# อังคาร 12 พ.ค. 2026หลังจากที่เดินทางมาถึงสถานีโทยามะดังที่เล่าไปใน
https://phyblas.hinaboshi.com/20260512ตอนนี้ได้เวลาเที่ยวภายในเมืองโทยามะด้วยเวลาจำกัดแค่ประมาณ ๓ ชั่วโมงกว่า
เป้าหมายหลักที่มาเที่ยวเมืองโทยามะในครั้งนี้ก็คือเพื่อมานั่งรถไฟรางเบา
โทยามะไลต์เรล (
富山ライトレール)
ระบบรถไฟรางเบา หรือ
ไลต์เรล (ライトレール) หรือ LRT เป็นระบบรถรางสมัยใหม่ที่มีความคล่องตัว พื้นต่ำ จุคนได้มาก ต่างจากระบบรถรางยุคเก่าที่ใช้มานานตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 20 ในญี่ปุ่น
ช่วงปลายศตวรรษที่ 20 ความนิยมของระบบรถรางได้ลดลง มีการยกเลิกสายรถรางในหลายเมือง แต่ก็ยังมีอยู่หลายเมืองที่เหลือรอดมาจนถึงปัจจุบัน และในจำนวนนั้นก็มีส่วนหนึ่งที่ได้เริ่มนำระบบรถไฟรางเบามาใช้แทน โดยแห่งแรกที่เริ่มนำมาใช้คือที่เมืองคุมาโมโตะในปี 1997
แต่ระบบรถรางของคุมาโมโตะและอีกหลายเมืองนั้นแค่นำขบวนรถแบบสมัยใหม่มาใช้วิ่งบนรางเดิมเท่านั้น ในขณะที่รถรางที่เปิดสายใหม่เป็นระบบรถไฟรางเบาตั้งแต่แรกนั้นก็คือที่โทยามะ เปิดให้บริการตั้งแต่ปี 2006
อย่างไรก็ตาม ระบบรถไฟรางเบาของโทยามะนั้นมีทั้งส่วนที่สร้างขึ้นใหม่และส่วนที่ปรับปรุงจากรางที่เดิมเป็นสายรถไฟธรรมดา จึงไม่ใช่ระบบที่สร้างขึ้นใหม่ทั้งหมดโดยสมบูรณ์ ในขณะที่รถไฟรางเบาที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ทั้งหมดตั้งแต่ต้นก็คือ
อุตสึโนมิยะไลต์เรล (
宇都宮ライトレール) ซึ่งเปิดในปี 2023
เกี่ยวกับระบบรถไฟรางเบาของอุตสึโนมิยะได้เคยเล่าถึงไว้แล้วใน
https://phyblas.hinaboshi.com/20251129ด้วยความที่ทุกวันนี้เรามาอาศัยอยู่อุตสึโนมิยะแล้วได้ต้องนั่งรถไฟรางเดี่ยวสายนี้ไปทำงานทุกวัน ก็เลยทำให้เกิดความสนใจศึกษาเกี่ยวกับรถไฟรางเดี่ยวขึ้นมา แล้วก็ได้รู้ว่าที่โทยามะเป็นผู้ริเริ่ม จึงคิดว่าสักวันอยากจะมานั่งสักหน่อย
ที่จริงแล้วเมืองโทยามะมีระบบรถรางอยู่แล้ว เปิดมาตั้งแต่ปี 1913 อายุเกินร้อยปีแล้ว แต่ว่าเป็นรถรางรุ่นเก่า และเส้นทางทั้งหมดวิ่งอยู่ทางใต้ของสถานีโทยามะเป็นหลัก แต่สายใหม่ที่เปิดเป็นรถไฟรางเบาในปี 2006 นั้นวิ่งอยู่ทางเหนือของสถานีโทยามะ เรียกว่าเป็น
สายท่าเรือโทยามะ (
富山港線)
เดิมทีสายรถไฟรางเบากับสายรถรางแบบเก่าไม่ได้เชื่อมต่อกัน และยังบริหารโดยคนละบริษัทกันด้วย ต้องมาเปลี่ยนรถที่สถานีโทยามะ แต่ในปี 2020 ได้มีการปรับปรุงผังสถานีใหม่และยุบรวมให้บริการโดยบริษัทเดียวกัน ทำให้กลายเป็นระบบรถรางเดียวกัน สามารถวิ่งยาวได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนรถ โดยขบวนรถสมัยใหม่ที่เดิมสร้างขึ้นใช้วิ่งในฝั่งเหนือก็ทะลุเข้าไปวิ่งในฝั่งใต้ด้วย ในขณะที่ขบวนรถแบบเก่าที่เดิมใช้ในฝั่งใต้มาก่อนก็ยังใช้วิ่งในฝั่งใต้ต่อไป แต่จะไม่มีการวิ่งไปถึงฝั่งเหนือด้วย ทำให้ฝั่งใต้มีขบวนรถ ๒ แบบวิ่งปนกันอยู่
ครั้งนี้เป้าหมายหลักคือนั่งรถไฟรางเบาแบบใหม่ที่เหมือนกับที่วิ่งในอุตสึโนมิยะ ดังนั้นจึงตั้งเป้าเที่ยวบนสายท่าเรือโทยามะที่อยู่ทางเหนือเป็นหลัก โดยสายนี้มีปลายทางอยู่ที่
สถานีอิวาเสะฮามะ (
岩瀬浜駅) ซึ่งอยู่ในย่าน
อิวาเสะ (
岩瀬) ใกล้ทะเล
หลังจากลงจากชิงกันเซงมาก็เดินออกจากชานชลาแล้วมาผ่านที่ตรวจตั๋ว

