φυβλαςのβλογ
phyblas的博客



เดินทางขนข้าวของเข้าบ้านใหม่ที่อุตสึโนมิยะ ไปที่ว่าการเมืองทำเรื่องย้ายเข้า และเดินหาซื้อเครื่องเรือนมือสอง
เขียนเมื่อ 2025/12/24 23:21
แก้ไขล่าสุด 2026/01/10 20:43
# พุธ 24 ธ.ค. 2025

หลังจากที่อาศัยอยู่เมืองยามาโตะจังหวัดคานางาวะมาเป็นเวลานาน ๔ เดือน ในที่สุดก็ได้เวลาย้ายมายังที่อยู่ใหม่ที่เมืองอุตสึโนมิยะจังหวัดโทจิงิ

โดยก่อนหน้านี้ได้เล่าถึงไปแล้วว่าได้เดินทางไปถึงอุตสึโนมิยะเพื่อดูบ้านใหม่แล้วก็แนะนำเกี่ยวกับเมืองนี้คร่าวไว้แล้ว อ่านได้ใน https://phyblas.hinaboshi.com/20251129

หลังจากนั้นก็ทำสัญญาเช่าบ้านใหม่ โดยกำหนดเข้าอยู่วันพุธที่ 24 ธันวาคม 2025 โดยตอนแรกก็ตั้งใจว่าจะเข้ามาอยู่ตั้งแต่วันนี้เลย

เพียงแต่ว่าหลังจากลองวางแผนดูให้ดีแล้วก็ตัดสินใจว่าวันที่ 24 นี้แค่ขนข้าวของแล้วก็สั่งพวกเครื่องใช้ที่จำเป็นไว้ก่อน แล้วก็กลับมาอยู่ที่เดิมต่ออีก ๒​ วัน จากนั้นวันที่ 26 ค่อยกลับมาอาศัยอยู่จริง

ที่ตัดสินใจแบบนี้ก็เพราะว่าข้าวของมีน้อยพอที่จะขนเองได้โดยไม่ต้องใช้บริษัทขนย้าย เพียงแต่ว่าขนรอบเดียวไม่ไหว ต้องขน ๒​ รอบ ก็เลยตัดสินใจไปกลับเพื่อขนของด้วยตัวเอง

นอกจากนี้แล้วก็เป็นเพราะทางบริษัทช่วยสนับสนุนค่าเดินทางไปกลับระหว่างที่อยู่เดิมกับที่อยู่ใหม่ ๒​ รอบด้วย โดยรอบแรกใช้ไปตอนวันที่ไปดูบ้านใหม่ และอีกรอบก็เลยตัดสินใจใช้วันนี้เพื่อขนของและหาซื้อของสำหรับบ้านใหม่

ก่อนหน้านี้ได้ไปเดินดูพวกเครื่องเรืองเครื่องใช้ไฟฟ้ามาแล้วหลายที่ ทั้งของใหม่และของมือสอง แต่ก็ได้แค่ดูไว้ก่อนเพราะถ้าจะซื้อจริงๆยังไงก็ต้องมาดูที่ร้านในเมืองอุตสึโนมิยะ ไม่งั้นต้องขนส่งไกลลำบาก ร้านส่วนใหญ่มีบริการขนส่งถึงบ้าน แต่มักจำกัดระยะทางถ้าไกลมากก็ไม่ส่ง หรือถึงส่งก็จะแพงมาก

ครั้งนี้ตัดสินใจหาซื้อเครื่องเรือนมือสองเป็นหลัก เพราะราคาถูกกว่ามาก และรู้สึกว่าไม่ได้มีความจำเป็นต้องใช้ของใหม่เลย ของมือสองอาจราคาต่ำกว่าครึ่งหนึ่งของของใหม่ แต่ก็ใช้งานได้เหมือนกัน จึงดูจะคุ้มกว่ามาก สำหรับคนที่ไม่คิดอะไรมากและต้องการประหยัด

นอกจากนี้แล้ววันนี้ยังไปทำเรื่องย้ายเข้าเมืองที่ที่ว่าการเมืองอุตสึโนมิยะด้วย โดยก่อนหน้านี้ได้ไปทำเรื่องย้ายออกจากเมืองยามาโตะที่ที่ว่าการเมืองยามาโตะแล้ว เล่าไว้ใน https://phyblas.hinaboshi.com/20251219

เวลาย้ายที่อยู่ต้องทำเรื่องย้ายออกจากเมืองเดิมที่ที่ว่าการเมืองเดิม เสร็จแล้วก็ต้องมาทำเรื่องย้ายเข้าที่ที่ว่าการเมืองของเมืองใหม่อีก ยุ่งยากอยู่เหมือนกันกว่าจะได้ย้ายสำเร็จ

ดังนั้นโดยรวมแล้วทั้งเดินทางไป ทำเรื่องย้ายเข้าเมือง แล้วก็เดินหาซื้อเครื่องเรือนมือสอง แค่นี้ก็เป็นวันที่เหนื่อยมากแล้ว ซ้ำรายวันนี้ที่จริงยังมีปัญหาอีกอย่างก็คือฝนตกทั้งวัน ตกไม่หยุดเลยตั้งแต่เช้าไปจนถึงหัวค่ำ ทำให้ต้องเดินกางร่มไปไหนมาไหน เปียกโชก ลำบากทีเดียว



สำหรับการเดินทางไปกลับครั้งนี้เราตัดสินใจนั่งรถไฟชิงกันเซง ต่างจากที่ไปรอบแรกซึ่งนั่งรถไฟแบบธรรมดายาวจากโยโกฮามะไปถึงอุตสึโนมิยะไปกลับ

สถานีอุตสึโนมิยะนั้นมีชิงกันเซง โดยสามารถนั่งไปกลับจากสถานีโอมิยะ (大宮駅おおみやえき) ในเมืองไซตามะจังหวัดไซตามะได้

โดยรถไฟชิงกันเซงระหว่างสถานีโอมิยะกับสถานีอุตสึโนมิยะใช้เวลาเร็วสุด ๒๓ นาที ในขณะที่รถไฟธรรมดาต่อให้เป็นรถแบบด่วนที่จอดเฉพาะสถานีสำคัญก็ใช้เวลาชั่วโมงกว่า ดังนั้นความต่างเกิน ๒ เท่า

