φυβλαςのβλογ
phyblasのブログ



caligula overdose ตอนที่ ๑: ชมรมกลับบ้านต้องการกลับบ้าน
เขียนเมื่อ 2020/07/22 11:03
นี่เป็นบันทึกการเล่นเกม caligula overdose ที่ตัวเองได้เล่นไว้ โดยจะเล่าเรื่องย่อ



เว็บหลักของเกม http://www.cs.furyu.jp/caligula/od

ที่มาที่ไป

ไม่ได้เจอเกมน่าสนใจที่ทำให้สนใจจนรู้สึกอยากหยิบมาเล่นขึ้นมาตั้งนานแล้ว ช่วงนี้เพิ่งมีโอกาสได้เล่นเกมอีกครั้งหลังจากที่ไม่ได้เล่นเกมอะไรมานานมากทีเดียว เพราะส่วนใหญ่หลังๆนี้เอาแต่ดูอนิเมะซะมากกว่า

แต่เพราะได้มาดูอนิเมะเรื่อง caligula แล้วพบว่าเนื้อเรื่องน่าสนใจมาก แล้วจึงมารู้ว่าอนิเมะทำมาจากเกม เลยอยากลองหาเกมมาเล่น

caligula เริ่มแรกเป็นเกมใน ps vita เริ่มวางขายตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2016 และเพิ่งจะมาทำใหม่ให้เล่นได้ในเครื่องอื่นเช่นในเครื่องคอม ใน ps4 และ nintendo switch ภายหลัง

เมื่อก่อนเคยซื้อ ps vita มาสมัยที่เล่นเกมตระกูลอาเตอลีเย ซึ่งได้เขียนเล่าไปใน https://phyblas.hinaboshi.com/saraban/atelier

แต่ที่เล่นครั้งล่าสุดคือปี 2017 เครื่อง ps vita นี้ไม่ได้แตะมานานถึง ๓ ​ปีแล้ว และตอนนี้ก็ไม่ได้อยู่กับตัวด้วย เครื่องทิ้งไว้ที่ไทย แต่ตอนนี้มาเรียนต่ออยู่ไต้หวัน

ดังนั้นแล้วตอนแรกก็ไม่คิดว่าจะได้เล่น แต่พอลองหาข้อมูลดูก็รู้ว่าเล่นในเครื่องคอมได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องเกมเลยสนใจขึ้นมา อีกทั้งภาคในคอมนี้เป็นฉบับทำใหม่ที่เพิ่มเนื้อเรื่องลงไปด้วย จึงยิ่งทำให้สนใจน่าเล่นในคอม

เกมภาคใหม่นี้ใช้ชื่อว่า caligula overdose วางขายในปี 2018 ปีเดียวกับที่อนิเมะฉาย แต่มาทีหลัง โดยเริ่มแรกมีแค่ใน ps4

ส่วนเกมภาคนี้ในเครื่องคอมและ nintendo switch วางขายในปี 2019 โดยภาคในเครื่องคอมสามารถซื้อได้โดยผ่านสตีม (steam) เหมือนกับเกมส่วนใหญ่ในยุคหลังๆมานี้

ก่อนหน้านี้ก็บังเอิญว่าเพิ่งมีโอกาสได้ลองสมัครสตีมดูไป แต่ยังไม่ได้มีโอกาสใช้เล่นเกมอะไร นี่จึงเป็นครั้งแรกที่ได้ซื้อและเล่นเกมผ่านทางสตีม


calicula overdose ในสตีม



เรื่องย่อ

เนื้อเรื่องของเกมนี้เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในโลกเสมือนที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้ผู้คนที่พบกับความทุกข์ทรมานในโลกแห่งความเป็นจริงได้มาใช้ชีวิตกันอยู่อย่างมีความสุขตามอุดมคติโดยลืมโลกจริงไป

โลกเสมือนแห่งนี้ถูกเรียกว่าเมอบิอุส (メービウスmöbius) ทุกคนที่เข้ามาอยู่ในโลกนี้จะได้ใช้ชีวิตเป็นนักเรียนมัธยมปลายทั้งหมด เมื่อเรียนจบ ม.๖ ก็จะกลับมาเป็น ม.๔ ใหม่ วนซ้ำไปเรื่อยๆ


แถบเมอบิอุส (möbiusband) ที่มาของชื่อโลกในเกมนี้ เป็นวงแหวนที่ไม่มีด้านหน้าหลัง ทั้งหมดเชื่อมต่อกัน/人◕ ‿‿ ◕人\


