φυβλαςのβλογ
บล็อกของ phyblas



สุสานของครอบครัวโยชิตสึเนะ วีรบุรุษของตระกูลมินาโมโตะในปลายยุคเฮย์อัง บนเขาคิงเกย์ซังกลางเมืองฮิราอิซึมิ
เขียนเมื่อ 2022/11/15 13:51
แก้ไขล่าสุด 2022/11/17 05:17
#เสาร์ 12 พ.ย. 2022

บันทึกการเที่ยวเมืองมรดกโลก ฮิราอิซึมิ (平泉ひらいずみ) ต่อจากตอนที่แล้ว https://phyblas.hinaboshi.com/20221114

เป้าหมายต่อไปที่เราได้เดินทางไปชมก็คือเขาคิงเกย์ซัง (金鶏山きんけいさん) ซึ่งเป็นภูเขาเล็กๆสูง ๙๘.๖ เมตร ที่ตั้งอยู่กลางเมืองฮิราอิซึมิ ที่นี่มีชื่อเสียงในฐานะที่เป็นที่ตั้งสุสานของครอบครัวของมินาโมโตะ โนะ โยชิตสึเนะ (源 義経みなもと の よしつね, ปี 1159-1189) วีรบุรุษคนสำคัญในช่วงปลายยุคเฮย์อัง

ฮิราอิซึมินั้นเป็นสถานที่ที่โยชิตสึเนะอาศัยอยู่เป็นระยะเวลานาน และจบชีวิตลงด้วย จึงถือว่ามีความสำคัญในประวัติศาสตร์ช่วงนี้

ก่อนที่จะเล่าเรื่องเที่ยวสถานที่นี้ก็ขอเขียนถึงเกี่ยวกับโยชิตสึเนะสักหน่อย เพราะเป็นประวัติศาสตร์ที่สำคัญ และทำให้เข้าใจเกี่ยวกับฮิราอิซึมิมากขึ้น



โยชิตสึเนะ มีชื่อในวัยเด็กว่า อุชิวากะ (牛若うしわか) เกิดในปี 1159 ในตระกูลมินาโมโตะ (みなもと) ซึ่งเป็นตระกูลนักรบตระกูลหนึ่งที่มีอิทธิพลยิ่งใหญ่ในช่วงสมัยนั้น คือช่วงปลายยุคเฮย์อัง (平安へいあん, ปี 794-1185)

พ่อของเขาคือมินาโมโตะ โนะ โยชิโตโมะ (源 義朝みなもと の よしとも, ปี 1123-1160) ผู้นำตระกูลมินาโมโตะในตอนนั้น โดยเขาเป็นลูกชายคนที่ ๙ ซึ่งเป็นคนสุดท้อง

ส่วนแม่ของเขาคือโทกิวะโงเซง (常磐御前ときわごぜん, ปี 1138-?) ซึ่งว่ากันว่าเป็นสาวงามที่สุดคนหนึ่งในยุคนั้น ทำให้โยชิตสึเนะเองก็เป็นหนุ่มหน้าตาดีมากด้วย

*คำว่า "โกเซง" (御前ごぜん) นั้นเป็นคำลงท้ายชื่อ มักใช้เรียกภรรยาของคนที่มีตำแหน่งสูงๆในยุคนั้น

หลังจากโยชิตสึเนะเพิ่งเกิดมาได้ไม่ทันไร ในปี 1160 ได้เกิดเหตุการณ์กบฏปีเฮย์จิ (平治へいじらん) ขึ้นมา เป็นเรื่องความขัดแย้งระหว่างตระกูลมินาโมโตะ กับตระกูลไทระ (たいら) ซึ่งนำโดยไทระ โนะ คิโยโมริ (平 清盛たいら の きよもり, ปี 1113-1181) ผู้นำที่ยิ่งใหญ่ซึ่งพาตระกูลไทระไปสู่ความรุ่งโรจน์ในตอนนั้น

สุดท้ายแล้วเหตุการณ์ครั้งนี้ก็จบลงด้วยความพ่ายแพ้ของฝ่ายมินาโมโตะ โยชิโตโมะได้ถูกสังหาร ส่วนโทกิวะโงเซงได้หลบหนีออกไป โดยได้พาโยชิตสึเนะซึ่งยังเป็นทารก พร้อมกับลูกชายอีก ๒ คน (พี่ชายของโยชิตสึเนะซึ่งเกิดจากแม่เดียวกัน) คือ อิมาวากะ (今若いまわか, ปี 1153-1203) กับโอโตวากะ (乙若おとわか, ปี 1155-1181) ไปด้วยกัน