ส่วนราคานั้นชิงกันเซงแบบที่นั่งอิสระ ๓๒๑๐ เยน ในขณะที่รถไฟธรรมดาราคา ๑๓๔๐ เยน ก็ต่างกันกว่า ๒ เท่าเหมือนกัน

เนื่องจากบริษัทช่วยออกเงินค่าเดินทางให้ เลยไม่ต้องคิดมากเรื่องค่าใช้จ่าย ดังนั้นจึงตัดสินใจนั่งชิงกันเซง ช่วยประหยัดเวลาไปได้ แม้ว่าจะต้องเสียเวลาตรงที่ต้องมาลงที่สถานีโอมิยะเพื่อเปลี่ยนรถไฟก็ตาม



สำหรับการเดินทางไปยังสถานีโอมิยะนั้นตอนขาไปและกลับเราเลือกใช้คนละเส้นทางกัน โดยตอนขาไปตอนเช้านั้นมีรถไฟโดยตรงจากสถานียามาโตะถึงสถานีโอมิยะ โดยผ่านเส้นทางที่เรียกว่าสายเชื่อมตรงโซวเทตสึ JR (相鉄そうてつ・JR直通線ちょくつうせん) ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง ๒​ บริษัทรถไฟ คือโซวเทตสึ และ JR สามารถนั่งรถไฟยาวจากสถานีบนสายหลักโซวเทตสึไปยังสถานีของ JR ได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนรถ

โดยสายนี้โดยหลักแล้วใช้เชื่อมระหว่างสถานีเอบินะ (海老名駅えびなえき) กับสถานีชินจุกุ แต่ว่าช่วงเช้าจะมี ๓ เที่ยวที่ลากต่อจากสถานีชินจุกุยาวไปจนถึงสถานีโอมิยะด้วย เห็นมีสายแบบนี้ก็เลยอยากนั่งสักหน่อย เพียงแต่ว่าก็จำกัดเฉพาะเวลาเช้า ดังนั้นขากลับก็กลับด้วยสายอุเอโนะโตเกียวเหมือนอย่างรอบที่แล้ว

ตอนเช้าออกมาตั้งแต่ฟ้าเพิ่งยังเพิ่งเริ่มสว่าง เดินลากกระเป๋าสัมภาระมายังสถานีซากุรางาโอกะ วันนั้นพอดีมีนักการเมืองฟุโตริ ฮิเดชิ (ふとり栄志ひでし) กำลังมาหาเสียงเลือกตั้งอยู่หน้าสถานี (ในรูปนี้มีคนเดินถือร่มบังหน้าเขาตอนถ่ายพอดี) ที่จริงแล้วก่อนหน้านี้ก็เคยเจอเขาตอนกำลังหาเสียงอยู่ที่สถานียามาโตะด้วย เล่าไว้ใน https://phyblas.hinaboshi.com/20251122



ก่อนอื่นนั่งรถไฟจากสถานีซากุรางาโอกะมาที่สถานียามาโตะ มาขึ้นรถไฟรอบ 6:54 ที่มีปลายทางอยู่ที่สถานีโอมิยะตามแผนที่วางไว้



แต่ว่าก็เจอปัญหาตรงที่ระหว่างทางเกิดปวดอยากเข้าห้องน้ำ แล้วเมื่อลองสำรวจก็พบว่ารถไฟขบวนนี้ไม่มีห้องน้ำอยู่เลย แม้ว่าจะเป็นขบวนที่วิ่งเป็นระยะทางไกลข้ามจังหวัดก็ตาม ก็เลยตัดสินใจลงที่สถานีฮาซาวะโยโกฮามะโคกุได (羽沢横浜国大駅はざわよこはまこくだいえき) ซึ่งอยู่ในเมืองโยโกฮามะ แล้วค่อยรอขึ้นรถไฟเที่ยวถัดไป



รถไฟที่เรามาลงนั้นถึงสถานีนี้เวลา 7:11 ส่วนรอบต่อไปที่ไปยังสถานีโอมิยะนั้นคือเวลา 7:30 ทำให้ต้องเสียเวลาไปสักพัก ผิดแผนไปนิดหน่อย แต่ก็ยังดีที่มีรอบรถไฟเหลือให้ขึ้นได้ ไม่งั้นคงต้องวางแผนใหม่



สถานีฮาซาวะโยโกฮามะโคกุไดนี้เป็นจุดเปลี่ยนระหว่างสายของโซวเทตสึและ JR ด้วย รถไฟสายเชื่อมตรงโซวเทตสึ JR นั้นเมื่อผ่านสถานีนี้จะคิดราคาแยกเป็น ๒ ช่วงให้ต่อให้จะไม่ได้ผ่านที่ตรวจตั๋วออกมาก็ตาม เพราะว่าเป็นคนละบริษัทกัน ดังนั้นไหนๆก็ลงที่สถานีนี้แล้ว ก็เลยเดินออกจากที่ตรวจตั๋วมาดูภายนอกสถานีสักหน่อย

ตัวอาคารสถานีก็ดูสวยดี



มองจากหน้าสถานีไปรอบๆก็มีพวกตึกสูงอยู่ ที่นี่อยู่ไม่ไกลจากใจกลางเมืองโยโกฮามะ จึงคับคั่งอยู่



แต่เนื่องจากฝนตกอยู่ และเวลาก็ไม่ได้เหลือเฟือขนาดนั้น จึงรีบกลับเข้าสถานีมา ไปรอรถไฟเพื่อขึ้น แล้วรถไฟก็มาตามเวลา เราขึ้นรถไฟมุ่งหน้าสู่โอมิยะ



แต่ระหว่างทางก็เจอปัญหาอยากเข้าห้องน้ำอีก ก็เลยตัดสินใจลงที่สถานีโทดะโควเอง (戸田公園駅とだこうえんえき) ซึ่งอยู่ในเมืองโทดะ (戸田市とだし) จังหวัดไซตามะ เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ระหว่างเมืองไซตามะกับโตเกียว



