φυβλαςのβλογ
phyblasのブログ



ตามรอยสึซึมิยะ ฮารุฮิ ที่โควโยวเอง ย่านชุมชนบนทางลาดเขาเมืองนิชิโนมิยะ
เขียนเมื่อ 2013/02/09 00:26
แก้ไขล่าสุด 2022/11/18 09:09
เป้าหมายในการมาเที่ยวญี่ปุ่นของเราไม่เพียงแต่ไปเที่ยวตามสถานที่ดังที่ใครๆก็ไปกัน สำหรับคนชอบอนิเมะแล้ว การได้เที่ยวญี่ปุ่นมีกิจกรรมอย่างหนึ่งซึ่งไม่ควรพลาด นั่นคือการตระเวณเที่ยวตามสถานที่ที่เป็นฉากของอนิเมะ ซึ่งในภาษาญี่ปุ่นใช้คำว่าเซย์จิจุนเรย์ (聖地巡礼) แปลตรงๆก็คือการเดินทางแสวงบุญ ณ แดนศักดิ์สิทธิ์

นั่นเพราะสำหรับผู้ชื่นชอบอนิเมะแล้ว สถานที่ที่เป็นฉากของอนิเมะเรื่องที่ชอบนั้นก็เสมือนเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ซึ่งยังไงก็อยากจะไปเยือนให้เห็นกับตา

อนิเมะที่เข้าฉายในช่วงหลายปีมานี้พบว่ามีหลายเรื่องนิยมใช้ฉากสถานที่ซึ่งมีอยู่จริง บางเรื่องก็ใช้สถานที่นั้นๆเป็นฉากจริงๆโดยมีการกล่าวชื่อชัดเจน แต่บางเรื่องก็แค่เอาภาพบางส่วนของสถานที่มา แต่ไม่ได้กล่าวชื่อสถานที่ชัดเจน หรือใช้ชื่อเป็นเมืองสมมุติแม้ว่าทิวทัศน์ที่ปรากฏในเรื่องจะเห็นชัดว่าเลียนแบบมาจากเมืองไหน

เราได้เตรียมแผนเที่ยวชมฉากของอนิเมะอยู่หลายเรื่องด้วยกัน และที่แรกที่ได้ไปเยือนก็คือฉากของอนิเมะเรื่องสึซึมิยะ ฮารุฮิ (涼宮ハルヒ)



ซึ่งฉากของเรื่องอยู่ที่เมืองนิชิโนะมิยะ (西宮市) จังหวัดเฮียวโงะ (兵庫県) ซึ่งเมืองนี้เป็นบ้านเกิดของคุณทานิงาวะ นางารุ (谷川 流) ผู้แต่งเรื่องนั่นเอง แม้ว่าในเรื่องจะไม่ได้กล่าวถึงชื่อเมือง แต่เมื่อดูจากอนิเมะแล้วฉากต่างๆทั้งหลายล้วนเอามาจากเมืองนิชิโนะมิยะ


ตำแหน่งของเมืองนิชิโนะมิยะ สีชมพูเข้มในแผนที่




ฉากของเรื่องนี้กระจายอยู่ทั่วเมืองนิชิโนะมิยะ ถ้าหากจะไปหาสถานที่ตามนั้นทั้งหมดคงจะต้องใช้เวลาทั้งวัน และคงเปลืองค่ารถมากมาย และเมืองนิชิโนะมิยะนี้ก็ไม่ได้มีสถานที่ท่องเที่ยวอะไรเป็นพิเศษด้วย จะให้ตะลุยทั่วเมืองก็คงไม่ไหว

แต่มีย่านหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะเป็นบริเวณที่ถูกนำมาใช้เป็นฉากอยู่หลายจุด หากไปเดินแค่แถบนั้นก็จะได้เจอกับฉากอยู่หลายแห่งโดยไม่ต้องเดินทางไกลนัก เท่านี้ก็เพียงพอแล้วด้วยเวลาที่จำกัด

