φυβλαςのβλογ
phyblasのブログ



ปราสาทฮิโกเนะ หนึ่งในสิบสองปราสาทโบราณที่ยังคงเหลือหอหลักดั้งเดิม
เขียนเมื่อ 2013/02/25 00:43
แก้ไขล่าสุด 2021/09/28 16:42
#อาทิตย์ 20 ม.ค. 2013

จากตอนที่แล้วเราไปเที่ยวที่เมืองโทโยซาโตะ (豊郷町) https://phyblas.hinaboshi.com/20130223

เรายังคงอยู่ที่จังหวัดชิงะ (滋賀県) เช่นเดิม โดยหลังจากออกจากสถานีโทโยซาโตะตอน 14:32 โดยนั่งรถไฟสายหลักโอวมิเท็ตสึโดว (近江鉄道本線) ถัดไปอีก ๕ ป้าย เป็นระยะทาง ๙.๒ ก.ม. โดยใช้เวลา ๑๘ นาที ก็มาถึงสถานีฮิโกเนะ (彦根駅) ในเมืองฮิโกเนะ (彦根市) ตอน 14:50



ตำแหน่งเมืองฮิโกเนะ สีชมพูเข้มในแผนที่




สถานีฮิโกเนะเป็นสถานีเชื่อมต่อที่สำคัญระหว่างรถไฟของ JR สายบิวาโกะ (琵琶湖線) และสายหลักโอวมิเท็ตสึโดวที่เรานั่งมา และขากลับ

เมืองฮิโกเนะเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญที่สุดของจังหวัดชิงะ เพราะมีปราสาทฮิโกเนะ (彦根城)



ถ้าใครตามอ่านมาตั้งแต่ต้นอาจจะเริ่มเบื่อว่าทำไมไปเที่ยวแต่ปราสาทเยอะจัง ที่จริงแล้วปราสาทญี่ปุ่นมีอยู่เยอะมากเป็นร้อยๆแห่งเลย เที่ยวเท่าไหร่ก็ไม่หมด

แต่ก็ไม่ใช่ว่าแต่ละแห่งจะเหมือนเดิมซ้ำๆเที่ยวที่ไหนก็เหมือนๆกัน แต่ละแห่งก็มีเอกลักษณ์ต่างกันออกไป ประวัติศาสตร์ก็ต่างกันออกไป ยุคสมัยที่สร้างก็ต่างกัน จึงมีอะไรหลายๆอย่างไม่เหมือนกัน มีค่าควรให้ไปเยือนหลายๆแห่ง

โดยเฉพาะปราสาทฮิโกเนะนี้จะเด่นกว่าปราสาทอื่นตรงที่ว่าเป็นปราสาทดั้งเดิมที่ไม่เคยถูกทำลายและอยู่รอดข้ามยุคข้ามสมัยมาจนถึงปัจจุบัน

ปราสาทอื่นที่เราเคยไปมาอย่างปราสาทวากายามะ (和歌山城) ปราสาทโอกายามะ (岡山城) ปราสาทโองากิ (大垣城) ต่างก็ถูกทำลายไปในสงครามโลกครั้งที่สอง อาคารที่เห็นอยู่ตอนนี้คือที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่แทนให้เหมือนของเก่าเท่านั้น

นั่นจึงทำให้ปราสาทฮิโกเนะมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์มาก โดยหอหลักได้ับการตั้งให้เป็นสมบัติของชาติ และยังได้รับการเสนอชื่อให้เป็นมรดกโลกด้วย แต่ยังอยู่ในระหว่างพิจารณา

ปราสาทโบราณของญี่ปุ่นที่ตัวหอหลักยังหลงเหลือมาถึงยุคปัจจุบันมีอยู่เพียงแค่ ๑๒ หลังเท่านั้น โดยแห่งที่มีชื่อเสียงที่สุดคือปราสาทฮิเมจิ (姫路城) ในเมืองฮิเมจิ (姫路市) จังหวัดเฮียวโงะ (兵庫県) ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก

ที่จริงเรามีนั่งชิงกันเซงผ่านเมืองฮิเมจิไปเมื่อวันก่อน https://phyblas.hinaboshi.com/20130203