พอดีได้ตรวจดูแล้วว่ารถไฟจากสถานีนี้ไปยังสถานีโอมิยะนั้นมีถี่มาก เพราะว่ายังไงก็มาถึงจังหวัดไซตามะแล้ว ระยะทางเหลืออยู่ใกล้แค่นิดเดียว เดินทางอีกแค่ไม่ถึง ๒๐ นาที ต่อให้ตกรถไฟรอบต่อไปก็ไม่เป็นอะไรมาก



รถไฟรอบต่อไปที่ได้นั่งเป็นเวลา 8:38 เป็นแบบเร็ว มีปลายทางอยู่ที่สถานีคาวาโงเอะ (川越駅かわごええき)



หลังจากขึ้นรถไฟไปแล้วนึกได้ว่ายังไม่ได้มีโอกาสถ่ายภาพป้ายสถานีนี้ก็เลยขอถ่ายเก็บไว้หน่อยก่อนรถไฟออก



สถานีต่อไปที่รถไฟขบวนนี้จอดคือสถานีมุซาชิอุราวะ (武蔵浦和駅むさしうらわえき) ซึ่งอยู่ในเมืองไซตามะแล้ว ตั้งแต่ตรงนี้ไปสถานีทั้งหมดอยู่ในเมืองไซตามะเหมือนกัน



ถัดมาเป็นสถานีนากะอุราวะ (中浦和駅なかうらわえき)



สถานีมินามิโยโนะ (南与野駅みなみよのえき)



สถานีโยโนะฮมมาจิ (与野本町駅よのほんまちえき)



สถานีคิตะโยโนะ (北与野駅きたよのえき)



แล้วจึงมาถึงสถานีโอมิยะเวลา 8:57 ใช้เวลา ๑๙ นาที



จากนั้นก็ไปซื้อตั๋วชิงกันเซงที่ช่องขายตั๋ว ที่จริงแล้วตั๋วชิงกันเซงสามารถซื้อที่ตู้ขายอัตโนมัติได้ ง่ายกว่าเยอะ แต่เนื่องจากว่าต้องการใบเสร็จที่ลงชื่อบริษัทไปใช้เป็นหลักฐานให้บริษัทช่วยจ่ายคืนให้ เลยต้องมาทำที่ช่องขายตั๋ว ซึ่งก็ต้องรอคิวนิดหน่อย แต่ก็ไม่นาน ซื้อตั๋วได้สำเร็จ



ใบเสร็จพร้อมตั๋วที่ได้ โดยราคาทั้งหมดคือ ๔๑๘๐ นี้แบ่งเป็น ๒ ส่วน คือค่าระยะทางจากสถานีฮาซาวะโยโกฮามะโคกุไดไปยังสถานีอุตสึโนมิยะ ๒๓๑๐ เยน และค่าบวกเพิ่มสำหรับชิงกันเซง ๑๘๗๐ เยน ที่จริงตอนแรกเข้ามาโดยใช้บัตร Suica แต่พอมาตรงช่องขายตั๋วนี้เขาจัดการล้างบัตรให้แล้วเปลี่ยนมาจ่ายเป็นเงินสดทั้งหมดแทน



เดินมาขึ้นรถไฟชิงกันเซงทสึบาสะ (つばさ) เวลา 9:21 ที่มีปลายทางที่จังหวัดยามางาตะ



แต่พอมารอที่ชานชลาจนรถไฟมาก็พบว่ารถไฟสั้นกว่าที่คิด และตำแหน่งที่เรายืนรออยู่นั้นเลยความยาวของขบวน เลยได้เห็นรถไฟวิ่งผ่านไปจอดไกลกว่าตรงหน้า แล้วเราก็ต้องรีบวิ่งตามไปเพื่อขึ้นรถไฟให้ทัน



ยังดีว่าตามไปขึ้นรถไฟได้ทัน แต่ว่าตุ้สุดท้ายของรถไฟขบวนนี้เป็นตู้ที่นั่งพิเศษที่ต้องจองตั๋วแพงพิเศษจึงจะนั่งได้ ต่อให้มีที่ว่างก็ไม่ให้นั่ง ตอนแรกก็ไม่รู้เลยเข้าไปนั่งตามปกติ แต่พนักงานมาตรวจตั๋วจึงรู้ว่านั่งไม่ได้เลยต้องออกมายืนนอกห้อง แถมตู้นี้ยังไม่เชื่อมต่อกับตู้อื่นด้วยเลยได้แต่ยืนอยู่ตรงนั้นตลอดจริงๆ จะไปหาที่นั่งตู้อื่นก็ไม่ได้



ก็ยืนอยู่ตรงนี้ตลอด ๒๐​ กว่านาทีจนถึงอุตสึโนมิยะ ยังดีที่ไม่ได้ไกลมาก



ในที่สุดก็มาถึงสถานีอุตสึโนมิยะเวลา 9:45 ใช้เวลา ๒๓ นาทีเท่านั้น



เรารีบไปออกทางประตูตะวันออก ก่อนอื่นต้องไปที่บริษัทอสังหาริมทรัพย์เฮาส์คอมที่อยู่ฝั่งตะวันตกของสถานีเพื่อจะรับกุญแจสำหรับเข้าห้องพัก



แต่พอไปถึงเราคุยกับเขาว่าต้องไปทำเรื่องย้ายเข้าที่ที่ว่าการเมืองก่อน ซึ่งมันอยู่ทางฝั่งตะวันตก ตรงกันข้ามกับห้องพัก เขาก็เลยให้เราวางสัมภาระไว้ที่ร้านแล้วก็เดินไปทำเรื่องให้เสร็จก่อนค่อยกลับมาอีกทีเพื่อรับกุญแจ



เดินทางมุ่งหน้าไปทางตะวันตก เริ่มจากต้องผ่านสะพานมิยาโนะ (みやはし) ข้ามแม่น้ำทะ (田川たがわ) ที่ลากผ่านกลางเมือง