นอกจากนี้ยังเป็นย่านชุมชมบนเนินเขาซึ่งน่าจะสวยงามบรรยากาศดีไม่น้อย แม้จะไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยวอะไรก็น่าสนใจไปเดิน ย่านนั้นมีชื่อว่าย่านโควโยวเอง (甲陽園) ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเมืองนิชิโนะมิยะบนทางลาดเขา มีรถไฟวิ่งไปถึงจึงไปได้โดยสะดวก



และนี่คือภาพฉากทั้งหมดที่เก็บมาได้ ขอเรียงตามลำดับการปรากฏในเรื่องเลย
ภาพที่ถ่ายมากับภาพที่ปรากฏในอนิเมะอาจไม่ค่อยตรงกันนัก บางภาพอาจจะถ่ายคนละมุมกันออกไปเลย เนื่องจากตอนที่ไปเดินที่นั่นเราไม่ได้เอาภาพตัวอย่างไปเทียบ จึงได้แต่ถ่ายสุ่มๆมาเยอะๆแล้วกลับมาเทียบดูว่ามีตรงไหนที่ตรงบ้าง เป็นงานที่เหนื่อยไม่น้อยแต่ก็คุ้มค่า



ภาค ๑ ตอนที่ ๒ ความหดหู่ของฮารุฮิ I (ตอนที่ ๑ ของภาค ๒)

====



สถานีรถไฟ สถานีโควโยวเอง (甲陽園駅) เคียวน์เดินผ่านตอนที่ไปเรียน

เสียดายที่ไม่ได้ถ่ายมุมที่ตรงกับที่ปรากฏในนี้ไว้ แต่เทียบองค์ประกอบต่างๆของอาคารแล้วตรงกัน เป็นอาคารเดียวกันแน่นอน



ภาค ๑ ตอนที่ ๓ ความหดหู่ของฮารุฮิ II (ตอนที่ ๒ ของภาค ๒)

====




บันไดที่เคียวน์เดินผ่านตอนไปเรียน




ภาค ๑ ตอนที่ ๙ ซัมเมอร์อินเดอะเรน (ตอนที่ ๒๘ ของภาค ๒)

====



ฉากทางเดินบนทางลาดเขาซึ่งเห็นตัวเมืองเบื้องล่างชัด

ฉากนี้ที่จริงแล้วไม่ใช่มุมที่เราถ่ายอันนี้ แต่เรารู้ว่าจริงๆมันอยู่ตรงไหน แต่สถานที่นั้นอยู่ไกลเกินกว่าจะเดินไปถึงได้ จึงหามุมที่ใกล้เคียงกันแทน เพราะย่านนี้ไม่ว่าจะมองไปตรงไหนก็เห็นภาพประมาณนี้ได้

====



ถนนด้านหน้าสถานีโควโยวเอง


====



สะพานข้ามคลอง มุมที่ถ่ายต่างกันแต่องค์ประกอบโดยรวมไม่ผิดแน่ ต่างกันอีกอย่างคือในภาพฝนกำลังตกแต่ของจริงหิมะตกอยู่


====




วิทยาลัยชุกุงาวะงากุอิง (夙川学院短期大学)
เป็นส่วนหนึ่งของฉากที่เคียวน์เดินผ่านทาง




ภาค ๑ ตอนที่ ๑๓ ความหดหู่ของฮารุฮิ V (ตอนที่ ๕ ของภาค ๒)

====



สะพานข้ามคลองที่เดียวกับภาพ Ⓔ แต่ถ่ายจากด้านล่าง


====



ภาพนี้ดูเหมือนจะคล้ายตรงอาคารที่มีหลังคาสีฟ้าทางขวา และเบื้องหน้าซึ่งเป็นเขา แต่นอกนั้นดูจะไม่ตรงเลย ดังนั้นที่จริงแล้วคงไม่ใช่