แต่เนื่องจากปราสาทฮิเมจิตอนนี้กำลังปิดซ่อมอยู่ ถึงไปก็ไม่เห็นอะไรมาก ก็เลยไม่ได้แวะไป ไว้ซ่อมเสร็จเมื่อไหร่ก็เป็นสถานที่เที่ยวที่ต้องไปเยี่ยมชมให้ได้สักครั้งแน่นอน



ประวัติศาสตร์ของปราสาทฮิโกเนะต้องย้อนกลับไปในสมัยอาซึจิโมโมยามะถึงสมัยเอโดะ โดยเมื่อก่อนบริเวณเมืองฮิโกเนะนี้เคยมีปราสาทที่ตั้งอยู่ก่อนคือปราสาทซาวายามะ (佐和山城) ซึ่งเดิมเป็นของอิชิดะ มิตสึนาริ (石田三成)

แต่เมื่ออิชิดะ มิตสึนาริพ่ายแพ้ให้กับโทกุงาวะ อิเอยาสึ (徳川家康) ในศึกเซกิงาฮาระ (関が原の戦い) จนต้องคว้านท้องตายไปในปี 1600 และเข้าสู่ยุคเอโดะ อิเอยาสุได้กลายเป็นโชกุนมีอำนาจปกครองทั้งญี่ปุ่น และพื้นที่แถบนี้ถูกตั้งให้เป็นแคว้นซาวายามะ (佐和山藩)

ซึ่งทางรัฐบาลโชกุนก็ได้ส่งผู้ครองแคว้นคนใหม่เข้ามาปกครองคือ อิอิ นาโอมาสะ (井伊直政) แต่เขาไม่ชอบปราสาทซาวายามะแห่งนี้ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของผู้ครองคนเก่า จึงวางแผนสร้างปราสาทใหม่ขึ้น ซึ่งก็คือปราสาทฮิโกเนะ

แต่ยังไม่ทันได้เริ่มทำอะไรนาโอมาสะก็เสียชีวิตไปเสียก่อนในปี 1602 ด้วยแผลที่ค้างมาจากสมัยศึกเซกิงาฮาระซึ่งยังรักษาไม่หาย ลูกชายของเขาคืออิอิ นาอตสึงุ (井伊直継) ได้เข้ามาปกครองต่อแทน และได้สานต่อเจตนารมณ์

การก่อสร้างปราสาทใหม่จึงเริ่มขึ้นในปี 1603 และสร้างเสร็จไปส่วนหนึ่งในปี 1606 นาอตสึงุได้ย้ายเข้ามาอยู่ และปราสาทซาวายามะก็ได้ถูกรื้อทิ้ง ซากส่วนหนึ่งก็ถูกนำไปเป็นวัสดุในการสร้างปราสาทฮิโกเนะด้วย

แคว้นซาวายามะได้ถูกเปลี่ยนชื่อใหม่เป็นแคว้นฮิโกเนะ (彦根藩) หลังจากนั้นปราสาทก็สร้างเสร็จสมบูรณ์ในปี 1622

หลังจากนั้นตัวหอหลักก็ได้คงอยู่มาโดยตลอด จนถึงยุคเมย์จิ เมื่อมีคำสั่งทำลายปราสาทต่างๆทั่วประเทศขึ้น ได้มีปราสาทจำนวนมากมายถูกรื้อทิ้ง ปราสาทฮิโกเนะก็เกือบจะถูกสั่งให้รื้อทิ้งเช่นกัน แต่จักรพรรดิได้เดินทางผ่านมาเยี่ยมที่นี่แล้วสั่งว่าให้รักษาเอาไว้ ดังนั้นก็เลยรอดมาได้ในสภาพสมบูรณ์

ส่วนปราสาทซาวายามะปัจจุบันไม่เหลืออะไรนอกจากซากอยู่บนเขา ใครสนใจก็สามารถไปชมได้เช่นกัน แต่อยู่ค่อนข้างจะไกลเดินทางไม่ได้สะดวกนัก



