φυβλαςのβλογ
phyblas的博客



ปี่เจี้ยซาน ทะเลแหวกและสะพานสวรรค์
เขียนเมื่อ 2015/07/28 23:25
แก้ไขล่าสุด 2019/11/17 11:47
#เสาร์ 23 พ.ค. 2015

หลายคนอาจเคยได้ยินคนพูดถึงทะเลแหวกที่จังหวัดกระบี่ของไทยมาบ้างแล้ว แต่อาจน้อยคนที่รู้จักว่าในจีนเองก็มีสถานที่คล้ายๆแบบนั้นอยู่เช่นกัน

สถานที่นั้นมีชื่อว่าปี่เจี้ยซาน (笔架山) ซึ่งอยู่ในเมืองจิ่นโจว (锦州)

ปี่เจี้ยซานเป็นภูเขาเล็กๆกลางทะเลในอ่าวเหลียวตง (辽东湾) มีลักษณะเด่นเฉพาะตรงที่มีผืนดินเชื่อมระหว่างปี่เจี้ยซานกับแผ่นดินใหญ่ ทำให้มองดูแล้วเหมือนเป็นสะพานธรรมชาติที่แหวกแยกทะเลออกเป็นสองซีก คนที่นี่เรียกมันว่าเทียนเฉียว (天桥) ซึ่งแปลว่าสะพานสวรรค์หรืออาจแปลว่าสะพานลอยสำหรับข้ามถนนก็ได้



ลักษณะเด่นของสะพานสวรรค์นี้ที่ทำให้มันน่าสนใจยิ่งขึ้นไปอีกก็คือมันไม่ได้โผล่อยู่เหนือน้ำตลอดเวลา แต่บางเวลาก็จมบางเวลาก็ลอย แล้วแต่ระดับน้ำว่าขึ้นสูงหรือลงต่ำ ทำให้แต่ละเวลาเห็นสภาพธรรมชาติที่ไม่เหมือนกัน

มีคนเปรียบเทียบปี่เจี้ยซานว่าเป็นมงแซ็งมีแชล (Mont Saint Michel) แห่งจีน มงแซ็งมีแชลเป็นเขากลางน้ำอยู่ที่ชายฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของฝรั่งเศส เวลาที่น้ำลงจะมีแผ่นดินเชื่อมติดกับแผ่นดินใหญ่เช่นเดียวกัน

ลองดูคลิปนี้ได้ จะเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของสะพานสวรรค์ปี่เจี้ยซานไปตามเวลาที่ระดับน้ำขึ้นลง https://vimeo.com/6000008

สะพานสวรรค์นี้ยาวประมาณกิโลเมตรกว่า เมื่อระดับน้ำลงต่ำสุดสามารถเดินข้ามผ่านสะพานนี้จากแผ่นดินใหญ่ไปยังเกาะได้ หากระดับน้ำขึ้นสูงเขาจะปิดไม่อนุญาตให้เดินผ่านสะพานเพราะอันตรายและมีความเสี่ยงที่จะถูกคลื่นพัดพาไป

การมาเที่ยวที่นี่จำเป็นต้องกะเวลาให้ดี ควรจะมาตอนที่ระดับน้ำลดต่ำที่สุดไม่เช่นนั้นไม่อาจเดินไปไหนได้ ถ้าสะพานจมมิดน้ำก็จะมองอะไรไม่เห็น ก็จะไม่ต่างอะไรจากมาเที่ยวทะเลธรรมดา ไม่มีความหมายที่จะต้องมาถึงที่นี่ ความหมายของการมาที่นี่โดยหลักแล้วก็คือการมาชมทะเลแหวกและได้เดินข้ามสะพานสวรรค์นี้

หากสะพานถูกจมมิดหรือจมไปบางส่วนทำให้ไม่สามารถเดินผ่านได้ก็ยังมีเรือที่คอยให้บริการนั่งข้ามไปยังเกาะ แต่คงจะไม่สนุกหรอกถ้าไม่ได้ลองเดิน อย่างไรก็ตามสะพานสวรรค์นี้ยาวมากต้องใช้เวลาเดินประมาณครึ่งชั่วโมงจึงจะถึงเกาะ หากใครอยากประหยัดเวลาจะแค่ถ่ายรูปหัวท้ายสะพานแล้วก็นั่งเรือชมอยู่ห่างๆก็ได้