====



ทางเดินลาดเขาด้านข้างรางรถไฟ

ดูจากลักษณะของรั้วและถนนและภูเขาด้านหลังแล้วตรงกันหมด เพียงแต่บ้านเมืองที่อยู่ทางขวาไม่ตรง เพราะไม่ได้ไปถ่ายเจอตรงบริเวณนั้น น่าเสียดาย

====



เดินจากตรงนั้นมาสักพักก็เจอจุดข้ามทางรถไฟ
เสียดายว่ามุมที่ถ่ายไว้ผิดออกไปเยอะ แต่ดูองค์ประกอบโดยรวมแล้วเป็นที่เดียวกันแน่นอน



ภาค ๒ ตอนที่ ๘ แรปโซดีใบไผ่

====



ฉากทางลาดเขาเลียบทางรถไฟเช่นเดียวกับภาพ Ⓘ แต่เทียบกันแล้วดูจะถ่ายได้ใกล้เคียงกว่ามาก


====



ม้านั่งที่ป้ายรถเมล์หน้าสถานีโควโยวเอง ถ่ายคนละมุมแต่องค์ประกอบโดยรอบจะรู้ว่าเป็นที่เดียวกัน


====



หน้าที่ตรวจตั๋วเข้าสถานี ไม่ได้ถ่ายมุมนั้นแต่องค์ประกอบส่วนใหญ่ตรงกัน แม้แต่รถไฟด้านหลังก็เป็นคันเดียวกัน




หมดเท่านี้ มีทั้งหมด ๑๓ ภาพ ที่จริงแล้วอาจจะมีถ่ายติดที่ตรงกันอีกก็เป็นได้นะ แต่ว่าหาเจอเพียงเท่านี้

นี่ก็เป็นภาพรวมของผลลัพธ์ที่ได้จากการเดินที่นี่



ต่อไปจะขอเล่าเรื่องราวการเดินทางกว่าจะไปถึงที่นั่น และกว่าจะเดินไปเจอฉากต่างๆและจนเดินทางกลับหอพักในตอนเย็น

จากตอนที่แล้วซึ่งเราไปเที่ยวสะพานอากาชิและอนุสรณ์สถานซุนยัดเซนมา https://phyblas.hinaboshi.com/20130207


เราก็นั่งรถไฟผ่านตัวเมืองโควเบะมายังสถานีซากุระชุกุงาวะ (さくら夙川駅) ซึ่งอยู่ในเมืองนิชิโนะมิยะ เพื่อมาเปลี่ยนรถไปยังสถานีโควโยวเองอันเป็นเป้าหมาย



ที่แย่หน่อยก็คือสถานีโควโยวเองนั้นไม่ใช่สถานีรถไฟของ JR แต่เป็นของฮังกิว (阪急) ซึ่งเป็นบริษัทรถไฟเอกชนท้องถิ่น ทำให้เราต้องเสียค่าขึ้นรถไฟเพิ่มเติม หนำซ้ำรถไฟที่จะไปสถานีโควโยวเองนั้นต้องไปต่อรถจากสถานีชุกุงาวะ (夙川駅) ซึ่งแม้จะอยู่ใกล้กับสถานีสถานีซากุระชุกุงาวะของ JR ซึ่งเรานั่งมาลงแต่ก็ต้องเดินไปสักระยะกว่าจะถึง ไม่ใช่สถานีติดกันที่จะเรียกว่าเป็นการต่อรถได้โดยตรง

แต่ก็ไม่ลำบากมากที่จะไปด้วยเส้นทางนี้ เราจึงนั่งรถไฟของ JR มาลงที่นี่ และเดินต่อไปยังสถานีชุกุงาวะของฮังกิว

ท้องฟ้าขณะนั้นมีเมฆมากมาย หิมะก็ตกโปรยปรายแม้ว่าจะไม่กองลงบนพื้นให้เห็นเป็นสีขาวสวยงาม

 