ทิวทัศน์แม่น้ำทะจากบนสะพาน



จากนั้นก็เดินเลียบตามแม่น้ำทะไป





ผ่านแถวสะพานโอชิกิริ (押切橋おしきりばし)



เดินต่อมาถึงสะพานอาราอิ (洗橋あらいばし)



พอถึงสะพานอาราอิก็เลี้ยวขวาไปฝั่งตรงข้ามกับสะพาน ไปตามถนนอิโจว (いちょうどおり) แล้วก็เดินต่อมาเรื่อยๆ







ระหว่างทางผ่านปราสาทอุตสึโนมิยะ (宇都宮城うつのみやじょう) ซึ่งก็เป็นปราสาทเก่าที่เป็นสถานที่เที่ยวสำคัญของเมือง ครั้งนี้เราไม่ได้มีเป้าหมายจะมาเที่ยวตรงนี้แต่ไหนๆก็ผ่านแล้วก็ขอถ่ายภาพปราสาทท่ามกลางสายฝนไว้สักหน่อย




ทางเข้าไปด้านใน แต่ว่าไม่ได้เข้าไป ไว้ถ้ามีโอกาสไว้คงค่อยมาเที่ยวอีกที ยังไงอยู่เมืองนี้จะมาเมื่อไหร่ก็มาได้ง่ายอยู่แล้ว



ที่ว่าการเมืองอุตสึโนมิยะที่เป็นเป้าหมายคราวนี้ก็อยู่ทางตะวันตกของปราสาทนี้เอง ข้ามถนนไปก็ถึง



เดินข้ามมาแล้วเข้าไปยังอาคารที่ว่าการเมืองโดยประตูด้านข้าง



หลังจากยื่นเรื่องเสร็จก็ต้องรอให้เขาทำเรื่องเสร็จ ก็นั่งรอไป ระหว่างนั้นก็นั่งอ่านเอกสารแนะนำการใช้ชีวิตในเมืองอุตสึโนมิยะ ซึ่งเขาให้มาหลังยื่นเรื่องเสร็จ โดยเขาให้มาเป็นภาษาไทยด้วย



ลองเปิดมาอ่านก็รู้สึกว่าแปลได้พอใช้ คืออ่านรู้เรื่อง แม้จะรู้สึกไม่เป็นธรรมชาติบ้าง แต่ก็พอที่จะมองออกว่าใช้คนจริงๆแปล ไม่ได้ใช้โปรแกรมแปล แต่ก็มีพิมพ์ผิดตรงโน้นนี้เยอะทำให้รู้ว่าคงไม่ได้ตรวจทานให้ดี การเว้นวรรคแบ่งคำก็แปลกๆ ศัพท์บางจุดใช้ได้ไม่ค่อยเหมาะสมทำให้รู้สึกว่าเขาแปลแบบขอไปทีแบบว่าให้พอสื่อความหมายได้ก็พอ และพวกคำทับศัพท์ก็ดูไม่มีหลักเลย แถมเขียนแต่ละที่ไม่เหมือนกัน อย่างชื่อเมืองมีเขียนทั้ง "อุซึโนมิยะ" "อุซึโนะมิยะ" "อูซึโนมิยะ" หลายแบบ ถึงจะบอกว่าการทับศัพท์ไม่ต้องเขียนเป็น "อุตสึโนมิยะ" ตามหลักราชบัณฑิตก็ได้ก็เถอะ แต่จะเขียนแบบไหนก็ควรเอาสักอย่าง

แต่โดยรวมแล้วคืออ่านรู้เรื่อง สำหรับคนไทยที่ยังไม่คล่องภาษาญี่ปุ่นแล้วยังไงอ่านที่เขาแปลไทยมาก็เข้าใจมากกว่าอยู่แล้ว แม้จะพิมพ์ผิดเยอะและใช้ศัพท์แปลกๆแต่ก็เดาความหมายได้ไม่ยากอยู่ดี ยังไงก็เป็นภาษาของเราเอง



แต่สุดท้ายเราก็อ่านฉบับภาษาญี่ปุ่นเป็นหลักนั่นแหละ ยังไงก็ถูกต้องมั่นใจได้กว่าเยอะ ถ้าใครคล่องภาษาญี่ปุ่นอยู่แล้วยังไงก็อ่านภาษาญี่ปุ่นสบายใจกว่า ยังไงฉบับแปลนี้ก็ไว้สำหรับคนที่ยังไม่แม่นภาษาญี่ปุ่นไว้ให้พอใช้อ้างอิงได้

จากนั้นใช้เวลารอประมาณ ๔๐ นาทีกว่าจะเสร็จ เดินออกมาจากที่ว่าการทางประตูฝั่งเหนือซึ่งเป็นคนละประตูกับที่เข้ามาตอนแรก



ก่อนเดินจากไปก็หันกลับมาผ่านภาพอาคารที่ว่าการเมืองอีกที คราวนี้เป็นฝั่งเหนือ



จากนั้นก็เดินย้อนกลับไปยังสถานีอุตสึโนมิยะ




ครั้งนี้ใช้เส้นทางต่างจากตอนขามาเล็กน้อย โดยเลือกเดินผ่านสะพานอาราอิ



แล้วก็กลับมาถึงบริษัทอสังหาริมทรัพย์เฮาส์คอม หยิบสัมภาระที่ฝากไว้ แล้วก็รับกุญแจห้องได้สำเร็จ แต่ว่าเนื่องจากบังเอิญว่านายหน้าคนที่เราติดต่ออยู่นั้นเขาต้องไปทำธุระแถวทางฝั่งตะวันออกของเมือง แล้วต้องผ่านตึกที่ห้องพักเราอยู่ ก็เลยอาสาไปส่งให้ด้วย ซึ่งถือว่าโชคดีมาก เพราะปกติแล้วเขามีหน้าที่แค่ช่วยหาบ้านให้จนทำสัญญาเสร็จและสุดท้ายแค่ยื่นกุญแจให้ก็จบหน้าที่ แต่ครั้งนี้เหมือนเป็นบริการพิเศษเพิ่ม ก็เรียกว่าได้จังหวะพอดี เพราะฝนกำลังตกอยู่ ถ้าให้ลากกระเป๋าสัมภาระหนักเดินไปจนถึงห้องก็ลำบากแย่ คงยิ่งเสียเวลาและหมดแรงไปอีก



