φυβλαςのβλογ
phyblasのブログ



หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาเขมร
เขียนเมื่อ 2026/08/15 07:25
แก้ไขล่าสุด 2026/08/30 10:58



บทความนี้เขียนขึ้นเพื่ออธิบายหลักการทับศัพท์คำภาษาเขมรมาเป็นภาษาไทย โดยจะอธิบายละเอียดถึงระบบตัวอักษรเขมรเพื่อให้สามารถถอดเสียงอ่านได้อย่างถูกต้อง และสามารถทับศัพท์เป็นภาษาไทยตามเสียงอ่านได้อย่างเหมาะสม

การทับศัพท์ภาษาเขมรนั้นอาจทำได้โดยถอดตามรูป (ปริวรรต) หรือถอดตามเสียงอ่าน ซึ่งในการใช้งานจริงมักมีการใช้ปนกันไปไม่ได้เป็นมาตรฐานเดียวกัน

บทความนี้จะอธิบายการถอดทั้งแบบตามรูปและตามเสียง เพื่อให้ผู้อ่านสามารถนำไปใช้ได้ตามความเหมาะสม



พยัญชนะ

ภาษาเขมรมีพยัญชนะที่ใช้อยู่ทั้งหมด ๓๓ ตัว ซึ่งสามารถจัดเรียงได้เป็นตารางตามรูปแบบของอักษรพราหมี (รายละเอียดอ่านที่นี่)

อักษรเขมรที่ใช้กันทั่วไปในปัจจุบันมีอยู่ ๓ ชนิดหลักคืออักษรฌร (អក្សរឈរ) ที่ใช้ทั่วไปเป็นมาตรฐานในคอมพิวเตอร์ อักษรเชรียง (អក្សរជ្រៀង) ที่คล้ายอักษรฌรแต่ทำเป็นตัวเอียง และอักษรมูล (អក្សរខម) ที่เป็นอักษรแบบตัวบรรจง ใช้เขียนพวกป้ายหรือในงานศิลปะเป็นหลัก

ในบทความนี้จะแสดงทั้งหมดเป็นอักษรฌร เท่านั้น เพราะใช้ทั่วไปและอ่านง่ายที่สุด ส่วนอักษรมูลนั้นจะแสดงไว้ในตารางตอนท้ายบทความ สามารถดูเพื่อเทียบได้

เราอาจเขียนเป็นตารางแสดงพยัญนะทั้งหมด ๓๓ ตัวของภาษาเขมรได้ดังนี้

  เสียงเบา เสียงหนัก เสียงเบา เสียงหนัก เสียงนาสิก
วรรคกะ


/kɑː/
กอ


/kʰɑː/
คอ


/kɔː/
โก


/kʰɔː/
โค


/ŋɔː/
โง
วรรคจะ


/cɑː/
จอ


/cʰɑː/
ชอ


/cɔː/
โจ


/cʰɔː/
โช


/ɲɔː/
โญ
วรรคฏะ


/ɗɑː/
ดอ


/tʰɑː/
ทอ


/ɗɔː/
โด


/tʰɔː/
โท


/nɔː/
นอ
วรรคตะ


/tɑː/
ตอ


/tʰɑː/
ทอ


/tɔː/
โต


/tʰɔː/
โท


/nɔː/
โน
วรรคปะ


/ɓɑː/~/pɑː/
บอ~ปอ


/pʰɑː/
พอ


/pɔː/
โป


/pʰɔː/
โพ


/mɔː/
โม
 เศษวรรค

/jɔː/
โย


/rɔː/
โร


/lɔː/
โล


/ʋɔː/
โว


/sɑː/
สอ


/hɑː/
หอ
 

/lɑː/
ลอ


/ʔɑː/
ออ

อักษรไทยที่แสดงใต้อักษรเขมรเป็นตัวอักษรไทยที่เทียบเท่าตัวอักษรเขมรตัวนั้นๆ ซึ่งจะใช้ในเวลาเขียนทับศัพท์แบบถอดตามรูป แต่เสียงที่อ่านจริงๆนั้นบางส่วนไม่ได้เหมือนในภาษาไทย ส่วนเสียงอ่านจริงๆที่จะใช้ในการเขียนทับศัพท์แบบถอดเสียงจะแสดงไว้ด้านล่าง

ในจำนวนนี้ที่ควรระวังเป็นพิเศษคือพยัญชนะลำดับที่ ๓ ของแต่ละแถว เพราะมีเสียงอ่านต่างไปจากอักษรไทยที่เทียบเท่า เนื่องจากมีวิวัฒนาการเกิดความเปลี่ยนแปลงทางเสียงต่างกันไป ฉะนั้นจำเป็นต้องไม่ให้สับสนระหว่างการถอดรูปกับถอดเสียง

อักษร ถอดรูป เสียงอ่านจริง
IPA ถอดเสียง
/k/
/c/
/ɗ/
/t/
/p/

อักษร ដ อาจถอดรูปเป็น ฎ หรือ ฏ โดยตำราส่วนใหญ่จะถอดเป็น ฎ เพราะเสียงอ่านคือ /ɗ/ นั้นใกล้เคียง ฎ มากกว่า แต่ตามรากอักษรที่วิวัฒนาการมาจากอักษรพราหมีแล้วตรงกับอักษร ฏ ในขณะที่ ฎ เป็นอักษรที่เพิ่มเข้ามาในอักษรไรใหม่โดยแตกจาก ฏ อีกที ดังนั้นในที่นี้เลือกถอดเป็น ฏ เป็นหลัก

ด้วยเหตุผลเดียวกัน ប เองก็มีทั้งถอดเป็น บ หรือ ป และอ่านได้ทั้ง /ɓ/ และ /p/ โดยไม่มีกฎตายตัวว่าในคำไหนจะอ่านแบบไหน ขึ้นอยู่กับคำ ต้องมาจำเป็นคำๆไป ในที่นี้เมื่อถอดรูป ប จะเขียนเป็น ป ทั้งหมด แต่เมื่อเขียนแบบถอดเสียงจะเขียนเป็น บ หรือ ป ตามเสียงจริง

พยัญชนะเขมรแบ่งเป็น ๒ กลุ่ม คือกลุ่มที่มีสระอออยู่ในตัว แสดงด้วยพื้นสีชมพูในตาราง กับอีกกลุ่มคือกลุ่มที่มีสระโออยู่ในตัว แสดงด้วยพื้นสีม่วง ในที่นี้จะเรียกพยัญชนะ ๒ กลุ่มนี้สั้นๆว่า "กลุ่มออ" กับ "กลุ่มโอ"

โดยพื้นฐานแล้วกลุ่มออจะอ่านเป็นเสียง /ɑː/ สระออ และกลุ่มโอจะออกเสียง /ɔː/ สระโอ เมื่อไม่มีการเขียนรูปสระ แต่ก็มีข้อยกเว้นอยู่มากซึ่งจะอธิบายในหัวข้อต่อๆไป

หมายเหตุ: ในภาษาส่วนใหญ่ IPA /ɔː/ จะใช้แทนสระออ ภาษาไทยเองก็ใช้ /ɔː/ แทนสระออเช่นกัน แต่ใช้ /oː/ แทนสระโอ แต่ในภาษาเขมรนั้นมีทั้ง /oː/ และ /ɔː/ ซึ่งใช้แทนสระโอทั้งคู่ ส่วนสระออจะใช้ /ɑː/ ดังนั้นระวังสับสน

หลักการจำว่ากลุ่มไหนนั้นให้จำง่ายๆว่าอักษรที่เป็นอักษรกลางและสูงในภาษาไทยจะอยู่กลุ่มออทั้งหมด และอักษรต่ำจะอยู่กลุ่มโอทั้งหมดยกเว้นแค่ ណ (ณ) กับ ឡ (ฬ) เท่านั้น

พยัญชนะ ๒ กลุ่มนี้นอกจากจะเสียงต่างกันเมื่ออยู่เดี่ยวๆแล้ว ก็ยังจะให้เสียงสระต่างกันไปเมื่อเขียนด้วยสระต่างๆกัน ซึ่งจะกล่าวถึงต่อไป

นอกจากในตารางนี้แล้วที่จริงภาษาเขมรยังมี ឝ (ศ) และ ឞ (ษ) อีก ซึ่งเป็นอักษรที่เลิกใช้แล้ว รวมหมดจริงๆเป็น ๓๕ ตัว แต่ในที่นี้จะไม่เขียนถึง จะเขียนถึงเฉพาะอักษร ๓๓ ตัวที่ใช้อยู่จริงเท่านั้น

อักษรตัวต่างๆนอกจากจะแสดงในรูปดังในตารางข้างบนนี้แล้วยังอาจปรากฏอยู่ด้านล่างอักษรอื่นเรียกว่าเป็นรูปตัวเชิง (ជើង) ด้วย ซึ่งหน้าตาจะเปลี่ยนไป ต้องมาจำแยกอีกที

ตารางต่อไปนี้จะทำการสรุปอักษรทั้ง ๓๓ ตัวให้เห็นทั้งรูปธรรมดาและรูปที่แสดงเมื่อเป็นตัวเชิง และแสดงตัวอย่างคำที่ใช้

อักษร รูปตัวเชิง รูป IPA เสียง กลุ่ม ตัวอย่าง
คำ รูป IPA เสียง
្ក /k/ ออ កង กง /kɑːŋ/ กอง
្ខ /kʰ/ ខក ขก /kʰɑːk/ คอก
្គ /k/ โอ គង คง /kɔːŋ/ โกง
្ឃ /kʰ/ ឃរ ฆร /kʰɔː/ โค
្ង /ŋ/ ងងឹត งงึด /ŋɔ.ŋɨt/ โงะเงิด
្ច /c/  ออ ចង จง /cɑːŋ/ จอง
្ឆ /cʰ/ ឆប ฉป /cʰɑːp/ ชอบ
្ជ /c/ โอ ជន ชน /cɔːn/ โจน
្ឈ /cʰ/ ឈរ ฌร /cʰɔː/ โช
្ញ /ɲ/ ញញឹម ญญึม /ɲɔ.ɲɨm/ โญะเญิม
្ដ /ɗ/ ออ ដក ฏก /ɗɑːk/ ดอก
្ឋ /tʰ/ បឋម ปฐม /paʔ.tʰɑm/ ปะท็อม
្ឌ /ɗ/ โอ ឌាឌិម ฑาฑิม /ɗiə.ɗɨm/ เดียเดิม
្ឍ /tʰ/ អឌ្ឍ อัฑฺฒ /ʔat.tʰĕəʔ/ อัดเทียะ
្ណ /n/ ออ ណារី ณารี /naː.riː/ นารี
្ត /t/ តប ตป /tɑːp/ ตอบ
្ថ /tʰ/ ថត ถต /tʰɑːt/ ทอด
្ទ /t/ โอ ទង ทง /tɔːŋ/ โตง
្ធ /tʰ/ ធំ ธํ /tʰom/ ทม
្ន /n/ នគរ นคร /nɔ.kɔː/ โนะโก

្ប
/ɓ/ ออ បង ปง /ɓɑːŋ/ บอง
/p/ បញ្ហា ปัญฺหา /paɲ.haː/ ปัญหา
្ផ /pʰ/ ផង ผง /pʰɑːŋ/ พอง
្ព /p/ โอ ពង พง /pɔːŋ/ โปง
្ភ /pʰ/ ភរ ภร /pʰɔː/ โพ
្ម /m/ មក มก /mɔːk/ โมก
្យ /j/ យក ยก /jɔːk/ โยก
្រ /r/ រង รง /rɔːŋ/ โรง
្ល /l/ លង ลง /lɔːŋ/ โลง
្វ /ʋ/ វរ วร /ʋɔː/ โว
្ស /s/ ออ សក់ สก่ /sɑk/ ส็อก
្ហ /h/ ហត់ หต่ /hɑt/ ห็อด
្ឡ /l/ ឡត ฬต /lɑːt/ ลอด
្អ /ʔ/ អត់ อด่ /ʔɑt/ อ็อด

เสียงอ่านที่แสดงด้วยอักษรในช่อง "เสียง" ส่วนใหญ่อ่านเหมือนภาษาไทยเลย แต่ที่มีความต่างเล็กน้อย ถ้าจะแค่ต้องการเขียนทับศัพท์ถอดเสียงอ่านอาจไม่ต้องสนใจตรงนี้ก็ได้ แต่ก็ขออธิบายคร่าวๆ

/ɲ/ ញ (ญ) คล้าย "นย" เหมือนเสียง "ญ" ในสำเนียงอีสานหรือภาษาลาว
/ɗ/ ដ (ฏ) ឌ (ฑ) คล้ายเสียง /d/ "ด" ในภาษาไทย แต่เป็นเสียงพยัญชนะกักลมเข้า
/ɓ/ ប (บ)
ส่วนใหญ่
คล้ายเสียง /b/ "บ" ในภาษาไทย แต่เป็นเสียงพยัญชนะกักลมเข้า
/ʋ/ វ (ว) เสียงอยู่ระหว่าง /w/ "ว" ในภาษาไทย กับ v ในภาษาอังกฤษ

มีอักษร ๖ ตัวที่หน้าตาคล้ายกันมาก ต่างกันนิดเดียว สับสนง่าย ขอยกมาเทียบเพื่อให้จำง่าย

  ล่างหยัก ล่างเรียบ ล่างพัน
ไม่
มีหัว
ขวา
มีหัว
ซ้ายขวา
มีหัว
บนหยัก  


บนม้วน


 

แต่ด้านบนจะมีหยักหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับฟอนต์ด้วย ตัวที่เดิมบ้านบนหยักอาจแสดงเป็นเส้นตรงเรียบในบางฟอนต์ แต่ตัวที่ด้านบนม้วนก็ยังจะม้วนชัดเจน เพื่อให้แยกแยะได้

อย่างไรก็ตาม เมื่อใช้ฟอนต์ที่เป็นอักษรมูลอักษรจะหน้าตาเปลี่ยนไปอีกและมีอักษรที่หน้าตาคล้ายกันเพิ่มมากขึ้น และตารางเทียบนี้ก็จะใช้ไม่ได้ สำหรับตารางเทียบของอักษรมูลได้ทำแยกไว้ต่างหากด้านล่าง



พยัญชนะควบ

ภาษาเขมรมีพยัญชนะควบอยู่มากมายซึ่งสร้างขึ้นจากการประกอบขึ้นจาก ๒ หรือ ๓ ตัว โดยเมื่อทำเป็นพยัญชนะควบจะเขียนอักษรตัวแรกเป็นรูปธรรมดา และอักษรตัวที่ ๒ ในรูปตัวเชิง และถ้ามีตัวที่ ๓ ก็เป็นตัวเชิงซ้อนลงไปอีก ซึ่งในปัจจุบันมักพบแค่เพียงกรณีที่ตัวซ้อนที่ ๓ เป็น រ (ร) เท่านั้น เช่น ស្ត្រ (สฺตฺร) นอกจากนี้ยังมีคำอื่นเช่น អង្គ្លេស (องฺคฺเลส) ซึ่งมีตัว ល (ล) เป็นตัวซ้อนที่ ๓ แต่ปัจจุบันไม่นิยมใช้ แต่มักเขียนในรูป អង់គ្លេស (อง่คฺเลส)