แต่สุดท้ายโทกิวะโงเซงก็ตัดสินใจยอมเข้ามอบตัวกับคิโยโมริ พร้อมกับลูกชายทั้ง ๓ คน โดยทำใจไว้แล้วว่าคงจะถูกประหารลงเช่นเดียวกับพี่น้องอีกหลายคนในตระกูลมินาโมโตะที่พบจุดจบลงไปก่อนหน้านี้แล้ว

แต่ด้วยความใจกว้างของคิโยโมริทำให้ทั้งแม่และลูกทั้ง ๓ ได้รับการปล่อยให้มีชีวิตรอดต่อไป รวมทั้งลูกหลานคนอื่นๆอีกหลายคนในตระกูลมินาโมโตะที่ยังเหลือรอดอยู่ด้วย โดยที่ไม่คาดคิดว่าในที่สุดแล้วเด็กเหล่านั้นเมื่อโตขึ้นมาแล้วจะกลับมาแก้แค้นแทนพ่อของตัวเองในภายหลัง

หลังจากนั้นโยชิตสึเนะก็ได้เติบโตขึ้นมาโดยถูกเลี้ยงดูในวัดคุรามะ (鞍馬寺くらまでら) ที่เมืองหลวงเกียวโต เขาถูกคาดหวังว่าเมื่อโตขึ้นจะให้บวชเป็นพระเพื่อจะได้ไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับเรื่องความขัดแย้งระหว่างตระกูล แต่แล้ววันหนึ่งเขาก็ได้รู้ถึงอดีตของตัวเอง ในที่สุดจึงมุ่งมั่นที่จะกำจัดคิโยโมริและตระกูลไทระเพื่อแก้แค้นให้ได้ จึงตัดสินใจออกจากวัดมา

ปี 1174 ขณะอายุ ๑๕ ปี โยชิตสึเนะได้เดินทางไปยังฮิราอิซึมิ (平泉ひらいずみ) ซึ่งในสมัยนั้นเป็นศูนย์กลางการปกครองภูมิภาคโอวชู (奥州おうしゅう) ซึ่งเทียบเท่ากับภูมิภาคโทวโฮกุ (東北地方とうほくちほう, คือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) ของญี่ปุ่นในปัจจุบัน

ฮิราอิซึมิในตอนนั้นถูกปกครองโดยตระกูลโอวชูฟุจิวาระ (奥州藤原おうしゅうふじわら) โยชิตสึเนะได้มาขอพึ่งพิงฟุจิวาระ โนะ ฮิเดฮิระ (藤原 秀衡ふじわら の ひでひら, ปี 1122-1187) ซึ่งเป็นผู้นำรุ่นที่ ๓ ของตระกูลโอวชูฟุจิวาระ ซึ่งเขาก็ให้การต้อนรับเป็นอย่างดี แล้วโยชิตสึเนะก็ได้เติบโตขึ้นมาที่นั่น

แล้วพอถึงปี 1180 ก็เกิดสงครามเกมเปย์ (源平合戦げんぺいかっせん) ปะทุขึ้น เป็นความขัดแย้งระหว่างตระกูลไทระกับกลุ่มคนที่ต้องการโค่นล้มตระกูลไทระซึ่งมีอิทธิพลมายาวนาน นำโดยตระกูลมินาโมโตะซึ่งต้องการล้างแค้น ผู้นำตระกูลขณะนั้นคือ มินาโมโตะ โนะ โยริโตโมะ (源 頼朝みなもと の よりとも, ปี 1147-1199) ลูกชายคนที่ ๓ ของโยชิโตโมะ และเป็นพี่ชายต่างแม่ของโยชิตสึเนะ โดยตั้งฐานอยู่ที่เมืองคามากุระ (鎌倉かまくら)

โยชิตสึเนะได้เดินทางกลับจากฮิราอิซึมิมายังคามากุระเพื่อเข้าร่วมรบพร้อมกับโยริโตโมะ และได้สร้างผลงานดีเด่นมากมายในการสู้รบศึกต่างๆ ทำให้ฝ่ายมินาโมโตะได้เปรียบเป็นอย่างมาก

