φυβλαςのβλογ
phyblas的博客



วัดจูซง วัดเก่าแก่มรดกโลกแห่งฮิราอิซึมิซึ่งถูกสร้างขึ้นโดยตระกูลโอวชูฟุจิวาระในช่วงปลายยุคเฮย์อัง
เขียนเมื่อ 2022/11/16 20:51
แก้ไขล่าสุด 2022/11/19 14:22
#เสาร์ 12 พ.ย. 2022

หน้านี้เป็นบันทึกการเที่ยวเมืองมรดกโลก ฮิราอิซึมิ (平泉ひらいずみ) ตอนสุดท้าย ต่อจากตอนที่แล้ว https://phyblas.hinaboshi.com/20221115

เป้าหมายต่อไปที่เราได้ไปเยี่ยมชมก็คือวัดจูซง (中尊寺ちゅうそんじ) ซึ่งถือว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่โดดเด่นและสำคัญที่สุดของฮิราอิซึมิแล้วก็ว่าได้

วัดนี้เริ่มสร้างขึ้นตั้งแต่ช่วงที่บุกเบิกสร้างเมืองฮิราอิซึมิโดยตระกูลโอวชูฟุจิวาระ (奥州藤原おうしゅうふじわら) ขึ้นในยุคของผู้นำรุ่นแรก ฟุจิวาระ โนะ คิโยฮิระ (藤原 清衡ふじわら の きよひら, ปี 1056-1128) ถือเป็นสิ่งก่อสร้างแรกๆ มีประวัติเก่าแก่ที่สุดของฮิราอิซึมิ

เมื่อปี 1189 ที่โชกุนแห่งคามากุระ มินาโมโตะ โนะ โยริโตโมะ (源 頼朝みなもと の よりとも) ยกทัพมาโจมตีฮิราอิซึมิก็ได้มีโอกาสแวะมาชมวัดนี้แล้วก็ประทับใจจนเอาไปเป็นต้นแบบสร้างวัดภายในคามากุรด้วย

ตัววัดอยู่บนเนินเขาที่อยู่ค่อนไปทางเหนือของเมืองฮิราอิซึมิ ประกอบด้วยอาคารจำนวนมาก ซึ่งมีทั้งอาคารดั้งเดิมที่ถูกสร้างตั้งแต่สมัยโบราณ และที่เพิ่งถูกสร้างขึ้นมาแทนของเก่า

ที่หน้าทางขึ้นเนินที่ตั้งวัดนี้ยังมีสุสานที่ว่ากันว่าเป็นของมุซาชิโบว เบงเกย์ (武蔵坊 弁慶むさしぼう べんけい) อยู่ด้วย และภายในบริเวณวัดก็มีของที่เกี่ยวข้องกับเบงเกย์อยู่

เรื่องเกี่ยวกับเบงเกย์ รวมถึงมินาโมโตะ โนะ โยชิตสึเนะ (源 義経みなもと の よしつね) นั้นอ่านรายละเอียดได้ในตอนที่แล้ว ก่อนที่จะมาอ่านแนะนำสถานที่สำคัญของ ๒ คนนี้ในตอนนี้



หลังจากที่พวกเราออกจากเขาคิงเกย์ซัง เดินทางต่อขึ้นมาทางเหนือมาจอดรถที่ใกล้ทางขึ้นเนินที่เป็นที่ตั้งของวัดจูซง แล้วก็เดินเข้าไป




เส้นทางเดินเป็นทางลาดขึ้นไปทีละนิดไม่ชัน เดินง่ายๆ ระหว่างทางก็ชมใบไม้เปลี่ยนสีไปตามทาง




เดินเข้ามาสักพักก็เจอร้านขายขนมเโชวเอย์โดวเบงเกย์เอง (松栄堂 弁慶園しょうえいどう べんけいえん) ซึ่งมีขายเบงเกย์โมจิ (弁慶餅べんけいもち) ของขึ้นชื่อของที่นี่ ซึ่งก็ดูจะไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอะไรกับเบงเกย์โดยตรง แค่ยืมชื่อเขามาใช้เป็นจุดขายเท่านั้น



เบงเกย์โมจิราคาไม้ละ ๒๕๐ เยน เราซื้อมาลองกินไม้นึงแล้วลองกินดูเลย ก็อร่อยดี



ข้างๆร้านมีที่ให้สวมหัวเป็นเบงเกย์



เดินถัดเข้าไปจากร้านที่ขายเบงเกย์โมจิก็เจออาคารที่มีชื่อว่าเบงเกย์โดว (弁慶堂べんけいどう)