ลักษณะถนนบริเวณนี้จะเห็นได้ชัดว่าไม่ราบเรียบ เต็มไปด้วยเนินสูงต่ำ



แล้วก็มาถึงสถานีชุกุงาวะของฮังกิวซึ่งเป็นต้นทางของรถไฟสายโควโยว (甲陽線) ซึ่งประกอบไปด้วยแค่สามสถานีคือสถานีชุกุงาวะ สถานีคุรากุเองงุจิ (苦楽園口駅) และสุดทางที่สถานีโควโยวเอง



รถไฟที่วิ่งสายนี้เป็นคันสีแดงสด



แต่ภายในเขียวเหลืองสวย



แล้วรถไฟก็วิ่งมาถึงสถานีโควโยวเอง



ภาพถ่ายตัวสถานีจากด้านนอก ดังที่เห็นในภาพ



บริเวณรอบๆด้านหน้าสถานี




ภาพบริเวณเดียวกับภาพ



บ้านเมืองระหว่างทางจากที่เดินจากสถานีเดินตามถนนไปทางตะวันออก





แต่เมื่อใช้ GPS ตรวจดูให้ดีๆก็พบว่าทางนี้มันผิดทาง ออกนอกเส้นทาง เส้นทางแถวนี้แม้จะดูแผนที่ก็หลงได้ง่ายเพราะถนนคดเคี้ยวไปมา เล่นเอามึนไม่น้อย

หลังจากนั้นจึงเริ่มกลับเข้าสู่เส้นทาง และเดินไปยังทางเดินเลียบรางรถไฟ



ตรงนี้ก็คือฉากในภาพ และ นั่นเอง



มองกลับด้าน เห็นสาว ม.ปลาย เดินสวนทางมาเต็มไปหมด



ตึกตรงนี้เท่าที่อ่านข้อมูลพบว่าถูกใช้เป็นฉากในเรื่องเหมือนกัน แต่หาภาพในอนิเมะเทียบไม่เจอเลยไม่รู้ว่าถูกใช้ตรงไหน



แล้วก็มาถึงจุดข้ามทางรถไฟในภาพ



หลังจากได้เห็นจุดข้ามทางรถไฟแล้วก็เดินกลับมาที่สถานี จากนั้นก็เดินไปอีกทาง ไม่นานก็พบบันไดในภาพ



จากนั้นก็เดินขึ้นบันไดนี้มาแล้วก็ทะลุมายังถนนด้านบน



ภาพบ้านเมืองที่อยู่ระหว่างทางเดินตรงนี้ ทั้งหมดตั้งอยู่บนทางลาดเขา ต้องเดินขึ้นๆลงๆตลอดๆ





ภาพนี้เมื่อมองลงไปจะเห็นบ้านเมืองอยู่ด้านล่างเหมือนกับภาพ แต่ว่าไม่ใช่ภาพตรงนั้น ความจริงแล้วจุดที่เห็นภาพแบบนั้นได้มีอยู่ไม่น้อย



ขยายให้เห็นชัดๆ



ต่อมาก็เจอสะพานดังที่เห็นในภาพ และ



หากหันมองกลับไปก็ยังเห็นบ้านเมืองบนเขาสูงขึ้นไปอีก



รถเมล์ที่วิ่งผ่านตรงนี้ก็มีอยู่ประปรายแม้ไม่เยอะมาก แม้จะตั้งอยู่บนเขาแบบนี้แต่ก็เต็มไปด้วยบ้านเรือน มีคนอยู่หนาแน่นพอสมควร



เดินต่อมาอีกนิดก็จะเจอกับวิทยาลัยชุกุงาวะงากุอิงที่เห็นในภาพ



ถนนด้านข้างนี้คือที่ที่เราถ่ายภาพ



เมื่อเดินมาถึงจุดนี้ก็เริ่มเหนื่อยมากแล้ว เนื่องจากเดินเที่ยวมาทั้งวัน และขณะนั้นเวลาก็ประมาณ ๔ โมงกว่าแล้ว ความจริงหากเดินต่อจะไปถึงโรงเรียนมัธยมปลายนิชิโนะมิยะคิตะ (西宮北高校) ซึ่งถูกใช้เป็นฉากโรงเรียนที่พวกฮารุฮิอยู่นั่นเอง รวมทั้งฉากทางลาดเขาจริงๆที่ถูกใช้ในภาพ ก็มาจากแถวๆนั้นด้วย