ผิดกับสถานีก่อนๆที่เราผ่านมาในสายหลักโอวมิเท็ตสึซึ่งมีแต่สถานีเล็กๆซึ่งไม่มีคนเฝ้า สถานีฮิโกเนะนี้เป็นสถานีใหญ่ เพราะตั้งอยู่ในเมืองหลักและเป็นจุดเชื่อมไปยังสายรถไฟชอง JR ด้วย




ออกมาด้านนอกสถานี เห็นรูปปั้นของอิอิ นาโอมาสะ ผู้ริเริ่มให้สร้างปราสาทฮิโกเนะก่อนเสียชีวิต



ป้าย ようこそ ひこねへ "ขอต้อนรับสู่ฮิโกเนะ"



ตัวสถานี ถ่ายจากด้านนอก ดูเรียบๆ



เส้นทางไปสู่ปราสาทต้องเดินไปตามทางถนนสายนี้ ซึ่งเส้นทางมุ่งไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ ไม่ไกลมาก



ระหว่างทางจะเจอไอ้ตัวนี้อยู่เต็มไปหมดเลย ซึ่งนี่คือยุรุเคียระ (ゆるキャラ) ของเมืองฮิโกเนะ ชื่อว่าฮิโกเนียน (ひこにゃん)




ยุรุเคียระคืออะไรอ่านได้ในหน้านี้ มีเขียนอธิบายไว้อย่างละเอียดทีเดียว http://www.nipponnotsubo.com/culture/culture/01201yurukyara/0120107jn1yurukyara.html

พอเดินจนสุดถนนก็จะเจอทางแยก



แต่ถ้าตรงไปก็จะเป็นศาลเจ้า

 

ที่นี่คือศาลเจ้าโกโกกุ (護国神社) เป็นศาลเจ้าที่สร้างขึ้นเพื่อบูชาผู้ที่สละชีพเพื่อชาติ ซึ่งมีอยู่หลายแห่งทั่วประเทศญี่ปุ่น โดยมีจังหวัดละอย่างน้อยหนึ่งแห่ง ของจังหวัดชิงะนี้อยู่ที่เมืองฮิโกเนะนี้ นอกจากในญี่ปุ่นแล้วยังมีที่ไต้หวัน ซึ่งถูกสร้างขึ้นสมัยที่ญี่ปุ่นไปยึดครองอยู่ด้วย และยังมีที่เกาะคาราฟุโตะ (樺太, ในภาษารัสเซียเรียกเกาะนี้ว่าซาฆาริน (Сахалин)) เกาะของรัสเซียซึ่งสมัยก่อนญี่ปุ่นเคยยึดได้



เมื่อทะลุผ่านตัวศาลเจ้าออมาด้านซ้ายก็จะเริ่มเห็นคูชั้นนอกที่ล้อมรอบปราสาท



ซึ่งถ้าเลี้ยวขวาก็จะมีทางเข้าไปยังส่วนด้านในได้ แต่เราเกิดมึนแผนที่ขึ้นมาก็เลยเดินไปทางซ้าย ซึ่งเป็นทางอ้อม



เลยได้เห็นส่วนของคูด้านนอกจากฝั่งทิศใต้



จากนั้นค่อยมาเจอสะพานข้ามคู




มองคูจากบนสะพาน



แม้จะอ้อมสักหน่อย แต่จากสะพานด้านนี้ก็สามารถเข้าไปในบริเวณปราสาทได้เช่นกัน




เดินเข้าไปแล้วตรงไปเรื่อยๆจะเจอกับคูด้านในอีกชั้น แสดงให้เห็นว่าปราสาทนี้ป้องกันหลายชั้นจริงๆ นอกจากล้อมด้วยคูคลองแล้วตัวปราสาทยังตั้งอยู่บนเขาด้วย



ก็ต้องข้ามสะพานไป



ข้ามมาก็จะเจอทางเข้าบริเวณปราสาท ซึ่งต้องจ่ายเงินถึงจะเข้าได้



ซึ่งค่าเข้าบริเวณด้านในแพงถึง ๖๐๐ แต่จำเป็นต้องเข้าเพราะไม่เช่นนั้นจะมองไม่เห็นตัวปราสาทเลย ปราสาทนี้ไม่เหมือนปราสาทอื่นตรงที่ถ้าไม่จ่ายก็จะเข้าใกล้บริเวณตัวปราสาทไม่ได้เลย และจะมองไม่เห็นยอดหอหลักของปราสาทด้วย



