# อาทิตย์ 21 ธ.ค. 2025หลังจากที่ได้ไปทำเรื่องย้ายออกเพื่อเตรียมย้ายที่อยู่แล้ว ตอนนี้ก็เหลือเวลาอยู่แถวนี้ไม่มากแล้ว ดังนั้นเวลาที่เหลืออยู่ก็อยากใช้เดินเล่นสถานที่ที่ยังไม่เคยไปแถวนี้เพิ่มเติมอีก แต่ก็ไม่มีเวลาไปไกลมาก จึงเลือกไปเดินแถวสถานีบนทางรถไฟสายเอโนชิมะของโอดะกิวซึ่งไปได้ทันทีโดยไม่ต้องต่อรถ ตอนนี้ที่เหลืออยู่ก็มีแค่
สถานีฟุจิซาวะฮมมาจิ (
藤沢本町駅) ซึ่งอยู่ใกล้ใจกลาง
เมืองฟุจิซาวะ (
藤沢市)
สถานีหลักที่เป็นใจกลางเมืองฟุจิซาวะคือ
สถานีฟุจิซาวะ (
藤沢駅) ซึ่งเราก็เคยไปมาแล้วหลังครั้ง เพราะต้องไปเปลี่ยนรถ ส่วนสถานีฟุจิซาวะฮมมาจินั้นเป็นสถานีที่อยู่ก่อนหน้าสถานีฟุจิซาวะไปสถานีนึง จึงถือว่าใกล้ย่านใจกลางเมืองมากเหมือนกัน
แถวนี้มี
ศาลเจ้าชิราฮาระ (
白旗神社) ซึ่งเป็นศาลเจ้าเล็กๆที่บูชา
มินาโมโตะ โนะ โยชิตสึเนะ (
源 義経, ปี 1159-1189) ซึ่งเป็นวีรบุรุษคนสำคัญในช่วงปลายยุคเฮย์อัง
รายละเอียดเคยเขียนไว้ในบันทึกตอนทีไปเที่ยวฮิราอิซึมิ อ่านได้ใน
https://phyblas.hinaboshi.com/20221115โดยตำนานของศาลเจ้านี้ได้อ้างว่าที่นี่เป็นสุสานที่ฝังศพส่วนหัวของโยชิตสึเนะ หลังจากที่เขาฆ่าตัวตายที่ฮิราอิซึมิแล้วถูกส่งมาให้รัฐบาลคามากุระตรวจยืนยันเสร็จ
ศาลเจ้านี้ยังเป็นฉากของอนิเมะเรื่อง
Just Because! ด้วย แต่ว่าอันนี้เพิ่งมาค้นเจอแล้วรู้ทีหลังตอนที่ไปก็เลยไม่ได้ตั้งใจไปตามรอยอะไร
นอกจากนี้ก็ค้นเจอว่าแถวนั้นมีร้านราเมงที่อยากลองแวะไปกิน ดังนั้นครั้งนี้เป้าหมายจึงทั้งไปกินราเมงและชมศาลเจ้า
นั่งรถไฟมาลงที่สถานีฟุจิซาวะฮมมาจิ

ตัวอาคารสถานีเล็กแค่นี้

จากหน้าสถานี มองไปรอบๆก็ดูเงียบๆกว่าที่คิด แถวนี้มีอาคารร้านค้าอยู่เยอะแต่ว่าไม่มีตึกสูงเลย

เดินไปตามย่านร้านค้าในเมือง ก่อนอื่นเป้าหมายคือร้านราเมง




แล้วก็มาถึงร้านราเมงที่เป็นเป้าหมาย นั่นคือร้าน
นางาฮามะราเมงฮากาตะยะ (
長浜ラーメン
博多や) ดูจากชื่อก็รู้ได้ว่าที่นี่ขายราเมงแบบฮากาตะซึ่งพบได้ทั่วไปในฟุกุโอกะ ชื่อฮากาตะยะนั้นเหมือนร้านที่มีอยู่ในฟุกุโอกะ แต่ร้านนี้ไม่ได้เป็นสาขาของร้านฮากาตะยะที่ฟุกุโอกะ แต่เป็นร้านของที่นี่โดยเฉพาะ แค่ทำราเมงแบบฟุกุโอกะเหมือนกัน

ตอนที่ไปถึงนั้นคนแน่นเต็มร้านอยู่ทำให้ต้องรอนิดหน่อย แต่ไม่นานก็ได้เข้า ระหว่างรอก็ซื้อตั๋วอาหารตรงหน้าร้าน


เมนูของร้านจากเครื่องขายตั๋ว ฮากาตะราเมงธรรมดาพื้นฐานคือ ๗๕๐ เยน และมีแบบใส่เครื่องปรุงเผ็ดเป็นสีแดง และแบบใส่น้ำมันกระเทียมมายุเป็นสีดำ ราคา ๘๐๐ เยน เราเลือกอันนี้

ซื้อตั๋วเสร็จก็เข้ามานั่งตรงโต๊ะเคาน์เตอร์ร้าน ระหว่างรอเห็นตรงที่นั่งมีวางพวกแบบจำลองย่อส่วน ทำออกมาได้สวยดี