ตัวอาคารเบงเกย์โดวนี้แม้จะใช้ชื่อเบงเกย์ แต่ว่าเดิมทีไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเบงเกย์โดยตรง เดิมทีถูกสร้างขึ้นมาเป็นที่บูชาเทพอาตาโงะ (愛宕あたご) ผู้คุ้มกันจากอัคคีภัย ตัวอาคารถูกสร้างขึ้นใหม่ในปี 1826 หลังจากนั้นในปี 1889 ก็ได้มีการบรรจุรูปปั้นสูง ๑๘๖ เซนติเมตร ซึ่งเชื่อว่าเท่าขนาดตัวจริงของเบงเกย์ หลังจากนั้นจึงเริ่มถูกเรียกว่า "เบงเกย์โดว"





ทิวทัศน์ที่มองลงไปจากตรงนี้



จากนั้นเดินเข้ามาต่อ




แล้วก็มาถึงทางเข้า ฮนโดว (本堂ほんどう) คืออาคารหลักของวัดจูซง



เดินเข้ามาชมในบริเวณฮนโดว






ตรงนี้มีดอกเบญจมาศ



นี่คือตัวอาคารหลัก ตัวอาคารนี้ไม่ใช่ของเก่าดั้งเดิม แต่ถูกสร้างขึ้นใหม่ในปี 1909




จากนั้นเดินออกมาอีกทาง



แล้วเดินต่อไปก็เจออาคารฟุโดวโดว (不動堂ふどうどう) ซึ่งบูชาเทพฟุโดวเมียวโอว (不動明王ふどうみょうおう) หรือเทพอจลนาถ (अचलनाथacalanātha, ท้าวผู้ขยับไม่ได้)



เดินต่อเข้ามาพร้อมชมใบไม้เปลี่ยนสีไปตามทาง




ต่อมาก็เจออาคาร อามิดะโดว (阿弥陀堂あみだどう) ที่บูชาพระอามิดะเนียวไร (阿弥陀如来あみだにょらい) หรือ พระอมิตาภพุทธะ (अमिताभ बुद्धamitābha buddha)



ตรงข้ามกันนั้นเป็นอาคารที่เป็นพิพิธภัณฑ์ซึ่งเก็บรักษารวบรวมสมบัติมีค่าของวัดนี้เอาไว้มากมาย เรียกว่าซังโกวโซว (讃衡蔵さんこうぞう)



การเข้าชมที่นี่ต้องเสียค่าเข้าชม ซื้อตั๋วได้ตรงนี้



นี่คือตั๋วเข้าชมราคา ๘๐๐ ซึ่งเอาไว้ใช้เข้าชมซังโควโซว แล้วก็ยังใช้เข้าชมคนจิกิโดว (金色堂こんじきどう) ซึ่งอยู่ข้างๆกันด้วย



จากนั้นเราก็ได้เข้าไปชมภายใน แต่ว่าในนี้เขาไม่ให้ถ่ายรูป ดังนั้นจึงแค่เข้าไปเดินชมเฉยๆ ไม่ได้ถ่ายภาพมาลงในนี้



ต่อมาก็มายังคนจิกิโดว ซึ่งถือได้ว่าเป็นสถานที่ที่สำคัญที่สุดของที่นี่ ใช้บัตรเข้าชมอันเดียวกันกับซังโกวโซวในการเข้าไปชมด้านใน



คนจิกิโดวนั้นเป็นอาคารเก่าแก่ที่ถูกสร้างขึ้นในปี 1124 และยังคงอยู่มาจนถึงปัจจุบัน เป็นอาคารสีทองที่บรรจุพระพุทธรูปทอง

ในปี 1288 ได้มีการสร้างอาคารครอบคนจิกิโดวเพื่อทำหน้าที่ปกป้องรักษาตัวอาคาร เรียกว่าฟุกุโดว (覆堂ふくどう) ตัวอาคารฟุกุโดวนั้นอยู่มาเรื่อยๆจนถึงปี 1965 จึงได้มีการรื้อย้ายไปตั้งที่อื่น แล้วสร้างอาคารฟุกุโดยหลังใหม่โดยใช้คอนกรีตเสริมเหล็กแทน ส่วนอาคารฟุกุโดวหลังเก่านั้นก็อยู่ไม่ไกล สามารถไปเข้าชมได้เช่นกัน