บนเขาปี่เจี้ยซานนี้ว่ากันตามตรงแล้วก็คือไม่ได้มีอะไรมาก มีสิ่งก่อสร้างเก่าๆอยู่จำนวนหนึ่งที่คนเคยไปสร้างเอาไว้แต่ก็ไม่ถึงกับโดดเด่น แต่มาถึงทั้งทีอุตส่าห์เดินข้ามสะพานไปถึงแล้วจะเดินชมสักหน่อยก็ไม่เลวเพราะเป็นจุดชมทิวทัศน์ที่สวยเหมือนกัน

ตำแหน่งของปี่เจี้ยซานนั้นอยู่ภายในบริเวณที่เรียกว่าเขตพัฒนาเศรษฐกิจและเทคโนโลยีจิ่นโจว (锦州经济技术开发区) ใกล้กับท่าเรือจิ่นโจว (锦州港) ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองจิ่นโจวออกไป ต้องนั่งรถไปประมาณชั่วโมงจึงจะถึง



หลังจากที่เที่ยวชมหออนุสรณ์ยุทธการเหลียวเสิ่น (辽沈战役纪念馆) แล้วตามด้วยพิพิธภัณฑ์บรรพชีวินจิ่นโจว (锦州古生物博物馆) เสร็จแล้ว https://phyblas.hinaboshi.com/20150726

เราก็เดินย้อนกลับมายังสถานีรถไฟเพื่อมาขึ้นรถเมล์ที่ไปยังปี่เจี้ยซาน ให้ลองหาว่ามีรถคันไหนที่เขียนบอกว่าไปปี่เจี้ยซานก็ขึ้นไปได้เลย



ใช้เวลาเดินทางประมาณชั่วโมงจึงมาถึง บริเวณชายฝั่งที่ปี่เจี้ยซานตั้งอยู่นี้เป็นย่านชุมชนเล็กๆแห่งหนึ่งที่ดูสวยงามเหมือนกัน




มาถึงท่ารถของที่นี่




ทางเข้าสู่ปี่เจี้ยซาน




ที่ขายตั๋ว ค่าเข้าราคา ๗๐ หยวน เราเป็นนักเรียนจึงลดเหลือ ๓๕ หยวน



จุดตรวจบัตร



รูปแกะสลักขนาดใหญ่โดดเด่นอยู่หน้าข้างชายหาด



เริ่มมองเห็นสะพานสวรรค์และตัวเกาะแล้ว



ทางซ้ายเป็นบ้านพักตากอากาศ



ลงมาเดินแล้ว เห็นสะพานยาวเป็นทางเดินมุ่งสู่เกาะ ขณะที่เรามาถึงเป็นเวลาบ่ายสามโมงยี่สิบ ในขณะที่ตามข้อมูลแล้วระดับน้ำลงต่ำสุดในวันนั้นคือเวลา 15:35 ดังนั้นถือว่ามาได้ถูกจังหวะ เวลานี้จะเห็นสะพานได้กว้างที่สุด



ทุกคนมุ่งหน้าไปเรื่อยๆสู่เกาะตรงหน้า



มีคนมาตั้งขายของอยู่บนนี้ด้วย แบบนี้ถ้าน้ำขึ้นคงต้องรีบเก็บกันใหญ่




ทางเดินใหญ่พอที่จะให้รถบรรทุกผ่านได้สบาย



รวมทั้งรถแทร็กเตอร์ด้วย



มีเรือจอดอยู่ตามชายฝั่ง เขาคงรอให้น้ำลดแล้วมาช่วยรับคน หรืออาจรอคนที่เดินไม่ไหว



มีคนนั่งเรืออยู่ประปราย



หนทางยังอีกยาวไกล



เหลียวหลังมองกลับไปยังแผ่นดินใหญ่สักหน่อย



ต่อจากตรงนี้ไปเป็นจุดที่สะพานค่อนข้างแคบ ประตูตรงนี้มีไว้ปิดเวลาที่ระดับน้ำขึ้นสูงจนบริเวณนี้จม