บางฟอนต์ไม่สามารถแสดงตัวซ้อนที่ ๓ ได้อย่างถูกต้องแต่จะแสดงทับกัน ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงการเขียนตัวซ้อนที่ ๓ ที่ไม่ใช่ រ (ร)

การพิมพ์ตัวเชิงอักษรเขมรนั้นทำโดยพิมพ์ตัว  ្หลังพยัญชนะ แล้วพยัญชนะตามมาก็จะเป็นตัวเชิง

ตัวอย่างการผสม
ស + ្ + ត + ្ + វ = ស្ត្រ (สฺตฺร)

ตัวเชิงส่วนใหญ่จะวางด้านล่าง แต่ก็มีส่วนที่ลากขึ้นไปทางขวาด้วย และมีตัว រ (ร) เท่านั้นที่ลากเส้นขึ้นไปทางซ้าย

พยัญชนะ ๒ ตัวที่ผสมกันจะออกมาเป็นกลุ่มออหรือกลุ่มโอขึ้นอยู่กับตัวหลังเป็นหลัก แต่ก็มีข้อยกเว้น คือเมื่อตัวที่ตามหลังคือ ង (ง) ញ (ญ) ន (น) ម (ม) យ (ย) រ (ร) ល (ล) វ (ว) ๘ ตัวนี้ซึ่งเป็นกลุ่มนาสิก ๔ ตัว และเศษวรรค ๔ ตัว แม้ว่าจะเป็นกลุ่มโอ แต่ถ้าตามหลังกลุ่มออก็จะเป็นกลุ่มออไปด้วย

สามารถสรุปกรณีได้ดังนี้

กลุ่มที่ผสม กลุ่ม ตัวอย่าง
กลุ่มออ + กลุ่มออ ออ ក្ដ (กฺฏ) ក្អ (กฺอ) ច្ប (จฺป) ឆ្ក (ฉฺก) ថ្ក (ถฺก) ប្អ (ปฺอ) ផ្ដ (ผฺฏ) ផ្រ (ผฺร) ផ្ស (ผฺส) ផ្អ (ผฺอ) ស្ក (สฺก) ស្ដ (สฺฏ) ស្ថ (สฺถ) ស្ប (สฺป)
กลุ่มโอ + กลุ่มโอ โอ គ្ន (คฺน) គ្រ (คฺร) គ្ល (คล) គ្វ (คฺว) ជ្រ (ชฺร) ជ្វ (ชฺว) ឈ្ង (ฌฺง) ឈ្ម (ฌฺม) ឈ្ល (ฌฺล) ទ្រ (ทฺร) ទ្វ (ทฺว) ព្ន (พฺน) ព្យ (พฺย) ព្រ (พฺร) ភ្ន (ภฺน) ភ្រ (ภฺร) ភ្ល (ภฺล) ល្ង (ลฺง) ល្ម (ลฺม)
กลุ่มโอ + กลุ่มออ ออ ម្ដ (มฺฏ) (ម្អ) มฺอ ល្ប (ลฺป) ល្អ (ลฺอ)
กลุ่มออ + กลุ่มโอที่ไม่ใช่ ង ញ ន ម យ រ ល វ โอ ក្ទ (กฺท) ខ្ទ (ขฺท) ផ្គ (ผฺค) ផ្ទ (ผฺท) ស្គ (สฺค) ស្ទ (สฺท) ស្ព (สฺพ)
กลุ่มออ + ង ញ ន ម យ រ ល វ ออ ក្ន (กฺน) ក្ម (กฺม) ក្យ (กฺย) ក្រ (กฺร) ក្ល (กฺล) ក្វ (กฺว) ខ្ន (ขฺน) ច្ន (จฺน) ច្រ (จฺร) ត្ន (ตฺน) ត្ម (ตฺม) ត្ល (ตฺล) ត្វ (ตฺว) ថ្ម (ถฺม) ប្ល (ปฺล) ស្ន (สฺน) ស្រ (สฺร) ស្ល (สฺล) ស្វា (สฺว)

ตัวอย่างพยัญชนะควบ ๒ พร้อมตัวอย่างคำแสดงในตารางนี้ สีพื้นบอกถึงกลุ่ม โดยสีชมพูแทนกลุ่มออ และสีม่วงแทนกลุ่มโอ

อักษร รูป IPA เสียง ตัวอย่าง
ประกอบ
จาก
รวม
เป็น
คำ รูป IPA เสียง
ក្យ กฺย /kj/ กย តូក្យូ ตูกฺยู /tou.kjou/ โตกโย
ក្រ กฺร /kr/ กร ក្រង់ กฺรง่ /krɑŋ/ กร็อง
ក្អ กฺอ /kʔ/ กอ ក្អាត់ กฺอาต่ /kʔat/ กอาด
ខ្ទ ขฺท /kʰt/ คต ខ្ទម ขฺทม /kʰtɔːm/ คโตม
ខ្ន ขฺน /kʰn/ คน ខ្នង ขฺนง /kʰnɑːŋ/ คนอง
គ្រ คฺร /kr/ กร គ្រង คฺรง /krɔːŋ/ โกรง
ច្ប จฺป /cɓ/ จบ ច្បង จฺปง /cɓɑːŋ/ จบอง
ច្រ จฺร /cr/ จร ច្រក จฺรก /crɑːk/ จรอก
ឆ្ក ฉฺก /cʰk/ ชก ឆ្កាង ฉฺกาง /cʰkaːŋ/ ชกาง
ជ្រ ชฺร /cr/ จร ជ្រក จฺรก /crɔːk/ จโรก
ឈ្ង ฌฺง /cʰŋ/ ชง ឈ្ងុយ ฌฺงุย /cʰŋuj/ ชงุย
ឈ្ម ฌฺม /cʰm/ ชม ឈ្មួញ ชฺมัวญ /cʰmuəɲ/ ชมวญ
ឈ្ល ฌฺล /cʰl/ ชล ឈ្លប ฌฺลป /cʰlɔːp/ ชโลบ
ថ្ក ถฺก /tʰk/ ทก ថ្ករ ถฺกร /tʰkɑː/ ทกอ
ថ្ម ถฺม /tʰm/ ทม ថ្មី ทฺมี /tʰməj/ ทเม็ย
ទ្រ ทฺร /tr/ ตร គាំទ្រ คำทฺร /kŏəm trɔː/ กวมโตร
ប្អ ปฺอ /pʔ/ ปอ ប្អូន ปฺอูน /pʔoun/ ปโอน
ផ្គ ผฺค /pʰk/ พก ផ្គរ ผฺคร /pʰkɔː/ พโก
ផ្ទ ผฺท /pʰt/ พต ផ្ទះ ผฺทะห์ /pʰtĕəh/ พเตียห์
ផ្ស ผฺส /pʰs/ พส ផ្សង ผฺสง /pʰsɑːŋ/ พสอง
ព្រ พฺร /pr/ ปร ព្រម พฺรม /prɔːm/ โปรม
ភ្ន ภฺน /pʰn/ พน ភ្នក ภฺนก /pʰnɔːk/ พโนก
ភ្ល ภฺล /pʰl/ พล ភ្លើង ภฺเลีง /pʰləːŋ/ เพลิง
ម្អ มฺอ /mʔ/ มอ ម្អម มฺอม /mʔɑːm/ มออม
ល្ង ลฺง /lŋ/ ลง ល្ងាច ลฺงาจ /lŋiəc/ ลเงียจ
ល្ប ลฺป /lɓ/ ลบ ល្បង ลฺปง /lɓɑːŋ/ ลบอง
ល្ម ลฺม /lm/ ลม ល្មម ลฺมม /lmɔːm/ ลโมม
ល្អ ลฺอ /lʔ/ ลอ ល្អង ลฺอง /lʔɑːŋ/ ลออง
ស្ក สฺก /sk/ สก ស្ករ สฺกร /skɑː/ สกอ
ស្គ สฺค /sk/ สก ស្គរ สฺคร /skɔː/ สโก
ស្ថ สฺถ /stʰ/ สท ស្ថាន สฺถาน /stʰaːn/ สทาน
ស្ទ สฺท /st/ สต ស្ទង สฺทง /stɔːŋ/ สโตง
ស្ព สฺพ /sp/ สป ស្ពក สฺปก /spɔːk/ สโปก
ស្ន สฺน /sn/ สน ស្នង สฺนง /snɑːŋ/ สนอง
ស្ប สฺป /sɓ/ สบ ស្បថ สฺปถ /sɓɑt/ สบ็อด
ស្រ สฺร /sr/ สร ស្រុក สฺรุก /srok/ สรก
ស្ល สฺล /sl/ สล ស្លប สฺลป /slɑːp/ สลอบ
ស្វ สฺว /sʋ/ สว ស្វាយ สฺวาย /sʋaːj/ สวาย

ในการเขียนทับศัพท์พยัญชนะควบกับสระที่รูปในภาษาไทยต้องเขียนสระวางหน้าเช่น "เ แ โ" ให้วางตัวแรกไว้หน้าสระ เช่น ស្ពក "สโปก" ល្ងាច "ลเงียจ" ยกเว้นถ้าตัวหลังเป็น "ร ล" ให้เขียนอยู่ข้างหลังสระทั้งคู่ ตามความเคยชินของภาษาไทย เช่น ព្រម "โปรม" ភ្លើង "เพลิง"


ข้อยกเว้น: พยัญชนะควบที่เสียงอ่านเปลี่ยนไป

พยัญชนะควบมีบางคู่ที่ควบกันแล้วออกเสียงต่างไปจากเดิม ต้องระวังเพิ่ม อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนเสียงนี้เกิดขึ้นในการพูดจริงในภาษาพูดในชีวิตประจำวัน ในพจนานุกรมได้ระบุเสียงอ่านที่เปลี่ยนไป แต่ในการใช้งานจริงอาจมีความต่างไปตามสำเนียงหรือโอกาส จึงมีทั้งการออกเสียงตรงตามอักษรเดิมและเสียงที่เปลี่ยนไปดังที่จะแสดงต่อไปนี้ปนกันอยู่ การถอดเสียงในที่นี้จะแสดงตาม IPA ที่ปรากฏในพจนานุกรม แต่ในการใช้งานจริงอาจเลือกเขียนเสียงอ่านตามเสียงของอักษรเดิมโดยตรง

การเปลี่ยนแปลงก็พอจะมีกฎให้จำได้อยู่ก็คือ กลุ่มพยัญชนะที่ออกเสียง ก จ ต ป ซึ่งเป็นเสียงไม่พ่นลม เมื่อควบกับ ន (น) ម (ม) ល (ล) វ (ว) จะกลายเป็นเสียงพ่นลม ค ช ท พ 

อักษร รูป IPA เสียง ตัวอย่าง
ประกอบ
จาก
รวม
เป็น
คำ รูป IPA เสียง
ក្ន กฺน /kʰn/ คน ក្នុង กฺนุง /kʰnoŋ/ คนง
ក្ម กฺม /kʰm/ คม ក្មេង กฺเมง /kʰmeːŋ/ คเมง
ក្ល กฺล /kʰl/ คล ក្លែង กฺแลง /kʰlaeŋ/ แคลง
ក្វ กฺว /kʰʋ/ คว ក្វាតេម៉ាឡា กฺวาเตมาฬา /kʰʋaː.teː.maː.laː/ ควาเตมาลา
គ្ន คฺน /kʰn/ คน គ្នា คฺนา /kʰniə/ คเนีย
គ្ល คฺล /kʰl/ คล គ្លុយកូស คฺลุยกูส /kʰluj.kouh/ คลุยโกห์
គ្វ คฺว /kʰʋ/ คว គ្វាម คฺวาม kʰʋiəm คเวียม
ច្ន จฺน /cʰn/ ชน ច្នៃ จฺไน /cʰnaj/ ชไน
ជ្វ ชฺว /cʰʋ/ ชว ជ្វា ชฺวา /cʰʋiə/ ชเวีย
ត្ន ตฺน /tʰm/ ทน ត្នោត ตฺโนด /tʰnaot/ ทนาวด์
ត្ម ตฺม /tʰm/ ทม ត្មាត ตฺมาต /tʰmaːt/ ทมาด
ត្ល ตฺล /tʰl/ ทล ត្លុក ตฺลุก /tʰlok/ ทลก
ត្វ ตฺว /tʰʋ/ ทว ត្វា ตฺวา /tʰʋaː/ ทวา
ទ្វ ทฺว /tʰʋ/ ทว ទ្វយវាទ ทฺวยวาท /tʰʋĕəʔ.jĕəʔ.ʋiət/ ทเวียะเยียะเวียด
ប្ល ปฺล /pʰl/ พล ប្លែង ปฺแลง /pʰlaeŋ/ แพลง
ព្ន พฺน /pʰn/ พน ព្នង พฺนง /pʰnɔːŋ/ พโนง

กรณีข้างต้นเป็นหลักที่จำไปใช้ได้ แต่ก็มีบางส่วนที่เปลี่ยนเป็นเสียงพ่นลม แม้จะไม่ได้ตามด้วย ន (น) ម (ม) ល (ล) វ (ว) ต้องมาจำเพิ่ม

อักษร รูป IPA เสียง ตัวอย่าง
ประกอบ
จาก
รวม
เป็น
คำ รูป IPA เสียง
ក្ទ กฺท /kʰt/ คต ក្ទម្ព กฺทมฺพ /kʰtɔːm/ คโตม
ក្ស กฺส /kʰs/ คส ក្សេម เกฺสม /kʰseːm/ คเสม
ព្ក พฺก /pʰk/ พก ព្កុល พฺกุล /pʰkol/ พกล
ព្យ พฺย /pʰj/ พย ព្យុះ พฺยุะห์ /pʰjuh/ พยุห์

ในทางกลับกัน มีคำที่ตัวหน้าเดิมเป็นเสียงพ่นลม แต่ควบแล้วออกเสียงไม่พ่นลม เกิดขึ้นในบางคู่ควบ ยังไม่มีหลักการจำแน่นอน

อักษร รูป IPA เสียง ตัวอย่าง
ประกอบ
จาก
รวม
เป็น
คำ รูป IPA เสียง
ផ្ដ ผฺฏ /pɗ/ ปด ផ្ដើម ผฺเดีม /pɗaəm/ ปดาม
ផ្រ ผฺร /pr/ ปร ផ្រូក្រាមមីង ผฺรูกฺรามมีง /prouk.raːm.miːŋ/ โปรกรามมิง
ផ្អ ผฺอ /pʔ/ ปอ ផ្អប ผฺอป /pʔɑːp/ ปออบ
ភ្រ ภฺร /pr/ ปร ភ្រូណ ภฺรูณ /pruːn/ ปรูน

นอกจากนี้ยังมีกรณี ខ្យ (ขฺย) ซึ่งพิเศษตรงที่มีการเปลี่ยนเสียงตัวหลังจาก /j/ "ย" กลายเป็น /c/ "จ" หรือ /s/ "ส" ในพจนานุกรมก็เขียนแสดงเสียงอ่านไว้หลายแบบ มีทั้งแค่เปลี่ยนตัวหน้าเป็นเสียง "ก" 