ตั๋วเข้าชมหน้าตาเป็นแบบนี้



เมื่อเข้ามาสิ่งแรกที่เห็นคือบันไดหินทางขึ้น ซึ่งต้องเดินขึ้นไปไกลพอสมควร



แล้วก็เริ่มเห็นอาคารของปราสาท แต่ว่านี่ยังไม่ใช่ตัวหอหลัก แต่เป็นป้อมด้านนอกที่ชื่อว่าป้อมเทมบิง (天秤櫓)



ซึ่งจะเห็นว่ามีสะพานอยู่ด้านบนเพื่อข้ามไปยังประตูด้านบน ชื่อสะพานโรวกะ (廊下橋)



ซึ่งก็ต้องปีนบันไดอีกเพื่อจะขึ้นไปด้านบน



พอขึ้นมาถึง ตัวสะพานโรวกะและป้อมเทมบิงก็อยู่ตรงหน้านี้แล้ว ทั้งป้อมและสะพานล้วนเป็นของโบราณดั้งเดิมซึ่งได้รับการตั้งให้เป็นวัตถุทางวัฒนธรรมสำคัญ



จากสะพานมองลงไปข้างล่างเห็นเส้นทางที่เราปีนผ่านมา



เมื่อทะลุผ่านประตูหอเข้ามาเราก็ยังต้องปีนบันไดต่อไปอีก



ซึ่งด้านบนจะเจอกับป้อมไทโกมง (太鼓門櫓) ซึ่งก็ต้องลอดประตูผ่านไป ป้อมนี้ก็เป็นของเก่าดั้งเดิมซึ่งได้รับการตั้งให้เป็นวัตถุทางวัฒนธรรมสำคัญเช่นกัน



พอลอดประตูนี้ผ่านไป... ก็ยังต้องปีนต่ออีกหน่อย หนทางช่างลำบากจริงๆ



และแล้วหลังจากที่ปีนขึ้นมาไกล หอหลักของปราสาทก็อยู่ตรงหน้านี้แล้ว




ตัวปราสาทดูภายแล้วไม่ได้ต่างจากปราสาทอื่นๆซึ่งเป็นปราสาทสร้างจำลองใหม่นัก

แต่จะเห็นต่างเมื่อเข้าไปด้านใน



ภายในตัวอาคารจะเห็นโครงสร้างเป็นไม้ที่ดูเก่าๆ บันไดที่นี่สูงชัน

 

ภายในเก็บพวกวัตถุโบราณ แต่มีไม่มาก พื้นที่ส่วนใหญ่โล่งๆ ผิดกับปราสาทอื่นที่เป็นพิพิธภัณฑ์ที่วางของเต็มไปหมด แถมบางแห่งยังติดเครื่องปรับอากาศและลิฟต์อีกด้วย ภายในปราสาทนี้ไม่ได้ห้ามถ่ายรูปก็เลยถ่ายมาได้



ชั้นบนสุดเป็นจุดชมวิว



มองทิวทัศน์ภายนอกจากบนปราสาท เห็นตัวเมืองชัดเพราะที่นี่อยู่สูง




มองไปทางตะวันตกเฉียงเหนือเห็นทะเลสาบบิวะชัดเจน



กลับลงมาจากด้านบนปราสาท ด้านข้างปราสาทเป็นที่ขายของที่ระลึก



แต่มันแพงมากทั้งนั้นเลย อย่างตุ๊กตาฮิโกเนียน ตัวไม่ใหญ่ก็ยังราคา ๒๕๐๐ เยน น่ารักดีแต่ซื้อไม่ไหว



จากบริเวณรอบๆปราสาทก็เป็นจุดชมวิวที่ดี





พอชมตัวปราสาทเสร็จก็เดินกลับออกไปโดยทางเข้าอีกฝั่งซึ่งเป็นเส้นทางใกล้ที่ควรจะได้เดินมาตอนแรก