แต่ว่าดูแผนที่จะรู้ว่ามันอยู่อีกไกลมาก ไกลจนที่เดินมาจนถึงตอนนี้เรียกได้ว่าแค่ครึ่งทางเท่านั้นเอง ดังนั้นคงเดินไปไม่ไหว ส่วนรถเมล์ที่นี่ก็ไม่ได้มากมาย และถ้าไปถึงแล้วจะกลับก็ลำบากอีก ดังนั้นจึงหยุดแค่ตรงนี้ เข้าใจความเหนื่อยของพวกเคียวน์ที่ต้องเดินผ่านทางลาดนี้เพื่อไปยังโรงเรียนนั้นเลย

การเที่ยวของเราที่นี่ในวันนี้จึงสิ้นสุดลงเท่านี้ เป็นหนึ่งในสถานที่ที่ไปแล้วถูกใจมากที่สุดในบรรดาสถานที่ที่ได้ไปมาเลย เพราะสภาพบ้านเมืองบนทางลาดเขานั้นสวยมาก แล้วก็เป็นการเดินตามรอยอนิเมะจึงยิ่งรู้สึกสนุกตื่นเต้น สภาพอากาศก็หิมะกำลังตกเย็นสบาย แม้ว่าจะเดินเหนื่อยมากก็ตามแต่ก็ถือว่าคุ้มจริงๆ



ขากลับเรานั่งรถเมล์ โดยดูตารางเวลาแล้วก็พบว่าเที่ยวต่อไปที่จะไปยังสถานีรถไฟได้นั้นรออีกไม่นาน โชคดี เพราะรถเมล์มาราวๆชั่วโมงละคันเท่านั้น ไม่ได้เยอะเหมือนใจกลางเมือง



แล้วรถเมล์ก็มาตามเวลา เราก็ขึ้นไปนั่ง เป็นการพักเหนื่อยหลังจากที่เดินไปมาบนทางลาดเขาเป็นชั่วโมง



นั่งรถเมล์ไปลงที่ป้ายหน้าสถานีรถไฟสถานีนิชิโนะมิยะ (西宮駅) ของ JR ใช้เวลาไม่นาน



แล้วพอมาถึงหน้าสถานีก็มีเรื่องให้ต้องครุ่นคิด นั่นคือ ที่จริงแล้วตอนแรกเรายังมีเป้าหมายที่อยากไปเที่ยวอยู่อีกที่ แต่เพราะเจอปัจจัยเสียเวลาไปหลายอย่าง ตั้งแต่ตอนเช้าซึ่งขึ้นรถผิดไปขึ้นรถช้าแทนที่จะเป็นรถเร็ว แล้วรถไฟก็มาล่าช้าเพราะติดหิมะ จากนั้นเราก็เจอปัญหาเรื่องมาไม่ตรงจังหวะรถไฟที่จะนั่งไปลงสถานีอากาชิจน ต้องไปอ้อมถึงสถานีชิงโกวเบะ และสุดท้ายคือใช้เวลาเดินในย่านโควโยวเองนี้นานมาก




เวลาก็เลยสายมาเรื่อยๆ จนตอนที่กลับมาถึงสถานีนิชิโนะมิยะนี้ก็เป็นเวลา ๕ โมงเย็นแล้ว ท้องฟ้าก็เริ่มมืดแล้ว สถานที่ที่ตั้งใจจะไปแห่งสุดท้ายคือย่านคนจีนนังกิงมาจิ (南京町) ในเมืองโควเบะนั้นต้องนั่งรถไฟย้อนกลับไปอีก และขากลับค่อยไปขึ้นรถไฟชิงกันเซงจากสถานีชิงโกวเบะ