หลังจากนั้นเขาก็มาส่งถึงห้องพัก เราเอากระเป๋ามาวางในห้อง ตรวจดูสภาพห้องก็พบว่านำ้ประปายังไม่เปิดใช้จึงติดต่อไปยังบริษัทผู้ดูแลห้องเช่า จึงรู้ว่าต้องไปเปิดวาล์วเอง โดยเขาบอกตำแหน่งและวิธีเปิดให้ผ่านทางโทรศัพท์ ใช้เวลาไปสักพักแต่ก็เปิดแล้วใช้น้ำได้สำเร็จ

แต่นอกจากนั้นแล้วยังเหลือสิ่งที่จำเป็นอีกอย่างคือเปิดใช้ก๊าซ เพื่อที่จะใช้น้ำร้อนได้ เพราะว่าน้ำร้อนที่นี่ใช้ก๊าซในการทำให้ร้อน ถ้าไม่เปิดก๊าซก็ใช้ได้แต่น้ำเย็น ถ้าต้องอาบน้ำเย็นในฤดูที่อากาศหนาวแบบนี้ยังไงก็ไม่ไหวแน่นอน

สำหรับการเปิดใช้ก๊าซนั้นต้องให้เจ้าหน้าที่มาเปิดให้ ไม่ใช่อะไรที่ทำเองได้ โดยเขาได้บอกให้เราติดต่อนัดเจ้าหน้าที่ไว้ล่วงหน้าแล้ว เราได้นัดเอาไว้เวลา 15:00 วันนี้ ถึงตอนนั้นจะมีเจ้าหน้าที่มาหาที่ห้องเพื่อจัดการเรื่องเปิดก๊าซ

ตอนที่เราไปถึงห้องจัดการอะไรเสร็จเป็นเวลา 13:00 ยังเหลือเวลากว่าเจ้าหน้าที่ก๊าซจะมา จึงตัดสินใจเดินกลับมาที่สถานีอุตสึโนมิยะเพื่อเริ่มเดินหาซื้อเครื่องเรือน



เดินผ่านสถานีจากทางฝั่งตะวันออกไปยังทางฝั่งตะวันตก



ทางฝั่งตะวันตกของสถานีมีห้างโทนาริเอะอุตสึโนมิยะ (トナリエ宇都宮うつのみや) อยู่



เป้าหมายแรกที่ต้องการมาเดินดูก็คือร้านขายของมือสอง เทรเชอร์แฟกทอรี (トレジャーファクトリー) อยู่ที่ชั้น ๒ ของห้างนี้



ร้านนี้ก่อนหน้านี้ได้แวะไปดูสาขาที่ฟุจิซาวะมาแล้ว เล่าไว้ใน https://phyblas.hinaboshi.com/20251221

แต่สำหรับสาขาที่นี่เนื่องจากอยู่ภายในห้างจึงดูแล้วไม่ได้ใหญ่มากเท่าสาขาที่ฟุจิซาวะ

สำหรับเครื่องซักผ้ามีตั้งอยู่พอสมควร มีที่ราคาถูกอยู่มากมายให้เลือกได้ตามสบายเลย



แต่ว่าพอมาดูตรงที่ขายพวกโต๊ะเก้าอี้และชั้นวางของกลับมีแค่นิดเดียว ดูแล้วหาที่น่าจะใช้ได้ดีไม่เจอ เลยลองถามพนักงานร้านว่ามีที่อื่นอีกมั้ย เขาก็แนะนำให้ไปดูที่สาขาที่อินเทอร์พาร์กอุตสึโนมิยะมินามิ (インターパーク宇都宮南うつのみやみなみ) ซึ่งเป็นย่านร้านค้าขนาดใหญ่ที่สุดในจังหวัดโทจิงิ สถานที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเมืองอุตสึโนมิยะ ร้านเทรเชอร์แฟกทอรีที่นั่นใหญ่กว่าที่นี่ มีอะไรให้เลือกเยอะกว่า และนอกจากนี้ยังมีพวกร้านอื่นๆมารวมกันอยู่มากมาย ด้วย เราเลยตัดสินใจว่าเดี๋ยวจะแวะไปที่นั่น



หลังจากนั้นลองเดินดูในร้านนี้ต่ออีกหน่อยแม้ว่าจะไม่ค่อยใหญ่มาก มีพวกเครื่องเรือนวางอยู่ไม่มาก แต่ก็มีพวกของเล็กๆวางอยู่เยอะ เช่นตุ๊กตาโปเกมอน



ก่อนที่จะออกจากห้างนี้ไปก็แวะหาอะไรกินสักหน่อย พวกร้านอาหารอยู่ชั้น ๑ มีพวกร้านเช่นไซเซริยะ แต่ว่าเห็นคนแน่นต่อแถวคิวยาวเลย



นอกจากนี้ก็มีร้านราเมง ไทชิโอะโซบะโทวกะ (鯛塩たいしおそば灯花とうか)



ร้านนี้สั่งอาหารโดยเครื่องขายตั๋วที่อยู่หน้าร้าน



สั่งเสร็จก็เข้ามานั่งตรงที่นั่งเคาน์เตอร์



ที่สั่งคือไทชิโอะราเมง (鯛塩たいしおらぁめん) ราคา ๙๕๐​ เยน แล้วก็เกี๊ยวซ่าน้ำ (水餃子すいぎょうざ) ราคา ๔๓๐ เยน รวมเป็น ๑๓๘๐ เยน



เกี๊ยวซ่าร้านนี้เป็นแบบต้ม ใส่น้ำจิ้มเผ็ด ต่างจากเกี๊ยวซ่าทั่วไปที่พบในอุตสึโนมิยะ



ราเมงรสชาติจืดกว่าที่คิด เนื้อก็ให้น้อยไม่ค่อยพอด้วย ดีที่สั่งพร้อมเกี๊ยวซ่า ก็เลยกินราเมงกับเกี๊ยวซ่าด้วยกัน แบบนี้จึงอร่อย