ในขณะเดียวกันผู้คนส่วนใหญ่นอกเหนือจากนั้นในโลกนั้นเป็นเพียง NPC คือเป็นเพียงข้อมูลที่ถูกสร้างขึ้นมาให้เหมือนเป็นคนจริง ไม่ใช่ผู้คนที่มีวิญญาณที่มีตัวตนจากในโลกจริง

ถึงอย่างนั้นแม้จะมีความสุขสักแค่ไหนนี่ก็เป็นแค่โลกเสมือน ไม่ใช่ความเป็นจริง ผู้คนบางส่วนได้เริ่มรู้สึกตัวขึ้นมาและเห็นถึงความผิดปกติของโลกแห่งนี้ และต้องการจะกลับสู่โลกแห่งความเป็นจริง

นี่คือเรื่องราวของกลุ่มคนที่ตั้งใจที่จะหาทางออกจากโลกจอมปลอมที่ถูกสร้างขึ้นแล้วกลับสู่โลกแห่งความเป็นจริง แม้ว่าพวกเขาเองก็หนีความจริงอันโหดร้ายจากโลกแห่งความเป็นจริงมาก็ตาม แต่ก็ได้เตรียมใจที่จะเผชิญหน้ากับมัน และระหว่างที่ต่อสู้เผชิญอุปสรรคต่างๆไปเรื่อยๆก็ยิ่งทำให้แข็งแกร่งขึ้น

ภายในเกมนี้เราจะได้สวมบทเป็นตัวเอกของเรื่อง ซึ่งเป็นประธานของชมรมกลับบ้าน ร่วมกับเพื่อนๆอีก ๑๐ คนในชมรมซึ่งต่างก็ร่วมมือกันเพราะมีเป้าหมายเดียวกัน


ฉากเปิดเกม




ว่าด้วยเรื่องรูปแบบการเขียนเล่าเรื่อง

เกมนี้มีเนื้อหาในรายละเอียดที่แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับตัวเลือกต่างๆระหว่างดำเนินเนื้อเรื่อง แม้ว่าโดยรวมแล้วเนื้อเรื่องจะเดินเป็นเส้นเดียวก็ตาม ความแตกต่างนี้มีผลต่อความเคลื่อนไหวของตัวละครต่างๆ และส่งผลไปถึงตอนจบ

เรื่องที่จะเล่าในที่นี้ทั้งหมดเป็นไปตามที่เล่นผ่านมาเท่านั้น โดยเป็นการเล่นเพียงรอบเดียว ไม่ได้เล่นซ้ำ ดังนั้นจะไม่ได้ครอบคลุมเนื้อเรื่องทั้งหมด แต่ก็ถือว่าได้เนื้อเรื่องส่วนใหญ่ ที่ขาดคือเนื้อเรื่องที่เป็นทางแยกที่ไม่ได้เลือก และเนื้อเรื่องเสริม

แต่เนื้อเรื่องที่ขาดไปก็ถูกเติมเต็มจากในอนิเมะด้วย นอกจากนั้นก็ดูบันทึกที่คนอื่นเล่นไว้ ก็ทำให้รู้ว่ามีอะไรเพิ่มเติมไปกว่านั้นด้วย

ในที่นี้จะเขียนเนื้อเรื่องซึ่งรู้เพิ่มเติมนอกเหนือจากที่เจอจริงๆในระหว่างเล่น หรือส่วนที่มีความแตกต่างอยู่ในอนิเมะซึ่งน่ายกมาเปรียบเทียบ โดยใส่ไว้ในกรอบที่ซ่อนคำพูดไว้ แยกให้ชัดเจน และให้ข้อความในส่วนนี้ต้องลากคลุมหรือเลื่อนเมาส์ผ่าน

ที่จริงแล้วเนื้อเรื่องอนิเมะ caligula นี้เป็นไปตามในเกม แต่มีเนื้อเรื่องบางส่วนที่ถูกดัดแปลงหรือสลับลำดับไป มีเพิ่มเนื้อหาขึ้นมาใหม่ด้วย แต่องค์ประกอบโดยรวมไม่ได้ต่างไปจากเกมนัก ครอบคลุมเนื้อหาโดยรวมทั้งหมดของในเกม