แต่เราก็คิดขึ้นมาว่าไหนๆก็ได้เคยไปแวะสถานีชิงโกวเบะมาแล้ว แม้ว่าจะแค่เกิดจากความผิดพลาดโดยบังเอิญก็ตาม ดังนั้นก็ไม่อยากกลับไปอีกแล้ว และย่านคนจีนก็คงไม่ได้เป็นสถานที่ที่น่าสนใจอะไรขนาดนั้น พอที่จะตัดทิ้งได้

ดังนั้นจึงตัดสินใจเปลี่ยนแผน จากที่ตอนแรกกะว่าจะไปเดินเที่ยวเสร็จแล้วก็กินข้าวที่นังกิงมาจิ สุดท้ายก็เปลี่ยนเป็นไปหาอะไรกินที่เมืองอามะงะซากิ (尼崎市) แทน ซึ่งเมืองนี้เป็นทางผ่าน จากนิชิโนะมิยะถ้าจะกลับไปยังโอซากะต้องผ่านเมืองนี้อยู่แล้ว และไม่มีสถานที่เที่ยวอะไรเป็นพิเศษ แค่แวะไปหาอะไรกินแล้วก็กลับได้เลย ดังนั้นน่าจะเป็นทางเลือกที่ดี

เราขึ้นมายังชานชลารอรถเพื่อไปยังอามะงะซากิ



เนื่องจากเป็นเวลาเย็นรถไฟขณะนั้นคนแน่นจนเกือบไม่มีที่นั่ง





พูดถึงเมืองอามะงะซากิแล้ว ความจริงเมืองนี้เป็นอีกเมืองหนึ่งที่ถูกใช้เป็นฉากของอนิเมะ ซึ่งก็คืออนิเมะเรื่องเอ็มเอ็ม (えむえむっ!) หรือที่ฉบับมังงะแปลไทยใช้ชื่อว่ายายตัวแสบกับนายมาโซ



แต่ว่าจากที่ดูข้อมูล ฉากที่ถูกนำไปใช้จริงๆมีน้อยมาก และไม่ค่อยจะเหมือนของจริงเท่าไหร่ ก็เลยไม่อยู่ในเป้าหมายที่จะไปแต่แรกแล้ว

และสถานีที่ครั้งนี้แวะมาลงคือสถานีอามะงะซากิ (尼崎駅) ซึ่งเป็นสถานีกลางของเมือง ก็ไม่ได้ถูกใช้เป็นฉาก สถานีที่ถูกใช้เป็นฉากในเรื่องเป็นสถานีอื่นๆภายในเมืองซึ่งอยู่บนเส้นทางรถไฟสายฟุกุจิยามะ (福知山線) ซึ่งเป็นเส้นทางรถไฟจากสถานีอามะงะซากิไปยังสถานีฟุกุจิยามะ (福知山駅) ในเมืองฟุกุจิยามะ (福知山市) จังหวัดเกียวโต

ภาพเปรียบเทียบดูได้ในนี้ http://d.hatena.ne.jp/keyboar/20101025/1287967272

พูดถึงอนิเมะเรื่องนี้แล้ว ต้องบอกว่าน่าเสียดายจริงๆที่คนแต่งเสียชีวิตไปแล้ว เลยไม่มีโอกาสได้เขียนต่อจนจบ เป็นเรื่องหนึ่งที่สนุกจริงๆแม้ตอนท้ายจะเริ่มหลุดโลกมากไป

แผนที่จังหวัดเฮียวโงะ แสดงตำแหน่งเมืองอามะงะซากิเป็นสีชมพูเข้ม จะเห็นว่าตั้งอยู่มุมตะวันออกเฉียงใต้สุดของจังหวัด ติดกับจังหวัดโอซากะ



