φυβλαςのβλογ
phyblas的博客



เฟย์ไหลเฟิงและวัดหลิงอิ่น ตำนานยอดเขาบินและพระจี้กง
เขียนเมื่อ 2012/08/21 19:36
แก้ไขล่าสุด 2021/09/28 16:42


#อาทิตย์ 5 ก.พ. 2012

หลังจากที่ไปเที่ยวที่โน่นที่นี่ในหางโจวมาจนเกือบทั่วในช่วงเวลาหลายวันตอนปิดเทอม แต่ก็มีสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งซึ่งมีชื่อเสียงเป็นอันดับต้นๆแต่กลับยังไม่มีโอกาสได้แวะเข้าไปสักที นั่นคือเฟย์ไหลเฟิง (飞来峰) และวัดหลิงอิ่น (灵隐寺)

แล้วในที่สุด ๒ วันก่อนลาจากหางโจวไปเราก็ได้มีโอกาสมาเที่ยวที่นี่สักที นับเป็นสถานที่สุดท้ายในการเที่ยวหางโจว



สถานที่ท่องเที่ยวเฟย์ไหลเฟิงและวัดหลิงอิ่นนั้นถือว่าเป็นสถานที่เที่ยวแห่งเดียวกัน เพราะตัววัดหลิงอิ่นนั้นอยู่ภายในบริเวณเฟย์ไหลเฟิง นั่นคือต้องซื้อบัตรผ่านเข้าเฟย์ไหลเฟิง ๔๐ หยวนก่อนเพื่อเข้ามาด้านใน และใครจะเข้าชมวัดหลิงอิ่นก็จ่ายค่าเข้าอีก ๓๐ หยวน ซึ่งโดยทั่วไปคนก็คงยอมจ่ายเพิ่มเพื่อเข้าไปอยู่แล้ว ดังนั้นใครจะชมวัดหลิงอิ่นก็ต้องเสียถึง ๗๐ หยวน

ที่นี่ตั้งอยู่ในป่า เป็นบริเวณตีนเขา แต่ไม่ไกลจากตัวเมืองเลย หากนั่งรถเมล์จากมหาวิทยาลัยเจ้อเจียง (浙江大学) วิทยาเขตยวี่เฉวียน (玉泉校区) ละก็ ราวๆ ๑๐ นาทีก็ถึง

วัดหลิงอิ่นนั้นมีชื่อเสียงในฐานะที่เป็นวัดที่พระจี้กง (济公) เคยจำพรรษาอยู่ จี้กงนั้นเป็นพระรูปหนึ่งที่มีชื่อเสียงมาก เกิดในช่วงยุคราชวงศ์ซ่งใต้ (南宋) ถูกเรียกว่าเป็นพระบ้าเพราะทำตัวแปลกไปจากพระทั่วไปแต่ก็ทำประโยชน์ไว้มากมาย

เฟย์ไหลเฟิงนั้นถ้าแปลตรงๆก็จะแปลว่ายอดเขาบิน ที่เรียกแบบนี้เพราะมีเรื่องเล่าอยู่ เขาเล่าว่าเมื่อก่อนมียอดเขาที่บินไปบินมาได้ เมื่อบินไปที่ไหนก็ถล่มพื้นที่แถบนั้นสร้างความเดือดร้อนไปทั่ว

แล้วในขณะที่ยอดเขานี้กำลังมาถึงหมู่บ้านที่นี่ พระจี้กงก็มีญาณบอกให้รู้ล่วงหน้า เขาจึงไปบอกชาวบ้านให้รีบหลบ แต่ดันไม่มีใครเชื่อเขาเพราะเขาเป็นพระบ้า แต่วันนั้นพอดีมีงานแต่งงาน พระจี้กงก็เลยไปขโมยตัวเจ้าสาวแล้ววิ่งหนีออกจากหมู่บ้าน ตั้งใจให้คนในหมู่บ้านเห็นแล้วไล่ตาม พอพวกชาวบ้านไล่ตามพระจี้กงออกจากหมู่บ้านไปแล้วยอดเขาบินนี้ก็ตกใส่หมู่บ้าน แต่ชาวบ้านปลอดภัย