คำ รูป IPA เสียง
ខ្យង ขฺยง /kjɑːŋ/ ~ /kʰcɑːŋ/ กยอง ~ คจอง
ខ្យល់ ขฺยล่ /kjɑl/ ~ /kʰcɑl/ ~ /kʰsɑl/ กย็อล ~ คจ็อล ~ คส็อล


อักษร ដ กับ ត นั้นเมื่อเป็นตัวเชิงจะหน้าตาเหมือนกัน บ่อยครั้งจึงอาจพิมพ์ได้ ๒ แบบ เช่น ក្ដ (กฺฏ) นั้นอาจพิมพ์ด้วย ក กับ ត แต่ก็ได้เป็น ក្ត ซึ่งดูเผินๆแล้วหน้าตาเหมือนกัน แยกแยะไม่ออก ดังนั้นเวลาเห็นอักษรจึงไม่อาจแน่ใจได้ทันที่ว่าอ่านว่ายังไง ต้องจำเป็นคำไป ในบทความนี้จะพิมพ์ด้วย ដ (ฏ) เมื่อออกเสียง "ด" และพิมพ์ด้วย ត (ต) เมื่อออกเสียง "ต"

ตัวอย่างคำควบที่ตัวที่สองเป็น ដ (ฏ) หรือ ត (ต)

อักษร รูป IPA เสียง ตัวอย่าง
ประกอบ
จาก
รวม
เป็น
คำ รูป IPA เสียง
ក្ដ กฺฏ /kɗ/ กด ក្ដក់ กฺฏก่ /kɗɑk/ กด็อก
ផ្ដ ผฺฏ /pɗ/ ปด ផ្ដល់ ผฺฏล่ /pɗɑl/ ปด็อล
ម្ដ มฺฏ /mɗ/ มด ម្ដង มฺฏง /mɗɑːŋ/ มดอง
ស្ដ สฺฏ /sɗ/ สด សួស្ដី สัวสฏี /suə.sɗəj/ สัวสเด็ย
ស្ត สฺต /st/ สต ស្តង់ สฺตง่ /stɑŋ/ สต็อง
ត្រ ស្ត្រ สฺตฺร /str/ สตร ស្ត្រី สฺตฺรี /strəj/ สเตร็ย

จะเห็นว่าส่วนใหญ่จะเป็นเสียง /t/ "ต" แค่เมื่อตามหลัง ស (ส) เป็นหลัก ส่วนในกรณีอื่นมักจะเป็นเสียง /ɗ/ "ด"



ข้อยกเว้น: อักษรนำและคำควบไม่แท้

ภาษาเขมรมีการใช้อักษร ห นำ เหมือนภาษาไทย กล่าวคือพยัญชนะควบที่ขึ้นต้นด้วย ហ (ห) จะไม่ออกเสียง ห แต่ว่า ហ ในที่นี้ทำให้เกิดการเปลี่ยนกลุ่ม (เช่นเดียวกับที่ในภาษาไทยทำให้เปลี่ยนเป็นอักษรสูง) และนอกจาก ហ นำแล้วก็ยังมีตัวอื่นนำที่ไม่ออกเสียงด้วย คำพวกนี้ล้วนใช้อยู่แค่จำกัด โดยทั้งหมดเป็นคำที่ไม่ใช่คำเขมรแท้แต่มาจากภาษาอื่น รวมถึงจากภาษาไทยก็มี

อักษร รูป IPA เสียง ตัวอย่าง
ประกอบ
จาก
รวม
เป็น
คำ รูป IPA เสียง
ដ្ឋ ฏฺฐ /tʰ/ ដ្ឋាន ฏฺฐาน /tʰaːn/ ทาน
ហ្ន หฺน /n/ ហ្នាំង หฺนำง /naŋ/ นัง
ហ្ម หฺม /m/ ហ្មង หฺมอง /mɑːŋ/ มอง
ហ្ល หฺล /l/ ហ្លួង หฺลัวง /luəŋ/ ลวง
ហ្វ หฺว /ʋ/ ចាងហ្វាង จางหฺวาง /caːŋ.ʋaːŋ/ จางวาง
អ្ន อฺน /n/ អ្នក อฺนก /nĕək/ เนียก



พยัญชนะควบที่ให้เสียงใหม่


มีอักษรบางคู่ที่ผสมกันแล้วได้เสียงใหม่ ซึ่งเอาไว้ใช้กับคำภาษาต่างประเทศเพื่อแทนเสียงพยัญชนะที่ไม่มีในภาษาเขมรเดิม ทั้งหมดสร้างขึ้นจาก ហ (ห)

อักษร รูป IPA เสียง ตัวอย่าง
ประกอบ
จาก
รวม
เป็น
คำ รูป IPA เสียง
ហ្គ หฺค /ɡ/ ហ្គាស หฺคาส /ɡaːh/ กาห์
ហ្វ หฺว /f/ កាហ្វេ กาเหฺว /kaː.feː/ กาเฟ
ហ្វ ហ្វ្រ หฺวฺร /fr/ ฟร ហ្វ្រង្ក หฺวฺรงฺก /frɑŋ/ ฟร็อง
ហ្ស หฺส /z/ ភីហ្សា ภีหฺสา /pʰiː.zaː/ พีซา

ในที่นี้ ហ្វ มีทั้งที่ออกเสียง "ว" ตามเดิม และที่ออกเสียงกลายเป็น "ฟ" แล้วแต่คำ

เสียง "ฟ" นั้นมีอยู่ในภาษาไทยจึงทับศัพท์ตามนั้นได้เลย ส่วนเสียง ហ្គ (หฺค) เหมือน g ในภาษาอังกฤษ ทับศัพท์เป็น "ก" และ ហ្ស (หฺส) เหมือน z ในภาษาอังกฤษ ก็ทับศัพท์เป็น "ซ"



ตัวสะกด

พยัญชนะในภาษาเขมรจะทำหน้าที่เป็นตัวสะกดเมื่อวางอยู่หลังสระ เช่นเดียวกับในภาษาไทย และมีพยัญชนะหลายตัวที่เป็นตัวสะกดแล้วออกเสียงเหมือนกัน หรือต่างไปจากเมื่อเป็นพยัญชนะต้น

เสียงตัวสะกดในภาษาเขมรเขียนสรุปได้ดังนี้

IPA ทับศัพท์ อักษร
/k/~/ʔ/ ក (ก) ខ (ข) គ (ค) ឃ (ฆ)
/ŋ/ ង (ง)
/c/ ច (จ) ជ (ช)
/ɲ/ ញ (ญ)
/t/ ដ (ฏ) ឌ (ฑ) ឍ (ฒ) ត (ต) ថ (ถ) ទ (ท) ធ (ธ)
/n/ ណ (ณ) ន (น)
/p/ ប (ป) ព (พ) ភ (ภ)
/m/ ម (ม)
/j/ យ (ย)
/l/ ល (ล) และ រ (ร) บางส่วน
/w/ វ (ว)
/h/ ห์ ស (ส)
ไม่ออกเสียง រ (ร) ส่วนใหญ่
ไม่พบการใช้ ឆ (ฉ) ឈ (ฌ) ឋ (ฐ) ផ (ผ) ហ (ห) ឡ (ล) អ (อ)

โดยรวมแล้วก็คล้ายกับภาษาไทย แต่ว่ามีความหลากหลายมากกว่า เช่น จ กับ ญ ไม่ได้กลายเป็น ด กับ น เหมือนอย่างในภาษาไทย ล ก็ออกเป็นเสียงตัวสะกดนึงชัดเจน

แต่ที่เด่นชัดก็คือ ស (ส) กลายเป็นเสียง /h/ คือกลายเป็นเสียงพ่นลมจากคอ ซึ่งต่างไปจากรูปเดิมมาก เวลาทับศัพท์ให้ใช้เป็นตัวการันต์ "ห์" เสมอเพราะในภาษาไทยไม่มีการใช้ "ห" เป็นตัวสะกด

ส่วน រ (ร) นั้นจะไม่ออกเสียงเลยในคำส่วนใหญ่ แต่จะมีข้อยกเว้นในบางคำที่ออกเสียง /l/ เหมือน ល (ล) ได้ด้วย รายละเอียดพร้อมตัวอย่างจะไปอธิบายแยกเป็นหัวข้อ

ตัวอย่างการใช้แต่ละอักษรเป็นตัวสะกด

อักษร รูป IPA เสียง ตัวอย่าง
คำ รูป IPA เสียง
/k/ ចុក จุก /cok/ จก
មុខ มุข /muk/ มุก
ជោគ โชค /coːk/ โจก
មេឃ เมฆ /meik/ เมก
/ŋ/ លេង เลง /leiŋ/ เลง
/c/

កាច กาจ /kaːc/ กาจ
ពូជ พูช /puːc/ ปูจ
/ɲ/ គិញ คิญ /kɨɲ/ เกิญ
/t/ ប្រាកដ ปฺรากฏ /praːkɑt/ ปราก็อด
គ្រុឌ คฺรุฑ /krut/ กรุด
អាសាឍ อาสาฒ /ʔaːsaːt/ อาสาด
/n/ ប្រាណ ปฺราณ /praːn/ ปราน
/t/ កាត กาต /kaːt/ กาด
រថ รถ /rŭət/ รวด
ចោទ โจท /caot/ จาวด์
ពុធ พุธ /put/ ปุด
/n/ កិន กิน /kən/ เกิน
/p/ កាប กาป /kaːp/ กาบ
ជីព ชีพ /ciːp/ จีบ
លាភ ลาภ /liəp/ เลียบ
/m/ កាម กาม /kaːm/ กาม
/j/ កាយ กาย /kaːj/ กาย
/l/ កណ្ដាល กันดาล /kɑnɗaːl/ ก็อนดาล
/w/ កែវ แกว /kaew/ แกว
/h/ កោស โกส /kaoh/ กาวห์

บางสระเมื่อเขียนเป็นภาษาไทยจะมี "ว" ต่อท้ายอยู่ ในกรณีนี้เมื่อต้องใส่ตัวสะกดก็ให้ใส่เป็นตัวการันต์



ข้อยกเว้น: ตัวสะกดแม่กก

สำหรับตัวสะกดแม่กกนั้นที่จริงแล้วเมื่อตามหลังสระส่วนหนึ่ง ได้แก่ /ɑ/ /ɑː/ /ɔː/ /a/ /aː/ /iə/ /uə/ จะไม่ออกเสียงเป็นแม่กกชัดเจนในภาษาพูด แต่จะกร่อนเป็นเสียงกักเส้นเสียง /ʔ/ อย่างไรก็ตาม ในการออกเสียงแบบเป็นทางการยังคงออกเสียงเป็นแม่กกอยู่ จึงถือว่าอ่านได้ทั้ง ๒ แบบ

ตัวอย่างคำพร้อมแสดงการอ่าน ๒ แบบ

สระ คำ รูป IPA เสียง
/ɑ/ សក់ สก่ /sɑk/ ~ /sɑʔ/ ส็อก ~ เสาะ
/ɑː/ កក กก /kɑːk/ ~ /kɑːʔ/ กอก ~ กออ์
/ɔː/ មក มก /mɔːk/ ~ /mɔːʔ/ โมก ~ โมอ์
/a/ ស័ក สัก /sak/ ~ /saʔ/ สัก ~ สะ
/aː/ ចាក จาก /caːk/ ~ /caːʔ/ จาก ~ จาอ์
/iə/ ភាគ ภาค /pʰiək/ ~ /pʰiəʔ/ เพียก ~ เพียะ
ក្លៀក เกฺลียก /kʰliək/ ~ /kʰliəʔ/ เกลียก ~ เกลียะ
/uə/ មួក มวก /muək/ ~ /muəʔ/ มวก ~ มัวะ

คำเหล่านี้เมื่อดูตามพจนานุกรม เช่นของ wiktionary ก็อาจพบว่าเขียนเป็น /ʔ/ อย่างไรก็ตามในที่นี้จะขอใช้เป็น /k/ อย่างเดียว และจะเขียนทับศัพท์ถอดเสียงเป็นแม่กกทั้งหมด เพื่อความง่าย



ข้อยกเว้น: ตัวสะกด រ (ร)

ตัว រ (ร) เมื่อเป็นตัวสะกดปกติแล้วจะไม่ออกเสียง ในกรณีส่วนใหญ่จึงอาจแค่อ่านข้ามตัวนี้ไปเลยก็ได้ แต่อย่างไรก็ตาม ในบางคำก็เป็นข้อยกเว้น มีการออกเสียงเป็นตัวสะกดเสียง /l/ "ล" และบางคำก็ออกเสียงได้ ๒ แบบทั้งออกเสียง /l/ "ล" หรือไม่อ่าน แต่เสียงสระเปลี่ยนไป ต้องมาจำเป็นข้อยกเว้น

ตัวอย่างคำที่เป็นข้อยกเว้น

คำ รูป IPA เสียง
កុរ กุร /kol/ ~ /kao/ กล ~ กาว
កណ្ដុរ กณฺดุร /kɑn.ɗol/ ~ /kɑn.ɗao/ ก็อนดล ~ ก็อนดาว
ខ្នុរ ขฺนุร /kʰnol/ ~ /kʰnao/ คนล ~ คนาว
ខ្ពុរ ขฺพุร /kʰpul/ ~ /kʰpuː/ คปุล ~ คปู
ហឹរ หึร /həl/ ~ /haə/ เหิล ~ หา
អសុរ อสุร /ʔaʔ.sol/ ~ /ʔaʔ.soʔ/ ~ /ʔaʔ.so.raʔ/ อะสล ~ อะโสะ ~ อะโสะระ



ตัวสะกดซ้อน

ตัวสะกดภาษาเขมรอาจอยู่ในรูปของพยัญชนะซ้อน กล่าวคือใช้อักษรวางไว้ข้างล่างในรูปตัวเชิง คล้ายกับกรณีเสียงพยัญชนะควบ แต่ว่าในกรณีนี้ตัวเชิงจะไม่ออกเสียงเลย แค่ใส่เอาไว้เพื่อรักษารากศัพท์สำหรับคำยืมจากภาษาอื่นโดยเฉพาะภาษาบาลี-สันสกฤต

ตัวอย่างคำ

คำ รูป IPA เสียง
យក្ស ยกฺส /jĕək/ เยียก
វគ្គ วคฺค /ʋĕək/ เวียก
សង្ឃ สงฺฆ /sɑŋ/ ส็อง
កិច្ច กิจฺจ /kəc/ เกิจ
ឯករាជ្យ เอกราชฺย /ʔae.kaʔ.riəc/ แอกะเรียจ
ហិរញ្ញ หิรญฺญ /he.raɲ/ เหรัญ
កនិដ្ឋ กนิฏฺฐ /kaʔ.nɨt/ กะเนิด
អភិវឌ្ឍ อภิวฑฺฒ /ʔaʔ.pʰi.ʋŏət/ อะพิววด
កណ្ឌ กณฺฑ /kan/ กัน
ក្សត្រ กฺสตฺร /kʰsat/ คสัด
ពាទ្យ พาทฺย /piət/ เปียด
មន្ត มนฺต /mŭən/ มวน
ប្រញប្ត ปฺรญปฺต /prɑ.ɲap/ เปราะญับ
ប្រារព្ធ ปฺรารพฺธ /praː.rup/ ปรารุป
គុម្ព คุมฺพ /kum/ กุม
អសង្ខេយ្យ อสงฺเขยฺย /ʔaʔ.sɑŋ.kʰaj/ อะส็องไค
គ្រិស្ត คริสฺต /krɨh/ เกรอะห์