พอออกมาก็เจอจุดขึ้นรถรางอยู่ตรงหน้าเลย ถือว่าสะดวกมาก สามารถมาต่อรถได้ทันที

เพียงแต่เราอยากมาเดินหาอะไรกินก่อนที่จะไปเที่ยว เพราะนี่มันก็เป็นเวลาเที่ยงแล้ว เริ่มจากเดินออกจากอาคารสถานีมาเดินตรงลานหน้าสถานีสักหน่อย

แล้วก็เห็นภายในอาคารสถานีมีย่านร้านอาหารอยู่เลยมาเดินหาอะไรกินในนี้


เท่าที่ดูก็มีหลายร้านที่คนแน่น มีการเข้าแถวรอยาว


แต่ลองเดินหาดูก็เจอร้านที่คนโล่ง ไม่ต้องรถเข้าแถว กินได้เลย จึงเข้าร้านนี้
โทยามะฮาโกบุเนะ (とやま
方舟)

ร้านนี้มี
ชิโรเอบิเทนดง (
白えび
天丼) ซึ่งเป็นเทมปุระที่ทำจากกุ้งชิโรเอบิ ซึ่งเป็นกุ้งท้องถิ่นที่มีการประมงจับมากินเป็นอาหารแค่ที่อ่าวโทยามะเท่านั้น จึงเป็นอาหารท้องถิ่นขึ้นชื่อของโทยามะที่ถ้าใครแวะมาโทยามะก็ต้องกิน เพราะหาที่อื่นไม่ได้ รสชาติก็อร่อยดี ไม่ผิดหวัง แต่ว่าราคาค่อนข้างแพงสมเป็บวัตถุดิบหายาก จานนี้ราคาตั้ง ๑๖๗๐ เยนเลย


กินเสร็จก็มายังที่ขึ้นรถราง

ตรงนี้มีรถรางหลายสาย ซึ่งรวมถึงที่วิ่งฝั่งใต้โดยมีปลายทางที่
สถานีมินามิโทยามะ (
南富山駅) แต่เป็นตู้รถแบบเก่า ไม่ใช่เป้าหมายที่จะมานั่งครั้งนี้

ส่วนที่เราจะนั่งคือขบวนนี้ซึ่งมีปลายทางอยู่ที่สถานีอิวาเสะฮามะ ดูหน้าตาตัวขบวนก็เห็นความต่างอย่างชัดเจน ขบวนรถไฟแบบใหม่นี้มีหน้าตาคล้ายรถไฟด่วน และมีพื้นต่ำทำให้เข้าง่าย


