φυβλαςのβλογ
phyblasのブログ



เมืองเก่าต้าหลี่ เมืองที่วางตัวอยู่ระหว่างภูเขาและทะเลสาบ
เขียนเมื่อ 2018/05/26 19:24
แก้ไขล่าสุด 2021/09/28 16:42
# อังคาร 17 เม.ษ. 2018

หลังจากที่เที่ยวในสี่โจวเสร็จ https://phyblas.hinaboshi.com/20180524

ก็เดินทางกลับมายังตัวเมืองต้าหลี่ แต่คราวนี้แวะลงที่ย่านเมืองเก่า ไม่ได้กลับไปถึงที่ท่ารถในย่านเมืองใหม่



เมืองเก่าต้าหลี่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาที่ยาวนาน โดยเริ่มถูกสร้างตั้งแต่สมัยอาณาจักรน่านเจ้า (南诏, ปี 738-902) หรือตรงกับช่วงยุคราชวงศ์ถังของจีนโดยเริ่มแรกชื่อหยางจวีเมียเฉิง (羊苴咩城 หรือ 阳苴咩城)

ต่อมาพออาณาจักรต้าหลี่ก่อตั้งขึ้นก็ใช้ที่นี่เป็นเมืองหลวงต่อด้วย

อย่างไรก็ตาม โครงสร้างตัวเมืองดังที่เห็นเหลืออยู่จนถึงปัจจุบันนั้นถูกสร้างใหม่ในปี 1382 ต้นยุคราชวงศ์หมิง หลังจากที่กองทัพทหารราชวงศ์หมิงที่นำโดยมู่อิง (沐英) ตียึดต้าหลี่ได้สำเร็จ เมืองถูกสร้างใหม่ทับของเก่าแล้วร่องรอยของตัวเมืองเก่าก็ค่อยๆเลือนหายไป

เมืองที่สร้างใหม่มีการสร้างกำแพงเมืองล้อมในลักษณะเดียวกันกับเมืองทั่วไปในจีน ดังนั้นเมืองเก่าต้าหลี่แทบไม่ต่างจากเมืองเก่าที่พบได้ทั่วไปในจีน แม้ว่าประชากรจะเป็นชนเผ่าไป๋ก็ตาม

ตัวเมืองเก่าตั้งอยู่ระหว่างภูเขาและทะเลสาบ โดยภูเขาชางซาน (苍山) อยู่ทางตะวันตก และทะเลสาบเอ๋อร์อยู่ทางตะวันออก (洱海) พื้นไม่ได้เป็นแนวราบ โดยทางตะวันตกจะสูงกว่าตะวันออก เป็นพื้นลาดลงไปเรื่อยๆ

กำแพงเมืองล้อมตัวเมืองเป็นสี่เหลี่ยม แต่ปัจจุบันกำแพงเหลืออยู่ไม่ครบสมบูรณ์ ป้อมประตูตั้งอยู่ ๔ ทิศ ทิศละอัน
- ตะวันออก ชื่อเอ๋อร์ไห่เหมิน (洱海门) หันไปทางทะเลสาบเอ๋อร์ไห่
- ตะวันตก ชื่อชางซานเหมิน (苍山门) หันไปทางเขาชางซาน
- ใต้ ชื่อซวางเฮ่อเหมิน (双鹤门) แปลว่า "กระเรียนคู่"
- เหนือ ชื่อซานถ่าเหมิน (三塔门) แปลว่ส "สามเจดีย์" หันไปทางสามเจดีย์วัดฉงเซิ่ง

ประตูเหนือกับใต้อยู่ในแนวถนนเส้นเดียวกัน ส่วนตะวันตกกับตะวันออกนั้นไม่ตรงกัน โดยประตูตะวันออกตั้งค่อนไปทางใต้



รถมาส่งลงที่มุมตะวันออกเฉียงเหนือของย่านเมืองเก่า



จากนั้นเราก็เดินเลียบคูเมืองทางตอนเหนือ สภาพคูเมืองตื้นเขิน และบริเวณส่วนใหญ่ไม่มีกำแพงล้อม




เดินมาจนถึงประตูเหนือซึ่งเมื่อวานรถเมล์มาส่ง แต่นี่ไม่ใช่ประตูเหนือหลัก ประตูหลักต้องเดินต่อไปทางตะวันตกอีก