มีข้อยกเว้นคำเดียวที่ออกเสียงตัวเชิงแทน

คำ รูป IPA เสียง
ព្រហ្ម พฺรหฺม /prum/ ปรุม

อาจมี រ (ร) ซ้อนเป็นตัวที่ ๓ ได้

คำ รูป IPA เสียง
ភក្ត្រ ภกฺตฺร /pʰĕək/ เพียก
មន្ត្រ มนฺตฺร /mŭən/ มวน
ព្រះចន្ទ្រ พฺระห์จนฺทฺร /prĕəh can/ เปรียห์จัน
សាស្ត្រ สาสฺตฺร /saːh/ สาห์

ถ้าคำไหนมีตัวสะกดตัวที่ ๓ ที่ไม่ใช่ រ (ร) จะไม่ซ้อนลงไปอีก แต่เขียนแยกแล้วใช้ไม้ทัณฑฆาตเพื่อฆ่าเสียงแทน



พยัญชนะตามหลังควรอ่านเป็นตัวสะกดหรือว่าพยางค์แยก

พยัญชนะที่ตามหลังเสียงสระมักทำหน้าที่เป็นตัวสะกด แต่ก็ไม่เสมอไป ในศัพท์บางคำ โดยเฉพาะที่มาจากภาษาบาลี-สันสกฤต พยัญชนะที่ตามท้ายอาจอ่านแยกเป็นอีกพยางค์ โดยพยางค์ที่เพิ่มเข้ามานั้น

- ถ้าเป็นกลุ่มออจะออกเสียง /aʔ/ "อะ"
- ถ้าเป็นกลุ่มโอจะออกเสียง /ĕəʔ/ "เอียะ" เป็นส่วนใหญ่แต่ก็มีบางส่วนออกเสียง /aʔ/ "อะ" หรืออ่านได้ ๒ แบบ

และในบางคำอาจพบการอ่านทั้งแบบเป็นตัวสะกดและแบบเป็นพยางค์แยก ขึ้นอยู่กับความเป็นทางการในการพูด

ตัวอย่างคำที่พบการอ่านทั้ง ๒​ แบบ

คำ รูป พูดทั่วไป ทางการ
IPA เสียง IPA เสียง
កម្ម กมฺม /kam/ กัม /kɑm.mĕəʔ/
/kɑm.maʔ/
กัมเมียะ
กัมมะ
យស ยส /juəh/ ยัวห์ /juəh.saʔ/ ยัวห์สะ
គុណ คุณ /kun/ กุน /kun.naʔ/ กุนนะ
បុរាណ ปุราณ /ɓo.raːn/ โบะราน /ɓo.raː.naʔ/ โบะรานะ
នាម นาม /niəm/ เนียม /niə.mĕəʔ/ เนียเมียะ

คำที่เป็นตัวสะกดซ้อนก็อาจมีการออกเสียงตัวที่ซ้อนอยู่แยกเป็นอีกพยางค์

คำ รูป พูดทั่วไป ทางการ
IPA เสียง IPA เสียง
ពុទ្ធ พุทฺธ /put/ ปุด /put.tʰĕəʔ/ ปุดเทียะ
ហត្ថ หตฺถ /hat/ หัด /hat.tʰaʔ/ หัดทะ
រង្គ รงฺค /rŭəŋ/ รวง /rŭəŋ.kĕəʔ/ รวงเกียะ
ព័ន្ធ พันฺธ /pŏən/ ปวน /pŏən.tʰĕəʔ/ ปวนเทียะ

จะอ่านเป็นตัวสะกดหรือเป็นพยางค์แรกนั้นแล้วแต่คำ ไม่มีหลักแน่นอน ต้องอาศัยจำเอาเป็นคำไป อย่างไรก็ตาม ในบางคำที่มีการแยกพยางค์ ได้มีการใช้เครื่องหมายยุคลพินทุ (យុគលពិន្ទុ) ៈ เพื่อบอกการแยกเป็นอีกพยางค์ชัดเจน

เครื่องหมายนี้หน้าตาคล้ายสระอะในภาษาไทย ดังนั้นเวลาถอดรูปก็ถอดเป็น ะ ด้วย แต่เสียงอาจเป็น /aʔ/ "อะ" หรือ /ĕəʔ/ "เอียะ" ขึ้นอยู่กับกลุ่มอักษร

คำ รูป IPA เสียง
មំសៈ มํสะ /mĕəŋ.saʔ/ เมียงสะ
ធុរៈ ธุระ /tʰu.rĕəʔ/ ทุเรียะ
យោគៈ โยคะ /joː.kĕəʔ/ โยเกียะ

บางคำก็พบทั้งการเขียนโดยมียุคลพินทุและไม่มี ซึ่งก็ความหมายไม่ต่างกัน กรณีนี้แยกเสียงอ่านได้ชัดเจน

ไม่ใส่  ៈ  ใส่  ៈ 
คำ รูป IPA เสียง คำ รูป IPA เสียง
ភារ  ภาร /pʰiə/ เพีย ភារៈ ภาระ /pʰiə.rĕəʔ/ เพียเรียะ
គណ  คณ /kŭən/ กวน គណៈ คณะ /kĕəʔ.naʔ/ เกียะนะ
ឋាន ฐาน /tʰaːn/ ทาน ឋានៈ ฐานะ /tʰaː.naʔ/ ทานะ
ជីវ  ชีว /ciːw/ จีว ជីវៈ ชีวะ /ciː.ʋĕəʔ/ จีเวียะ

แต่ยุคลพินทุนี้มีการใช้แค่ในบางคำเท่านั้น ต่อให้ไม่ใส่ก็อาจออกเสียงพยางค์แยกอยู่ดี ดังนั้นถ้าเห็นยุคลพินทุก็แน่ใจได้ว่าอ่านแยกพยางค์ก็จริง แต่ถ้าไม่เห็นก็อาจอ่านได้ทั้ง ๒ แบบ ต้องมาจำอยู่ดี



คำสองพยางค์แบบซ้อนพยัญชนะ

ในภาษาเขมรมีคำ ๒ พยางค์จำนวนมากที่พยางค์แรกมีตัวสะกด แล้วมีพยัญชนะวางด้านล่างเป็นตัวเชิงทำหน้าที่เป็นพยัญชนะต้นของพยางค์ถัดไป

กรณีที่ไม่มีสระยุคลพินทุวางต่อเราจะไม่อาจรู้ได้ชัดว่าพยัญชนะตัวเชิงนั้นออกเสียงเป็นอีกพยางค์หรือไม่ แต่ถ้ามีสระอยู่ก็จะแน่ชัดว่าต้องอ่านออกเสียงเป็นพยางค์แยก

คำ รูป IPA เสียง
បញ្ញា ปัญฺญา /paɲ.ɲaː/ ปัญญา
វុឌ្ឍី วุฑฺฒี /ʋut.tʰiː/ วุดที
កន្ត្រៃ กนฺตฺไร /kɑn.traj/ กันไตร
បន្ទាល់ ปนฺทาล่ /ɓɑn.tŏəl/ บ็อนตวล
បុប្ផា ปุปฺผา /ɓop.pʰaː/ บบพา
ចិញ្ចឹម จิญฺจึม /cəɲ.cəm/ เจิญเจิม
ទូន្មាន ทูนฺมาน /tuːn.miən/ ตูนเมียน

ในบางคำ พยัญชนะตัวแรกอาจออกเสียงเป็นทั้งตัวสะกดและเป็นเสียงควบในพยางค์หลังไปด้วยในตัว แต่จะเกิดขึ้นในคำไหนก็ต้องมาจำ และบางคำก็อาจอ่านได้ ๒ แบบด้วย

คำ รูป IPA เสียง
អនិទ្រា อนิทฺรา /ʔaʔ.nɨt.triə/ อะเนิดเตรีย
ឧក្រិដ្ឋ อุกฺริฏฺฐ /ʔok.krət/ อกเกริด
សត្រូវ สตฺรูว /sat.trəw/ สัดเตริว
ចត្វ័ង្ស จตฺวังฺส /cat.tʰʋaŋ/ จัดทวัง

ข้อควรระวังคือเมื่อพยางค์แรกมีพยัญชนะต้นเป็นพยัญชนะกลุ่มออ และตัวเชิงที่ออกเสียงเป็นพยางค์หลังนั้นเป็น ង (ง) ញ (ญ) ន (น) ម (ม) យ (ย) រ (ร) ល (ล) វ (ว) แม้ว่าพยัญชนะเหล่านี้จะเป็นกลุ่มโอ แต่ก็จะออกเสียงสระเหมือนเป็นกลุ่มออไปด้วย เช่น

คำ รูป IPA เสียง
កន្លែង กนฺแลง /kɑn.laeŋ/ ก็อนแลง
កម្រ กมฺร /kɑm.rɑː/ ก็อมรอ
ចង្វាក់ จงฺวาก่ /cɑŋ.ʋak/ จ็องวัก
ចន្លោះ จนฺเลาะห์ /cɑn.lɑh/ จ็อนเลาะห์
ចម្លង จมฺลง /cɑm.lɑːŋ/ จ็อมลอง
សញ្ញា สญฺญา /saɲ.ɲaː/ สัญญา
សន្លប់ สนฺลป่ /sɑn.lɑp/ ส็อนล็อบ
សម្រង់ สมฺรง่ /sɑm.rɑŋ/ ส็อมร็อง

อย่างไรก็ตาม ก็มีข้อยกเว้นอยู่แค่ ๗ คำ ซึ่งไม่เปลี่ยนกลุ่มเสียงไปด้วย

คำ รูป IPA เสียง
អន្លើ อนฺเลี /ʔɑn.ləː/ อ็อนเลอ
អន្លង់ อนฺลง่ /ʔɑn.lŭəŋ/ อ็อนลวง
អន្លក់ อนฺลก่ /ʔɑn.lŭək/ อ็อนลวก
អង្រុត องฺรุต /ʔɑn.rut/ อ็องรุด
អង្រែ องฺแร /ʔɑŋ.rɛː/ อ็อนแร
អង្រឹង องฺรึง /ʔɑŋ.rɨŋ/ อ็องเริง
អម្រែក อมฺแรก /ʔɑm.rɛːk/ อ็อมแรก


นอกจากนี้ก็มีกรณีพิเศษของ ព្វ (พฺว) ที่พบในคำภาษาบาลี-สันสกฤต ซึ่งคำพวกนี้มีรูปเดิมสะกดด้วย "พ" อยู่แล้ว ดังนั้นแม้ปัจจุบันจะเขียนด้วยตัวเชิงของ វ (ว) ก็ออกเสียงเป็น "ป"

คำ รูป IPA เสียง
និព្វាន นิพฺวาน /nip.piən/ นิปเปียน
បុព្វេ ปุพฺเว /ɓop.pei/ บปเป
ផោដ្ឋព្វៈ โผฏฐพฺวะ /pʰaot.tʰap.pĕəʔ/ พาวด์ทับเปียะ



ไม้ทัณฑฆาต

ในภาษาเขมรมีการใช้ไม้ทัณฑฆาต (ទណ្ឌឃាដ) วางบนพยัญชนะเพื่อฆ่าเสียงพยัญชนะคล้ายในภาษาไทย และอาจวางบนสระซึ่งจะฆ่าทั้งเสียงสระไปด้วย

ตัวอย่างการใช้

คำ รูป IPA เสียง
កុង្សីយ៍ กุงฺสีย์ /koŋ.səj/ กงเส็ย
កេរ្តិ៍ เกรฺติ์ /keː/ เก
ក្សត្រិយ៍ กสตฺริย์ /kʰsat/ คสัด
គេហ៍ เคห์ /kei/ เก
តែមប្រិ៍ แตมปฺริ์ /taem/ แตม
ថ្ងៃព្រហស្បតិ៍ ทฺไงพฺรหสฺปดิ์ /tʰŋaj prɔ.hŏəh/ ทไงเปราะหัวห์
ថ្ងៃសៅរ៍ ทฺไงเสาร์ /tʰŋaj saw/ ทไงเสา
ពោធិ៍ โพธิ์ /poː/ โป
ព្យាករណ៍ พฺยากรณ์ /pʰjiə.kɑː/ พเยียกอ
ព្យាធិ៍ พยาธิ์ /pʰjiət/ พเยียด
វ៉ាលីស៍ วาลีส์ /ʋaː.liː/ วาลี
សេនីយ៍ เสนีย์ /seː.nəj/ เสเน็ย
អភិវឌ្ឍន៍ อภิวฑฺฒน์ /ʔaʔ.pʰi.ʋŏət/ อะพิววด

ไม้ทัณฑฆาตในภาษาเขมรมีการใช้น้อยกว่าในภาษาไทย เนื่องจากการวางพยัญชนะซ้อนเป็นตัวเชิงก็เป็นการฆ่าเสียงอยู่แล้ว จึงมักใช้เมื่อมีพยัญชนะซ้อน ๓ ตัวขึ้นไปเป็นหลัก



สระจม

ในภาษาเขมรมีรูปสระอยู่ ๒​ แบบคือสระจม และสระลอย สำหรับสระลอยนั้นจะกล่าวถึงภายหลังในหัวข้อถัดไป ส่วนในหัวข้อนี้จะกล่าวถึงสระจมซึ่งเป็นรูปแบบของสระที่คุ้นเคยเพราะวางอยู่กับพยัญชนะเหมือนในภาษาไทย

สระในภาษาเขมรนั้นแต่ละตัวจะมีเสียงอ่านอยู่ ๒ แบบ ซึ่งจะต่างกันตามพยัญชนะต้น โดยขึ้นกับว่าเป็นพยัญชนะกลุ่มออหรือกลุ่มโอ

ในตารางต่อไปนี้จะแสดงสระต่างๆที่มีในภาษาเขมร โดยแสดงเสียงอ่านทั้ง ๒ กรณี พร้อมยกตัวอย่าง โดยบางสระยังมีเสียงอ่านเปลี่ยนไปเมื่อมีตัวสะกดด้วย กรณีนี้จะเขียนแยกให้เห็นด้วย นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นที่ทำให้สระเปลี่ยนอีก ซึ่งจะอธิบายถึงต่อไป