จุดแตกต่างที่ชัดเจนคือตัวเอก ในเกมเราจะสวมบทเป็นตัวเอก ซึ่งไม่มีชื่อตั้งต้นให้ สามารถใส่ชื่อตัวเองไปได้ และไม่ได้ถูกกำหนดมาว่าในอดีตเป็นอย่างไร ทำใมจึงได้หลงเข้ามาในโลกนี้ โดยให้สมมุติว่านี่เป็นตัวเอง เหมือนได้เข้าไปอยู่ในเกม มีส่วนร่วมในโลกนั้นจริงๆ

แต่ในอนิเมะ ตัวเอกมีตัวตนแน่นอน มีชื่อจริงคือ ชิกิชิมะ ริตสึ (式島 律しきしま りつ) มีอดีตชัดเจนเหมือนตัวละครอื่นๆ แสดงบุคลิกและอารมณ์ชัดเจน สนใจปรัชญา ต่างจากในเกมที่ตัวเอกจะพูดน้อยและไม่ได้แสดงบุคลิกชัดเจน

อีกอย่างหนึ่งก็คือ อนิเมะถูกสร้างขึ้นมาตามเกมภาคเดิมใน ps vita ในขณะที่ภาค overdose ที่เล่นในคอมนั้นวางขายหลังอนิเมะ และได้เพิ่มเนื้อเรื่องและตัวละครส่วนหนึ่งเข้ามา ทั้งเนื้อเรื่องและตัวละครเหล่านั้นจึงไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับในอนิเมะ

และเนื้อเรื่องในภาค overdose มีทางแยกซึ่งทำให้เกิดฉากจบหลายแบบ ขึ้นกับตัวเลือกที่เลือกผ่านมาตลอดเนื้อเรื่องในเกม แต่โดยหลักๆแล้วจะแบ่งเป็นแค่ ๒ แบบคือแบบดีกับแบบไม่ค่อยดี ส่วนรายละเอียดที่ทำให้เรื่องดำเนินต่าง



ตัวเราในโลกแห่งนั้น

ตัวเอกของเกมคือตัวเราเอง สามารถตั้งชื่อได้ตามที่ต้องการ และสามารถเลือกว่าจะเป็นตัวละครเพศชายหรือหญิง โดยตัวเอกชายก็คือคนเดียวกับตัวเอกในอนิเมะ ส่วนตัวเอกหญิงเป็นตัวละครใหม่ที่เพิ่มเข้ามาในภาพ overdose ไม่ปรากฏทั้งในอนิเมะและเกมภาคแรก


ตัวเอกชายและตัวเอกหญิง


เพศของตัวละครที่เลือกจะมีผลต่อเนื้อเรื่องในรายละเอียด เช่นประโยคสนทนาและปฏิสัมพันธ์กับตัวละครอื่นๆ แต่ไม่ได้ทำให้เนื้อเรื่องโดยรวมแตกต่างกันไป อีกทั้งตัวเอกค่อนข้างมีบทพูดน้อยด้วย

ในที่นี้เลือกตัวเอกชายตามในอนิเมะ เพราะเดิมทีที่มาเล่นก็เพราะได้ดูอนิเมะ หากใช้ตัวละครเดียวกับในอนิเมะจะได้อารมณ์ตามในอนิเมะมากกว่า



สำหรับชื่อที่ใช้ในนี้ได้ตั้งเป็น ฮินาอุ จิฮารุ (雛宇 知春ひなう ちはる) โดยชื่อมีที่มาจากนักพากย์ที่พากย์ตัวเอกชายคือ ซาวาชิโระ จิฮารุ (沢城 千春さわしろ ちはる) แต่เปลี่ยน "จิ" จากอักษร 千 เป็น 知

แต่ตลอดเรื่องจะไม่มีใครเรียกตัวเราด้วยชื่อ เพราะจะถูกเรียกว่าเป็น "หัวหน้าชมรม" ตลอด ดังนั้นชื่อจึงแทบไม่มีผลใดๆ นอกจากปรากฏในฉากต่อสู้หรือเมื่อดูข้อมูลสถานะตัวละครเท่านั้น

หลังจากที่เลือกเพศและชื่อเสร็จแล้วเรื่องราวทั้งหมดก็เริ่มเปิดฉากขึ้น



พิธีเปิดภาคเรียน

เรื่องราวเริ่มจากพิธีจบการศึกษาของโรงเรียนมัธยมปลายคิชิไม (吉志舞高校きしまいこうこう)