ขณะนี้เป็นเวลาที่สามารถเดินผ่านไปได้ ถึงอย่างนั้นสภาพเส้นทางก็อย่างที่เห็น บางช่วงเปียกทำให้เดินลำบาก ตรงส่วนนี้ถ้าไม่ระวังก็ต้องย่ำน้ำ



แล้วพอมาถึงตรงนี้ก็เป็นบริเวณที่เป็นไปไม่ได้ที่จะผ่านไปโดยไม่ต้องย่ำน้ำแล้ว ทุกคนใส่รองเท้าแตะกันหมด บางคนเท้าเปล่าด้วยซ้ำ



ผู้คนต่างลุยน้ำไป



สำหรับคนที่ไม่ได้ใส่รองเท้าแตะ มีคนขายรองเท้าแตะอยู่ตรงนี้ด้วยเพราะเขารู้ว่าต้องมีคนต้องการมัน



แต่เราไม่พร้อมที่จะลุยเปียกตอนนี้ ก็เลยลองหันไปมองหาเรือซึ่งก็มีคนที่จ้องหาผู้โดยสารอยู่แล้ว



แต่เนื่องจากจังหวะนั้นมีเราคนเดียวเขาคงเห็นว่าไม่คุ้มเลยช่วยเราเรียกเรือลำอื่นที่กำลังอยู่ระหว่างทางให้มาจอดรับเราขึ้นไปอีกคน ราคาค่าเรือคือ ๑๕ หยวน ไม่ต่างจากขึ้นเรือที่ชายฝั่ง แม้ว่าจะขึ้นมากลางทาง


มองสะพานอยู่ห่างๆ มีรถวิ่งผ่านไปด้วย รถเองก็ต้องลุยน้ำ



มองย้อนกลับไปดูแผ่นดินใหญ่และผู้โดยสารคนอื่น



เดินทางใกล้เกาะเข้าไปเรื่อยๆ



ถึงแล้ว



มองกลับไปยังแผ่นดินใหญ่ มองผู้คนที่เดินผ่านสะพานมา



ตรงนี้มีร้านอาหารทะเล ดูแล้วน่าอร่อย ราคาก็ไม่ได้แพงจนเกินไป แต่ขณะนั้นยังไม่หิวและต้องรีบเที่ยวบนเกาะก่อนที่จะไม่มีเวลา



ทางขึ้นเขา จะขึ้นไปได้ต้องใช้บัตรผ่านซึ่งก็เป็นใบเดียวกับที่ใช้เข้ามาตอนแรก ดังนั้นถ้าทำหายตั้งแต่ตอนแรกก็ต้องซื้อใหม่ถึงจะขึ้นได้



ตรงนี้มีตารางเวลาที่บอกว่าระดับน้ำขึ้นหรือลงตอนช่วงไหนในแต่ละวัน



แผนที่ของที่นี่



ตรงนี้เห็นมีบริการเกี้ยวสำหรับคนที่ปีนเขาไม่ไหวด้วย ราคา ๑๒๘ หยวน



เดินขึ้นไปเรื่อยๆ





ถึงตรงนี้เจอทางแยก เราเดินขึ้นบันไดไป



ทิวทัศน์จากด้านบน



ข้างบนนี้เป็นศาลาหลวีจู่ถิง (吕祖亭)



ปีนขึ้นไปแล้วมองหนทางเบื้องหน้าที่ต้องเดินไปต่อ ยังอีกไกล



เดินไปเรื่อยๆ ผ่านศาลเจ้าเตี้ยนหมู่ฉือ (电母祠)



ไท่หยางเตี้ยน (太阳殿)