เมื่อผ่านที่ตรวจตั๋วแล้วเดินเข้ามาเราก็เห็นอาคารฟุกุโดวหลังใหม่นี้อยู่ตรงหน้า




ตัวอาคารคนจิกิโดวนั้นถูกเก็บรักษาอยู่ข้างในนี้ สามารถเข้าไปชมได้ แต่ไม่อนุญาตให้ถ่ายรูป จึงไม่ได้เก็บภาพมาลงในนี้ ใครอยากเห็นภาพคนจิกิโดวลองค้นดูใน google ได้ https://www.google.co.jp/search?q=金色堂&tbm=isch



หลังจากชมคนจิกิโดวที่อยู่ด้านในเสร็จก็มาดูอาคารด้านข้าง



อาคารเคียวโซว (経蔵きょうぞう) ซึ่งเป็นที่เก็บพระสูตร



ถัดมาใกล้ๆเจอทางขึ้นไปยังศาลเจ้าไคซันเทมมังงู (関山天満宮かんざんてんまんぐう) แต่เราไม่ได้ขึ้นไปข้างบน



ถัดไปเจออาคารฟุกุโดวเก่า (旧覆堂きゅうふくどう) ที่เคยครอบคนจิกิโดวมาจนถึงปี 1965



ซึ่งข้างๆกันนั้นมีรูปปั้นของมัตสึโอะ บาโชว (松尾 芭蕉まつお ばしょう) กวีเอกที่เดินทางผ่านมายังที่นี่และได้แต่งกลอนเอาไว้ เช่นเดียวกับที่ผ่านไปที่วัดโมวตซือจิ ซึ่งได้เล่าไปแล้วใน https://phyblas.hinaboshi.com/20221114



ภายในอาคารฟุกุโดวเก่า



เดินถัดต่อมาเจออาคารไดโจวจุอิง (大長寿院だいちょうじゅいん) เป็นอาคารวัดที่บูชาพระอามิดะเนียวไร เริ่มสร้างในปี 1107 โดยคิโยฮิระ แต่ว่าก็ผ่านอัคคีภัยมาจนพังไปแล้ว หลังจากนั้นจึงถูกสร้างขึ้นมาใหม่ในปี 1863 ซึ่งก็คืออาคารที่เห็นในปัจจุบันตอนนี้



มีบันทึกไว้ว่าเมื่อปี 1189 โยริโตโมะซึ่งได้ยกทัพมาตีฮิราอิซึมิได้มาเห็นอาคารนี้เข้าแล้วประทับใจเลยเลียนแบบเอาไปสร้างอาคารเหมือนกันที่วัดโยวฟุกุ (永福寺ようふくじ) ในคามากุระด้วย



จากนั้นเดินต่อเข้ามายังส่วนลึกสุด เจอศาลเจ้าฮากุซัง (白山神社はくさんじんじゃ)



ในนี้มีอาคารโนวงากุโดว (能楽堂のうがくどう) ซึ่งเป็นเวทีที่ใช้สำหรับเล่นละครโนว (のう) ตัวอาคารที่เห็นอยู่ในปัจจุบันนี้ถูกสร้างขึ้นใหม่เมื่อปี 1853



ข้างๆกันนั้นเป็นอาคารหลักของศาลเจ้า




หลังจากนั้นก็เดินกลับออกมา ระหว่างทางยังผ่านอีกอาคารคือ เบนไซเตนโดว (弁財天堂べんざいてんどう) ซึ่งตั้งอยู่บนเกาะที่ล้อมรอบไปด้วยน้ำ อาคารนี้ถูกสร้างขึ้นในปี 1716 โดยภรรยาของดาเตะ ทสึนามุระ (伊達 綱村だて つなむら, ปี 1659-1719) ผู้ครองเซนไดฮังซึ่งปกครองพื้นที่ฮิราอิซึมิในยุคเอโดะ





แล้วการเที่ยวชมวัดจูซงก็จบลงเท่านี้ หลังจากนั้นเราก็เดินกลับลงมายังปากทางเข้า

การเที่ยวในฮิราอิซึมิยังไม่ได้จบลง ยังเหลือสถานที่อีกแห่งที่ตั้งใจจะไปเที่ยว นั่นคือ ทากาดาจิงิเกย์โดว (高館義経堂たかだちぎけいどう) ซึ่งเป็นสถานที่ที่โยชิตสึเนะจบชีวิตลงพร้อมกับครอบครัวในปี 1189 และเป็นที่ที่เบงเกย์ยืนตายนั่นเอง ตัวอาคารถูกสร้างขึ้นในปี 1683 โดยดาเตะ ทสึนามุระ ภายในมีรูปสลักไม้ของโยชิตสึเนะตั้งอยู่