ไม่นานน้กคิโยโมริก็ได้ล้มป่วยและเสียชีวิตลงในปี 1181 ทิ้งให้ลูกหลานในตระกูลไทระยังคงต่อสู้กับตระกูลมินาโมโตะกันต่อไป แต่เมื่อขาดคิโยโมริไปแล้ว ตระกูลไทระก็ยิ่งเสื่อมโทรมอย่างไม่อาจฟื้นคืนมาได้ สถานการณ์เสียเปรียบขึ้นเรื่อยๆ จนต้องทิ้งเมืองหลวงแล้วหนีถอยร่นไปตั้งหลักทางภาคตะวันตก

ในระหว่างนั้น โยชิตสึเนะได้หมั้นกับซาโตะโงเซง (郷御前さとごぜん, 1168-1189) ภายใต้การชี้นำของโยริโตโมะ แล้วทั้งคู่ก็ได้แต่งงานกันในปี 1184

แต่ว่าในขณะนั้นโยชิตสึเนะก็ได้พบรักกับสาวงาม ชิซึกะโงเซง (静御前しずかごぜん) ซึ่งเป็น ชิราเบียวชิ (白拍子しらびょうし, คืออาชีพนักรำและร้องเพลงแบบหนึ่งที่แพร่หลายในช่วงยุคเฮย์อัง) สุดท้ายก็เลยให้ซาโตะโงเซงเป็นภรรยาหลวง และได้ชิซึกะโงเซงเป็นภรรยาน้อย

ในปี 1185 กองทัพมินาโมโตะภายใต้การนำของโยชิตสึเนะได้ปราบตระกูลไทระอย่างราบคาบ ตระกูลไทระโดนกำจัดทิ้งทั้งหมดจนล่มสลาย สิ้นสุดสงครามเกมเปย์ แล้วโยริโตโมะก็ได้กลายเป็นโชกุนผู้ยิ่งใหญ่ตั้งรัฐบาลโชกุนคามากุระขึ้น ปกครองแผ่นดินญี่ปุ่น และเป็นจุดเริ่มต้นของยุคคามากุระ (ปี 1185-1333) เป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น

เรื่องราวของตระกูลไทระจนถึงตรงนี้ได้ถูกเล่าขานใน เฮย์เกะโมโนงาตาริ (平家物語へいけものがたり) ซึ่งเป็นมหากาพย์ที่มีชื่อเสียงที่สุดเรื่องหนึ่งของญี่ปุ่น และโยชิตสึเนะก็เป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญที่ปรากฏในบันทึกนี้ เราจึงรู้เรื่องราวของเขาไปด้วย

แม้ว่าโยชิตสึเนะจะเป็นวีรบุรุษที่สร้างผลงานอย่างมากในสงครามปราบตระกูลไทระครั้งนี้ แต่เขากลับไม่ได้รับความดีความชอบอะไรจากโยริโตโมะ และในปีเดียวกันนั้นเขาก็กลับมีเรื่องบาดหมางกับโยริโตโมะจนถึงขั้นตัดขาดกัน ในที่สุดโยริโตโมะก็ได้ส่งนักฆ่ามาจัดการโยชิตสึเนะ แต่ว่าไม่สำเร็จ โยชิตสึเนะสามารถหนีไปได้

หลังจากนั้นโยชิตสึเนะก็ได้หนีตายไปยังฮิราอิซึมิเพื่อขอพึ่งพาฮิเดฮิระอีกครั้ง ซึ่งฮิเดฮิระก็ต้อนรับอย่างดีและได้ช่วยให้ที่พักพิงกับเขา

การหนีไปอยู่ฮิราอิซึมิทำให้โยชิตสึเนะจำต้องพรากจากชิซึกะโงเซง ภรรยาน้อยสุดที่รักของเขา โดยไม่รู้ว่าเธอตั้งครรภ์มีลูกของเขาอยู่ในท้อง ต่อมาชิซึกะโงเซงได้ถูกพวกของโยริโตโมะจับได้ และได้อยู่ในความดูแลของโฮวโจว มาซาโกะ (北条 政子ほうじょう まさこ, ปี 1157-1225) ภรรยาของโยริโตโมะจนกว่าจะคลอดลูก

