φυβλαςのβλογ
บล็อกของ phyblas



ถ้ำหินประตูมังกร มรดกโลก ณ เมืองหลวงเก่าแก่ลั่วหยาง
เขียนเมื่อ 2012/07/30 19:04


#เสาร์ 7 ม.ค. 2012

ขอเล่าย้อนไปถึงเมื่อช่วงต้นปิดเทอมฤดูหนาว ตอนนั้นที่มหาวิทยาลัยมีจัดทริปไปเที่ยวลั่วหยาง (洛阳) มณฑลเหอหนาน (河南省)

ลั่วหยาง เป็นหนึ่งในเมืองหลวงเก่าแก่โบราณของจีน มีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนาน ช่วงยุคสงครามสามก๊กที่นี่เป็นเหมืองหลวงของวุยก๊ก (ในหนังสือสามก๊กของไทยเรียกชื่อว่า ลกเอี๋ยง)

เนื่องจากเป็นเมืองเก่าแก่ ดังนั้นจึงมีสถานที่เที่ยวโบราณต่างๆมากมาย

ตัวเมืองลั่วหยางนั้นกำลังอยู่ในระหว่างพัฒนา สภาพในเมืองดูไม่ค่อยสวยงามเท่าไหร่ แต่บริเวณสถานที่เที่ยวจะสวยงามมาก

ช่วงที่ไปนั้นเป็นช่วงกลางฤดูหนาว อากาศที่นั่นหนาวพอๆกับปักกิ่งแม้ว่าจะอยู่ละติจูดต้ำกว่ามากก็ตาม เนื่องจากอยู่ลึกเข้าไปในแผ่นดิน จึงหนาวทรมานพอดู แถวนั้นหน้าหนาวความชื้นต่ำเช่นเดียวปักกิ่งจึงเห็นหิมะได้ยากแม้อุณหภูมิจะติดลบ



แผนการเที่ยวเป็นดังนี้

6 ม.ค. เดินทางขึ้นรถไฟที่สถานีตะวันตกปักกิ่งตอนกลางคืนเพื่อมุ่งสู่ลั่วหยาง
7 ม.ค. ถึงลั่วหยางตอนเช้า เข้าโรงแรมไปเก็บของ แล้วออกไปเที่ยวถ้ำหินหลงเหมิน (龙门石窟) วัดไป๋หม่า (白马寺) และย่านเมืองเก่า
8 ม.ค. เดินทางไปยังเมืองเติงเฟิง (登封市) เที่ยววัดเซ่าหลิน (少林寺) ตอนเย็นกลับมาขึ้นรถไฟเพื่อกลับปักกิ่ง
9 ม.ค. กลับถึงปักกิ่งโดยสวัสดิภาพ



ที่แรกที่ไปคือถ้ำหินหลงเหมินนั้นเป็นสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อที่สุดของลั่วหยาง อยู่ห่างจากตัวเมืองออกไปทางใต้ ๑๒ กิโลเมตร อยู่ริมฝั่งแม่น้ำอี (伊河) สองฝั่งแม่น้ำเป็นภูเขาหินซึ่งเหมาะแก่การแกะสลัก ทั้งสองฝั่งนั้นได้มีการแกะสลักเป็นถ้ำเป็นโพรงและรูปพระพุทธรูปจำนวนมาก

คำว่าหลงเหมินนั้นแปลว่าประตูมังกร บางทีก็เลยเรียกว่าถ้ำหินประตูมังกร

ถ้ำหินหลงเหมินเป็น ๑ ใน ๔ ถ้ำหินแกะสลักที่สำคัญของจีน ซึ่งอีก ๓ แห่งคือถ้ำหินหยวินกาง (云冈石窟) ที่ต้าถง (大同) มณฑลซานซี (山西省), ถ้ำหินมั่วเกา (莫高石窟) ที่ตุนหวง (敦煌) มณฑลกานซู่ (甘肃省) และถ้ำหินไม่จีซาน (麦积山石窟) ที่เทียนสุ่ย (天水) มณฑลกานซู่

ถ้ำหินหลงเหมินเริ่มสร้างขึ้นในปี 494 สมัยจักรพรรดิเซี่ยวเหวิน (孝文帝) แห่งราชวงศ์เว่ย์เหนือ (北魏) ซึ่งสมัยนั้นเพิ่งย้ายเมืองหลวงมาที่ลั่วหยาง หลังจากนั้นเวลาผ่านไปในช่วงยุคต่างๆก็ถูกแกะสลักเพิ่มเติมเข้าไปเรื่อยๆ ที่มีการแกะสลักมากที่สุดคือช่วงสมัยราชวงศ์เว่ย์เหนือ และราชวงศ์ถัง