อักษร รูป กลุ่ม IPA เสียง ตัวอย่าง
คำ รูป IPA เสียง
อา ออ /aː/ อา
อา■
ថា
ចាក
ถา
จาก
/tʰaː/
/caːk/
ทา
จาก
โอ /iə/ เอีย
เอีย■
ជា
រាប
ชา
ราป
/ciə/
/riəp/
เจีย
เรียบ
อิ ออ /e/ เอะ កតិកា กติกา /kaʔ.te.kaː/ กะเตะกา
/ə/ เอิ■ បិទ ปิท /ɓət/ เบิด
โอ /i/ อิ ពិសា พิสา /pi.saː/ ปิสา
/ɨ/ เอิ■ ជិត ชิด /cɨt/ เจิด
อี ออ /əj/ เอ็ย ដី ฏี /ɗəj/ เด็ย
/ə/ เอิ■ សីល สีล /səl/ เสิล
โอ /iː/ อี
อี■
ទី
ជីក
ที
ชีก
/tiː/
/ciːk/
ตี
จีก
อึ ออ /ə/ เอิ■ ដឹក ฏึก /ɗək/ เดิก
โอ /ɨ/ เอิ■ ទឹក ทึก /tɨk/ เติก
อื ออ /əɨ/ เออ
เอิ■
កឺ
ហឺត
กื
หืต
/kəɨ/
/həɨt/
เกอ
เหิด
โอ /ɨː/ อือ
อื■
ឈឺ
យឺត
ฌื
ยืด
/cʰɨː/
/jɨːt/
ชือ
ยืด
อุ ออ /o/ โอะ
อ■
ឧតុ
ចុង
อุตุ
จุง
/ʔu.toʔ/
/coŋ/
อุโตะ
จง
โอ /u/ อุ
อุ■
ធនុ
គុណ
ธนุ
คุณ
/tʰĕəʔ.nuʔ/
/kun/
เทียะนุ
กุน
อู ออ /ou/ โอ
โอ■
ថូ
កូន
ถู
กูน
/tʰou/
/koun/
โท
โกน
/ə/ เอิ■ សូវ สูว /səw/ เสิว
โอ /uː/ อู
อู■
គូ
ងូត
คู
งูต
/kuː/
/ŋuːt/
กู
งูด
/ɨ/ เอิ■ នូវ นูว /nɨw/ เนิว
อัว ออ /uə/ อัว
อว■
តួ
ខួប
ตัว
ขัวป
/tuə/
/kʰuəp/
ตัว
ควบ
โอ ជួ
ជួយ
ชัว
ชัวย
/cuə/
/cuəj/
จัว
จวย
เออ ออ /aə/ อา
อา■
បើ
កើត
เบี
เกีด
/ɓaə/
/kaət/
บา
กาด
โอ /əː/ เออ
เอิ■
ឈើ
ជើង
เฌี
เชีง
/cʰəː/
/cəːŋ/
เชอ
เจิง
เอือ ออ /ɨə/ เอือ
เอือ■
តឿ
តឿន
เตือ
เตือน
/tɨə/
/tɨən/
เตือ
เตือน
โอ ជឿ
រឿង
เชือ
เรือง
/cɨə/
/rɨəŋ/
เจือ
เรือง
เอีย ออ /iə/ เอีย
เอีย■
បៀ
ខៀវ
เบีย
เขียว
/ɓiə/
/kʰiəw/
เบีย
เคียว
โอ ទៀ
ទៀត
เตีย
เตียด
/tiə/
/tiət/
เตีย
เตียด
เอ ออ /eː/ เอ
เอ■
សេ
ចេក
เส
เจก
/seː/
/ceːk/
เส
เจก
โอ /ei/ เอ
เอ■
គេ
គេង
เค
เคง
/kei/
/keiŋ/
เก
เกง
แอ ออ /ae/ แอ
แอ■
តែ
កែវ
แต
แกว
/tae/
/kaew/
แต
แกว
โอ /ɛː/ แอ
แอ■
គែ
មែន
แค
แมน
/kɛː/
/mɛːn/
แก
แมน
ไอ ออ /aj/ ไอ ដៃ
សៃយ
ไฏ
ไสย
/ɗaj/
/saj/
ได
ไส
โอ /ɨj/ เอ็ย នៃ ไน /nɨj/ เน็ย
โอ ออ /ao/ อาว
อาว■
ខោ
ចោល
โข
โจล
/kʰao/
/caol/
คาว
จาวล์
โอ /oː/ โอ
โอ■
គោ
រោម
โค
โรม
/koː/
/roːm/
โก
โรม
เอา ออ /aw/ เอา ហៅ เหา /haw/ เหา
โอ /ɨw/ เอิว នៅ เนา /nɨw/ เนิว

ในที่นี้สระ◌ូ (อัว) ឿ (เอือ)  ៀ (เอีย) ออกเสียงเหมือนกันไม่ว่าจะกลุ่มออหรือกลุ่มโอและตรงกับภาษาไทยด้วยจึงจำง่าย

สระ ោ (โ) เมื่อใช้กับอักษรกลุ่มโอ เช่น គោ (โค) ในที่นี้จะออกเสียงสระโอเหมือนภาษาไทย IPA ก็เขียนเป็น /oː/ เหมือนกัน ในขณะที่พยัญชนะกลุ่มโออยู่เดี่ยวๆเช่น គ (ค) จะออกเสียง /ɔː/ ซึ่งฟังดูใกล้เคียงกันมาก ต่างก็ฟังเป็นสระโอ ดังนั้นจึงให้ทับศัพท์ถอดเสียงเป็นสระโอเหมือนกัน

คำ รูป IPA เสียง ความหมาย
គម คม /kɔːm/ โกม เดินเที่ยว
គោម โคม /koːm/ โกม โคมไฟ

สระ ◌ឹ (◌ึ) นั้นเป็นสระที่ตามด้วยตัวสะกดเสมอ โดยกลุ่มออจะออกเสียงเป็น /ə/ และกลุ่มโอเป็น /ɨ/ ซึ่งต่างกันเล็กน้อย แต่ก็ฟังเป็นสระเออะเหมือนกัน ดังนั้นจึงทับศัพท์ด้วยสระเออะทั้งคู่

สระ ◌ិ (◌ิ) นั้นจะออกเสียงต่างกันในกรณีที่มีตัวสะกดกับไม่มี โดยกรณีที่มีตัวสะกดนั้นจะออกเสียงเหมือนกับ ◌ឹ (◌ึ) เลย ทำให้มีคำพ้องเสียงที่คนมักเผลอเขียนสลับกันอยู่ด้วย

คำ รูป IPA เสียง ความหมาย
និង นิง /nɨŋ/ เนิง และ
នឹង นึง /nɨŋ/ เนิง จะ

สระ ◌ូ (◌ู) ก็ออกเสียงเป็นสระเออะ (/ə/ หรือ /ɨ/) เฉพาะเมื่อมีตัวสะกดเป็น វ (ว) เท่านั้น

ตารางข้างบนนี้เป็นแค่เสียงอ่านในกรณีทั่วไปส่วนใหญ่ แต่เวลาใช้งานจริงมีข้อยกเว้นอยู่มาก เช่นบางคำเป็นพยัญชนะกลุ่มโอแต่กลับอ่านตามสระกลุ่มออ หรือไม่ก็กลับกัน หรืออาจจะออกเสียงสระอื่นที่ไม่ตรงกับรูปที่เขียนเลยก็เป็นได้ สุดท้ายแล้วจึงควรจะเอาตามเสียงเจ้าของภาษาพูดจริงๆมากกว่าที่จะยึดติดการถอดตามรูป

โดยทั่วไปแล้วรูปสระไม่ทำให้หน้าตาพยัญชนะเปลี่ยน แต่ก็มีข้อยกเว้น คือสระอา ◌ា รวมถึงสระที่มีตัว ◌ា ประกอบอยู่ คือสระโอ ោ และ สระเอา ៅ ซึ่งปกติจะเขียนลากต่อพยัญชนะ ทำให้มองออกได้ยาก เช่น ក กลายเป็น កា เป็นต้น

แต่ที่ต้องระวังที่สุดคือกรณีพยัญชนะ ប (ป) ซึ่งรูปร่างจะเปลี่ยนไปเลย กลายเป็น បា (ปา) หรือ បៅ (เปา) ที่เป็นแบบนี้ก็เพื่อไม่ให้หน้าตาคล้ายอักษร ហ (ห) ซึ่งจะชวนสับสน การเปลี่ยนรูปนี้ทำให้ต้องจำเป็นพิเศษ

คำ รูป IPA เสียง
បាលី ปาลี /ɓaː.ləj/ บาเล็ย
បោក โปก /ɓaok/ อาวก์
មេអំបៅ เมอํเปา /mei ʔɑm.ɓaw/ เมอ็อมเบา
ប្រាកដ ปฺรากฏ /praː.kɑt/ ปราก็อด



ข้อยกเว้น: สระ េ (เ)

สระ េ (เ) นั้นปกติจะออกเสียงเป็นสระเอ (/eː/ หรือ /ei/) แต่ก็มีข้อยกเว้นในการออกเสียงอยู่มาก จึงต้องขอยกมาพูดถึงเป็นกรณีพิเศษ

เมื่อมีตัวสะกดเป็นพยัญชนะวรรคจะ คือ ច (จ) ជ (ช) ញ (ญ) จะออกเสียงเป็น /ə/ สำหรับพยัญชนะกลุ่มออ และ /ɨ/ สำหรับพยัญชนะกลุ่มโอ ซึ่งก็ทับศัพท์เป็นสระเออะเหมือนกัน 

คำ รูป IPA เสียง
ក្រឡេច กฺรเฬจ /krɑ.ləc/ เกราะเลิจ
ចេញ เจญ /cəɲ/ เจิญ
គេច เคจ /kɨc/ เกิจ
វេជ្ជ เวชฺช /ʋɨc.cĕəʔ/ เวิจเจียะ
ទន្ទេញ ตนฺเทญ /tŭən.tɨɲ/ ตวนเติญ

แต่ก็มีข้อยกเว้นคำที่ลงท้ายด้วย ច (จ) กลุ่มหนึ่งที่ออกเสียงเป็นสระ /a/ "อะ" ต้องจำเป็นกรณีพิเศษไป

คำ รูป IPA เสียง
ស្រេច สฺเรจ /srac/ สรัจ
សម្រេច สมฺเรจ /sɑm.rac/ ส็อมรัจ
ស្ដេច สฺฏจ /sɗac/ สดัจ
សម្ដេច สมฺเฏจ /sɑmˈɗac/ ส็อมดัจ
សេចក្ដី เสจกฺฏี /sac.kɗəj/ สัจกเด็ย

นอกจากนี้ยังมีอีกหลายคำมากที่อ่านเหมือนเป็นสระ ែ (แ) ทั้งที่รูปเขียนเป็น េ (เ) ซึ่งทั้งหมดเป็นคำที่มีตัวสะกด และส่วนใหญ่เป็นคำที่มาจากภาษาบาลี-สันสกฤต ต้องมาจำเป็นกรณีพิเศษอีกที

คำ รูป IPA เสียง
ខេត្ត เขตฺต /kʰaet/ แคด
ចេតិយ เจติย /caet.ɗəj/ แจดเด็ย
ពិសេស พิเสส /pi.saeh/ ปิแสห์
អភិសេក อภิเสก /ʔaʔ.pʰi.saek/ อะพิแสก
ស្លេស្ម สฺเลสฺม /slaeh/ แสลห์
ពេទ្យ แพทฺย /pɛːt/ แปด



ข้อยกเว้น: สระที่ไม่ออกเสียง

ในภาษาเขมรก็มีคำอยู่จำพวกหนึ่งที่มีเขียนรูปสระแต่ไม่ออกเสียง ทำให้พยัญชนะนั้นออกเสียงเป็นตัวสะกด คล้ายกับในภาษาไทย เกิดขึ้นกับสระ អិ (อิ) และสระ អុ (อุ) เท่านั้น ทั้งหมดเป็นคำจากภาษาบาลี-สันสกฤต และส่วนใหญ่ก็เป็นคำเดียวกับที่ใช้ในภาษาไทย

คำ รูป IPA เสียง
ហេតុ เหตุ /haet/ แหด
ធាតុ ธาตุ /tʰiət/ เทียด
ភស្តុ ภัสฺดุ /pʰŏəh/ พัวห์
ជាតិ ชาติ /ciət/ เจียด
ភូមិ ภูมิ /pʰuːm/ พูม
កុដិ กุฏิ /kot/ กด
កោដិ โกฏิ /kaot/ กาวด์
ឫទ្ធិ ฤทฺธิ /rɨt/ เริด
សិទ្ធិ สิทฺธิ /sət/ เสิด

อย่างไรก็ตาม บางคำก็อาจมีการออกเสียงสระออกมาชัดเมื่ออยู่ในคำประสม

คำ รูป IPA เสียง
ភូមិសាស្ត្រ ภูมิสาสฺตฺร /pʰuː.mi.saːh/ พูมิสาห์
សិទ្ធិមនុស្ស สิทฺธิมนุสฺย /sət.tʰiʔ mɔ.nuh/ เสิดทิโมะนุห์



สังโยคสัญญา

นอกจากสระพื้นฐานแล้ว ในภาษาเขมรยังมีเครื่องหมายที่ไม่ถือว่าเป็นสระ แต่มีผลต่อเสียงสระและรวมไปถึงเสียงตัวสะกดด้วย จึงจำเป็นต้องเขียนถึง

เครื่องหมาย สังโยคสัญญา (សំយោគសញ្ញា) มีลักษณะคล้ายไม้หันอากาศในภาษาไทย มักปรากฏในคำยืมจากภาษาบาลี-สันสกฤต เวลาทับศัพท์ตามรูปก็ให้เขียนแทนด้วยไม้หันอากาศ โดยบางส่วนออกเสียงออกเสียงสระอะคล้ายภาษาไทย แต่นอกจากนี้ก็มีการออกเสียงแบบอื่นที่หลากหลาย ทำให้ต้องมาจำแยกกรณีเป็นพิเศษ

สังโยคสัญญาจะตามด้วยตัวสะกดเสมอ ดังนั้นให้จำแยกกรณีตัวสะกดต่างๆได้

ตัวสะกด กลุ่ม IPA เสียง ตัวอย่าง
คำ รูป IPA เสียง
ក (ก) ខ (ข) ออ /ak/ อัก ស័ក สัก /sak/ สัก
โอ /ĕək/ เอียก ល័ខ ลัข /lĕək/ เลียก
ង (ง) ออ /aŋ/ อัง ស័ង្កសី สังฺกสี /saŋ.kaʔ.səj/ สังกะเส็ย
โอ /ĕəŋ/ เอียง ទីន័ង ทีนัง /tiː.nĕəŋ/ ตีเนียง
យ (ย) ออ /aj/ ไอ ក្ស័យ กฺสัย /kʰsaj/ คไส
โอ /ɨj/ เอ็ย ជ័យ ชัย /cɨj/ เจ็ย
រ (ร) ออ /ŏə/ อัว ឌីណូស័រ ฑีณูสัร /ɗiː.nou.sŏə/ ดีโนสัว
โอ ទំព័រ ทํพัร /tum.pŏə/ ตุมปัว
ស (ส) ออ /ah/ อะห์ រហ័ស รหัส /rɔ.hah/ โระหะห์
โอ /ŏəh/ อัวห์ ភស្តុ ภัสฺตุ /pʰŏəh/ พัวห์
อื่นๆ ออ /a/ อั■ ច័ន จัน /can/ จัน
โอ /ŏə/ อว■ ជីវ័ន ชีวัน /ciː.ʋŏən/ จีววน

โดยรวมแล้วถ้าเป็นพยัญชนะกลุ่มโอจะออกเสียงเป็นสระอะหมดไม่ว่าจะตัวสะกดอะไร ยกเว้นเมื่อตัวสะกดเป็น រ (ร)