โทโทโร่เพื่อนรักมาทำอะไรที่ร้านราเมง

แล้วที่สั่งก็มา

สามารถปรุงโดยใส่เมล็ดงาและเบนิโชวงะได้เหมือนที่ฟุกุโอกะ

กินเสร็จก็เดินออกมา มุ่งหน้าไปยังศาลเจ้าชิราฮาตะ

เดินมานิดหน่อยก็ถึงทางเข้าศาลเจ้า


รูปปั้นโยชิตสึเนะขี่ม้าและเบงเกย์

ทางเดินขึ้นไปยังอาคารหลัก


ระหว่างทางตรงนี้มีป้ายสุสานโยชิตสึเนะ

ขึ้นมาถึงด้านบนสุด มีแค่อาคารหลักของศาลเจ้าแค่นี้


นอกจากนี้ในบริเวณนี้ก็ไม่มีอะไรมากแล้ว เดินแป๊บเดียวก็เสร็จ

จากนั้นลองเดินดูข้างๆศาลเจ้า ตรงนี้มีแผ่นป้ายวาดภาพสวยๆไว้เต็มทาง

ข้างๆยังมีป้ายรถเมล์ด้วย ชื่อป้ายว่า หน้า
ศาลเจ้าชิราฮาตะ (
白旗神社前)

ทางตะวันออกของศาลเจ้าเป็นสวนสาธารณะเล็กๆเรียกว่า
สวนสาธารณะโกเตมเบะ (
御殿辺公園) ซึ่งดูแล้วก็ไม่มีอะไรมาก ไม่ได้เข้าไปดูข้างใน

หลังจากชมศาลเจ้าและเดินดูแถวนั้นเสร็จก็เดินกลับสถานี ระหว่างทางผ่านสวน
สาธารณะฮานะโนะคิ (
花ノ木公園)

เดินมาถึงตรงนี้ก็มาเจอจุดข้ามรางรถไฟไปยังฝั่งตะวันตก

ก็เลยตัดสินใจลองข้ามรางรถไฟไปเข้าสถานีจากฝั่งตะวันตกแทน

แต่พอเดินมาถึงบริเวณใกล้สถานีก็พบว่าไม่มีทางเข้าสถานีจากทางนี้ ต้องเดินอ้อมไปหาทางเข้าสถานีอีกที

ก็เลยต้องเดินมาจนถึง
สะพานอิเซยามะ (
伊勢山橋) จึงเดินข้ามไปได้

ข้ามมาแล้วย้อนกลับมาถึงหน้าสถานีก็พบว่ารถไฟรอบต่อไปที่จะขึ้นมาจอดที่สถานีอยู่แล้ว จึงลองรีบวิ่งเข้าสถานีไปโดยเร็ว

แต่ก็ไม่ทันเวลารถไฟออก จึงต้องเข้าไปรอรถไฟรอบต่อไป ซึ่งก็ยังดีที่เที่ยวรถบนเส้นนี้มีเยอะ ถึงพลาดรอบนึงไปก็รอแค่ประมาณ ๑๐ นาทีเท่านั้น

ได้มาขึ้นรถไฟเที่ยว 13:22 กลับ

จากนั้นเรายังไม่ได้กลับห้องพักทันที แต่ตัดสินใจแวะที่
สถานีมุตสึไอนิจิไดมาเอะ (
六会日大前駅) เพราะลองค้นดูแล้วพบว่าแถวนี้มีร้าน
เทรเชอร์แฟกทอรี (トレージャーファクトリー) ซึ่งเป็นร้านขายพวกของมือสองซึ่งมีหลายสาขาทั่วประเทศ สาขาฟุจิซาวะตั้งอยู่แถวนี้ เลยตั้งใจว่าจะมาดูพวกเครื่องเรือนอีก

สถานีนี้เคยแวะมาแล้วทีนึง ตอนนั้นมากินราเมงและเดินในมหาวิทยาลัย เล่าไว้ใน
https://phyblas.hinaboshi.com/20251119
เดินมาถึงร้าน


ลองเข้ามาเดินดูข้างในกว้างใหญ่มากทีเดียว มี ๒ ชั้น โดยชั้นล่างเป็นพวกของเล็กเป็นหลัก ส่วนพวกเครื่องเรือนอยู่ชั้น ๒

ตรงนี้มีพวกโต๊ะเก้าอี้

เครื่องใช้ไฟฟ้า พวกตู้เย็น เครื่องซักผ้า

ตรงนี้มีเขียนเกี่ยวกับค่าขนส่งซึ่งคิดตามระยะทาง ซึ่งดูแล้วค่อนข้างแพงอยู่

จากการได้เข้าดูของร้านนี้ก็เลยตัดสินใจได้ว่าตอนที่ไปถึงอุตสึโนมิยะแล้วก็จะไปซื้อพวกเครื่องเรือนที่ร้านนี้ของสาขาที่นั่น เพราะของดูจะถูกและมีให้เลือกมากมาย แม้ว่าค่าส่งอาจแพงสักหน่อยก็ตาม
หลังจากดูของเสร็จก็เดินกลับมายังสถานีเพื่อเดินทางกลับ