อู๋หมู่กง (五母宫) ภายในบูชาเจ้าแม่ทั้งห้า



ภายใน



เดินต่อไป ระหว่างทางเจอพวกของเล่นคล้ายตามงานวัด




จากตรงนี้มองไปยังท่าเรือที่อยู่ด้านข้าง



ข้างหน้านี้คือซานชิงเก๋อ (三清阁) เป็นอาคารที่ถูกสร้างขึ้นในปี 1912 สูง ๒๖.๒ เมตร ด้านบนเป็นหอคอย รวมแล้วมีทั้งหมด ๖ ชั้น เป็นอาคารวัดที่รวมพุทธศาสตร์นา ลัทธิเต๋า และขงจื๊อเข้าด้วยกัน



ตามประตูแกะสลักสวยงาม



ด้านในมีรูปสลักของเทพต่างๆเช่นยวี่หวงต้าตี้ (玉皇大帝)



ศากยมุนี (释迦牟尼)



จากยอดหอคอยมองไปยังเส้นทางเบื้องหน้า เหลืออยู่อีกไม่ไกลแล้ว



มองอาคารซานชิงเก๋อจากด้านล่างอีกที สวยจริงๆ



เดินต่อไป



บริเวณตรงนี้เป็นวัดฝาหยวี่ (法雨寺)



ทางข้างหน้านี้เห็นปลายทางแล้ว ดูแล้วไม่มีอะไร และเวลาก็เย็นพอสมควรแล้วก็เลยตัดสินใจว่าพอแค่นี้ ไม่ได้เดินต่อไปจนสุด



เดินกลับทางเดิม



ระหว่างทางกลับเห็นคนใช้บริการเกี้ยวแบกหามด้วย เป็นคนแก่ที่น่าจะเดินไม่ค่อยไหวแล้ว



เมื่อเดินกลับมาถึงหน้าทางขึ้นเขา ขณะนั้นเกือบ 5 โมงเย็นแล้ว เมื่อย้อนกลับมาดูสะพานสวรรค์ที่เดินผ่านมาตอนแรกสุดก็พบว่าตอนนี้มันแทบไม่มีเหลืออีกแล้ว ระดับน้ำขึ้นสูงจนจมมิด



ได้เวลาขึ้นเรือเพื่อกลับ



ลาก่อนปี่เจี้ยซาน



ระหว่างทางจับภาพซุ้มประตูที่กั้นกลางสะพานสวรรค์ ตอนนี้เห็นว่ามันลอยอยู่กลางทะเลแล้ว



กลับขึ้นฝั่งแล้ว บัดนี้สะพานได้หายไปไม่มีเหลือแล้ว มองไม่เห็นเป็นทะเลแหวกอีกต่อไปแล้ว ดูแล้วน่าเสียดาย แต่ก็ทำให้ได้เห็นความเปลี่ยนแปลง นี่ล่ะเป็นสีสันที่สำคัญอย่างหนึ่งของที่นี่ ถ้าทะเลอยู่ในสภาพเดิมตลอดก็คงจะน่าเบื่อแย่ มันก็เหมือนดอกไม้ที่มีผลิบานแล้วก็มีร่วงโรย ถ้าดอกไม้บานอยู่ตลอดผู้คนคงจะไม่ชื่นชมมันมากเท่า



ได้เวลาบอกลาที่นี่แล้ว เราไปขึ้นรถที่ท่ารถเพื่อกลับไปยังตัวเมืองจิ่นโจว





ระหว่างทาง บนสะพานข้ามแม่น้ำหนวี่เอ๋อร์ (女儿河) ตอนเย็น นี่เป็นแม่น้ำที่ลากผ่านตัวเมืองจิ่นโจวทางตอนใต้



กลับมาถึงสถานีรถไฟก็หาอะไรกินแถวนั้นก่อนกลับโรงแรม นี่คือข้าวผัดหยางโจว (扬州炒饭)



จบการเที่ยวในวันแรกลงเท่านี้แล้ว ได้มาเห็นธรรมชาติอันสวยงามของที่นี่แล้วรู้สึกว่าคุ้มที่มาจริงๆ