รัสสัญญา

เครื่องหมาย รัสสัญญา (រស្សសញ្ញា) หรือ บนตก (បន្តក់) ់ เป็นเส้นสั้นๆวางบนพยัญชนะคล้ายไม้เอกของภาษาไทย เวลาถอดรูปก็เขียนเป็นไม้เอก อย่างไรก็ตาม เครื่องหมายนี้วางบนตัวสะกดของคำ ไม่ใช่บนพยัญชนะ และหน้าที่ของเครื่องหมายนี้ต่างจากไม้เอกมาก คือเป็นตัวทำให้เสียงสระสั้นลง โดยอาจใช้กับคำที่ไม่มีรูปสระ หรือมีรูปสระอา ◌ា เท่านั้น

รูปสระ ตัวสะกด กลุ่ม IPA เสียง ตัวอย่าง
คำ รูป IPA เสียง
ไม่มี ทั้งหมด ออ /ɑ/ อ็อ■ កង់ กง่ /kɑŋ/ ก็อง
ยกเว้น ប ម โอ /ŭə/ อว■ គក់ คก่ /kŭək/ กวก
เฉพาะ ប ម /u/ อุ■ ឈប់ ฌป่ /cʰup/ ชุบ
ทั้งหมด ออ /a/ อั■ កាត់ กาต่ /kat/ กัด
ยกเว้น ប ម โอ /ĕə/ เอีย■ ពាក់ พาก่ /pĕək/ เปียก
เฉพาะ ប ម /ŏə/ อว■ កំជាប់ กํชาป่ /kɑm.cŏəp/ ก็อมจวบ

จะเห็นว่าเมื่อพยัญชนะต้นเป็นกลุ่มออ การเติมรัสสัญญาจะแค่ทำให้เป็นเสียงสั้น (ออ→เอาะ, อา→อะ) แต่ถ้าเป็นกลุ่มโอจะเกิดการเปลี่ยนเสียงสระไปด้วย โดยยังจะแบ่งย่อยอีกเป็นกรณีที่ตัวสะกดเป็น ប (บ) ម (ม) กับสะกดแบบอื่น

นอกจากนี้แล้ว ในคำสองพยางค์แบบซ้อนพยัญชนะ พยางค์หน้าจะกลายเป็นเสียงสั้นเหมือนมีรัสสัญญาอยู่ในตัวแม้จะไม่ใส่ กรณีนี้จำเป็นจะต้องไปมองเหมือนกับว่ามีรัสสัญญาเอาเอง

คำ รูป IPA เสียง
បង្អាច ปงฺอาจ /ɓɑŋ.ʔaːc/ บ็องอาจ
ចម្ងាយ จมฺญาย /cɑm.ŋaːj/ จ็อมญาย
គម្ពីរ คมฺพีร /kum.piː/ กุมปี
ទន្សាយ ทนฺสาย /tŭən.saːj/ ตวนสาย

รัสสัญญาจะพบอยู่แค่บนพยัญชนะ ๙ ตัวนี้เท่านั้น ក (ก) ង (ง) ច (จ) ញ (ญ) ត (ต) ន (น) ល (ล) ស (ส) ប (ป)

ในการใช้งานจริง คำที่เป็นตัวสะกด ម (ม) จะไม่มีการใช้เครื่องหมายนี้โดยตรง แต่จะเขียนในรูปนิคหิตแทน



นิคหิต

เครื่องหมาย นิคหิต (និគ្គហិត)  ំ ใช้แสดงเสียงสระและเป็นตัวสะกดแม่กมอยู่ในตัว ใช้แทนคำแม่กมที่ใส่รัสสัญญาเป็นหลัก และนอกจากนี้ยังพบการใช้โดยผสมกับสระอุ และใช้กับแม่กงแทน ាង់ ด้วย

อักษร ใช้แทน รูป กลุ่ม IPA เสียง ตัวอย่าง
คำ รูป IPA เสียง
ម់ อํ ออ /ɑm/ อ็อม ចំ จํ /cɑm/ จ็อม
โอ /um/ อุม យំ ยํ /jum/ ยุม
ំុ ុម อุํ ออ /om/ อม កុំ กุํ /kom/ กม
โอ /um/ อุม ជុំ ชุํ /cum/ จุม
ាំ ាម់ อำ ออ /am/ อัม ចាំ จำ /cam/ จัม
โอ /ŏəm/ อวม នាំ นำ /nŏəm/ นวม
ាំង ាង់ อำง ออ /aŋ/ อัง កាំង กำง /kaŋ/ กัง
โอ /eəŋ/ เอียง គាំង คำง /kĕəŋ/ เกียง

ในการถอดเสียงนั้นในที่นี้จะขอเลือกถอดเป็นรูป "อัม" เสมอ โดยไม่ใช้รูป "อำ" แม้ว่าจะถอดจากรูป ាំ ก็ตาม เช่น ខាំ (ขำ) /kʰam/ ถอดเป็น "คัม" ไม่ใช่ "คำ"

คำที่ใช้นิคหิตมีข้อยกเว้นในบางคำที่มาจากภาษาบาลี-สันสกฤต โดยออกเสียงเป็นตัวสะกดแม่กงแม้ไม่เติม ង (ง)

คำ รูป IPA เสียง
អសំហារិមៈ อสํหาริมะ /ʔaʔ.saŋ.haː.ri.mĕəʔ/ อะสังหาริเมียะ
សំស្ក្រឹត สํสฺกฺรึต /saŋ.skrət/ สังสเกริด
សំយោគ สํโยค /saŋ.joːk/ สังโยก

พยัญชนะกลุ่มโอที่เติมนิคหิตนั้นที่จริงแล้วแม้ตามพจนานุกรมจะเขียนว่าเป็น /um/ จึงถอดเป็น "อุม" แต่ในความจริงแล้วเสียงก้ำกึ่งระหว่างสระอุและสระโอะ ในบางตำราก็ใช้ IPA แทนเสียงนี้เป็น /ʊ/ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่ใช้แทนเสียงก้ำกึ่งระหว่างสระโอะกับสระอุ ดังนั้นอาจเลือกถอดเป็น "อม" ก็ได้

มีตัวอย่างคำที่ในพจนานุกรมเองก็เขียนระบุเป็น /om/ จริงด้วย หรือระบุให้อ่านได้ ๒ แบบ ต้องจำเป็นคำไป

คำ รูป IPA เสียง
ធំ ธํ /tʰom/ ทม
អ៊ំ อํ /ʔum/ ~ /ʔom/ อุม ~ อม
នំ นํ /num/ ~ /nom/ นุม ~ นม
ភ្នំ ภฺนํ /pʰnum/ ~ /pʰnom/ พนุม ~ พนม

คำ ๒ พยางค์บางคำที่ใช้นิคหิตสามารถเขียนในรูปพยัญชนะซ้อน ម ได้ด้วย จึงพบการใช้ปนกัน พจนานุกรมก็มักใส่รูปเขียนทั้ง ๒ แบบไว้คู่กัน ซึ่งจะเลือกเขียนแบบไหนดีกว่าก็ไม่มีหลักตายตัว แต่โดยรวมแล้วมีแนวโน้มจะใช้รูปนิคหิตมากกว่า

ใช้นิคหิต ใช้ ម IPA เสียง
คำ รูป คำ รูป
សំរាប់ สํราบ่ សម្រាប់ สมฺราบ่ /sɑm.rap/ ส็อมรับ
ចំរើន จํเรีน ចម្រើន จมฺเรีน /cɑm.rəːn/ จ็อมเริน
គំរោង คํโรง គម្រោង คมฺโรง /kum.roːŋ/ กุมโรง
ជំងឺ ชํงื ជម្ងឺ ชมฺงื /cum.ŋɨː/ จุมงือ
កំពស់ กํพส่ កម្ពស់ กมฺพส่ /kɑm.pŭəh/ ก็อมปัวห์
សំបុក สํบุก សម្បុក สมฺบุก /sɑm.ɓok/ ส็อมบก
លំអ ลํอ លម្អ ลมฺอ /lum.ʔɑː/ ลุมออ



ระมุข

เครื่องหมาย ระมุข (រះមុខ) หรือ วิสรรชนี (វិសជ៌នីយ៍) ះ ไว้วางท้ายคำ ทำให้มีเสียงพ่นลมจากคอ ในที่นี้ถอดรูปเป็น "ะห์" และถอดเสียงเป็น "ห์" โดยการเติมอาจทำให้สระเปลี่ยนรูปไป จึงขอยกตัวอย่างการใช้สระคู่กับวิสรรชนีมาด้วย โดยที่ใส่พื้นสีเหลืองในช่อง IPA คือที่ออกเสียงต่างจากเดิม ต้องระวังเป็นพิเศษ

อักษร รูป กลุ่ม IPA เสียง ตัวอย่าง
คำ รูป IPA เสียง
อะห์ ออ /ah/ อะ ខះ ขะห์ /kʰah/ คะห์
โอ /ĕəh/ เอียห์ វះ วะห์ /ʋĕəh/ เวียห์
ិះ อิะห์ ออ /eh/ เอะห์ តិះ ติะห์ /teh/ เตะห์
โอ /ih/ อิห์ ជិះ ชิะห์ /cih/ จิห์
ឹះ อึะห์ ออ /əh/ เออะห์ កឹះ กึะห์ /kəh/ เกอะห์
โอ /ɨh/ เออะห์ គ្រឹះ คฺรึะห์ /krɨh/ เกรอะห์
ុះ อุะห์ ออ /oh/ โอะห์ ចុះ จุะห์ /coh/ โจะห์
โอ /uh/ อุห์ ជុះ ชุะห์ /cuh/ จุห์
េះ เอะห์ ออ /eh/ เอะห์ ចេះ เจะห์ /ceh/ เจะห์
โอ /ih/ อิห์ នេះ นิะห์ /nih/ นิห์
ែះ แอะห์ ออ /aeh/ อายห์ កែះ แกะห์ /kaeh/ แกห์
โอ /ɛh/ แอะห์ កញ្ជែះ กญฺแชะห์ /kɑɲ.cɛh/ กัญแจะห์
ោះ โอะห์ ออ /ɑh/ เอาะห์ ថោះ เถาะห์ /tʰɑh/ เทาะห์
โอ /uh/ อุห์ នោះ เนาะห์ /nuh/ นุห์



เรผะ

เครื่องหมาย  โรบาท (របាទ) หรือ เรผะ (រេផៈ) ៌ เทียบเท่ากับ ร หัน ในภาษาไทย คือพบในคำที่มีรากศัพท์จากภาษาสันสกฤตเท่านั้น แต่ว่าไว้วางข้างบนพยัญชนะ เวลาเขียนถอดรูปใช้เป็น "รฺ" สำหรับผลของเครื่องหมายนี้ที่มีต่อการอ่านออกเสียงนั้นมีหลากหลายไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับคำจึงจำเป็นต้องมาจำเป็นกรณีไป

โดยส่วนใหญ่จะไม่อ่านออกเสียงพยัญชนะนั้นเลย

คำ รูป IPA เสียง
សួគ៌ สัวรฺค /suə/ สัว
កាណ៌ การฺณ /kaː/ กา
អាថ៌ อารฺถ /ʔaː/ อา

ในบางคำที่ตามหลังพยัญชนะกลุ่มโอจะทำให้สระที่อยู่ข้างหน้าเปลี่ยนไปจาก /ɔː/ โอ เป็น /ŏə/ อัว

คำ รูป IPA เสียง
គភ៌ ครฺภ /kŏə/ กัว
ពណ៌នា พรฺณนา /pŏə.naʔ.niə/ ปัวนะเนีย
គុណធម៌ คุณธรฺม /kun.naʔ.tʰŏə/ กุนนะทัว

ในบางคำอาจออกเสียง "ร" ด้วย โดยอาจอ่านได้หลายแบบ

คำ รูป IPA เสียง
បូណ៌មី ปูรฺณามี /ɓou.rĕəʔ.naʔ.məj/
/ɓou.raʔ.məj/
โบเรียะนะเม็ย
โบระเม็ย
ទុយ៌ស ทุรฺยส /tu.rə.jŭəh/
/tu.rĕəʔ.jŭəh/
ตุเรอะยัวห์
ตุเรียะยัวห์

บ้างก็ไม่ทำให้เสียงเปลี่ยนไปจากไม่ใส่เลย

คำ รูป IPA เสียง
បូព៌ា ปูรฺพา /ɓou.piə/ โบเปีย
មត៌ក มรฺตก /mɔ.tɑːk/ เมาะตอก



อัษฎา

เครื่องหมาย อัษฎา (អស្តា) มีลักษณะเหมือนไม้ไต่คู้ไทยในคำว่า "ก็" ซึ่งปัจจุบันในภาษาไทยมีการใช้อยู่แค่คำเดียว แต่ภาษาเขมรมีใช้อยู่ ๓​ คำ

คำ รูป กลุ่ม IPA เสียง
ក៏ ก็ ออ /kɑː/ กอ
ដ៏ ฏ็ ออ /ɗɑː/ ดอ
ន៏ น็ โอ /nɔː/ โน



สระลอย

ในภาษาเขมรยังมีการใช้รูปสระลอย ซึ่งหมายถึงสระที่มีเสียงพยัญชนะ อ /ʔ/ อยู่ในตัว ซึ่งมีการใช้งานน้อย เจอแค่ในคำเฉพาะบางคำเท่านั้น ต้องมาจำต่างหาก คำเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นคำมาจากภาษาบาลี-สันสกฤต

อักษรไทยเองก็มีสระลอยคือ ฤ ฤๅ ฦ ฦๅ ซึ่งอักษรเขมรเองก็มีเช่นกัน โดยต่างจากสระลอยอื่นตรงที่มีพื้นเสียงเป็น ร และ ล

เสียงพยัญชนะ อ อาจไม่จำเป็นต้องใช้สระลอยเสมอไป มีทั้งคำที่ใช้สระลอยและสระจม จะใช้แบบไหนก็ขึ้นอยู่กับคำ

เนื่องจาก อ เป็นพยัญชนะกลุ่มอออยู่แล้ว เสียงอ่านสระลอยเหล่านี้จึงอ่านแบบกลุ่มออโดยไม่จำเป็นต้องแยก แต่ก็มีบางคำที่ออกเสียงไม่ตรงตามกลุมออ หรือออกเสียงได้หลายแบบ

ตารางต่อไปนี้จะแสดงเสียงของสระลอยทั้งหมด ถ้าอ่านได้หลายแบบจะแยกให้เห็นเสียงอ่านแต่ละแบบด้วย โดยเสียงอ่านที่ไม่ตรงตามกลุ่มจะใส่พื้นสีเหลืองในช่อง IPA ไว้