ปัญหาก็คือที่นี่ปิดตอน 16:30 และตอนที่เรากลับลงมาถึงปากทางเข้าวัดจูซงก็เป็นเวลา 16:10 แล้ว เหลือเวลาอีกแค่ ๒๐ นาทีเท่านั้น จึงกลัวว่าจะไปชมไม่ทันแม้จะรีบไปตอนนี้ก็ตาม แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจรีบเดินทางไป ทันไม่ทันก็ว่ากันอีกที

สถานที่นั้นอยู่ไม่ไกลจากวัดจูซง อยู่ในระยะที่สามารถเดินไปถึงได้ เราเลยตัดสินใจวิ่งไปเพื่อให้ถึงทันเวลาก่อน 16:30 ส่วนเพื่อนคนอื่นนั่งรถไป ซึ่งจะต้องเสียเวลาเพราะต้องเดินไปยังที่จอดรถแล้วก็หาที่จอดรถอีก

ระหว่างทางที่วิ่งไปนั้นแม้จะรีบก็ยังถ่ายรูปไปด้วยเรื่อยๆ




เส้นทางผ่านทางรถไฟ




เดินข้ามทางรถไฟไป



แล้วก็มุ่งหน้าต่อมาตามทาง




แล้วก็ปีนขึ้นบันไดตรงนี้ไป



ในที่สุดก็มาถึงปากทางเข้าในเวลา 16:17 ซึ่งก็ถือว่าทันเวลาก่อน 16:30 ซึ่งเป็นเวลาปิด แต่กลับพบว่าหน้าทางขึ้นบันไดมีป้ายกั้นอยู่ ซึ่งเขียนบอกว่าที่นี่ปิดไปแล้ว



แต่ก็ไม่ได้มีประตูกั้นไม่ให้เข้าไป เราจึงตัดสินใจลองเข้าไปดู ไหนๆก็อุตส่าห์มาถึงแล้วไม่อยากเสียเที่ยว



เมื่อเดินเข้ามาก็สามารถมาถึงอาคารทากาดาจิงิเกย์โดวได้จริงๆ แต่ว่าตัวอาคารปิดไปแล้ว ไม่สามารถชมภายในได้ จึงได้แต่มองจากด้านนอก อีกทั้งข้างๆอาคารนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์อยู่ด้วย ซึ่งก็ปิดไปแล้ว เข้าชมไม่ได้เหมือนกัน แต่ถึงอย่างนั้นแค่ได้เข้ามาชมตัวอาคารที่ถือว่าเป็นสถานที่สำคัญของโยชิตสึเนะและเบงเกย์ แบบนี้ก็พอใจแล้ว




ส่วนข้างๆอาคารมีเจดีย์โฮวเกียวอินโตว (宝篋印塔ほうきょういんとう) ที่ถูกสร้างเพื่อบูชาโยชิตสึเนะ



แล้วก็มีแผ่นหินเขียนบทกลอนที่แต่งโดยกวีชื่อไร มิกิซาบุโรว (頼 三樹三郎らい みきさぶろう, ปี 1825-1859) ซึ่งมาเยือนฮิราอิซึมิในปี 1846



ทิวทัศน์ที่มองเห็นจากตรงนี้ มองออกไปเห็นแม่น้ำคิตากามิ (北上川きたかみがわ) ซึ่งเป็นแม่น้ำสายสำคัญที่ไหลผ่านจังหวัดอิวาเตะไปออกสู่ทะเลที่จังหวัดมิยางิ



หลังจากนั้นเพื่อนที่นั่งรถมาก็ตามมาถึงทีหลัง แล้วก็เข้าไปชมในนั้นด้วย พอเสร็จแล้วจึงกลับมายังที่จอดรถเพื่อขึ้นรถ



การเที่ยววันนี้ได้จบลงแล้ว แต่ก่อนจะกลับก็ขอแวะหาอะไรกินแถวนี้สักหน่อย ก็แวะมาเจอร้านยุเมะโนะคาเซะ (夢乃風ゆめのかぜ) ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากทากาดาจิงิเกย์โดว มีที่จอดรถอยู่หน้าร้านด้วย