มีเรื่องเล่าว่าในระหว่างนั้นมีวันหนึ่งชิซึกะโงเซงได้ถูกสั่งให้มาแสดงรำร้องเพลงต่อหน้าโยริโตโมะ แต่เธอได้ร้องเพลงที่แสดงถึงความรักที่มีต่อโยชิตสึเนะ ทำให้โยริโตโมะไม่พอใจอย่างมาก ถ้ามาซาโกะไม่มาห้ามไว้เธออาจไม่รอดก็เป็นได้

หลังจากนั้นชิซึกะโงเซงได้คลอดลูกชายออกมา โยริโตโมะกลัวว่าถ้าปล่อยไปเด็กคนนี้ซึ่งเป็นลูกของโยชิตสึเนะจะโตขึ้นมาแล้วกลับมาแก้แค้นตัวเองเข้าสักวัน จึงสั่งให้กำจัดทิ้ง หลังจากนั้นชิซึกะโงเซงก็ได้รับการปล่อยตัว แล้วเธอก็หายตัวไป ไม่มีใครรู้ข่าวคราวอีกเลย

ส่วนซาโตะโงเซงซึ่งเป็นภรรยาหลวงของโยชิตสึเนะนั้นในที่สุดก็ได้ตามมาเจอโยชิตสึเนะที่ฮิราอิซึมิ ทั้ง ๒ คนมีลูกด้วยกัน ๑ คน อาศัยอยู่ด้วยกันที่ฮิราอิซึมิตั้งแต่นั้นมา

ต่อมาโยริโตโมะได้สืบจนรู้ว่าโยชิตสึเนะหนีมาอยู่ฮิราอิซึมิ จึงทำให้โยริโตโมะไม่พอใจและถือว่าทางฮิราอิซึมิเป็นกบฏ จึงเกิดเป็นสงครามโอวชู (奥州合戦おうしゅうかっせん) ซึ่งเป็นสงครามระหว่างโยริโตโมะกับตระกูลโอวชูฟุจิวาระที่นำโดยฮิเดฮิระ ซึ่งให้การสนับสนุนโยชิตสึเนะ

แต่ในปี 1187 ฮิเดฮิระได้ล้มป่วยและเสียชีวิตลง ลูกชายของเขาคือฟุจิวาระ โนะ ยาสึฮิระ (藤原 泰衡ふじわらの やすひら, ปี 1155-1189) จึงเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งผู้นำตระกูลต่อไป

ยาสึฮิระนั้นได้รับฝากฝังจากพ่อให้คอยช่วยเหลือโยชิตสึเนะต่อไป แต่แล้วเขาก็ถูกกดดันจากโยริโตโมะให้ยอมแพ้แล้วส่งตัวโยชิตสึเนะให้ ในที่สุดเขาจึงตัดสินใจยอมหักหลังโยชิตสึเนะ ในปี 1189 ยาสึฮิระได้ส่งทหารเข้าล้อมจับโยชิตสึเนะที่อาคารโคโรโมงาวะ (衣川館ころもがわのたて) ซึ่งเขาอาศัยอยู่ขณะนั้น เหตุการณ์ครั้งนี้เรียกว่า การต่อสู้ที่โคโรโมงาวะ (衣川ころもがわたたかい)

ในการต่อสู้ครั้งนี้ มุซาชิโบว เบงเกย์ (武蔵坊 弁慶むさしぼう べんけい, ปี ?-1189) ซึ่งเป็นผู้ติดตามผู้ซื่อส้ตย์ของโยชิตสึเนะได้พยายามปกป้องโยชิตสึเนะ แต่ก็ถูกลูกธนูจำนวนมากปักจนตายทั้งๆที่กำลังยืนอยู่ เกิดเป็นตำนานเล่าขานที่เรียกว่า "การยืนตายแบบเบงเกย์" (弁慶べんけい立往生たちおうじょう) ซึ่งเป็นที่โด่งดังรู้จักไปทั่ว

โยชิตสึเนะซึ่งรู้ว่ายังไงก็ไม่มีทางรอดแล้วจึงได้ตัดสินใจฆ่าตัวตายไปพร้อมกับซาโตะโงเซงและลูกวัย ๔ ขวบ ในที่สุดเขาก็ต้องจบชีวิตลงในวัยแค่ ๓๐ ปี