กินเสร็จก็เดินดูของอีกสักพักจนใกล้เวลาสามโมงที่นัดเจ้าหน้าที่บริษัทก๊าซไว้ก็เดินกลับ



ระหว่างทางเห็นจังหวะที่รถรางขาไปและกลับ ๒ ขบวนกำลังสวนกันพอดี



จากนั้นก็กลับที่ห้องพักก่อนสามโมงเล็กน้อยแต่ก็พบว่าเจ้าหน้าที่มาถึงก่อนแล้ว ก็เลยรีบให้เขาจัดการเรื่องเปิดใช้ก๊าซ แต่ก็พบปัญหาว่าเครื่องทำน้ำร้อนมันดูเหมือนจะเก่าเกินจนไม่ทำงาน จึงยังไม่สามารถเปิดใช้น้ำร้อนได้แม้จะเปิดก๊าซแล้วก็ตาม เขาจึงติดต่อกับฝ่ายที่รับผิดชอบเรื่องติดตั้งเครื่องทำน้ำร้อนให้ แล้วนัดให้เอาเครื่องใหม่มาเปลี่ยน ซึ่งก็นัดได้วันที่ 29 ธันวาคม นั่นหมายความว่ากว่าจะถึงวันนั้นเราจะไม่มีน้ำร้อนใช้ ก็ลำบากไปอีก แต่ก็ช่วยไม่ได้ ยังดีว่าเสร็จก่อนสิ้นปีได้ ที่จริงวันที่ 29 ถือเป็นช่วงวันหยุดปีใหม่ไปแล้ว แต่เขาก็ยังทำงานกันอยู่เราเลยไม่ต้องอยู่โดยขาดน้ำร้อนไปจนตลอดช่วงวันหยุดปีใหม่

หลังจากเสร็จจากเรื่องก๊าซแล้วก็ออกมาจากห้องพักตอนเกือบสี่โมง เพื่อจะไปหาเครื่องเรือนมือสองต่อ ต้องรีบแล้วเพราะว่าเริ่มเย็น เดี๋ยวเสร็จแล้วยังต้องเดินทางกลับอีก กลัวจะดึกเกินไป

เป้าหมายที่เหลืออยู่ตั้งใจจะไปก็คือเทรเชอร์แฟกทอรีสาขาอินเทอร์พาร์ก แต่ว่าที่นั่นอยู่ไกลต้องนั่งรถเมล์ไปจึงไปได้ แต่ก่อนหน้านั้นมีอีกที่ที่อยู่ไม่ไกลพอจะเดินไปได้เลยอยากลองแวะไปก่อน นั่นคือร้านเซคันด์สตรีต (セカンドストリート) ซึ่งก็เป็นร้านขายของมือสองอีกแห่งที่ได้รับความนิยมในญี่ปุ่น มีหลายสาขาทั่วประเทศ สำหรับสาขาที่อยู่ใกล้ที่สุดคือสาขาอุตสึโนมิยะยานาเซะมาจิ ซึ่งอยู่ในย่านยานาเซะมาจิ (簗瀬町やなぜまち) ซึ่งต้องเดินไปทางใต้จากสถานีอุตสึโนมิยะประมาณ ๒ กิโลเมตรกว่า



แต่ระหว่างทางที่กำลังเดินไปก่อนจะถึงเราได้ตัดสินใจโทรศัพท์ไปถามยืนยันให้แน่ใจว่าร้านนี้มีบริการส่งของให้ถึงบ้านหรือเปล่า เพราะถ้าไม่มีละก็ถึงไปก็ไม่มีประโยชน์ จะให้ขนเองก็ไม่ไหวอยู่แล้ว ซึ่งพอถามเขาก็ตอบว่าไม่มีบริการส่งให้ เราจึงตัดสินใจหยุดเดินกลางคันทั้งๆที่ใกล้จะถึงร้านแล้ว และตัดสินใจไปหาป้ายรถเมล์ที่สามารถนั่งไปยังอินเทอร์พาร์กได้ ลองค้นก็พบว่าป้ายที่ใกล้ที่สุดที่สามารถไปได้คือป้ายยานาเซะคานาโฮริ (簗瀬金堀やなぜかなほり) นั่งสาย 85 ไป



แล้วก็นั่งรถเมล์ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง มาลงที่ป้ายนากาจิมะ (中島なかじま)




จากป้ายรถเมล์ยังต้องใช้เวลาเดินอีกประมาณกิโลเมตรกว่าจึงจะไปถึง ระหว่างทางเส้นทางก็ดูเป็นชนบท เพราะแถวนี้เป็นเขตนอกเมืองแล้ว มีแต่พวกบ้านเล็ก แล้วก็ท้องทุ่ง



แต่ท่ามกลางพื้นที่ชนบทที่ดูไม่น่าจะมีอะไร พอเดินมาถึงตรงนี้ก็กลับเจอหมู่อาคารส่องสว่างแผ่กว้างอยู่ตรงหน้า



เดินมาจนถึงแล้ว ที่นี่คืออินเทอร์พาร์ก ย่านร้านค้าขนาดใหญ่ชานเมืองอุตสึโนมิยะ ถูกสร้างขึ้นตรงพื้นที่ห่างจากตัวเมืองต้องนั่งรถเมล์กว่าครึ่งชั่วโมงเพื่อมาถึง แถมเที่ยวรถเมล์ก็น้อยมาก ไม่ใช่ที่ที่นึกจะมาก็มาได้ทันทีโดยสะดวกเลย ที่นี่ดูจะทำไว้สำหรับคนที่มีรถนั่งมาเองเป็นหลัก คนที่จะนั่งรถเมล์มาคงมีไม่มากนัก




ภายในเต็มไปด้วยห้างร้านมากมายซึ่งมีขนาดใหญ่ จำนวนคนเดินไม่ได้มากแต่ก็ไม่น้อย ยิ่งถ้าฝนไม่ตกอาจมีคนเยอะกว่านี้ก็เป็นได้