ภายในขบวนรถ

หลังรถออกจากสถานีมาก็วิ่งอยู่บนรางที่อยู่กลางถนนที่รถยนต์วิ่ง แต่ว่าพอถึงช่วงหนึ่งก็เริ่มเข้ามาวิ่งบนรางแยกต่างหาก ซึ่งสร้างขึ้นจากรางรถไฟเก่าของ JR ที่ยกเลิกไป
ในแต่ละสถานีมีภาพตัวละคร
อิวาเสะ ยูโกะ (
岩瀬 ゆうこ) ซึ่งเป็นตัวละครประจำสายรถไฟท้องถิ่นขอโทยามะ เช่นภาพนี้เป็นที่
สถานีโจวงาวาระ (
城川原駅)

นี่เป็นที่
สถานีฮาสึมาจิ (
蓮町駅) ก็เป็นตัวละครเดียวกันแต่วาดแบบต่างกัน ดูเด็กกว่า

ลองมองออกไปจากกระจกด้านหลังของขบวน เห็นเส้นทางที่ขบวนรถวิ่งมา ซึ่งก็เป็นรางรถไฟที่ใช้มาตั้งแต่สมัยที่เป็นรถไฟธรรมดาของ JT

ที่นั่งคนขับฝั่งด้านหลังที่ตอนนี้ไม่ได้ใช้แต่จะใช้ตอนวิ่งขากลับ
สถานีฮิงาชิอิวาเสะ (
東岩瀬駅) นี่เป็นสถานีสำคัญแห่งหนึ่งที่เดี๋ยวจะกลับมาแวะเที่ยวอีกที

ถัดมาเป็น
สถานีเคย์ริงโจวมาเอะ (
競輪場前駅) ซึ่งเป็นสถานีรองสุดท้ายแล้ว

แล้วก็มาถึงสถานีอิวาเสะฮามะซึ่งเป็นปลายทาง ทุกคนลงตรงนี้



แล้วก็เดินขึ้นเหนือต่อไปมุ่งหน้าไปยังทะเล



เริ่มมองเห็นทะเลแล้ว


จากตรงนี้เป็นหาดทราย แต่ต้องปีนขึ้นไป


ขึ้นมาก็เห็นท้องทะเลกับหาดทรายอยู่ตรงหน้า


ก็ขอเดินมาเขียนชื่อ "โทยามะ" บนพื้นทรายถ่ายเก็บไว้เป็นที่ระลึกสักหน่อย

หาดนี้เล็กนิดเดียว ไม่ได้สวยเท่าไหร่ ไม่ได้มีอะไรให้ดูมาก แค่มาให้ได้เห็นทะเลนิดหน่อยก็พอใจแล้ว จากนั้นก็เดินออกไป

ตรงนี้มีที่จอดรถอยู่ด้วย

จากนั้นลองเดินเลียบชายฝั่งไปทางตะวันตกต่อ แต่ว่าบริเวณนี้เป็นย่านท่าเรือ ซึ่งมีป้ายห้ามคนที่ไม่เกี่ยวข้องเข้า ก็เลยไม่สามารถไปเดินในนี้ได้

เดินไปตามถนน ระหว่างที่มองดูทะเลไป



ตรงนี้มีช่องให้เดินเข้าได้ ซึ่งดูแล้วไม่มีป้ายห้ามเข้าก็เลยลองเดินไปดู



แต่เดินมาก็เจอที่กั้น เหมือนจะไม่ให้ไปต่อแล้ว

และมองลึกเข้าไปก็เห็นชัดว่าตรงประภาคารเขียนว่าห้ามเข้า

จากนั้นก็เดินย้อนมาแล้วเดินไปทางใต้ต่อ


ตรงนี้เป็น
คลองอิวาเสะ (
岩瀬運河) ซึ่งเป็นทางน้ำสายสั้นๆที่ไหลออกไปสู่อ่าวโทยามะ

เดินข้ามสะพานไทเรียว (
大漁橋)





ข้ามมาแล้วเดินไปทางใต้ต่อ


ตรงนี้มี
จุดชมทิวทัศน์ท่าเรือโทยามะ (
富山港展望台)