ตอนที่รถไฟไปจอดที่สถานีอามะงะซากิ เราพบว่ารถไฟขบวนที่จอดอยู่ข้างๆนั้นมีตู้พิเศษซึ่งให้แต่เฉพาะผู้หญิงขึ้นด้วย แบบนี้ก็มีด้วย แปลกดี เท่าที่เห็นมีแค่รถไฟสายนี้เท่านั้นที่มีตู้แบบนี้



ภายในสถานีอามะงะซากิ



ออกมาด้านนอกสถานี



ตรงนี้เป็นจุดรอรถเมล์



ที่นี่ก็เป็นเมืองใหญ่ บริเวณรอบๆสถานีมีร้านอาหารอยู่ประปราย เราก็ลองเดินๆหาดูสักพัก




ก็มาเจอร้านนี้ เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นทั่วๆไป



เห็นมีชุดซูชิ ราคาไม่แพงไปพอไหว คือ ๕๗๗ เยน ซึ่งถ้าเทียบกับทานที่ไทยก็ราคาพอๆกัน จึงตัดสินใจแวะ



ได้เวลาทานแล้ว อิทาดากิมาสึ! (いただきます! = ทานละนะ)



เมื่อทานเสร็จก็กลับมาที่สถานีและเบียดเสียดผู้คนจำนวนมหาศาลซึ่งกำลังขึ้นรถไฟ ขณะนั้นเวลา 17:55 เป็นช่วงที่คนมหาศาล เรานั่งรถเร็วซึ่งตรงจากที่นี่กลับไปยังเกียวโต เป็นอันจบการเดินทางเที่ยวอันแสนเหนื่อยในวันนี้ลง



เท่านี้ก็ผ่านไป ๒ วันแล้วกับการเที่ยวญี่ปุ่น แต่ยังเหลืออีก ๑๐ วัน ยังมีการเดินทางที่เหนื่อยกว่านี้รออยู่อีกมากมาย

วันต่อไปเป็นการท่องเที่ยวท่ามกลางหิมะ
https://phyblas.hinaboshi.com/20130211



โดยสรุปแล้วเป็นวันที่ใช้ Kansai WIDE are pass เที่ยวได้คุ้มมาก ลองคำนวณดูคร่าวว่าถ้าวันนี้ไม่ใช้จะต้องจ่ายค่ารถไฟไปเท่าไหร่

เกียวโต > ชินโอซากะ > โอกายามะ 5980 (รถไฟธรรมดาถึงชินโอซากะ จากนั้นนั่งชิงกันเซงต่อจนถึงโอกายามะ)
โอกายามะ > นิชิอากาชิ 4620 (ชิงกันเซง)
นิชิอากาชิ > อากาชิ 160
อากาชิ > ไมโกะ 160
ไมโกะ > ซากุระชุกุงาวะ 540
นิชิโนะมิยะ > อามะงะซากิ 170
อามะงะซากิ > เกียวโต 890

รวมทั้งหมดเป็น 12520 เยน

แต่ว่า Kansai WIDE are pass ราคาเพียง 7000 เยนแต่ใช้ได้ทั้งหมด ๔ วัน! แต่เราใช้แค่วันเดียวก็เกินราคาแล้ว ต่อให้ใช้พาสแค่วันเดียวก็คุ้มแล้วแต่นี่ยังใช้ต่อได้อีก ๓ วัน ดังนั้นจะเห็นได้ว่าการซื้อพาสนี้ใช้เป็นอะไรที่คุ้มมากอย่างสุดๆจริงๆ




ในบทความนี้มีการนำภาพจากอนิเมะ "suzumiya haruhi no yuuutsu" มาใช้อ้างอิงเพื่อการวิจัยศึกษาภาพเปรียบเทียบ ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของผู้จัดทำ "suzumiya haruhi no yuuutsu"
この記事では、比較研究を目的としてアニメ「涼宮ハルヒの憂鬱」の画像を引用しています。画像の著作権はすべて「涼宮ハルヒの憂鬱」の製作者に帰属します。