ทางเข้าสู่บริเวณที่ชมถ้ำหิน ที่เห็นเป็นซุ้มประตูนี่ที่จริงเป็นสะพาน ด้านบนให้รถวิ่งผ่านได้ด้วย



สะพานนี้เป็นสะพานข้ามแม่น้ำอี ซึ่งแบ่งสถานที่ท่องเที่ยวออกเป็นสองส่วน



แผนที่ในบริเวณ ฝั่งที่เราอยู่ตอนนี้คือด้านบนของภาพ คือฝั่งตะวันตกของแม่น้ำ มีหมู่ถ้ำตะวันตก (西山石窟) ส่วนถ้าจะดูหมู่ถ้ำตะวันออก (东山石窟) ก็ต้องข้ามสะพานไป



ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว (游客中心) ของที่นี่ดูเก่าดี



แล้วเราก็เดินเข้าไปด้านใน



ระหว่างทางมีบ่อน้ำอุ่นด้วย นั่งข้างๆบ่อก็พอจะรู้สึกอุ่นนิดหน่อย ถ้าเอามือลงไปคงอุ่น แต่เพราะใส่ถุงมืออยู่ไม่กล้าถอดเพราะจะยิ่งหนาว



ภาพถ่ายพาโนรามาของหมู่ถ้ำตะวันตก เห็นแล้วอลังการมากทีเดียว แต่ต้องมาวันฟ้าใสจึงเห็นได้แบบนี้ วันที่ไปนี่หมอกหนาเลยลำบากหน่อย



เดินสักพักก็ถึงบริเวณหมู่ถ้ำ





รูปสลักมีทั้งในถ้ำและนอกถ้ำเต็มไปหมด







มีศิลาจารึกด้วย



เดินถัดต่อมา







มาถึงตรงส่วนหลักของที่นี่แล้ว เป็นส่วนที่ใหญ่ที่สุด




ด้านจะเจอกับรูปสลักที่ใหญ่ที่สุดของที่นี่






ส่วนด้านล่างนี้เป็นร้านขายของที่ระลึก





จากตรงนี้ไปก็จะข้ามสะพานไปฝั่งตะวันออกแล้ว ที่จริงคนที่พามาเขาบอกว่าดูแค่นี้ก็พอ กลับได้แล้ว แต่เรารู้สึกว่าไหนๆก็มาแล้ว ยังไงก็ควรเดินให้หมดทั้งสองฝั่ง สุดท้ายก็เลยข้ามไปเดินฝั่งนั้นต่อกันด้วย




ทิวทัศน์ริมน้ำ เพราะหมอกหนาเลยอาจเห็นไม่ชัดนัก แต่ก็สวยมากอยู่




นี่เป็นทางเข้าหมู่ถ้ำตะวันออก แต่ว่าเราไม่ได้เข้าไปกัน เพราะคนอื่นเขาไม่เข้ากัน แต่ก็ไม่เป็นไรเพราะทางฝั่งนี้ไม่ได้เด่นเท่าฝั่งตะวันตกที่ดูมาแล้ว



หมู่ถ้ำตะวันออกซึ่งมองจากด้านล่าง ไม่ได้ขึ้นไปชมด้านบน



แถวนี้มีรูปปั้นพระที่มีชื่อเสียงสมัยก่อนตั้งอยู่หลายองค์ ที่เรารู้จักกันดีก็คือคนนี้ เสวียนจั้ง (玄奘) หรือพระถังซัมจั๋งนั่นเอง



จากฝั่งตะวันออกนี้มองกลับไปทางฝั่งตะวันตกจะเห็นหมู่ถ้ำทางโน้นทั้งหมด แต่น่าเสียดายว่าเพราะหมอกหนาเลยเห็นไม่ชัด





ฝั่งตะวันออกนอกจากมีหมู่ถ้ำหินแล้วยังมีวัดด้วย ชื่อวัดเซียงซาน (香山寺) เป็นวัดเก่าแก่ที่เริ่มสร้างขึ้นตั้งแต่ปี 516 สมัยราชวงศ์เว่ย์เหนือ หลังจากนั้นก็มีการบูรณะและสร้างใหม่หลายครั้ง

เนื่องจากต้องปีนขึ้นไปสูง ก็เลยมีหลายคนไม่ได้ขึ้นไปด้วย เราขึ้นไปกับเพื่อนอีกแค่สองคนเอง



หน้าทางเข้าวัด



ภายในบริเวณไม่ได้ใหญ่มาก เดินนิดเดียวก็ทั่ว








ภายในวัดมีบ้านพักตากอากาศของเจียงไคเชกอยู่ด้วย เขาชอบมาพักตากอากาศที่นี่พร้อมกับภรรยา