ฮิบิกิ เคนสึเกะ (響 鍵介ひびき けんすけ) จากห้อง ม.๖/๔ ตัวแทนนักเรียนที่กำลังจะเรียนจบออกมากล่าวทักทายรุ่นน้อง




ฮิบิกิ เคนสึเกะ


หลังจากนั้นก็ตัดมายังงานพิธีต้อนรับนักเรียนใหม่ตอนเปิดภาคเรียนในอีกไม่กี่วันถัดมา ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของความบิดเบี้ยวนั้น ตัวเราได้ขึ้นไปพูดในฐานะตัวแทนของนักเรียนเก่าที่เพิ่งขึ้น ม.๕



แต่คนที่ขึ้นเวทีในลำดับถัดมาคือตัวแทนนักเรียนใหม่ ม.๔ เขาก็คือฮิบิกิ เคนสึเกะ ซึ่งเป็นรุ่นพี่ที่เพิ่งจบ ม.๖ ไป แต่กลับมาเป็นนักเรียนใหม่อยู่ ม.๔ ใหม่



เมื่อตัวเราเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติตรงนี้ ภาพรอบข้างที่มองเห็นก็เริ่มผิดเพี้ยนไป ผู้คนรอบข้างได้เปลี่ยนสภาพเป็นหน้าแปลกๆไป





ด้วยความสับสนและหวาดกลัว จึงรีบวิ่งหนีออกจากพิธี และออกจากโรงเรียนไปทันที

เมื่อมาถึงหน้าสถานีมิยาบิฮมมาจิ (宮比本町駅みやびほんまちえき) ซึ่งเป็นสถานีหลักของเมือง ก็พบไอดอล มิว (μミュウ) กำลังจัดคอนเสิร์ตอยู่






มิว

เมื่อพยายามจะเข้าไปในตัวสถานีก็กลับพบว่ามีอะไรบางอย่างมากั้นไว้ ทันใดนั้นมิวก็รีบเข้ามาห้ามแล้วบอกว่าข้างนอกเมืองยังไม่ได้ถูกสร้างขึ้น ขณะนี้โลกนี้มีแต่เพียงเมืองนี้เท่านั้น ดังนั้นสถานีจึงไม่สามารถใช้งานได้จริง



เมื่อคุยกับมิวเราก็ได้เริ่มรู้ขึ้นมาว่าจริงๆแล้วที่นี่เป็นโลกที่ถูกสร้างขึ้นโดยมิวเอง

เดิมทีมิวเป็นเพียงตัวละครจากโปรแกรมสังเคราะห์เสียงที่เอาไว้ร้องเพลงที่ผู้ใช้แต่งขึ้นมา แต่ในขณะที่มิวได้ร้องเพลงที่ผู้ใช้แต่งเข้ามาเรื่อยๆ ไดัสัมผัสความรู้สึกของผู้คนต่างๆมากเข้า ในที่สุดก็เริ่มมีความรู้สึกนึกคิดขึ้นมา และมองเห็นถึงความทุกข์ทรมานของผู้คนที่ใช้ชีวิตอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง จึงได้ทำการสร้างโลกเสมือนขึ้นมา ซึ่งก็คือเมอบิอุสแห่งนี้ แล้วดึงวิญญาณของผู้คนที่ฟังเพลงของเธอเข้ามาอยู่ ใช้ชีวิตในโลกแห่งนี้

แต่พลังของมิวมีอยู่จำกัด จึงสร้างโลกขึ้นมาได้โดยแค่จำลองจากเมืองที่มีอยู่จริงเมืองหนึ่ง ชื่อเมืองมิยาบิ (宮比市みやびし) ส่วนโลกภายนอกเมืองนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้น และผู้คนที่นี่ก็ไม่มีใครที่อยู่ๆคิดจะออกจากเมืองนี้ ยกเว้นคนที่เริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติของโลกนี้ขึ้นมาเท่านั้น

มิวพยายามเกลี้ยกล่อมให้เราเริ่มสงบสติอารมณ์ลงและเลิกคิดที่จะกลับสู่ความเป็นจริง เพราะยังไงก็ไม่อาจปล่อยให้กลับไปได้ ถ้ารู้สึกไม่พอใจกับชีวิตที่นี่ตอนนี้เธอก็จะช่วยทำตามคำขอให้



