ถ้าไล่ย้อนชื่อ "คาโบจะ" กลับไปเรื่อยๆ จะไปจบที่ชื่อประเทศกัมพูชาในภาษาสันสกฤต ซึ่งเป็นชื่อที่ราชสำนักเขมรสมัยพระนครใช้เรียกบ้านเมืองตัวเอง
ต้นทาง: กัมพุช ลูกหลานของฤๅษีกัมพุ
ในจารึกภาษาสันสกฤตของกัมพูชา ประเทศนี้เรียกว่า กมฺพุชเทศ कम्बुजदेश (Kambujadeśa) แปลว่า "ดินแดนของกัมพุช" และ "กัมพุช" कम्बुज (Kambuja) แปลว่า "ผู้เกิดจากกัมพุ" จารึกปราสาทปักษีจำกรุง (ប្រាសាទបក្សីចាំក្រុង, K.286) ซึ่งทำขึ้นราว ค.ศ. 947 สมัยพระเจ้าราเชนทรวรมัน เล่าตำนานว่าเชื้อสายกษัตริย์กัมพุชสืบมาจาก "กัมพุ สวายัมภุวะ" कम्बु स्वायम्भुव (Kambu Svāyambhuva) กับนางอัปสรเมรา ชื่อนี้ยังปรากฏในจารึกบ่ออีกาที่เขียนด้วยอักษรหลังปัลลวะในจังหวัดนครราชสีมาที่สร้างขึ้นใน ค.ศ. 868 ด้วยในคำว่า "กมฺวุเทศานฺตเร" कम्वुदेशान्तरे (kamvudeśāntare) แปลว่า "นอกกัมพุเทศ"
ในจารึกภาษาเขมรโบราณสมัยพระนคร ชื่อนี้เขียนว่า "กมฺวุช" (ใช้ ว แทนเสียง b ของสันสกฤต ซึ่งพบบ่อยในจารึกเขมร) พจนานุกรมภาษาเขมรสมัยพระนครของ ฟิลิป เจนเนอร์ (Philip N. Jenner) ให้เสียงอ่านว่า /kamwʊˈɟaː/ พอถึงเขมรสมัยกลาง จารึกสมัยใหม่แห่งนครวัด (Inscriptions modernes d'Angkor) หลักที่ 3 (IMA 3) ซึ่งกล่าวถึงเหตุการณ์ใน ค.ศ. 1579 เขียนพระนามกษัตริย์ "กมฺพุชฺเชสูร" (kambujjesūr) ด้วย พ ซ้อนใต้ ม แล้ว ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ชาวโปรตุเกสเข้ามาในกัมพูชา
ส่วนเสียงอ่านเขมรสมัยกลางนั้นยังไม่พบงานที่ให้ไว้เป็น IPA โดยตรง แต่ เพา สาวรส (Pou Saveros) ชี้ว่าเอกสารโปรตุเกสและสเปนในคริสต์ศตวรรษที่ 16 ถอดชื่อเมืองพระนคร (นคร) ว่า Angar หรือ Angor แสดงว่าเสียงก้องอย่าง g ยังออกเสียงก้องอยู่ ก่อนจะกลายเป็น Anckoor ในเอกสารคริสต์ศตวรรษที่ 17 ถ้าใช้หลักเดียวกันกับคำนี้ เสียง ช ในสมัยที่โปรตุเกสได้ยินก็น่าจะยังเป็นเสียงก้อง /ɟ/ ซึ่งตรงกับ j ใน Camboja พอดี เสียงอ่านเขมรสมัยกลางที่ใส่ในตารางด้านล่างจึงเป็นการประมาณจากหลักฐานนี้ ไม่ใช่ค่าที่มีผู้เสนอไว้
ทางผ่าน: Camboja ของโปรตุเกส
ชาวโปรตุเกสเข้ามาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตั้งแต่ต้นคริสต์ศตวรรษที่ 16 หลังยึดมะละกาได้ใน ค.ศ. 1511 และเรียกกัมพูชาว่า Cambodja หรือ Camboja (อ่านแบบปัจจุบันว่า /kɐ̃ˈbɔ.ʒɐ/ "กังบอฌา") คำนี้คือที่มาของชื่อกัมพูชาในภาษายุโรปหลายภาษา เช่น Cambodge ในภาษาฝรั่งเศสและ Cambodia ในภาษาอังกฤษ ส่วนโปรตุเกสได้ชื่อนี้มาจากชาวเขมรโดยตรงหรือผ่านพ่อค้ามลายูก่อนนั้น ยังไม่พบหลักฐานที่ชี้ชัด