แต่ก่อนอื่นเห็นมีร้านอาหารเลยแวะก่อน เพราะยังไม่ได้ทานมื้อเที่ยงเลย

สั่งเกี๊ยวทอด ๑๘ เกี๋ยวน้ำ ๑๕ แล้วก็หมี่ผัด ๑๕ รวมแล้ว ๔๘ หยวน



ระหว่างที่นั่งกินอยู่โต๊ะข้างๆมีการทะเลาะกันเกิดขึ้นด้วย ตอนแรกฟังไม่ออกว่าทะเลาะเพราะพวกเขาคุยกันด้วยสำเนียงท้องถิ่น ฟังเข้าใจยาก แต่สักพักเริ่มทำท่าจะต่อยกันแล้วมีคนมาห้าม เราได้ยินป้าเจ้าของร้านบ่นพึมพำว่าหนวกหูจัง

กินเสร็จก็เดินเข้าไปแล้วทะลุผ่านโรงพยาบาลที่อยู่ด้านในขอบกำแพงฝั่งเหนือของเมืองเก่า



แล้วทะลุออกประตูเหนือซึ่งเป็นคนละประตูกับที่เราเข้ามา แต่นี่ก็ยังไม่ใช่ประตูเหนือหลักบทถนนสายหลักที่ต้องการเดิน



เดินออกมาแล้วเดินเลียบกำแพงทางเหนือไปต่อ



แล้วในที่สุดก็มาถึงประตูเหนือประตูหลัก ชื่อว่าซานถ่าเหมิน (三塔门) ถูกสร้างขึ้นในปี 1382 เดิมมีชื่อว่าอานหย่วนโหลว (安远楼)



ตรงนี้มีเรื่องฮาๆที่อยากเล่า คือว่าป้ายบอกทางเป็นภาษาญี่ปุ่นตรงนี้เป็นซับนรกอีกแล้ว อย่างป้ายตรงนี้บอกชื่อถนนจงเหอ (中和路) แต่คำว่าจงเหอ (中和) นั้นยังแปลว่า "ทำให้เป็นกลาง" ได้ด้วย และคำนี้ยังใช้ในภาษาญี่ปุ่นเหมือนกัน แต่ในภาษาญี่ปุ่นกลับแปลเป็น 道を中和する ซึ่งแปลว่า "ทำให้ถนนเป็นกลาง" แทนที่จะแปล 中和 เป็นชื่อถนนตามที่ควรจะเป็น ที่ถูกต้องควรเป็น 中和通り แบบนี้คนญี่ปุ่นมาเห็นคงจะฮากันอย่างไม่ต้องสงสัย



นี่ก็ซับนรกอีกอัน ภาษาจีน 游遍天下山川只留脚印一串 แปลว่า "เที่ยวรอบภูเขาแม่น้ำทั่วหล้าให้หลงเหลือไว้เพียงรอยเท้าสักแนวนึง" เป็นนโยบายการท่องเที่ยวที่ว่าไปเที่ยวที่ไหนอย่าทิ้งขยะไว้ ให้ทิ้งไว้เพียงรอยเท้าก็พอ



แต่ในภาษาญี่ปุ่นเขียน 天下の風景は全て立ち止まったことある、ただ足跡を残すため "ทิวทัศน์ทั่วหล้าเคยหยุดนิ่งอยู่กับที่ แค่เพื่อจะหลงเหลือรอยเท้า" ซึ่งดูแล้วอ่านไม่ได้ศัพท์เลย

ตัวป้อมด้านบนขึ้นมาชมได้




ซึ่งเป็นจุดชมทิวทัศน์ที่ดี จากตรงนี้ลองมองไปเห็นเส้นทางด้านในย่านเมืองเก่าที่กำลังจะมุ่งหน้าไปต่อ



และในจังหวะที่อยู่ตรงนั้น พอดีมีเฮลิคอปเตอร์บินผ่านเหนือย่านเมืองเก่า จึงถ่ายภาพเก็บไว้ได้พอดี



จากนั้นก็ลงมาแล้วเดินเข้าไปข้างในเรื่อยๆ






มีโรงหนังอยู่ในนี้ด้วย



เราเลี้ยวขวาแล้วตรงมาเรื่อยๆจนถึงประตูตะวันตก




แล้วก็เดินออกมา ฝั่งตรงข้ามเป็นถนนชื่อ ซานเยวี่ยเจีย (三月街) เป็นถนนเก่าแก่นอกย่านในเมืองเก่า เป็นศูนย์กลางการค้าที่สำคัญมาตั้งแต่สมัยอาณาจักรน่านเจ้า