แต่ยิ่งคุยกับมิวตัวเราก็รู้สึกถึงความผิดปกติของโลกนี้ และรู้ว่าตัวเองมาอยู่ที่นี่ก็เพราะว่าได้เจอความเจ็บปวดในโลกแห่งความเป็นจริงและได้ฟังเพลงของมิวรู้สึกตัวอีกทีก็มาอยู่ที่นี่แล้ว

ส่วนที่เริ่มมองเห็นคนรอบข้างแปลกๆไปก็เป็นอาการของคนที่เริ่มรู้ว่าโลกนี้ไม่ใช่ความเป็นจริง และผู้คนส่วนใหญ่เป็นเพียงข้อมูล ไม่ใช่คนจริงๆ

ในจังหวะนั้นก็มีอะไรบางอย่างที่ลักษณะเหมือนเป็นภูตตัวน้อยบินเข้ามาหามิวแล้วพยายามจะเกลี้ยกล่อมให้มิวทำอะไรบางอย่าง แต่มิวก็ปฏิเสธแล้วก็หนีหายไป



เธอชื่ออาเรีย (アリア) เป็นเพื่อนของมิว


อาเรีย


ยังไม่ทันได้เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นก็มีฝูงคนที่ฟังคอนเสิร์ตของมิวอยู่เมื่อครู่พุ่งเข้ามาหาด้วยความโกรธแค้นที่ทำให้อยู่ๆดีๆมิวก็ยกเลิกคอนเสิร์ตกะทันหัน อาเรียจึงบอกว่าให้เรารีบหนีไป





ในจังหวะนั้นก็มีชายคนหนึ่งเข้ามาช่วยเหลือ เขาคือซาตาเกะ โชวโงะ (佐竹 笙悟さたけ しょうご) นักเรียนชั้น ม.๖ ซึ่งเป็นอีกคนที่ได้รู้สึกความผิดปกติของโลกนี้และยังรู้จึกพวกเดียวกันอีกหลายคน เขาเห็นเราหนีออกจากพิธีแล้วจึงเป็นห่วงตามมาช่วย หวังว่าจะชวนเข้าเป็นพวกอีกคน






โชวโงะ


แต่ยังคุยไม่จบพวกที่ไล่ตามก็ตามมาเจอ และอยู่ๆพวกเขาก็เริ่มขาดสติแล้วเปลี่ยนร่างเป็นเหมือนสัตว์ประหลาดแล้วเตรียมจะพุ่งเข้าโจมตี



อาเรียเห็นท่าไม่ดีจึงบอกว่าจะช่วยดึงพลังของเราออกมาให้สามารถสู้แบบนั้นได้ โดยถามเราว่ามีเรื่องเจ็บปวดอะไรในความเป็นจริง ให้ปลดปล่อยความขมขื่นที่คั่งอยู่ภายในใจออกมาให้หมด



หลังจากที่ระเบิดความในใจออกมา ตัวเราก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไป มีอาวุธปรากฏขึ้น สามารถใช้สู้ได้



※ ว่าด้วยเรื่องระบบต่อสู้: เกมนี้เมื่อเจอศัตรูก็จะตัดเข้าสู่ฉากต่อสู้ เมื่อสู้จบก็จะได้ค่าประสบการณ์สะสมเพื่อไปเพิ่มเลเวล เป็นเหมือนเกม RPG ทั่วไป

ท่าในเกมนี้มีความหลากหลายและเล่นเทคนิคต่างๆได้พอสมควร อย่างไรก็ตาม สำหรับคนที่อยากรีบเร่งเล่นเพื่อดูเนื้อเรื่องแบบไม่สนเรื่องฉากต่อสู้มากจะแค่กดโจมตีไปเรื่อยๆโดยไม่ต้องคิดอะไรมากก็ผ่านไปได้ แค่เวลาเจอบอสอาจต้องวางแผนให้ดี

เพียงแต่บอสในฉากทั่วไปตามเนื้อเรื่องจะไม่ได้ยากนัก ที่ยากจริงคือบอสในเนื้อเรื่องเสริมเพิ่มเติมซึ่งจะเลเวลสูงและไม่สามารถชนะได้ง่ายๆ

อนึ่ง ตัวเกมแบ่งเป็นระดับ easy,normal,hard,very hard ในที่นี้เล่นแบบ normal แต่หากเล่นแบบ hard ขึ้นไปการต่อสู้จะยากขึ้นกว่าเดิมไม่สามารถสู้แบบสบายๆอย่างนี้ได้