เดินเข้าไปดูข้างใน

เดินขึ้นไปด้านบน



ที่นี่เป็นจุดชมทิวทัศน์ สูง ๒๐ เมตร


มองไปทางเหนือ เห็นอ่าวโทยามะ

มองไปทางตะวันออกเป็นย่านบ้านเมืองตอนเหนือของเมืองโทยามะ

มองไปทางใต้ หันไปทางใจกลางเมืองโทยามะ

มองไปทางตะวันตกซึ่งเป็นฝั่งตรงข้าม
แม่น้ำจินซือ (
神通川) ที่ไหลผ่านกลางเมืองโทยามะ

ชมทิวทัศน์เสร็จก็กลับลงมา

แล้วก็เดินต่อ ชมย่านในเมืองแถวนี้ซึ่งมีพวกบ้านเก่าๆที่ดูสวยงาม



นี่คือ
บ้านบาบะ (
馬場家) ซึ่งเป็นบ้านเก่าของตระกูลใหญ่ที่สำคัญของที่นี่

ภายในสามารถเข้าไปชมได้โดยเสียค่าเข้า ๑๐๐ เยน เห็นว่าไม่แพงก็เลยตัดสินใจเข้าชมสักหน่อย

ภายในก็เป็นบ้านแบบโบราณที่ดูกว้างขวางและสวยดี




ขึ้นไปชั้น ๒


เดินทะลุออกมาดูทางด้านหลังได้

ที่ด้านหลังนี้มีผับอยู่

ภายใน แค่เข้ามาดูเฉยๆ ไม่ได้มานั่งสั่งอะไร

ข้างๆนั้นเป็น
บ้านโมริ (
森家) ซึ่งก็เป็นบ้านตระกูลใหญ่ที่สำคัญเหมือนกัน แต่ว่าปิดอยู่เนื่องจากได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวที่คาบสมุทรโนโตะในปี 2025 ตอนนี้เลยเข้าชมไม่ได้

จากนั้นก็เดินดูบ้านเก่าๆตรงนี้ไปเรื่อยๆระหว่างทางที่มุ่งหน้าไปยังสถานีฮิงาชิอิวาเสะที่จะไปขึ้นรถรางกลับ



ตรงนี้เป็นวัดเล็กๆที่อยู่ใกล้สถานี ชื่อ
วัดโยวงัง (
養願寺)

เดินผ่านวัดมาก็เริ่มเห็นตัวอาคารสถานีแล้ว

นี่คือตัวอาคารสถานีฮิงาชิอิวาเสะเก่า แต่ว่าอาคารนี้แค่เคยถูกใช้เมื่อตอนที่สถานียังเป็นสถานีของ JR อยู่ แต่ปัจจุบันเป็นรถรางจึงไม่จำเป็นต้องมีอาคารสถานี แต่ตัวอาคารก็ยังคงไว้อยู่ ให้เข้ามาชมหรือนั่งพักได้

ตรงนี้เป็นชานชลาเก่าสมัยที่เป็นรถไฟ JR แต่ว่าปัจจุบันไม่ได้ใช้ และมีป้ายเขียนบอกไว้ด้วยว่าไม่สามารถขึ้นรถไฟจากตรงนี้ได้ จะได้ไม่มีรอผิดที่

ส่วนจุดที่ขึ้นรถไฟจริงๆคือตรงนี้

แล้วรถรางก็มา ได้เวลาเดินทางกลับสถานีโทยามะ

การเที่ยวในโทยามะก็จบลงเท่านี้ แค่นั่งรถไฟมาสุดสายแล้วเดินเที่ยวย่านเมืองริมชายฝั่งนิดหน่อยแล้วก็กลับ แค่นั้นจริงๆ ด้วยเวลาเพียงแค่ ๓ ชั่วโมงจึงทำได้แค่นี้ แต่ก็ถือว่าไม่ผิดหวังที่ได้มา เพราะยังไงเป้าหมายหลักของครั้งนี้ก็คือแค่อยากนั่งรถไฟรางเบา ไว้สักวันหากมีโอกาสก็ยังอยากกลับมาเที่ยวโทยามะใหม่เพื่อจะได้เก็บสถานที่เที่ยหลักจริงๆเหมือนกัน