หลังจากนั้นยาสึฮิระก็ได้ตัดเอาคอของโยชิตสึเนะส่งไปให้โยริโตโมะตามที่เขาต้องการ แต่แล้วยาสึฮิระก็กลับไม่ได้รับการไว้ชีวิต สุดท้ายก็ถูกโยริโตโมะกำจัดทิ้ง ตายลงในปีเดียวกัน ตระกูลโอวชูฟุจิวาระจึงถึงคราวล่มสลาย

ส่วนศพของซาโตะโงเซงและลูกที่ตายไปพร้อมกับโยชิตสึเนะนั้น ได้ถูกนำมาฝังที่ตีนเขาคิงเกย์ซังใจกลางเมืองฮิราอิซึมิ

ทุกวันนี้หากใครมาเที่ยวฮิราอิซึมิก็สามารถเข้าเยี่ยมชมสุสานของครอบครัวโยชิตสึเนะซึ่งตั้งอยู่ที่ตีนเขาคิงเกย์ซัง รวมถึงอาคารทากาดาจิงิเกย์โดว (高館義経堂たかだちぎけいどう) ซึ่งถูกสร้างใหม่ในบริเวณที่โคโรโมงาวะสถานที่ตายของโยชิตสึเนะและครอบครัวตั้งอยู่ นอกจากนี้ยังมีสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับตำนานการยืนตายของเบงเกย์อยู่ด้วย



หลังจากเล่าประวัติศาสตร์มาซะยาวแล้ว เราก็ได้เห็นแล้วว่าโยชิตสึเนะเป็นบุคคลสำคัญอย่างไร และฮิราอิซึมิมีความสำคัญอย่างไรกับเขาบ้าง คราวนี้กลับมาที่บันทึกการท่องเที่ยวที่นี่

ครั้งนี้เรามีโอกาสได้มาเที่ยวคิงเกย์ซังชมสุสานของครอบครัวโยชิตสึเนะ แล้วหลังจากนั้นยังมีโอกาสได้ไปชมอาคารทากาดาจิงิเกย์โดวด้วย ซึ่งก็จะเล่าถึงต่อไป

ก่อนอื่นขอเล่าถึงการเที่ยวคิงเกย์ซังก่อน

หลังจากที่ออกมาจากวัดโมวตซือแล้ว พวกเราก็นั่งรถมาแล้วมาจอดตรงหน้าทางขึ้นเขาคิงเกย์ซัง



จากนั้นเดินเข้ามาก็เจอสุสานของครอบครัวโยชิตสึเนะซึ่งเป็นเป้าหมายทันที



ป้ายหน้าสุสาน



ที่สุสานถูกสร้างเป็นเจดีย์ โกรินโตว (五輪塔ごりんとう)



ข้างๆนั้นมีป้ายเขียนอธิบายเกี่ยวกับสถานที่นี้



ข้างๆสุสานเป็นอาคารเซนจุโดว (千手堂せんじゅどう) ซึ่งมีรูปสลักไม้ของโยชิฮิระตั้งอยู่



การชมบริเวณสุสานก็จบลงแค่เพียงเท่านี้ ดูแล้วไม่ได้มีอะไรมากไปกว่านั้น จากนั้นพวกเราก็เดินขึ้นเขาไป




ระหว่างทางมีบางส่วนที่ชัน แต่ก็มีบันได ปีนขึ้นไปได้ไม่ยาก



ใช้เวลาไม่นาน แค่ประมาณ ๕ นาทีเท่านั้นก็ขึ้นไปถึงยอดเขา



บนยอดเขาก็ดูแล้วไม่ได้มีอะไรมาก



ทิวทัศน์ที่มองจากยอดเขา ก็ไม่ได้เห็นอะไรชัดนัก เพราะไม่ได้สํงมาก และมีต้นไม้บัง



หลังจากนั้นก็ไม่มีอะไรแล้ว เดินกลับลงจากเขา



บนพื้นระหว่างทางเห็นลูกเกาลัดตกอยู่ เห็นผลด้วย ลองหยิบขึ้นมาดู แต่ไม่ได้เก็บมากิน แค่ถ่ายรูปเก็บไว้