มื้อนี้เราสั่งอุดงเทมปุระ ราคา ๖๖๐ เยน



ภาพภายในร้านหลังจากที่กินกันเสร็จ



เมื่อกินเสร็จออกมาก็เป็นเวลา 17:30 ตอนนั้นฟ้าได้มืดลงแล้ว



หลังจากนั้นพวกเราก็นั่งรถเดินทางกลับเซนได จบการเดินทางเที่ยวอิวาเตะในวันนี้ลง

นี่ก็เป็นอีกวันที่ได้เที่ยวสนุก ได้มาชมเมืองมรดกโลก ทั้งยังได้ชมทิวทัศน์สวยๆในขณะที่ใบไม้กำลังเปลี่ยนสีในช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วง



-----------------------------------------

囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧

ดูสถิติของหน้านี้

หมวดหมู่

-- ประเทศญี่ปุ่น >> อิวาเตะ
-- ท่องเที่ยว >> ศาสนสถาน >> วัด
-- ท่องเที่ยว >> ศาสนสถาน >> ศาลเจ้า
-- ท่องเที่ยว >> มรดกโลก

ไม่อนุญาตให้นำเนื้อหาของบทความไปลงที่อื่นโดยไม่ได้ขออนุญาตโดยเด็ดขาด หากต้องการนำบางส่วนไปลงสามารถทำได้โดยต้องไม่ใช่การก๊อปแปะแต่ให้เปลี่ยนคำพูดเป็นของตัวเอง หรือไม่ก็เขียนในลักษณะการยกข้อความอ้างอิง และไม่ว่ากรณีไหนก็ตาม ต้องให้เครดิตพร้อมใส่ลิงก์ของทุกบทความที่มีการใช้เนื้อหาเสมอ

目录

从日本来的名言
模块
-- numpy
-- matplotlib

-- pandas
-- manim
-- opencv
-- pyqt
-- pytorch
机器学习
-- 神经网络
javascript
蒙古语
语言学
maya
概率论
与日本相关的日记
与中国相关的日记
-- 与北京相关的日记
-- 与香港相关的日记
-- 与澳门相关的日记
与台湾相关的日记
与北欧相关的日记
与其他国家相关的日记
qiita
其他日志

按类别分日志



ติดตามอัปเดตของบล็อกได้ที่แฟนเพจ

  查看日志

  推荐日志

ตัวอักษรกรีกและเปรียบเทียบการใช้งานในภาษากรีกโบราณและกรีกสมัยใหม่
ที่มาของอักษรไทยและความเกี่ยวพันกับอักษรอื่นๆในตระกูลอักษรพราหมี
การสร้างแบบจำลองสามมิติเป็นไฟล์ .obj วิธีการอย่างง่ายที่ไม่ว่าใครก็ลองทำได้ทันที
รวมรายชื่อนักร้องเพลงกวางตุ้ง
ภาษาจีนแบ่งเป็นสำเนียงอะไรบ้าง มีความแตกต่างกันมากแค่ไหน
ทำความเข้าใจระบอบประชาธิปไตยจากประวัติศาสตร์ความเป็นมา
เรียนรู้วิธีการใช้ regular expression (regex)
การใช้ unix shell เบื้องต้น ใน linux และ mac
g ในภาษาญี่ปุ่นออกเสียง "ก" หรือ "ง" กันแน่
ทำความรู้จักกับปัญญาประดิษฐ์และการเรียนรู้ของเครื่อง
ค้นพบระบบดาวเคราะห์ ๘ ดวง เบื้องหลังความสำเร็จคือปัญญาประดิษฐ์ (AI)
หอดูดาวโบราณปักกิ่ง ตอนที่ ๑: แท่นสังเกตการณ์และสวนดอกไม้
พิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมโบราณปักกิ่ง
เที่ยวเมืองตานตง ล่องเรือในน่านน้ำเกาหลีเหนือ
ตระเวนเที่ยวตามรอยฉากของอนิเมะในญี่ปุ่น
เที่ยวชมหอดูดาวที่ฐานสังเกตการณ์ซิงหลง
ทำไมจึงไม่ควรเขียนวรรณยุกต์เวลาทับศัพท์ภาษาต่างประเทศ

各月日志

2023年

1月 2月 3月 4月
5月 6月 7月 8月
9月 10月 11月 12月

2022年

1月 2月 3月 4月
5月 6月 7月 8月
9月 10月 11月 12月

2021年

1月 2月 3月 4月
5月 6月 7月 8月
9月 10月 11月 12月

2020年

1月 2月 3月 4月
5月 6月 7月 8月
9月 10月 11月 12月

2019年

1月 2月 3月 4月
5月 6月 7月 8月
9月 10月 11月 12月

找更早以前的日志