ตัวละครทั้งหมดที่ใช้สู้ได้ ถ้ารวมตัวเราเองก็จะเป็น ๑๑ คน แต่เวลาต่อสู้จะเลือกใช้ได้แค่ ๔ คนเท่านั้น

หาก hp เป็น 0 หมดทุกคนก็จะเกมโอเวอร์ แล้วต้องกลับไปเริ่มที่จุดเซฟใหม่ แต่ถ้ายังเหลือรอดอยู่แม้แต่คนเดียวจนการต่อสู้จบลงก็จะชนะ และทุกครั้งที่สู้จบ hp ก็จะกลับคืนมาเต็ม จึงไม่จำเป็นต้องใช้ไอเท็มเพิ่ม hp ทุกคนอยู่ในสภาพพร้อมสู้ตลอดทุกครั้งที่เริ่มสู้แต่ละรอบ



หลังจากสู้จบศัตรูก็ล้มลงแล้วกลับสู่สภาพเดิม ส่วนตัวเราเองก็กลับสู่สภาพเดิมได้ทันที อาเรียบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วงว่าเขาจะเป็นอะไรไป คนที่ถูกล้มไปในการต่อสู้นี้จะแค่หลับไปสักพักแล้วสุดท้ายก็จะฟื้นคืนสติขึ้นมา



แล้วอาเรียจึงได้อธิบายให้เข้าใจว่าที่ใช้อยู่นี้คือพลังที่เรียกว่า คาธาร์สิส (カタルシスcatharsis) ที่มาของชื่อมาจากปรากฏการณ์เพื่อบำบัดชำระล้างทางจิตวิทยา แต่สำหรับในโลกนี้การเกิดปรากฏการณ์นี้ขึ้นจะกลายเป็นพลังในการต่อสู้

แต่ถ้าปล่อยให้เกิดขึ้นเองโดยไม่มีการควบคุมพลังนี้จะทำให้สูญเสียสติสัมปชัญญะ กลายเป็นเหมือนอย่างพวกที่ไล่ตามมานี้ ซึ่งจะถูกเรียกว่าเป็นดิจิเฮด (デジヘッドdigihead) แต่มิวและอาเรียมีพลังที่จะช่วยให้เราสามารถใช้พลังนี้โดยที่ยังคงสติอยู่ได้ ไม่กลายเป็นดิจิเฮด

อาเรียเป็นตัวละครในโปรแกรมสังเคราะห์เสียงร้องเพลงเช่นเดียวกับมิว ซึ่งบังเอิญเกิดขึ้นมาพร้อมกัน และเริ่มสะสมความรู้สึกของผู้ใช้จำนวนมากจนเริ่มมีสตินึกคิดเกิดเป็นตัวตนของตัวเองขึ้นมาพร้อมๆกัน และเป็นผู้ที่ช่วยร่วมสร้างโลกเสมือนนี้ขึ้น



เรื่องนี้โชวโงะเองก็เพิ่งรู้เป็นครั้งแรกและเริ่มคิดว่าถ้าร่วมมือกับอาเรียก็น่าจะได้รู้หนทางที่จะทำอะไรมากขึ้น จึงตัดสินใจพาเราและอาเรียไปแนะนำให้พวกพ้องรู้จัก

※ เนื้อเรื่องส่วนนี้ในอนิเมะจะต่างไปเล็กน้อย: โดยอนิเมะใช้เวลาตลอดทั้งตอนแรกเพื่อดำเนินเรื่องราวการใช้ชีวิตอย่างสงบสุขของพวกตัวเอกในขณะที่ยังไม่รู้ถึงความผิดปกติของโลกนี้ ในขณะที่ค่อยๆเริ่มจะรู้สึกตัวขึ้นมา แล้วเข้าสู่ฉากพิธีเปิดภาคเรียนในตอนท้ายสุด

ในอนิเมะโชวโงะจะอยู่กับอาเรียตั้งแต่แรก แล้วตัวเอกจึงตามมารู้จักทีหลัง แต่ในเกมโชวโงะก็เพิ่งรู้จักอาเรียตอนนี้เช่นกัน