อักษร รูป IPA เสียง ตัวอย่าง
คำ รูป IPA เสียง
อิ /ʔe/ เอะ ឥរិយាបថ อิริยาปถ /ʔe.re.jaː.ɓɑt/ เอะเระยาบ็อด
/ʔə/ เอิ■ ឥត อิต /ʔət/ เอิด
/ʔəj/ เอ็ย ឥឡូវ อิฬูร /ʔəj.ləw/ เอ็ยเลิว
อี /ʔiː/ อี ឦស  อีส /ʔiː.saʔ/ อีสะ
/ʔəj/ เอ็ย ឦសាន อีสาน /ʔəj.saːn/ เอ็ยสาน
อุ /ʔu/ อุ ឧតុ อุตุ /ʔu.toʔ/ อุโตะ
/ʔo/ อ■ ឧក្រិដ្ឋ อุกฺริฏฺฐ /ʔok.krət/ อกเกริด
อู /ʔuː/ อู ឩកា อูกา /ʔuː.kaː/ อูกา
โอว /ʔəw/ เอิว ឪឡឹក โอวฬึก /ʔəw.lək/ เอิวเลิก
เอ /ʔae/ อาย ឯនេះ เอเนะห์ /ʔae nih/ แอนิห์
ไอ /ʔaj/ ไอ ឰសូរ ไอสูร /ʔaj.sou/ ไอโส
โอ /ʔao/ อาว ឱប โอป /ʔaop/ อาวบ์
ឲ្យ โอฺย /ʔaoj/ อาวย์
เอา /ʔəw/ เอิว ឳពុក เอาพุก /ʔəw.puk/ เอิวปุก
/rɨ/ เรอะ ឫស្សី ฤสฺสี /rɨh.səj/ เรอะห์เส็ย
ฤๅ /rɨː/ รือ ឬទេ ฤๅเท /rɨː tei/ รือเต
/lɨ/ เลอะ រឭក รฦก /rɔ.lɨk/ เราะลึก
ฦๅ /lɨː/ ลือ ឮជា ฦๅชา /lɨː ciə/ ลือเจีย

อักษร ឱ กับ ឲ นั้นเหมือนกัน แต่ ឲ จะใช้ในคำเดียวคือคำว่า ឲ្យ (อาวย์) ที่แปลว่า "ให้" เท่านั้น ถือเป็นคำเฉพาะที่ต้องจำต่างหาก

นอกจากนี้ที่จริงยังมี ឤ (อา) กับ ឨ (อุก) ซึ่งเป็นอักษรลอยที่เลิกใช้แล้ว โดย ឤ นั้นแค่เป็นการรวม អ (อ) กับ ◌ា (า) เข้าเป็นอักษรเดียวกัน แต่โดยทั่วไปจะเขียน អា โดยแยกเป็นคนละอักษร



เครื่องหมายเปลี่ยนกลุ่มเสียง

พยัญชนะภาษาเขมรแบ่งเป็นกลุ่มโอกับกลุ่มออซึ่งมักจะมาเป็นคู่ที่เสียงเหมือนกันแต่ต่างกลุ่ม แต่ก็จะเห็นว่ามีบางเสียงพยัญชนะที่มีอยู่เฉพาะกลุ่มออ หรือมีอยู่เฉาะกลุ่มโอ โดยไม่มีคู่ ทำให้ไม่สามารถแสดงเสียงสระบางเสียงกับเสียงพยัญชนะบางตัวได้

เพื่อแก้ปัญหานี้จึงมีการคิดสร้างสัญลักษณ์พิเศษขึ้นมาเพื่อเปลี่ยนกลุ่มสระ ดังนี้

กลุ่มโอ ชื่อเรียก ความหมาย ตัวอย่างการใช้
มูสิกทันต์ (មូសិកទន្ត)
หรือ ฟันหนู (ធ្មេញ​កណ្ដុរ)
ใช้เปลี่ยนกลุ่มโอเป็นกลุ่มออ
หรือทำให้ ប៉ เป็นเสียง /p/ "ป"
ង៉ (ง) ញ៉ (ญ) ម៉ (ม) យ៉ (ย) រ៉ (ร) វ៉ (ว)
ប៉ (ป)
ตรีสัพท์ (ត្រីស័ព្ទ) ใช้เปลี่ยนกลุ่มออเป็นกลุ่มโอ ប៊ (ป) ស៊ (ส) ហ៊ (ห) អ៊ (อ)
ហ្គ៊ (หฺค) ហ្វ៊ (หฺว) ហ្ស៊ (หฺส)
บุกเชิง (បុកជើង) (ក្បៀសក្រោម)
หรือ กเบียสโกรม
ใช้แทนมูสิกทันต์หรือตรีสัพท์เมื่อเติมสระวางบน   ិ   ី   ឹ   ឺรวมถึงนิคหิต  ំ ស៊ិ (สิ) ហ៊ិ (หิ) អ៊ិ (อิ)
ង៉ិ (งิ) ញ៉ិ (ญิ) ម៉ិ (มิ) រ៉ិ (ริ) វ៉ិ (วิ) ប៉ិ (บิ)

ប៉ ในที่นี้เป็นกรณีพิเศษ คือไม่ได้ใช้มูสิกทันต์เพื่อเปลี่ยนกลุ่มเสียง แต่เพื่อแสดงว่าเป็นเสียง /p/ "ป" แน่นอน เนื่องจากปกติ ប อ่านได้ ๒ แบบ พอเขียนเป็น ប៉ จึงแน่ชัด นอกจากนี้ยังเติมตรีสัพท์ได้ด้วย เป็น ប៊ กรณีนี้จะกลายเป็นกลุ่มโอและออกเสียเสียง /ɓ/ "บ" แน่ชัด

บุกเชิงนั้นหน้าตาเหมือนกับสระอุ แต่ไม่ได้ทำให้เกิดเสียงสระอุ ถือเป็นคนละตัวกันเลย แค่ยืมหน้าตามาใช้เท่านั้น ชวนให้สับสนได้ง่าย ต้องระวัง ปกติแล้วสระอุจะไม่ใส่คู่กับสระวางบนอยู่แล้ว ดังนั้นเมื่อมองก็จะรู้ทันทีว่านี่คือบุกเชิง ไม่ใช่สระอุ

เวลาพิมพ์ในคอมพิวเตอร์นั้นปกติแล้วเมื่อพิมพ์มูสิกทันต์หรือตรีสัพท์ไปแล้วตามด้วยกลุ่มสระวางบนก็จะเปลี่ยนเป็นบุกเชิง ไม่ใช่ว่าพิมพ์เครื่องหมายสระอุจริงๆ

บุกเชิงอาจแทนได้ทั้งมูสิกทันต์หรือตรีสัพท์ ซึ่งจะเป็นตัวไหนนั้นก็แยกได้จากพยัญชนะ เพราะมูสิกทันต์จะเติมให้พยัญชนะกลุ่มโอ และตรีสัพท์จะเติมให้พยัญชนะกลุ่มออ

อย่างไรก็ตามสำหรับ ប ซึ่งเติมได้ทั้ง ๒ แบบนั้น บุกเชิงจะแทนมูสิกทันต์ กล่าวคือบุกเชิงที่เห็นใน ប៉ិ นี้คือมูสิกทันต์ ในขณะที่  ប៊ จะไม่เขียนในรูปบุกเชิง แต่จะบางสระบนต่อขึ้นไปด้านบนเป็น ប៊ិ จึงไม่ต้องห่วงว่าจะสับสน

การแสดงผลบุกเชิงนั้นขึ้นอยู่กับฟอนต์ด้วย บางฟอนต์ก็ไม่แสดงผลเป็นบุกเชิงเมื่อใช้นิคหิต

การเติมมูสิกทันต์และตรีสัพท์ทำให้สามารถมีพยัญชนะทุกเสียงได้ทั้ง ๒ กลุ่ม ในที่นี้ขอสรุปเสียงพยัญชนะและกลุ่มเสียงเป็นตารางไว้ดังนี้

กลุ่มออ กลุ่มโอ IPA ทับศัพท์ หมายเหตุ
/k/ มีเป็นคู่อยู่แล้ว
/kʰ/ มีเป็นคู่อยู่แล้ว
ង៉ /ŋ/ ใช้มูสิกทันต์เพื่อเปลี่ยนเป็นกลุ่มออ
/c/ มีเป็นคู่อยู่แล้ว
/cʰ/ มีเป็นคู่อยู่แล้ว
ញ៉ /ɲ/ ใช้มูสิกทันต์เพื่อเปลี่ยนเป็นกลุ่มออ
/ɗ/ มีเป็นคู่อยู่แล้ว
/n/ มีเป็นคู่อยู่แล้ว
/t/ มีเป็นคู่อยู่แล้ว
/tʰ/ มีเป็นคู่อยู่แล้ว และยังมี ឋ/ឍ ที่เสียงเหมือนกันอีก แต่ใช้น้อยมาก
ប៊ /ɓ/ ใช้ตรีสัพท์เพื่อเปลี่ยนเป็นกลุ่มโอ
ប เมื่อเติมตรีสัพท์จะออกเสียง /ɓ/ "บ" แน่นอน แต่ ប ที่ไม่ใส่อะไรอาจอ่านได้ ๒ แบบ
ប៉ /p/ ប เป็นกลุ่มอออยู่แล้ว แต่ในที่นี้ใช้ตรีสัพท์เพื่อแสดงว่าออกเสียง /p/ "ป" เท่านั้น แทนที่จะเอา ព มาเติมตรีสัพท์
/pʰ/ มีเป็นคู่อยู่แล้ว
ម៉ /m/ ใช้มูสิกทันต์เพื่อเปลี่ยนเป็นกลุ่มออ
យ៉ /j/ ใช้มูสิกทันต์เพื่อเปลี่ยนเป็นกลุ่มออ
រ៉ /r/ ใช้มูสิกทันต์เพื่อเปลี่ยนเป็นกลุ่มออ
/l/ มีเป็นคู่อยู่แล้ว
វ៉ /ʋ/ ใช้มูสิกทันต์เพื่อเปลี่ยนเป็นกลุ่มออ
ស៊ /s/ ใช้ตรีสัพท์เพื่อเปลี่ยนเป็นกลุ่มโอ
ហ៊ /h/ ใช้ตรีสัพท์เพื่อเปลี่ยนเป็นกลุ่มโอ
អ៊ /ʔ/ ใช้ตรีสัพท์เพื่อเปลี่ยนเป็นกลุ่มโอ
ហ្គ ហ្គ៊ /g/ ใช้ตรีสัพท์เพื่อเปลี่ยนเป็นกลุ่มโอ
ហ្វ ហ្វ៊ /f/ ใช้ตรีสัพท์เพื่อเปลี่ยนเป็นกลุ่มโอ
ហ្ស ហ្ស៊ /z/ ใช้ตรีสัพท์เพื่อเปลี่ยนเป็นกลุ่มโอ

เครื่องหมายเหล่านี้ไม่มีในภาษาไทย และไม่มีที่เทียบเท่าด้วย ดังนั้นเวลาเขียนทับศัพท์แบบถอดรูปก็ไม่จำเป็นต้องใส่อะไรเพิ่ม

คำที่ใช้มูสิกทันต์และตรีสัพท์มีไม่มากนัก ซึ่งโดยส่วนใหญ่มักเป็นคำยืมจากภาษาอื่นในสมัยใหม่แทบทั้งนั้น ไม่ใช่คำเขมรดั้งเดิมหรือคำยืมจากภาษาบาลีสันสกฤต

ตัวอย่างการใช้มูสิกทันต์และตรีสัพท์

คำ รูป IPA เสียง
ង៉ា งา /ŋaː/ งา
ញ៉ម ญาม /ɲɑːm/ ญอม
ប៊ីដុង บีฏง /ɓiː.ɗoŋ/ บีดง
ម៉ប มป /mɑːp/ มอบ
ចាយ៉ จาย /caː.jɑː/ จายอ
រឿងរ៉ាវ เรืองราว /rɨəŋ raːw/ เรืองราว
ម្ល៉េះ มฺเละห์ /mleh/ มเลห์
វ៉ាង วาง /ʋaːŋ/ วาง
ប៉ម ปม /pɑːm/ ปอม
ស៊ុប สุป /sup/ สุบ
សោហ៊ុយ โสหุย /sao.huj/ สาวหุย
អ៊ុត อุต /ʔut/ อุด

ตัวอย่างการใช้บุกเชิง

คำ รูป IPA เสียง
ម៉ឺន มืน /məɨn/ เมิน
ឆៃយ៉ាំ ไฉยำ /cʰaj jam/ ไชยัม
រ៉ឺត្រែត รืตฺแรต /rəɨ.traet/ เรอแตรด
វ៉ឹកវ៉ឺន วึกวืน /ʋək.ʋəɨn/ เวิกเวิน
ប៉ី ปี /pəj/ เป็ย
ស៊ី สี /siː/ สี
ហ៊ីង หีง /hiːŋ/ หีง
អ៊ីចឹង อีจึง /ʔiː.cəŋ/ อีเจิง



สรุปเครื่องหมาย

ข้อความอธิบายที่ผ่านมาได้มีเครื่องหมายต่างๆปรากฏขึ้นมาก ในที่นี้จึงขอนำมาสรุปเป็นตารางพร้อมชื่อเรียกและทับศัพท์ตามรูปและเสียง รวมถึงเพิ่มสัญลักษณ์อื่นที่ไม่ได้กล่าวถึงในนี้ด้วย

เขียน ชื่อเรียก ทับศัพท์ตามรูป IPA ทับศัพท์ตามเสียง ชื่อแปลไทยที่ใช้
និគ្គហិត นิคฺคหิต /nɨk.kĕəʔ.hət/ เนิกเกียะเหิด นิคหิต
រះមុខ
វិសជ៌នី
ระห์มุข
วิสรฺชนี
/rĕəh muk/
/ʋi.saʔ.cĕəʔ.niː/
เรียห์มุก
วิสะเจียะนี
ระมุข
วิสรรชนี
យុគលពិន្ទុ ยุคลพินฺทุ /ju.kŭəl pi.ntuʔ/ ยุกวลปินตุ ยุคลพินทุ
មូសិកទន្ត
ធ្មេញកណ្ដុរ
มูสิกทนฺต
​เธฺมญกณฺฏุร
/muː.se.kaʔ.tŏən/
/tʰmɨɲ kɑn.ɗol/
มูเสะกะตวน
เทมิญก็อนดล
มูสิกทันต์
ฟันหนู
ត្រីសព្ទ ตฺรีสพฺท /trəj.sap/ เตร็ยสับ ตรีสัพท์
ក្បៀសក្រោម
បុកជើង
กฺเปียสกฺโรม
บุกเชีง
/kɓiəh kraom/
/ɓok cəːŋ/
กเบียห์กราวม์
บกเจิง
กเบียสโกรม
บุกเชิง
បន្តក់
រស្សសញ្ញា
บนฺตก่
รสฺสสญฺญา
/ɓɑn.tɑk/
/rŏəh.saʔ saɲ.ɲaː/
บ็อนต็อก
รัวห์สะสัญญา
บนตก
รัสสัญญา
របាទ 
រេផ
รบาท
เรผะ
/rɔ.ɓaːt/
/rei.pʰaʔ/
โรบาด
เรพะ
โรบาท
เรผะ
ទណ្ឌឃាដ
បដិសេធ
ทณฺฑฆาฏ
ปฏิเสธ
/tŏən.ɗĕəʔ.kʰiət/
/paʔ.ɗe.saet/
ตวนเดียะเคียด
ปะเดะแสด
ทัณฑฆาต
ปฏิเสธ
កាកបាទ กากบาท /kaː.kaʔ.ɓaːt/ กากะบาด กากบาท
អស្តា อสฺฏา /ʔah.sɗaː/ อะห์สดา อัษฎา
សំយោគសញ្ញា สํโยคสญฺญา /saŋ.joːk saɲ.ɲaː/ สังโยกสัญญา สังโยคสัญญา
វិរាម วิราม /ʋi.riəm/ วิเรียม วิราม
អឌ្ឍចន្ទ อฑฺฒจนฺท /ʔat.tʰĕəʔ.can/ อัดเทียะจัน อัฒจันทร์
ជើង เชีง /cəːŋ/ เจิง เชิง
ខណ្ឌ ขณฺฑ /kʰan/ คัน ขัณฑ์
បរិយោសាន ปฺริโยสาน /paʔ.re.jao.saːn/ ปะเระยาวสาน ปริโยสาน
ចំណុចពីរគូស จํณุจพีรคูส /cɑm.noc piː kuːh/ จ็อมนจปีกูห์ ทวิภาค
លេខទោ เลขโท /leik toː/ เลกโต เลขโท
អវគ្រហសញ្ញា อวคฺรหสญฺญา /aʔ.ʋaʔ.kraʔ.haʔ saɲ.ɲaː/ อะวะกระหะสัญญา อวเคราะห์สัญญา
បឋមាសាឍ ปฐมาสาฒ /paʔ.tʰaʔ.maː.saːt/ ปะทะมาสาด ปฐมาษาฒ