ปลายทาง: カンボジャ แล้วกร่อนเป็น カボチャ
คนญี่ปุ่นสมัยนั้นได้ยิน Camboja จากชาวโปรตุเกสแล้วรับมาเป็น カンボジャ (kanboja, คัมโบจะ) จากนั้นเสียงก็กร่อนลงเป็น カボチャ (kabocha, คาโบจะ) พจนานุกรมญี่ปุ่นอธิบายเพียงว่าเป็น "การเพี้ยนเสียง" (転訛) ไม่ได้อธิบายรายละเอียดว่าทำไมเสียงจึงเปลี่ยนแบบนี้ ที่เห็นได้คือมีการเปลี่ยนสองจุด คือเสียง ン (n) ก่อน ボ หายไป และเสียงก้อง ジャ (ja) กลายเป็นเสียงไม่ก้อง チャ (cha)
| ภาษา (ยุค) |
รูปคำ |
เสียงอ่าน |
ความหมาย |
| สันสกฤต |
कम्बुज (กมฺพุช) कम्बुजदेश (กมฺพุชเทศ) |
|
ชาวกัมพุช ดินแดนกัมพุช |
| เขมรโบราณ (สมัยพระนคร) |
kmVúC (กมฺวุช) |
/kamwʊˈɟaː/ |
ชาวกัมพุช |
| เขมรสมัยกลาง (คริสต์ศตวรรษที่ 16) |
km?úC (กมฺพุช) |
/kam.bu.ɟaː/ |
ชาวกัมพุช กัมพูชา |
| โปรตุเกส (คริสต์ศตวรรษที่ 16) |
Cambodja Camboja |
/kɐ̃ˈbɔ.ʒɐ/ (ปัจจุบัน) |
ประเทศกัมพูชา |
| ญี่ปุ่น (รูปแรก) |
カンボジャ หรือ カボチャ瓜 |
/kamboʑa/ |
(แตงจาก) กัมพูชา |
| ญี่ปุ่น (ปัจจุบัน) |
カボチャ |
/kabot͡ɕa/ |
ฟักทอง |
จารึกภาษาสันสกฤตสมัยเก่ามากอย่างที่พบในจารึกบ่ออีกานั้นใช้อักษรหลังปัลลวะ ซึ่งไม่มีฟอนต์ให้แสดง ในที่นี้จึงเขียนด้วยอักษรเทวนาครีแทน ส่วนรูปเขมรโบราณในตารางพิมพ์ด้วยฟอนต์อักษรเขมรโบราณ Angkor1 รูปเขมรสมัยกลางพิมพ์ด้วยฟอนต์ Angkor5 ซึ่งได้แนะนำไปในบทความ
เขียนอักษรเขมรโบราณยุคต่างๆ ด้วยฟอนต์ชุด Angkor1-5 โดยวง สุธารา
ส่วนชื่อประเทศในภาษาเขมรปัจจุบัน កម្ពុជា /kam.pu.ciə/ "กัมปุเจีย" นั้นเป็นอีกสายหนึ่งที่พัฒนาต่อจากเขมรสมัยกลางหลังจากที่โปรตุเกสรับชื่อไปแล้ว เสียงก้อง /b/ และ /ɟ/ กลายเป็นเสียงไม่ก้อง /p/ และ /c/ พร้อมกับเกิดระบบการแยกเสียงสระที่ทำให้สระ /aː/ "อา" หลัง ជ กลายเป็น /iə/ "เอีย" จึงไม่ได้อยู่ในสายที่ส่งต่อไปถึงญี่ปุ่น
พจนานุกรมบางเล่มอธิบายว่าเดิมเรียกว่า "คาโบจะอุริ" (カボチャ瓜 แตงกัมพูชา) แล้วคำว่า 瓜 (uri, อุริ แปลว่า "แตง") หลุดไปทีหลัง ส่วนเอโดะโงะไดจิเตง (江戸語大辞典) อธิบายว่าเป็นคำย่อของ "คาโบจะโบบุระ" (カボチャボーブラ) คือ "ฟักทองกัมพูชา" ที่เอาชื่อประเทศกับคำว่า abóbora มาต่อกัน ซึ่งน่าจะเป็นที่มาของคำอธิบายที่แพร่หลายในอินเทอร์เน็ตว่าคาโบจะมาจากวลีโปรตุเกส "Cambodia abóbora" (ดูหัวข้อ 4.)
ที่น่าสนใจคือภาษาญี่ปุ่นมีชื่อกัมพูชาใช้อยู่สองรูปจากรากเดียวกัน คือ カボチャ ที่กลายเป็นชื่อผัก กับ カンボジア (kanbojia, คัมโบจิอะ) ที่ใช้เรียกชื่อประเทศในปัจจุบัน ซึ่งรับมาใหม่จากภาษายุโรปในภายหลัง ในทางภาษาศาสตร์เรียกคำคู่แบบนี้ว่าคำซ้อนรากเดียว (doublet)