ภายในมีรูปของซุนยัดเซนแขวนอยู่



แป๊บเดียวก็เดินเสร็จแล้วก็กลับลงมา ใช้เวลาในบริเวณวัดประมาณเพียงแค่ ๑๐ นาทีเท่านั้นเอง



เสร็จแล้วเราก็เดินข้ามสะพานใหญ่นี้เพื่อกลับไปยังฝั่งตะวันตก



ก่อนกลับก็เดินแวะที่ย่านร้านขายของที่ระลึก






สุดท้ายก็ไม่ได้ซื้ออะไรกลับ นอกจากมันฝรั่งเอาไปกินรองท้องเพราะตอนนั้นบ่ายโมงแล้ว ก่อนที่จะเดินทางต่อไปกินมื้อเที่ยงกัน





หลังจากเที่ยวที่นี่เสร็จเราก็ไปเที่ยวที่วัดไป๋หม่ากันต่อ แล้วตอนเย็นก็ไปย่านเมืองโบราณของลั่วหยาง ส่วนวันรุ่งขึ้นก็ไปเที่ยววัดเซ่าหลิน อย่างไรก็ตามเนื่องจากไม่มีเวลามากนักกะว่าคงจะไม่ได้เล่าถึงสถานที่เหล่านี้


-----------------------------------------

囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧

ดูสถิติของหน้านี้

หมวดหมู่

-- จีน >> จีนแผ่นดินใหญ่ >> เหอหนาน
-- ประวัติศาสตร์ >> ประวัติศาสตร์จีน

ไม่อนุญาตให้นำเนื้อหาของบทความไปลงที่อื่นโดยไม่ได้ขออนุญาตโดยเด็ดขาด หากต้องการนำบางส่วนไปลงสามารถทำได้โดยต้องไม่ใช่การก๊อปแปะแต่ให้เปลี่ยนคำพูดเป็นของตัวเอง หรือไม่ก็เขียนในลักษณะการยกข้อความอ้างอิง และไม่ว่ากรณีไหนก็ตาม ต้องให้เครดิตพร้อมใส่ลิงก์ของทุกบทความที่มีการใช้เนื้อหาเสมอ

สารบัญ

รวมคำแปลวลีเด็ดจากญี่ปุ่น
python
-- numpy
-- matplotlib

-- pandas
-- pytorch
maya
การเรียนรู้ของเครื่อง
-- โครงข่าย
     ประสาทเทียม
javascript
บันทึกในญี่ปุ่น
บันทึกในจีน
-- บันทึกในปักกิ่ง
บันทึกในไต้หวัน
บันทึกในยุโรปเหนือ
บันทึกในประเทศอื่นๆ
เรียนภาษาจีน
qiita
บทความอื่นๆ

บทความแบ่งตามหมวด



ติดตามอัปเดตของบล็อกได้ที่แฟนเพจ

  ค้นหาบทความ

  บทความแนะนำ

เรียนรู้วิธีการใช้ regular expression (regex)
หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาจีนกวางตุ้ง
การใช้ unix shell เบื้องต้น ใน linux และ mac
หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาจีนกลาง
g ในภาษาญี่ปุ่นออกเสียง "ก" หรือ "ง" กันแน่
ทำความรู้จักกับปัญญาประดิษฐ์และการเรียนรู้ของเครื่อง
ค้นพบระบบดาวเคราะห์ ๘ ดวง เบื้องหลังความสำเร็จคือปัญญาประดิษฐ์ (AI)
หอดูดาวโบราณปักกิ่ง ตอนที่ ๑: แท่นสังเกตการณ์และสวนดอกไม้
พิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมโบราณปักกิ่ง
เที่ยวเมืองตานตง ล่องเรือในน่านน้ำเกาหลีเหนือ
บันทึกการเที่ยวสวีเดน 1-12 พ.ค. 2014
แนะนำองค์การวิจัยและพัฒนาการสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA)
เล่าประสบการณ์ค่ายอบรมวิชาการทางดาราศาสตร์โดยโซวเคนได 10 - 16 พ.ย. 2013
ตระเวนเที่ยวตามรอยฉากของอนิเมะในญี่ปุ่น
เที่ยวชมหอดูดาวที่ฐานสังเกตการณ์ซิงหลง
บันทึกการเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรกในชีวิต - ทุกอย่างเริ่มต้นที่สนามบินนานาชาติคันไซ
หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาญี่ปุ่น
ทำไมจึงไม่ควรเขียนวรรณยุกต์เวลาทับศัพท์ภาษาต่างประเทศ
ทำไมถึงอยากมาเรียนต่อนอก
เหตุผลอะไรที่ต้องใช้ภาษาวิบัติ?

ไทย

日本語

中文