เครื่องหมายปฐมาษาฒเป็นเครื่องหมายที่เดิมไว้ใช้กับเลข ៨ เป็น ៨៓ เพื่อแสดงเดือนแปดทางจันทรคติ เป็นวงกลมวางบนหน้าตาเหมือนกับนิคหิต แต่ทำหน้าที่ต่างกัน และถือเป็นอักษรคนละตัวกันในยูนิโค้ด จึงต้องระวังไม่ให้ใช้ผิด

ตัวเลข

ภาษาเขมรใช้ตัวเลขเขมรซึ่งคล้ายกับตัวเลขไทยมาก อย่างไรก็ตามคำสำหรับเรียกตัวเลขนั้นใช้ระบบฐานผสม โดยหลักหน่วยใช้ระบบฐาน ๕ และมีคำเรียกเลข ๑๐​ และ ๒๐ ในขณะที่เลข ๓๐ ขึ้นไปใช้คำยืมจากภาษาไทย

รายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้อ่านเพิ่มเติมได้ในบทความ ทำไมเลขเขมรจึงมีถึงเลขเก้าในขณะที่ภาษาเขมรมีศัพท์นับเลขถึงแค่ห้า

เลขเขมร เลขอารบิก ตัวเขียน ตามรูป IPA ตามเสียง
0 សូន្យ สูนฺย /soun/ โสน
1 មួយ มัวย /muəj/ มวย
2 ពីរ พีร /piː/ ปี
3 បី ปี /ɓəj/ เบ็ย
4 បួន ปัวน /ɓuən/ บวน
5 ប្រាំ ปรำ /pram/ ปรัม
6 ប្រាំមួយ ปรำมัวย /pram muəj/ ปรัมมวย
7 ប្រាំពីរ ปรำพีร /pram piː/ ปรัมปี
8 ប្រាំបី ปรำปี /pram ɓəj/ ปรัมเบ็ย
9 ប្រាំបួន ปรำปัวน /pram ɓuən/ ปรัมบวน
១០ 10 ដប់ ฏป่ /ɗɑp/ ด็อบ
២០ 20 ម្ភៃ มฺไภ /mpʰɨj/ มเพ็ย
១០០ 100 មួយ‌រយ มัวยรย /muəj rɔːj/ มวยโรย



ตัวอย่าง: ชื่อจังหวัดในประเทศกัมพูชา

กัมพูชามีจังหวัดทั้งหมด ๒๕ จังหวัด ทั้งหมดมีชื่อภาษาไทยที่ใช้อยู่ทั่วไป ในที่นี้จะขอยกชื่อทั้งหมดเทียบกับการทับศัพท์แบบถอดรูปและถอดเสียงที่อธิบายข้างต้น

ตัวเขียน ทับศัพท์ตามรูป IPA ทับศัพท์ตามเสียง ชื่อแปลไทยตามที่นิยมใช้
បន្ទាយមានជ័យ ปนฺทายมานชัย /ɓɑn.tiəj miən.cɨj/ บ็อนเตียยเมียนเจ็ย บันทายมีชัย
បាត់ដំបង ปาต่ฏํปง /ɓat.ɗɑm.ɓɑːŋ/ บัดด็อมบอง พระตะบอง
កំពង់ចាម กํพง่จาม /kɑm.pŭəŋ caːm/ ก็อมปวงจาม กำปงจาม
កំពង់ឆ្នាំង กํพง่ฉฺนำง /kɑm.pŭəŋ cʰnaŋ/ ก็อมปวงชนัง กำปงฉนัง
កំពង់ស្ពឺ กํพง่สฺปื /kɑm.pŭəŋ spɨː/ ก็อมปวงสปือ กำปงสปือ
កំពង់ធំ กํพง่ธํ /kɑm.pŭəŋ tʰum/ ก็อมปวงทม กำปงธม
កំពត กํพต /kɑm.pɔːt/ ก็อมโปด กำปอด
កណ្ដាល กณฺฏาล /kɑn.ɗaːl/ ก็อนดาล กันดาล
កោះកុង เกาะห์กุง /kɑh koŋ/ เกาะห์กง เกาะกง
ក្រចេះ กฺรเจะห์ /krɑ.ceh/ เกราะเจะห์ กระแจะ
គិរី คิรี /ki.riː/ กิรี คีรี
ភ្នំពេញ ภฺนํเพญ /pʰnum pɨɲ/ พนุมเปิญ พนมเปญ
ព្រះវិហារ พฺระวิหาร /prĕəh ʋi.hiə/ เปรียห์วิเหีย พระวิหาร
ព្រៃវែង พฺไรแวง /prɨj.ʋɛːŋ/ เปร็ยแวง ไพรแวง
ពោធិ៍សាត់ โพธิ์สาต่ /poː.sat/ โปสัด โพธิสัตว์
រតនគិរី รตนคิรี /rŏə.taʔ.naʔ.ki.riː/ รัวตะนะกิรี รัตนคีรี
សៀមរាប เสียมราป /siəm riəp/ เสียมเรียบ เสียมราฐ
ព្រះសីហនុ พฺระสีหนุ /prĕəh səj.ha.nuʔ/ เปรียห์เส็ยหะนุ พระสีหนุ
ស្ទឹងត្រែង สฺตึงตฺแรง /stɨŋ.traeŋ/ สเติงแตรง สตึงแตรง
ស្វាយរៀង สฺวายเรียง /sʋaːj.riəŋ/ สวายเรียง สวายเรียง
តាកែវ ตาแกว /taː.kaew/ ตาแกว ตาแก้ว
ឧត្តរមានជ័យ อุตฺตรมานชัย /ʔo.ɗɑː miən.cɨj/ โอะดอเมียนเจ็ย อุดรมีชัย
កែប แกป /kaep/ แกบ แกบ
ប៉ៃលិន ไปลิน /paj.lɨn/ ไปเลิน ไพลิน
ត្បូងឃ្មុំ ตฺปูงฆฺมุํ /tɓouŋ kʰmum/ ตโบงคมุม ตะโบงคมุม




อักษรมูล

สุดท้ายนี้ขอลงตัวอย่างอักษรมูลเอาไว้ด้วยเนื่องจากหลายตัวมีความต่างไปมาก และอาจมีโอกาสเจอเช่นกันแม้จะน้อยกว่าอักษรฌรที่ใช้เป็นหลักในบทความนี้ ตัวที่หน้าตาต่างไปจากอักษรฌรอย่างชัดเจนจนราวกับเป็นอักษรคนละตัวจะทำเป็นสีแดงไว้ให้ระวังเป็นพิเศษ

วรรค
กะ

្ក


្ខ


្គ


្ឃ


្ង

วรรค
จะ

្ច


្ឆ


្ជ


្ឈ


្ញ

วรรค
ฏะ

្ដ


្ឋ


្ឌ


្ឍ


  ្ណ

วรรค
ตะ

្ត


្ថ


្ទ


្ធ


្ន

วรรค
ปะ

្ប


្ផ


្ព


្ភ


្ម

 เศษวรรค
្យ


្រ


្ល


្វ


្ស


្ហ


 


្អ


จะเห็นว่าตัวที่หน้าตาเปลี่ยนไปนั้นหลายตัวมาคล้ายกับกลุ่มที่หน้าตาคล้ายกัน ทำให้มีตัวที่หน้าตาคล้ายกันเป็น ๑๐ ตัว ทำให้สับสนง่ายกว่า จึงขอทำตารางสรุปอักษรคล้ายสำหรับอักษรมูลใหม่ได้ดังนี้

  ล่างพัน ล่างหยัก ล่างเรียบ ล่าง
ขวา
ม้วน
ขวา
ม้วน
ขวา
กุด
ขวา
ม้วน
ขวา
กุด
บนหยัก
   

   
บนม้วนขึ้น    



 
บนม้วนลง  
     




สรุปทิ้งท้ายและข้อควรระวัง

คำอธิบายและตัวอย่างที่ยกมาทั้งหมดได้แสดงหลักการอ่านโดยทั่วไปพร้อมข้อยกเว้นบางส่วนเท่าที่จะทำได้ แต่ในความเป็นจริงเสียงอ่านมีความซับซ้อนกว่านี้ซึ่งยังไม่อาจอธิบายได้ครอบคลุม และยังมีข้อยกเว้นที่พบได้อีกมาก ทำให้การอ่านไม่เป็นไปตามรูปที่เขียน ซึ่งจะไม่ได้พูดถึงในนี้โดยเฉพาะ หากต้องการถอดตามเสียงก็อาจเปิดดูเสียงอ่านจากพจนานุกรมหรือยึดตามที่ได้ยินจากที่เจ้าของภาษาพูด

เวลาที่ไม่แน่ใจเสียงอ่านของคำแล้วต้องการตรวจสอบขอแนะนำให้ค้นใน wiktionary ซึ่งเขียน IPA พร้อมทั้งบอกที่มาของคำ ทำให้รู้ว่าหลายคำมีรากเดียวกับภาษาไทยหรือเป็นคำยืมกันมาด้วยซึ่งช่วยให้จำง่ายขึ้นอีก

ตัวอย่างคำที่ยกมาในนี้ทั้งหมดก็เอามาจาก wiktionary ถ้ากดลิงก์เข้าไปก็จะโยงไปที่หน้าอธิบายรายละเอียดของคำนั้น สามารถดูความหมายและที่มาได้

และคำการทับศัพท์ทั้งแบบตามรูปและตามเสียงที่แนะนำมาทั้งหมดนี้ไม่ใช่ระบบที่มีใครใช้งานจริงในการเรียกหรือแปลชื่อภาษาเขมร เพราะเวลาแปลคำจากภาษาเขมรคนมักจะเรียกตามความเคยชิน หรือตามคำที่เทียบเคียงในภาษาไทย ซึ่งอาจเป็นการผสมทั้งแบบตามรูปและตามเสียง จึงมีหลายมาตรฐาน ความไม่แน่นอนสูงจนเกินกว่าที่จะสรุปเป็นกฎได้โดยง่าย จึงไม่ขอกล่าวถึงในที่นี้ด้วย

ระบบการทับศัพท์ที่แนะนำไปในนี้เหมาะจะใช้สำหรับการศึกษาเพื่อเป็นหลัก ช่วยให้เข้าใจทั้งรูปเขียนและเสียงอ่านในภาษาเขมรได้ง่ายขึ้น



เอกสารอ้างอิงและแหล่งอ่านเพิ่มเติม



-----------------------------------------

囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧

ดูสถิติของหน้านี้

หมวดหมู่

-- ภาษาศาสตร์ >> ภาษาเขมร
-- ภาษาศาสตร์ >> หลักเกณฑ์การทับศัพท์

ไม่อนุญาตให้นำเนื้อหาของบทความไปลงที่อื่นโดยไม่ได้ขออนุญาตโดยเด็ดขาด หากต้องการนำบางส่วนไปลงสามารถทำได้โดยต้องไม่ใช่การก๊อปแปะแต่ให้เปลี่ยนคำพูดเป็นของตัวเอง หรือไม่ก็เขียนในลักษณะการยกข้อความอ้างอิง และไม่ว่ากรณีไหนก็ตาม ต้องให้เครดิตพร้อมใส่ลิงก์ของทุกบทความที่มีการใช้เนื้อหาเสมอ

目次

日本による名言集
モジュール
-- numpy
-- matplotlib

-- pandas
-- manim
-- opencv
-- pyqt
-- pytorch
機械学習
-- ニューラル
     ネットワーク
javascript
モンゴル語
言語学
maya
確率論
日本での日記
中国での日記
-- 北京での日記
-- 香港での日記
-- 澳門での日記
台灣での日記
北欧での日記
他の国での日記
qiita
その他の記事

記事の類別



ติดตามอัปเดตของบล็อกได้ที่แฟนเพจ

  記事を検索

  おすすめの記事

รวมร้านราเมงและบะหมี่ในจังหวัดโทจิงิ
ทำความเข้าใจการแปลงลาปลัสสำหรับแก้ปัญหาฟิสิกส์
รวมร้านราเมงและบะหมี่ในเมืองฟุกุโอกะ
ตัวอักษรกรีกและเปรียบเทียบการใช้งานในภาษากรีกโบราณและกรีกสมัยใหม่
ที่มาของอักษรไทยและความเกี่ยวพันกับอักษรอื่นๆในตระกูลอักษรพราหมี
การสร้างแบบจำลองสามมิติเป็นไฟล์ .obj วิธีการอย่างง่ายที่ไม่ว่าใครก็ลองทำได้ทันที
รวมรายชื่อนักร้องเพลงกวางตุ้ง
ภาษาจีนแบ่งเป็นสำเนียงอะไรบ้าง มีความแตกต่างกันมากแค่ไหน
ทำความเข้าใจระบอบประชาธิปไตยจากประวัติศาสตร์ความเป็นมา
เรียนรู้วิธีการใช้ regular expression (regex)
การใช้ unix shell เบื้องต้น ใน linux และ mac
g ในภาษาญี่ปุ่นออกเสียง "ก" หรือ "ง" กันแน่
ทำความรู้จักกับปัญญาประดิษฐ์และการเรียนรู้ของเครื่อง
ค้นพบระบบดาวเคราะห์ ๘ ดวง เบื้องหลังความสำเร็จคือปัญญาประดิษฐ์ (AI)
หอดูดาวโบราณปักกิ่ง ตอนที่ ๑: แท่นสังเกตการณ์และสวนดอกไม้
พิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมโบราณปักกิ่ง
เที่ยวเมืองตานตง ล่องเรือในน่านน้ำเกาหลีเหนือ
ตระเวนเที่ยวตามรอยฉากของอนิเมะในญี่ปุ่น ปี 2013
เที่ยวชมหอดูดาวที่ฐานสังเกตการณ์ซิงหลง
ทำไมจึงไม่ควรเขียนวรรณยุกต์เวลาทับศัพท์ภาษาต่างประเทศ

ไทย

日本語

中文