ขอต้อนรับสู่ชมรมกลับบ้าน

โชวโงะได้พามายังห้องดนตรีซึ่งอยู่ในอาคารเก่าของโรงเรียน แต่ตอนนี้ห้องนี้ถูกเปลี่ยนเป็นฐานกบดานของพวกพ้องของโชวโงะซึ่งต่างก็ต้องการจะกลับสู่โลกแห่งความเป็นจริง มีชื่อเล่นว่า "ชมรมกลับบ้าน" (帰宅部きたくぶ) มีสมาชิกอยู่ ๕ คน โดยโชวโงะเป็นประธานชมรม



แล้วเราก็ได้รู้จักพวกพ้องของโชวโงะอีก ๔ คนที่เหลือ คือ



คาชิวาบะ โคโตโนะ (柏葉 琴乃かしわば ことの) ชั้น ม.๖


โคโตโนะ


โทโมเอะ โคตาโรว (巴 鼓太郎ともえ こたろう) ชั้น ม.๖


โคตาโรว


ชิโนฮาระ มิฟุเอะ (篠原 美笛しのはら みふえ) ชั้น ม.๔ ซึ่งจริงๆแล้วเพิ่งจบ ม.๖ ไปแล้ววนกลับมาเป็นนักเรียน ม.๔ ใหม่อีกรอบ


มิฟุเอะ


คางุระ สึซึนะ (神楽 鈴奈かぐら すずな) ชั้น ม.๔ เพิ่งเรียนจบแล้วกลับมาเป็นนักเรียนซ้ำใหม่เช่นกัน


สึซึนะ


จริงๆแล้วชั้นปีไม่ได้มีความหมายสำหรับโลกนี้ เพราะถ้าจบ ม.๖ ก็จะวนกลับมาเป็น ม.๔ อีกซ้ำไปมา และอายุจริงๆของแต่ละคนอาจไม่เหมือนกับที่เป็นอยู่ในโลกนี้ บางคนในโลกจริงอายุมากแล้วก็มี แต่ต่างคนต่างตกลงกันว่าจะไม่ถามถึงเรื่องในโลกจริง เพราะรู้ว่าแต่ละคนก็เจอเรื่องเจ็บปวดกันมาทั้งสิ้น

ดังนั้นเริ่มเรื่องมาเราจึงจะยังไม่รู้อะไรเกี่ยวกับตัวละครทั้งสิ้น ทุกคนไม่ได้แนะนำตัวเองมากไปกว่าชื่อและชั้นปี ต้องรอจนเนื้อเรื่องดำเนินไปแล้วเห็นความเคลื่อนไหวของแต่ละคน จึงเริ่มจะเข้าใจภูมิหลังของแต่ละคนขึ้นมาทีละนิด

อาเรียได้เล่าเรื่องความจริงเกี่ยวกับโลกแห่งนี้ขึ้นให้ทั้ง ๖ คนได้เข้าใจมากขึ้น ว่าโลกนี้มิวกับอาเรียร่วมกันสร้างขึ้นมาโดยมุ่งหวังให้ผู้คนที่ทุกข์ทรมานจากโลกแห่งความเป็นจริงได้มาใช้ชีวิตอย่างสงบสุข แต่เวลาผ่านไปมิวก็เริ่มเกิดความบิดเบี้ยวขึ้นมาเพราะแบกรับความรู้สึกทุกข์ทรมานของผู้คนไว้มากไป ในขณะที่อาเรียเองกลับสูญเสียพลังจนตัวเล็กลง และไม่สามารถห้ามอะไรมิวได้



แม้จะยังไม่รู้หนทางที่จะกลับสู่โลกความจริงแต่ก็อาเรียก็เชื่อว่าถ้าตามตัวมิวเจอแล้วเกลี้ยกล่อมให้เข้าใจก็จะขอร้องให้ยอมปล่อยกลับไปได้

แต่มิวอยู่ไหนนั้นอาเรียเองก็ไม่รู้ และแม้จะหามิวเจอก็จะหนีไปอีกเหมือนอย่างครั้งนี้ จึงต้องการความร่วมมือจากชมรมกลับบ้านทุกคนให้ช่วยตามหามิว และรับมือกับกลุ่มคนที่เรียกว่า "นักดนตรีออสตินาโต" (オスティナートの楽士ostinato no gakushi) ซึ่งเป็นพวกนักแต่งเพลงที่เขียนเพลงให้มิวและตอนนี้เป็นคนที่อยู่ใกล้ชิดมิวที่สุด

เรื่องราวการผจญภัยเพื่อตามหามิวและเผชิญหน้ากับนักดนตรีออสตินาโตจึงเริ่มขึ้นจากตรงนี้