หลังจากนั้นพระจี้กงก็เลยบอกให้ชาวบ้านสลักพระพุทธรูปลงบนยอดเขานี้เพราะถ้าทำแบบนี้แล้วมันจะไม่บินไปสร้างความเดือดร้อนให้ใครอีก ดังนั้นเฟย์ไหลเฟิงนี้จึงเต็มไปด้วยรูปแกะสลักพระพุทธรูปเต็มไปหมด แม้ว่าจะไม่อลังการจนได้รับการนับเป็น ๑ ใน ๔ ถ้ำหินแกะสลักที่สำคัญของจีนเหมือนอย่าถ้ำหินหลงเหมิน (龙门石窟) ในลั่วหยาง https://phyblas.hinaboshi.com/20120730

อนึ่ง ทั้งหมดนี้ก็เป็นแค่ตำนานเรื่องเล่า ไม่มีทางอยู่แล้วที่ยอดเขาจะบินไปไหนมาไหนได้จริง

พูดถึงประวัติศาสตร์ของวัดนี้ ย้อนไปไกลถึงปี 326 เลยทีเดียว ช่วงนั้นเป็นยุคราชวงศ์จิ้นตะวันออก (东晋) ที่นี่ถูกสร้างโดยพระชาวอินเดียชื่อฮุ่ยหลี่ (慧理) ซึ่งผ่านมาถึงนี่แล้วเห็นว่าทิวทัศน์แปลกและสวยดีก็เลยมาตั้งวัดที่นี่



เมื่อไปถึงสถานที่ก็พบว่าคนแน่นมหาศาล ยิ่งพอดีไปในวันอาทิตย์ด้วยยิ่งแออัดเบียดสุดๆเลย



ประตูตรวจบัตรทางเข้าเฟย์ไหลเฟิง แต่ป้ายเขียนว่าวัดหลิงอิ่น



ภายในบริเวณเต็มไปด้วยถ้ำ



ตามผนังทั้งด้านในและนอกถ้ำเต็มไปด้วยรูปแกะสลักพระพุทธรูป






นี่คือเจดีย์หลี่กง (理公塔) เป็นเจดีย์ที่ฝังศพของพระเฮว่ย์หลี่ ผู้สร้างวัดหลิงอิ่นขึ้นมา





ต่อมาเดินเข้าไปข้างในลึกหน่อยก็จะพบกับวัดหย่งฝู (永福寺) เป็นวัดพุทธนิกายเชน วัดนี้อยู่เลยจากวัดหลิงอิ่นไป มีขนาดไม่ใหญ่เท่าวัดหลิงอิ่นและไม่เก็บค่าเข้าชมเพิ่มเติมด้วย แต่วัดนี้คนเดินน้อย



ภายในวัด













เพิ่มเติมเกี่ยวกับวัดนี้อ่านดูในบล็อกนี้ได้ http://im-ala.exteen.com/20120604/8220-8221-yongfu-27704-31119-23546-360

ทางออกสำหรับคนที่มาจากฝั่งภูเขา ตรงนี้มีหมู่บ้านเล็กๆอยู่ด้วย





ได้เวลาเข้าชมส่วนสำคัญนั่นคือวัดหลิงอิ่น ต้องซื้อบัตรเพิ่มเติม



ภายในตัววัด






ในอาคารนี้มีพระพุทธรูปอยู่เต็มไปหมด




ขายของที่ระลึก




ตัววัดตั้งอยู่บนที่ลาด ยิ่งเดินเข้าไปข้างในลึกก็ยิ่งต้องปีบันไดสูงขึ้นเรื่อยๆ








สิ่งที่อยู่ภายในอาคารด้านบนๆนั้นเป็นผลงานเด่นทีเดียว อย่างเช่นพระพุทธรูปขนาดใหญ่ที่มีสีเหลืองแต่หัวเป็นสีน้ำเงิน






ภายในวัดก็มีอยู่เท่านี้ แล้วเราก็เดินออกมาจากวัด และเดินออกไปยังทางออกเพื่อจะกลับ พบร้านขายของที่ระลึกเต็มทาง