ซึ่งพบว่าเป็นทางที่เดินสะดวกกว่าพอสมควร แต่ก็ไม่เป็นไร เพราะตอนแรกหลงไปทางไกลก็เลยได้เห็นเส้นทางเลียบคลองสวยๆ (พยายามมองในแง่ดี)



พอกลับมายังบริเวณคลองด้านนอกแล้วมองกลับไปก็พบว่าที่แท้มุมนี้ก็สามารถมองเห็นยอดปราสาทได้ด้วย ตอนแรกไม่ได้สังเกตเลย



ก่อนกลับแวะหาอาหารทานแถวๆปราสาท ที่จริงตอนนั้นเวลาเพิ่งจะสี่โมงกว่าๆ ยังไม่ถึงเวลาทานข้าวเย็น แต่เนื่องจากวันนี้ข้าวเที่ยงก็ยังไม่ได้ทานเพราะก่อนหน้านี้สถานที่ที่ไปมาคือโกกาโชวกับโทโยซาโตะเป็นเมืองเล็กๆในชนบท หาร้านอาหารอะไรทานไม่ได้เลย ก็เลยอดมาจนถึงฮิโกเนะ

แถวใกล้ๆปราสาทก็เจออยู่ร้านเดียวคือตรงนี้



ด้านนอกร้านมีบอกว่าขายอุดง แต่ไม่ได้บอกราคา แต่ก็ช่วยไม่ได้เพราะไม่เห็นร้านอื่นเลย ก็เลยเข้ามา ปรากฏว่าแพงถึง ๖๓๐ เยน แต่ก็เปลี่ยนใจไม่ทันแล้วเพราะว่าเดินเข้าร้านไปแล้วก็เลยต้องยอมทานแพงไป แต่ว่าก็อร่อยเหมือนกัน



เมื่อทานเสร็จก็เดินกลับไปยังสถานีรถไฟเพื่อนั่งรถไฟของ JR กลับเกียวโต






เป็นวันที่เหนื่อยยากลำบากมากวันหนึ่ง เพราะเดินเยอะทั้งๆที่เท้าก็เจ็บอยู่ ตอนที่เดินทางราบปกติไม่เท่าไหร่ แต่พอมาเดินปราสาทฮิโกเนะแล้วต้องปีนเขานั้นเป็นอะไรที่ลำบากพอดู แม้จะซื้อรองเท้าใหม่ที่โองากิแล้วก็แค่ช่วยได้ในระดับนึงเท่านั้น

การเดินหนักในวันนี้ส่งผลต่อวันต่อมาด้วย เพราะต้องตามแผนแล้วต้องมีการเดินเยอะเช่นกัน แถมมีปีนเขาด้วย แต่ขาเจ็บอยู่ก็เลยลำบากไม่น้อย แต่การท่องเที่ยวก็ยังจะต้องดำเนินต่อไป

ตามอ่านของวันต่อไป https://phyblas.hinaboshi.com/20130227



โดยรวมแล้ววันนี้เป็นวันที่ค่าใช้จ่ายเยอะมากเนื่องจากนั่งรถไฟสายที่ไม่สามารถใช้ Kansai WIDE area pass ลองคำนวณค่าใช้จ่ายทั้งหมดดู

JR นอกเขตที่ใช้พาสได้ : ไมบาระ > โองากิ 650
JR นอกเขตที่ใช้พาสได้ : โองากิ > โฮซึมิ 190
JR นอกเขตที่ใช้พาสได้ : โฮซึมิ > โนโตงาวะ 140 (ซื้อตั๋วถูกสุดแค่เพื่อกลับเข้าเขตที่ใช้พาสได้)
รถบัส : โนโตงาวะ > โกกาโชวคนโดว 280
โอวมิเท็ตสึโดว : โกกาโชว > โทโยซาโตะ 290
โอวมิเท็ตสึโดว : โทโยซาโตะ > ฮิโกเนะ 400

รวมแล้วเป็น 1950 เยน

แต่ว่าส่วนที่ใช้ Kansai WIDE area pass ได้นั่นคือตอนขามาที่นั่งจากเกียวโตไปไมบาระ และขากลับที่กลับจากฮิโกเนะไปเกียวโต
เกียวโต > ไมบาระ 1110
โฮซึมิ > โนโตงาวะ 1110-140=970 (ราคาจริงคือ 1110 แต่จ่ายแค่ 140)
ฮิโกเนะ > เกียวโต 1110