อ่านเรื่องราวการเที่ยวในวันถัดไปซึ่งเป็นวันที่สองของการเดินทางต่อได้ใน https://phyblas.hinaboshi.com/20150730



-----------------------------------------

囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧

ดูสถิติของหน้านี้

หมวดหมู่

-- จีน >> จีนแผ่นดินใหญ่ >> เหลียวหนิง
-- ท่องเที่ยว >> ทะเล

ไม่อนุญาตให้นำเนื้อหาของบทความไปลงที่อื่นโดยไม่ได้ขออนุญาตโดยเด็ดขาด หากต้องการนำบางส่วนไปลงสามารถทำได้โดยต้องไม่ใช่การก๊อปแปะแต่ให้เปลี่ยนคำพูดเป็นของตัวเอง หรือไม่ก็เขียนในลักษณะการยกข้อความอ้างอิง และไม่ว่ากรณีไหนก็ตาม ต้องให้เครดิตพร้อมใส่ลิงก์ของทุกบทความที่มีการใช้เนื้อหาเสมอ

目录

从日本来的名言
python
-- numpy
-- matplotlib

-- pandas
-- pytorch
maya
机器学习
-- โครงข่าย
     ประสาทเทียม
javascript
与日本相关的日记
与中国相关的日记
-- 与北京相关的日记
-- 与香港相关的日记
-- 与澳门相关的日记
与台湾相关的日记
与北欧相关的日记
与其他国家相关的日记
qiita
其他日志

按类别分日志



ติดตามอัปเดตของบล็อกได้ที่แฟนเพจ

  查看日志

  推荐日志

ทำความเข้าใจระบอบประชาธิปไตยจากประวัติศาสตร์ความเป็นมา
เรียนรู้วิธีการใช้ regular expression (regex)
หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาจีนกวางตุ้ง
การใช้ unix shell เบื้องต้น ใน linux และ mac
หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาจีนกลาง
g ในภาษาญี่ปุ่นออกเสียง "ก" หรือ "ง" กันแน่
ทำความรู้จักกับปัญญาประดิษฐ์และการเรียนรู้ของเครื่อง
ค้นพบระบบดาวเคราะห์ ๘ ดวง เบื้องหลังความสำเร็จคือปัญญาประดิษฐ์ (AI)
หอดูดาวโบราณปักกิ่ง ตอนที่ ๑: แท่นสังเกตการณ์และสวนดอกไม้
พิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมโบราณปักกิ่ง
เที่ยวเมืองตานตง ล่องเรือในน่านน้ำเกาหลีเหนือ
บันทึกการเที่ยวสวีเดน 1-12 พ.ค. 2014
แนะนำองค์การวิจัยและพัฒนาการสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA)
เล่าประสบการณ์ค่ายอบรมวิชาการทางดาราศาสตร์โดยโซวเคนได 10 - 16 พ.ย. 2013
ตระเวนเที่ยวตามรอยฉากของอนิเมะในญี่ปุ่น
เที่ยวชมหอดูดาวที่ฐานสังเกตการณ์ซิงหลง
บันทึกการเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรกในชีวิต - ทุกอย่างเริ่มต้นที่สนามบินนานาชาติคันไซ
หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาญี่ปุ่น
ทำไมจึงไม่ควรเขียนวรรณยุกต์เวลาทับศัพท์ภาษาต่างประเทศ
ทำไมถึงอยากมาเรียนต่อนอก
เหตุผลอะไรที่ต้องใช้ภาษาวิบัติ?

各月日志

2020年

1月 2月 3月 4月
5月 6月 7月 8月
9月 10月 11月 12月

2019年

1月 2月 3月 4月
5月 6月 7月 8月
9月 10月 11月 12月

2018年

1月 2月 3月 4月
5月 6月 7月 8月
9月 10月 11月 12月

2017年

1月 2月 3月 4月
5月 6月 7月 8月
9月 10月 11月 12月

2016年

1月 2月 3月 4月
5月 6月 7月 8月
9月 10月 11月 12月

找更早以前的日志