เป้าหมายที่มาตรงนี้คือจะมาชม แผ่นป้ายหยวนซื่อจู่พิชิตยูนนาน (元世祖平云南碑, หยวนซื่อจู่พิงหยวินหนานไผ) ซึ่งเป็นป้ายหินที่ตั้งขึ้นในปี 1304 มีการสลักข้อความบันทึกเหตุการณ์ตอนที่กุบไลข่านยกกองทัพมองโกลบุกมาถึงที่นี่เพื่อตียึดอาณาจักรต้าหลี่ ดังนั้นจึงมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์

เนื่องจากพื้นไม่ได้ราบแต่ยิ่งไปทางตะวันตกก็ยิ่งสูงขึ้นไป ทำให้การเดินไปทางตะวันตกนี้เหนื่อยมาก

แต่พอไปถึงกลับพบว่าเขาปิดปรับปรุงสถานที่อยู่ ไม่สามารถเข้าไปดูด้านในได้ ทำเอาผิดหวังพอสมควร




แผ่นป้ายศิลาจารึกอยู่ในศาลาที่โดนล้อมอยู่นี้




แต่เราก็พยายามหาทางลัดเลาะเพื่อจะมองให้เห็นให้ได้ แล้วก็ได้เห็นจริงๆ แต่แค่ส่วนบนนิดหน่อย



แผ่นหินที่สลักชื่อถนน 三月街 โดยอักษรตรงกลางอักษร 月 พระจันทร์ ใช้เป็นรูปจันทร์เสี้ยว ☽ แทน



จากนั้นก็เดินย้อนกลับมายังย่านเมืองเก่า แล้วก็เดินลงใต้ไปตามถนนหลักสายกลางต่อ



ระหว่างทางผ่านธนาคารจีน (中国银行) เลยแวะทำธุระอะไรตรงนี้นิดหน่อยด้วย พอดีมีปัญหาเรื่องบัญชีธนาคาร



แล้วก็เดินมาถึงวัดขงจื๊อ (文庙, เหวินเมี่ยว) ของเมืองนี้



เข้ามาเดินข้างในได้ สวยมากทีเดียว แต่ค่อนข้างเย็นมากแล้วจึงไม่ได้เดินละเอียด







แล้วด้านในมีพิพิธภัณฑ์อยู่ แต่ว่าพอจะเข้าชมก็พบว่ามันจะได้เวลาปิดแล้ว



เดินลงไปทางใต้ต่อ



ถึงหออู่หัวโหลว (五华楼) หอนี้สมัยโบราณใช้เป็นที่รับแขก แต่ว่าของเดิมพังไปแล้วและมีการสร้างใหม่ซ้ำหลายครั้ง ครั้งล่าสุดถูกทำลายตอนยุคปฏิวัติวัฒนธรรม ที่เห็นอยู่นี่สร้างใหม่แทนเมื่อปี 1998



พอเข้ามาด้านในนี้มีร้านขายของอยู่



ขึ้นไปด้านบนได้



ซึ่งตรงนี้ก็เป็นจุดชมทิวทัศน์ที่ดี เนื่องจากอยู่กลางย่านเมืองเก่าจึงเห็นเมืองเก่าได้รอบทิศ



มองไปทางเหนือ เห็นประตูเหนืออยู่ไกลๆ



ทางซ้ายเห็นสามหอคอยวัดฉงเซิ่งด้วย



มองไปทางตะวันออก เห็นทะเลสาบเอ๋อร์ไห่



มองไปทางตะวันตก เห็นภูเขาชางซาน



และมองไปทางใต้ เห็นประตูใต้ ซึ่งเป็นทิศทางที่เรากำลังจะมุ่งหน้าไปต่อ



เดินลงมา แล้วก็มุ่งหน้าไปต่อ



แล้วก็มาถึงประตูใต้



เท่ากับว่าเราได้ผ่านทั้งหมด ๓​ ประตูจาก ๔ ประตู ขาดแค่ประตูตะวันออกเท่านั้นที่ไปถึงไม่ไหวเพราะค่อนข้างไกล

หลังออกจากประตูใต้ก็เดินต่อมาทางทิศตะวันตกเพื่อไปยังจุดที่ขึ้นรถเมล์ได้



ป้ายรถเมล์นี้มี ๒ สายที่ผ่าน ที่เราจะขึ้นคือสายที่วังฉงเซิ่ง (ไม่มีหมายเลข) ซึ่งออกมาจากวัดฉงเซิ่งและมีปลายทางที่สถานีรถไฟ สายเดียวกับที่นั่งกลับจากวัดฉงเซิ่งเมื่อวาน