การเที่ยวเขาคิงเกย์ซังก็จบลงเพียงเท่านี้ ดูแล้วก็ไม่มีอะไรมาก แต่ก็เป็นสถานที่หนึ่งที่สำคัญได้ตามรอยบุคคลที่มีชื่อเสียงในประวัติศาสตร์ ไม่ได้ใช้เวลามาก และมาไม่ลำบาก

หลังจากนั้นเราก็ยังได้ไปเที่ยวสถานที่อื่นๆในเมืองฮิราอิซึมิต่อไป https://phyblas.hinaboshi.com/20221116



-----------------------------------------

囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧

ดูสถิติของหน้านี้

หมวดหมู่

-- ประเทศญี่ปุ่น >> อิวาเตะ
-- ท่องเที่ยว >> ศาสนสถาน >> วัด
-- ท่องเที่ยว >> ภูเขา
-- ประวัติศาสตร์ >> ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น
-- ท่องเที่ยว >> มรดกโลก
-- ท่องเที่ยว >> สุสาน

ไม่อนุญาตให้นำเนื้อหาของบทความไปลงที่อื่นโดยไม่ได้ขออนุญาตโดยเด็ดขาด หากต้องการนำบางส่วนไปลงสามารถทำได้โดยต้องไม่ใช่การก๊อปแปะแต่ให้เปลี่ยนคำพูดเป็นของตัวเอง หรือไม่ก็เขียนในลักษณะการยกข้อความอ้างอิง และไม่ว่ากรณีไหนก็ตาม ต้องให้เครดิตพร้อมใส่ลิงก์ของทุกบทความที่มีการใช้เนื้อหาเสมอ

สารบัญ

รวมคำแปลวลีเด็ดจากญี่ปุ่น
มอดูลต่างๆ
-- numpy
-- matplotlib

-- pandas
-- manim
-- opencv
-- pyqt
-- pytorch
การเรียนรู้ของเครื่อง
-- โครงข่าย
     ประสาทเทียม
ภาษา javascript
ภาษา mongol
ภาษาศาสตร์
maya
ความน่าจะเป็น
บันทึกในญี่ปุ่น
บันทึกในจีน
-- บันทึกในปักกิ่ง
-- บันทึกในฮ่องกง
-- บันทึกในมาเก๊า
บันทึกในไต้หวัน
บันทึกในยุโรปเหนือ
บันทึกในประเทศอื่นๆ
qiita
บทความอื่นๆ

บทความแบ่งตามหมวด



ติดตามอัปเดตของบล็อกได้ที่แฟนเพจ

  ค้นหาบทความ

  บทความแนะนำ

ตัวอักษรกรีกและเปรียบเทียบการใช้งานในภาษากรีกโบราณและกรีกสมัยใหม่
ที่มาของอักษรไทยและความเกี่ยวพันกับอักษรอื่นๆในตระกูลอักษรพราหมี
การสร้างแบบจำลองสามมิติเป็นไฟล์ .obj วิธีการอย่างง่ายที่ไม่ว่าใครก็ลองทำได้ทันที
รวมรายชื่อนักร้องเพลงกวางตุ้ง
ภาษาจีนแบ่งเป็นสำเนียงอะไรบ้าง มีความแตกต่างกันมากแค่ไหน
ทำความเข้าใจระบอบประชาธิปไตยจากประวัติศาสตร์ความเป็นมา
เรียนรู้วิธีการใช้ regular expression (regex)
การใช้ unix shell เบื้องต้น ใน linux และ mac
g ในภาษาญี่ปุ่นออกเสียง "ก" หรือ "ง" กันแน่
ทำความรู้จักกับปัญญาประดิษฐ์และการเรียนรู้ของเครื่อง
ค้นพบระบบดาวเคราะห์ ๘ ดวง เบื้องหลังความสำเร็จคือปัญญาประดิษฐ์ (AI)
หอดูดาวโบราณปักกิ่ง ตอนที่ ๑: แท่นสังเกตการณ์และสวนดอกไม้
พิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมโบราณปักกิ่ง
เที่ยวเมืองตานตง ล่องเรือในน่านน้ำเกาหลีเหนือ
ตระเวนเที่ยวตามรอยฉากของอนิเมะในญี่ปุ่น
เที่ยวชมหอดูดาวที่ฐานสังเกตการณ์ซิงหลง
ทำไมจึงไม่ควรเขียนวรรณยุกต์เวลาทับศัพท์ภาษาต่างประเทศ

ไทย

日本語

中文