ที่จริงที่นี่กว้างมาก ถ้ามีเวลาก็อยากลองเดินดูอะไรมากมาย แต่ว่าไม่ได้มีเวลาจึงรีบมุ่งไปยังเป้าหมายหลักเลย นั่นคือร้านเทรเชอร์แฟกทอรี ร้านที่นี่กว้างใหญ่มากจริงๆ



ภายในมีของอยู่เต็มไปหมด รวมถึงพวกโต๊ะและเก้าอี้ ให้เลือกได้มากมายจุใจ



เครื่องซักผ้าและตู้เย็นก็มี



สุดท้ายก็สามารถหาของที่ต้องการได้สำเร็จ นัดให้เขาไปส่งถึงห้องให้วันเสาร์ที่ 27

จากนั้นก็ลองค้นแผนที่เพื่อหาวิธีที่จะเดินทางกลับก็พบว่ารถเมล์จากป้ายเดิมที่นั่งมาลงนั้นหมดรอบรถแล้ว ต้องไปกลับจากอีกป้ายซึ่งเดินไกลกว่า อยู่คนละฝั่งกันเลย



เดินออกจากที่นี่ไปทางฝั่งตะวันออกซึ่งเป็นคนละทางกับตอนขามา



ฝั่งตรงข้ามถนนก็ยังเป็นส่วนของอินเทอร์พาร์ก ที่นี่กว้างมากจริงๆ ไม่ได้มีแค่บริเวณที่เราเดินผ่านมา แต่ว่าไม่มีเวลาเดินไปดูตรงโน้นแล้ว ได้แค่มองห้างๆ ตอนนี้ต้องรีบไปขึ้นรถเมล์ให้ทันรอบต่อไปไม่งั้นจะยิ่งกลับช้าไปอีก



ระหว่างทางเส้นทางก็มีแค่ท้องทุ่งแล้วก็บ้านเรือนที่อยู่แบบหลวมๆ ดูเป็นชนบทที่สบายๆ แต่สำหรับการเดินตอนเวลากลางคืนแล้วรู้สึกว่าน่ากลัว





แล้วก็มาถึงที่หมาย ป้ายรถเมล์มิซึโฮะซันโจวเมะ (瑞穂三丁目みずほさんちょうめ) ระยะทางเดินจากอินเทอร์พาร์กมาคือประมาณ ๒ กิโลเมตร ยังดีว่าช่วงนั้นฝนหยุดตกไปแล้วก็เลยไม่ได้ลำบากมากเท่าตอนขามา แต่พื้นก็เปียกแฉะอยู่



ดูตารางรถเมล์แล้ว ถือว่ามีไม่น้อยแต่ก็ไม่ได้เยอะ รอบต่อไปที่จะไปยังสถานีอุตสึโนมิยะคือเวลา 18:42



แต่รถเมล์ก็มาช้าปนิด มาถึงจริงคือเวลา 18:45



ภายในรถเมล์ขณะนั้น นอกจากเราก็มีแค่คนเดียว



เสร็จแล้วก็กลับไปยังห้องพัก แต่ก็ไม่ได้ทำอะไรในนั้นต่อมาก ต้องรีบออกมาแล้ววิ่งกลับไปยังสถานีอุตสึโนมิยะเพื่อเดินทางกลับแล้ว



ขากลับก็ต้องไปซื้อตั๋ว โดยครั้งนี้ไปซื้อตั๋วที่ช่องให้บริการขายตั๋วมิโดริโนะมาโดงุจิ (みどりの窓口まどぐち) ที่นี่ปิดตอนเวลา 20:00 แต่ตอนที่ไปถึงเป็นเวลา 19:54 ทันเวลาก่อนปิดแบบเฉียดฉิว ไม่งั้นก็จะไม่สามารถซื้อตั๋วชิงกันเซงแบบมีใบเสร็จที่เขียนชื่อบริษัทได้



ตั๋วชิงกันเซงครั้งนี้ซื้อขากลับนี้เป็นแบบตรงถึงสถานีโอมิยะ ค่าระยะทางและค่าเสริมชิงกันเซง รวม ๓๒๑๐ เยน



แล้วก็มาขึ้นชิงกันเซงรอบเวลา 20:23



ก่อนชิงกันเซงจะออกมีเวลาก็เลยไปแวะซื้อโอนิงิริมาไว้กินเป็นมื้อเย็น มื้อนี้ไม่มีเวลาไปแวะร้านกินเลยได้แค่ซื้อกินเอา



มาลงที่สถานีโอมิยะ



แล้วก็มาเปลี่ยนไปขึ้นรถไฟ JR รอบ 20:51 ที่มีปลายทางที่สถานีนุมาซึ (沼津駅ぬまづえき)



ภายในรถไฟตอนเราขึ้นมานั้นคนไม่เยอะ สามารถพอหาที่นั่งได้จึงได้นั่ง แต่ว่าพอผ่านสถานีไซตามะชินโทชิง (さいたま新都心駅しんとしんえき) ซึ่งอยู่ใจกลางเมืองไซตามะคนก็ขึ้นมาจนแน่น แล้วยิ่งพอช่วงที่ผ่านโตเกียวรถไฟก็ยิ่งแน่นเต็ม ถ้าขึ้นมาระหว่างทางคงไม่มีที่ให้ได้นั่งแน่ ยังดีที่เราขึ้นมาตั้งแต่สถานีโอมิยะที่คนยังโล่งและได้นั่งอยู่แล้ว ก็เลยนั่งสบายตลอดจนไปถึงที่หมาย



มาลงที่สถานีโยโกฮามะ เพื่อเปลี่ยนรถไฟ แต่ว่ามีปัญหาตรงที่ว่าตอนแรกเราซื้อตั๋วแค่ไปลงที่สถานีโอมิยะ แต่พอลงชิงกันเซงกลับออกมาต่อ JR รถไฟธรรมดามาจนถึงสถานีโยโกฮามะ ดังนั้นตอนที่ลงตรงนี้เราไม่สามารถใช้ตั๋วเพื่อออกจากที่ตรวจตั๋วได้ ต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ให้มาคิดตังค์เพิ่มจึงจะออกมาได้



