ

แล้วราเมงที่สั่งก็มา ลองกินดูก็อร่อยทีเดียว แต่ก็ถือว่าไม่ได้อร่อยเลิศอะไรเป็นพิเศษ เรียกได้ว่าอร่อยธรรมดา ไม่ได้ต่างจากร้านซาโนะราเมงที่กินในเมืองอุตสึโนมิยะ ทำให้รู้สึกว่าที่จริงถ้าแค่อยากกินซาโนะราเมงอร่อยๆเราไม่จำเป็นต้องถ่อมาถึงซาโนะแล้วรอคิวยาวแบบนี้ก็ได้ สุดท้ายก็ไม่ได้ต่างกันมาก แต่อย่างน้อยคือครั้งนี้ทำให้ได้มีโอกาสเดินไปถึงเขตแดนข้ามจังหวัดโดยไม่ตั้งใจ จึงไม่รู้สึกว่าผิดหวังอะไรที่ได้มา ยังถือว่าคุ้มค่าอยู่

กินเสร็จออกจากร้านมา เดินกลับขึ้นเหนือเพื่อไปเที่ยวในย่านใจกลางเมืองซาโนะต่อไป ที่จริงจะนั่งรถไฟก็ได้ แต่ว่ารถไฟมีชั่วโมงละเที่ยว แล้วรถไฟขาขึ้นทางเหนือก็เพิ่งออกไป จังหวะไม่ดี จึงต้องเดินไปเท่านั้น ซึ่งระยะก็พอสมควรอยู่ แต่ระหว่างนั้นก็ชมเมืองตามทางไปเรื่อยๆได้

เดินมาแค่นิดหน่อยก็เจอร้านซาโนะราเมงอีกร้าน ชื่อว่าร้าน
ยุตากะยะ (ゆたかや) เป็นแค่ร้านเล็กๆผิดกับร้านเมนยะโยวสึเกะ ไม่ได้มีคนมารอคิวด้วย ที่จริงลองอ่านรีวิวของร้านนี้จึงรู้ว่าหลายคนที่มากินร้านนี้คือตอนแรกตั้งใจจะมากินร้านเมนยะโยวสึเกะแต่รอคิวไม่ไหวเลยมาที่นี่แทน ทำให้ดูเหมือนจะกลายเป็นร้านทางสำรองสำหรับใครที่ไม่อยากรอคิวนาน ระยะก็ไม่ไกลกัน เดินมานิดเดียวก็ถึง


ขอจบตอนเท่านี้ ตอนต่อไปจึงจะเล่าเรื่องการเที่ยวภายในเมืองซาโนะไปจนถึงชมซากุระแล้วก็เดินทางกลับ