จากนั้นเราต้องไปขึ้นรถเมล์ แต่ก็ไม่ง่ายเพราะที่นี่เป็นต้นสถานีของรถเมล์หลายสาย คนเยอะมาก รถเมล์ที่นี่เลยต้องรอต่อคิวเพื่อจะเข้าด้วย





แล้วเราก็นั่งรถเมล์กลับไปยังหอพัก ที่จริงการเดินครั้งนี้ไม่ได้เต็มที่นัก เพราะยังเจ็บเท้าอยู่ค้างจากที่ไปเที่ยวทะเลสาบหนานหูแห่งเจียซิงมาในวันก่อนหน้า แต่ก็ดีขึ้นเยอะแล้ว ต้องหายดีให้ทันก่อนเดินทาง



-----------------------------------------

囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧

ดูสถิติของหน้านี้

หมวดหมู่

-- ท่องเที่ยว >> ศาสนสถาน >> วัด
-- ประเทศจีน >> จีนแผ่นดินใหญ่ >> เจ้อเจียง
-- ประวัติศาสตร์ >> ประวัติศาสตร์จีน

ไม่อนุญาตให้นำเนื้อหาของบทความไปลงที่อื่นโดยไม่ได้ขออนุญาตโดยเด็ดขาด หากต้องการนำบางส่วนไปลงสามารถทำได้โดยต้องไม่ใช่การก๊อปแปะแต่ให้เปลี่ยนคำพูดเป็นของตัวเอง หรือไม่ก็เขียนในลักษณะการยกข้อความอ้างอิง และไม่ว่ากรณีไหนก็ตาม ต้องให้เครดิตพร้อมใส่ลิงก์ของทุกบทความที่มีการใช้เนื้อหาเสมอ

目录

从日本来的名言
模块
-- numpy
-- matplotlib

-- pandas
-- manim
-- opencv
-- pyqt
-- pytorch
机器学习
-- 神经网络
javascript
蒙古语
语言学
maya
概率论
与日本相关的日记
与中国相关的日记
-- 与北京相关的日记
-- 与香港相关的日记
-- 与澳门相关的日记
与台湾相关的日记
与北欧相关的日记
与其他国家相关的日记
qiita
其他日志

按类别分日志



ติดตามอัปเดตของบล็อกได้ที่แฟนเพจ

  查看日志

  推荐日志

ตัวอักษรกรีกและเปรียบเทียบการใช้งานในภาษากรีกโบราณและกรีกสมัยใหม่
ที่มาของอักษรไทยและความเกี่ยวพันกับอักษรอื่นๆในตระกูลอักษรพราหมี
การสร้างแบบจำลองสามมิติเป็นไฟล์ .obj วิธีการอย่างง่ายที่ไม่ว่าใครก็ลองทำได้ทันที
รวมรายชื่อนักร้องเพลงกวางตุ้ง
ภาษาจีนแบ่งเป็นสำเนียงอะไรบ้าง มีความแตกต่างกันมากแค่ไหน
ทำความเข้าใจระบอบประชาธิปไตยจากประวัติศาสตร์ความเป็นมา
เรียนรู้วิธีการใช้ regular expression (regex)
การใช้ unix shell เบื้องต้น ใน linux และ mac
g ในภาษาญี่ปุ่นออกเสียง "ก" หรือ "ง" กันแน่
ทำความรู้จักกับปัญญาประดิษฐ์และการเรียนรู้ของเครื่อง
ค้นพบระบบดาวเคราะห์ ๘ ดวง เบื้องหลังความสำเร็จคือปัญญาประดิษฐ์ (AI)
หอดูดาวโบราณปักกิ่ง ตอนที่ ๑: แท่นสังเกตการณ์และสวนดอกไม้
พิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมโบราณปักกิ่ง
เที่ยวเมืองตานตง ล่องเรือในน่านน้ำเกาหลีเหนือ
ตระเวนเที่ยวตามรอยฉากของอนิเมะในญี่ปุ่น
เที่ยวชมหอดูดาวที่ฐานสังเกตการณ์ซิงหลง
ทำไมจึงไม่ควรเขียนวรรณยุกต์เวลาทับศัพท์ภาษาต่างประเทศ