รอสักพักถถเมล์ก็มา เรานั่งรถเมล์กลับย่านเมืองใหม่เพื่อที่จะออกเดินทางนั่งรถไฟกลับไปยังคุนหมิง




ตอนต่อไปจะเขียนถึงการนั่งรถไฟตู้นอนจากต้าหลี่ไปคุนหมิง https://phyblas.hinaboshi.com/20180528



-----------------------------------------

囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧

ดูสถิติของหน้านี้

หมวดหมู่

-- ประเทศจีน >> จีนแผ่นดินใหญ่ >> ยูนนาน

ไม่อนุญาตให้นำเนื้อหาของบทความไปลงที่อื่นโดยไม่ได้ขออนุญาตโดยเด็ดขาด หากต้องการนำบางส่วนไปลงสามารถทำได้โดยต้องไม่ใช่การก๊อปแปะแต่ให้เปลี่ยนคำพูดเป็นของตัวเอง หรือไม่ก็เขียนในลักษณะการยกข้อความอ้างอิง และไม่ว่ากรณีไหนก็ตาม ต้องให้เครดิตพร้อมใส่ลิงก์ของทุกบทความที่มีการใช้เนื้อหาเสมอ

目次

日本による名言集
モジュール
-- numpy
-- matplotlib

-- pandas
-- manim
-- opencv
-- pyqt
-- pytorch
機械学習
-- ニューラル
     ネットワーク
javascript
モンゴル語
言語学
maya
確率論
日本での日記
中国での日記
-- 北京での日記
-- 香港での日記
-- 澳門での日記
台灣での日記
北欧での日記
他の国での日記
qiita
その他の記事

記事の類別



ติดตามอัปเดตของบล็อกได้ที่แฟนเพจ

  記事を検索

  おすすめの記事

ตัวอักษรกรีกและเปรียบเทียบการใช้งานในภาษากรีกโบราณและกรีกสมัยใหม่
ที่มาของอักษรไทยและความเกี่ยวพันกับอักษรอื่นๆในตระกูลอักษรพราหมี
การสร้างแบบจำลองสามมิติเป็นไฟล์ .obj วิธีการอย่างง่ายที่ไม่ว่าใครก็ลองทำได้ทันที
รวมรายชื่อนักร้องเพลงกวางตุ้ง
ภาษาจีนแบ่งเป็นสำเนียงอะไรบ้าง มีความแตกต่างกันมากแค่ไหน
ทำความเข้าใจระบอบประชาธิปไตยจากประวัติศาสตร์ความเป็นมา
เรียนรู้วิธีการใช้ regular expression (regex)
การใช้ unix shell เบื้องต้น ใน linux และ mac
g ในภาษาญี่ปุ่นออกเสียง "ก" หรือ "ง" กันแน่
ทำความรู้จักกับปัญญาประดิษฐ์และการเรียนรู้ของเครื่อง
ค้นพบระบบดาวเคราะห์ ๘ ดวง เบื้องหลังความสำเร็จคือปัญญาประดิษฐ์ (AI)
หอดูดาวโบราณปักกิ่ง ตอนที่ ๑: แท่นสังเกตการณ์และสวนดอกไม้
พิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมโบราณปักกิ่ง
เที่ยวเมืองตานตง ล่องเรือในน่านน้ำเกาหลีเหนือ
ตระเวนเที่ยวตามรอยฉากของอนิเมะในญี่ปุ่น
เที่ยวชมหอดูดาวที่ฐานสังเกตการณ์ซิงหลง
ทำไมจึงไม่ควรเขียนวรรณยุกต์เวลาทับศัพท์ภาษาต่างประเทศ

月別記事

2023年

1月 2月 3月 4月
5月 6月 7月 8月
9月 10月 11月 12月

2022年

1月 2月 3月 4月
5月 6月 7月 8月
9月 10月 11月 12月

2021年

1月 2月 3月 4月
5月 6月 7月 8月
9月 10月 11月 12月

2020年

1月 2月 3月 4月
5月 6月 7月 8月
9月 10月 11月 12月

2019年

1月 2月 3月 4月
5月 6月 7月 8月
9月 10月 11月 12月

もっと前の記事

ไทย

日本語

中文