เข้ามานั่งรถไฟสายหลักโซวเทตสึเพื่อกลับ



ได้ขึ้นรถไฟแบบเร็วรอบ 22:09



ตอนแรกคิดว่าจะนั่งขบวนนี้กลับถึงสถานียามาโดยตรงเบย แต่ว่าพอมาถึงสถานีนิชิยะ (西谷駅にしやえき) ก็มีประกาศบนรถไฟว่าใครที่จะปยังสถานียามาโตะหรือเอบินะให้เปลี่ยนมาขึ้นรถไฟแบบด่วนพิเศษจะไปถึงเร็วกว่า เพราะออกก่อนและจอดระหว่างทางน้อยกว่า ก็เลยตัดสินใจเปลี่ยนไปขึ้นรถไฟด่วนพิเศษจากตรงนี้



แล้วก็กลับมาถึงสถานียามาโตะเวลา 22:33 มาเปลี่ยนรถไฟโอดะกิวกลับสถานีซากุรางาโอกะ สุดท้ายก็กลับถึงห้องพักเก่าก็เกือบห้าทุ่ม



จบเรื่องราวในวันนึงที่ยาวนานได้ทำอะไรหลายอย่างมากตั้งแต่เช้าตรู่จนกลับมาดึก

วันนี้ได้เตรียมความพร้อมสำหรับเข้าอยู่บ้านใหม่ได้เสร็จตามแผนในระดับนึง แม้จะเจอปัญหาโน่นนี่ทำให้ล่าช้ากว่าที่คิด วันรุ่งขึ้นยังต้องไปบริษัทอีกวันก่อนที่จะกลับมาอีกทีเพื่อเข้าอาศัยอยู่จริง



-----------------------------------------

囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧

ดูสถิติของหน้านี้

หมวดหมู่

-- ประเทศญี่ปุ่น >> คานางาวะ
-- ประเทศญี่ปุ่น >> ไซตามะ
-- ประเทศญี่ปุ่น >> โทจิงิ
-- ท่องเที่ยว >> รถไฟ
-- ท่องเที่ยว >> รถราง
-- ท่องเที่ยว >> อาหารญี่ปุ่น >> เกี๊ยวซ่า
-- ท่องเที่ยว >> อาหารญี่ปุ่น >> ราเมง
-- ท่องเที่ยว >> ปราสาท☑ >> ปราสาทญี่ปุ่น

ไม่อนุญาตให้นำเนื้อหาของบทความไปลงที่อื่นโดยไม่ได้ขออนุญาตโดยเด็ดขาด หากต้องการนำบางส่วนไปลงสามารถทำได้โดยต้องไม่ใช่การก๊อปแปะแต่ให้เปลี่ยนคำพูดเป็นของตัวเอง หรือไม่ก็เขียนในลักษณะการยกข้อความอ้างอิง และไม่ว่ากรณีไหนก็ตาม ต้องให้เครดิตพร้อมใส่ลิงก์ของทุกบทความที่มีการใช้เนื้อหาเสมอ

目录

从日本来的名言
模块
-- numpy
-- matplotlib

-- pandas
-- manim
-- opencv
-- pyqt
-- pytorch
机器学习
-- 神经网络
javascript
蒙古语
语言学
maya
概率论
与日本相关的日记
与中国相关的日记
-- 与北京相关的日记
-- 与香港相关的日记
-- 与澳门相关的日记
与台湾相关的日记
与北欧相关的日记
与其他国家相关的日记
qiita
其他日志

按类别分日志



ติดตามอัปเดตของบล็อกได้ที่แฟนเพจ

  查看日志

  推荐日志

ทำความเข้าใจการแปลงลาปลัสสำหรับแก้ปัญหาฟิสิกส์
รวมร้านราเมงและบะหมี่ในเมืองฟุกุโอกะ
ตัวอักษรกรีกและเปรียบเทียบการใช้งานในภาษากรีกโบราณและกรีกสมัยใหม่
ที่มาของอักษรไทยและความเกี่ยวพันกับอักษรอื่นๆในตระกูลอักษรพราหมี
การสร้างแบบจำลองสามมิติเป็นไฟล์ .obj วิธีการอย่างง่ายที่ไม่ว่าใครก็ลองทำได้ทันที
รวมรายชื่อนักร้องเพลงกวางตุ้ง
ภาษาจีนแบ่งเป็นสำเนียงอะไรบ้าง มีความแตกต่างกันมากแค่ไหน
ทำความเข้าใจระบอบประชาธิปไตยจากประวัติศาสตร์ความเป็นมา
เรียนรู้วิธีการใช้ regular expression (regex)
การใช้ unix shell เบื้องต้น ใน linux และ mac
g ในภาษาญี่ปุ่นออกเสียง "ก" หรือ "ง" กันแน่
ทำความรู้จักกับปัญญาประดิษฐ์และการเรียนรู้ของเครื่อง
ค้นพบระบบดาวเคราะห์ ๘ ดวง เบื้องหลังความสำเร็จคือปัญญาประดิษฐ์ (AI)
หอดูดาวโบราณปักกิ่ง ตอนที่ ๑: แท่นสังเกตการณ์และสวนดอกไม้
พิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมโบราณปักกิ่ง
เที่ยวเมืองตานตง ล่องเรือในน่านน้ำเกาหลีเหนือ
ตระเวนเที่ยวตามรอยฉากของอนิเมะในญี่ปุ่น ปี 2013
เที่ยวชมหอดูดาวที่ฐานสังเกตการณ์ซิงหลง
ทำไมจึงไม่ควรเขียนวรรณยุกต์เวลาทับศัพท์ภาษาต่างประเทศ

各月日志

2026年

1月 2月 3月 4月
5月 6月 7月 8月
9月 10月 11月 12月

2025年

1月 2月 3月 4月
5月 6月 7月 8月
9月 10月 11月 12月

2024年

1月 2月 3月 4月
5月 6月 7月 8月
9月 10月 11月 12月

2023年

1月 2月 3月 4月
5月 6月 7月 8月
9月 10月 11月 12月

2022年

1月 2月 3月 4月
5月 6月 7月 8月
9月 10月 11月 12月

找更早以前的日志