ดังนั้นจำนวนเงินที่ช่วยประหยัดไปได้รวมแล้วคือ 3190

รวมแล้วดูเหมือนจะไม่ได้ใช้คุ้มมากอย่างวันก่อนๆ เพราะไม่ได้นั่งรถด่วนหรือชิงกันเซงเลย แต่ก็ยังถือว่าคุ้มอยู่เพราะพาสนี้ราคา 7000 ใช้ได้ ๔ วัน ดังนั้นตกราคาเฉลี่ยวันละ 1750 เยน แค่ใช้เกินนี้ก็คุ้มแล้ว



-----------------------------------------

囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧

ดูสถิติของหน้านี้

หมวดหมู่

-- ประเทศญี่ปุ่น >> ชิงะ
-- ท่องเที่ยว >> ปราสาท☑ >> ปราสาทญี่ปุ่น
-- ประวัติศาสตร์ >> ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น

ไม่อนุญาตให้นำเนื้อหาของบทความไปลงที่อื่นโดยไม่ได้ขออนุญาตโดยเด็ดขาด หากต้องการนำบางส่วนไปลงสามารถทำได้โดยต้องไม่ใช่การก๊อปแปะแต่ให้เปลี่ยนคำพูดเป็นของตัวเอง หรือไม่ก็เขียนในลักษณะการยกข้อความอ้างอิง และไม่ว่ากรณีไหนก็ตาม ต้องให้เครดิตพร้อมใส่ลิงก์ของทุกบทความที่มีการใช้เนื้อหาเสมอ

目次

日本による名言集
モジュール
-- numpy
-- matplotlib

-- pandas
-- manim
-- opencv
-- pyqt
-- pytorch
機械学習
-- ニューラル
     ネットワーク
javascript
モンゴル語
言語学
maya
確率論
日本での日記
中国での日記
-- 北京での日記
-- 香港での日記
-- 澳門での日記
台灣での日記
北欧での日記
他の国での日記
qiita
その他の記事

記事の類別



ติดตามอัปเดตของบล็อกได้ที่แฟนเพจ

  記事を検索

  おすすめの記事

ตัวอักษรกรีกและเปรียบเทียบการใช้งานในภาษากรีกโบราณและกรีกสมัยใหม่
ที่มาของอักษรไทยและความเกี่ยวพันกับอักษรอื่นๆในตระกูลอักษรพราหมี
การสร้างแบบจำลองสามมิติเป็นไฟล์ .obj วิธีการอย่างง่ายที่ไม่ว่าใครก็ลองทำได้ทันที
รวมรายชื่อนักร้องเพลงกวางตุ้ง
ภาษาจีนแบ่งเป็นสำเนียงอะไรบ้าง มีความแตกต่างกันมากแค่ไหน
ทำความเข้าใจระบอบประชาธิปไตยจากประวัติศาสตร์ความเป็นมา
เรียนรู้วิธีการใช้ regular expression (regex)
การใช้ unix shell เบื้องต้น ใน linux และ mac
g ในภาษาญี่ปุ่นออกเสียง "ก" หรือ "ง" กันแน่
ทำความรู้จักกับปัญญาประดิษฐ์และการเรียนรู้ของเครื่อง
ค้นพบระบบดาวเคราะห์ ๘ ดวง เบื้องหลังความสำเร็จคือปัญญาประดิษฐ์ (AI)
หอดูดาวโบราณปักกิ่ง ตอนที่ ๑: แท่นสังเกตการณ์และสวนดอกไม้
พิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมโบราณปักกิ่ง
เที่ยวเมืองตานตง ล่องเรือในน่านน้ำเกาหลีเหนือ
ตระเวนเที่ยวตามรอยฉากของอนิเมะในญี่ปุ่น
เที่ยวชมหอดูดาวที่ฐานสังเกตการณ์ซิงหลง
ทำไมจึงไม่ควรเขียนวรรณยุกต์เวลาทับศัพท์ภาษาต่างประเทศ

ไทย

日本語

中文