-----------------------------------------

囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧

ดูสถิติของหน้านี้

หมวดหมู่

-- ประเทศญี่ปุ่น >> เฮียวโงะ
-- ท่องเที่ยว >> ตามรอย
-- ท่องเที่ยว >> รถไฟ
-- ท่องเที่ยว >> หิมะ

ไม่อนุญาตให้นำเนื้อหาของบทความไปลงที่อื่นโดยไม่ได้ขออนุญาตโดยเด็ดขาด หากต้องการนำบางส่วนไปลงสามารถทำได้โดยต้องไม่ใช่การก๊อปแปะแต่ให้เปลี่ยนคำพูดเป็นของตัวเอง หรือไม่ก็เขียนในลักษณะการยกข้อความอ้างอิง และไม่ว่ากรณีไหนก็ตาม ต้องให้เครดิตพร้อมใส่ลิงก์ของทุกบทความที่มีการใช้เนื้อหาเสมอ

目次

日本による名言集
モジュール
-- numpy
-- matplotlib

-- pandas
-- manim
-- opencv
-- pyqt
-- pytorch
機械学習
-- ニューラル
     ネットワーク
javascript
モンゴル語
言語学
maya
確率論
日本での日記
中国での日記
-- 北京での日記
-- 香港での日記
-- 澳門での日記
台灣での日記
北欧での日記
他の国での日記
qiita
その他の記事

記事の類別



ติดตามอัปเดตของบล็อกได้ที่แฟนเพจ

  記事を検索

  おすすめの記事

ตัวอักษรกรีกและเปรียบเทียบการใช้งานในภาษากรีกโบราณและกรีกสมัยใหม่
ที่มาของอักษรไทยและความเกี่ยวพันกับอักษรอื่นๆในตระกูลอักษรพราหมี
การสร้างแบบจำลองสามมิติเป็นไฟล์ .obj วิธีการอย่างง่ายที่ไม่ว่าใครก็ลองทำได้ทันที
รวมรายชื่อนักร้องเพลงกวางตุ้ง
ภาษาจีนแบ่งเป็นสำเนียงอะไรบ้าง มีความแตกต่างกันมากแค่ไหน
ทำความเข้าใจระบอบประชาธิปไตยจากประวัติศาสตร์ความเป็นมา
เรียนรู้วิธีการใช้ regular expression (regex)
การใช้ unix shell เบื้องต้น ใน linux และ mac
g ในภาษาญี่ปุ่นออกเสียง "ก" หรือ "ง" กันแน่
ทำความรู้จักกับปัญญาประดิษฐ์และการเรียนรู้ของเครื่อง
ค้นพบระบบดาวเคราะห์ ๘ ดวง เบื้องหลังความสำเร็จคือปัญญาประดิษฐ์ (AI)
หอดูดาวโบราณปักกิ่ง ตอนที่ ๑: แท่นสังเกตการณ์และสวนดอกไม้
พิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมโบราณปักกิ่ง
เที่ยวเมืองตานตง ล่องเรือในน่านน้ำเกาหลีเหนือ
ตระเวนเที่ยวตามรอยฉากของอนิเมะในญี่ปุ่น
เที่ยวชมหอดูดาวที่ฐานสังเกตการณ์ซิงหลง
ทำไมจึงไม่ควรเขียนวรรณยุกต์เวลาทับศัพท์ภาษาต่างประเทศ

月別記事

2023年

1月 2月 3月 4月
5月 6月 7月 8月
9月 10月 11月 12月

2022年

1月 2月 3月 4月
5月 6月 7月 8月
9月 10月 11月 12月

2021年

1月 2月 3月 4月
5月 6月 7月 8月
9月 10月 11月 12月

2020年

1月 2月 3月 4月
5月 6月 7月 8月
9月 10月 11月 12月

2019年

1月 2月 3月 4月
5月 6月 7月 8月
9月 10月 11月 12月

もっと前の記事

ไทย

日本語

中文