※ เนื้อเรื่องในส่วนนี้ต่างจากในอนิเมะไปพอสมควร: คือในอนิเมะนั้นตัวเอกเป็นคนแรกที่มารวมตัวกับโชวโงะและอาเรีย แล้วคนอื่นๆก็ค่อยๆเข้ามาตามลำดับ โดยโคโตโนะมาเป็นลำดับสุดท้าย เสร็จแล้วจึงก่อตั้งเป็นชมรมกลับบ้านขึ้นมาทีหลังตอนกลางเรื่อง

แต่ในเกม ชมรมกลับบ้านมีตั้งแต่เริ่มเรื่องโดยมีสมาชิกอยู่แล้ว ๕ คนดังที่กล่าว รวมตัวเราเป็น ๖ คน ส่วนคนที่เหลือก็จะค่อยๆเพิ่มเข้ามาตามลำดับ


>> ตอนถัดไป


-----------------------------------------

囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧

ดูสถิติของหน้านี้

หมวดหมู่

-- บันเทิง >> เกม >> caligula

ไม่อนุญาตให้นำเนื้อหาของบทความไปลงที่อื่นโดยไม่ได้ขออนุญาตโดยเด็ดขาด หากต้องการนำบางส่วนไปลงสามารถทำได้โดยต้องไม่ใช่การก๊อปแปะแต่ให้เปลี่ยนคำพูดเป็นของตัวเอง หรือไม่ก็เขียนในลักษณะการยกข้อความอ้างอิง และไม่ว่ากรณีไหนก็ตาม ต้องให้เครดิตพร้อมใส่ลิงก์ของทุกบทความที่มีการใช้เนื้อหาเสมอ

目次

日本による名言集
モジュール
-- numpy
-- matplotlib

-- pandas
-- manim
-- opencv
-- pyqt
-- pytorch
機械学習
-- ニューラル
     ネットワーク
maya
javascript
確率論
日本での日記
中国での日記
-- 北京での日記
-- 香港での日記
-- 澳門での日記
台灣での日記
北欧での日記
他の国での日記
qiita
その他の記事

記事の類別



ติดตามอัปเดตของบล็อกได้ที่แฟนเพจ

  記事を検索

  おすすめの記事

รวมรายชื่อนักร้องเพลงกวางตุ้ง
ภาษาจีนแบ่งเป็นสำเนียงอะไรบ้าง มีความแตกต่างกันมากแค่ไหน
ทำความเข้าใจระบอบประชาธิปไตยจากประวัติศาสตร์ความเป็นมา
เรียนรู้วิธีการใช้ regular expression (regex)
หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาจีนกวางตุ้ง
การใช้ unix shell เบื้องต้น ใน linux และ mac
หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาจีนกลาง
g ในภาษาญี่ปุ่นออกเสียง "ก" หรือ "ง" กันแน่
ทำความรู้จักกับปัญญาประดิษฐ์และการเรียนรู้ของเครื่อง
ค้นพบระบบดาวเคราะห์ ๘ ดวง เบื้องหลังความสำเร็จคือปัญญาประดิษฐ์ (AI)
หอดูดาวโบราณปักกิ่ง ตอนที่ ๑: แท่นสังเกตการณ์และสวนดอกไม้
พิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมโบราณปักกิ่ง
เที่ยวเมืองตานตง ล่องเรือในน่านน้ำเกาหลีเหนือ
บันทึกการเที่ยวสวีเดน 1-12 พ.ค. 2014
แนะนำองค์การวิจัยและพัฒนาการสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA)
เล่าประสบการณ์ค่ายอบรมวิชาการทางดาราศาสตร์โดยโซวเคนได 10 - 16 พ.ย. 2013
ตระเวนเที่ยวตามรอยฉากของอนิเมะในญี่ปุ่น
เที่ยวชมหอดูดาวที่ฐานสังเกตการณ์ซิงหลง
บันทึกการเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรกในชีวิต - ทุกอย่างเริ่มต้นที่สนามบินนานาชาติคันไซ
หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาญี่ปุ่น
ทำไมจึงไม่ควรเขียนวรรณยุกต์เวลาทับศัพท์ภาษาต่างประเทศ
ทำไมถึงอยากมาเรียนต่อนอก
เหตุผลอะไรที่ต้องใช้ภาษาวิบัติ?

ไทย

日本語

中文