φυβλαςのβλογ
phyblas的博客



วัดเฟิ่งกั๋ว วัดเก่าแก่ยุคราชวงศ์เหลียว
เขียนเมื่อ 2015/08/03 00:46
แก้ไขล่าสุด 2021/09/28 16:42
#อาทิตย์ 24 พ.ค. 2015

อำเภออี้เซี่ยนมีโบราณสถานที่สำคัญอยู่ ๒ แห่ง หนึ่งคือถ้ำหินว่านฝัวถาง (万佛堂石窟) ซึ่งไปมาในตอนที่แล้ว ซึ่งเป็นของโบราณสมัยราชวงศ์เว่ย์เหนือ (北魏, ปี 386 - 534)

และอีกที่หนึ่งคือวัดเฟิ่งกั๋ว (奉国寺) ซึ่งเป็นวัดโบราณที่ถูกสร้างขึ้นในยุคราชวงศ์เหลียว (辽朝, ปี 907 - 1125) ซึ่งปกครองโดยชาวชี่ตาน (契丹) มีอาณาเขตอยู่ในบริเวณตอนเหนือของจีน

วัดเฟิ่งกั๋วสร้างขึ้นในปี 1020 ซึ่งเป็นสมัยของจักรพรรดิเหลียวเซิ่งจง (辽圣宗, ปี 982 - 1031) ประวัติศาสตร์รวมแล้วก็เกือบจะครบหนึ่งพันปีในไม่ช้าแล้ว

วัดนี้มีชื่อเสียงเพราะหลงเหลือตัวอาคารหลักที่ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ยุคราชวงศ์เหลียว ซึ่งจัดว่าเป็นอาคารไม้ที่ใหญ่ที่สุดที่สร้างในยุคราชวงศ์เหลียวแล้วยังเหลือถึงปัจจุบัน เป็นรองแค่อาคารหลักของวัดหัวหยาน (华严寺) ในเมืองต้าถง (大同) มณฑลซานซี

อาคารกว้าง ๒๕.๑๓ เมตร ยาว ๔๘.๒๐ เมตร สูง ๒๔ เมตร ภายในมีพระพุทธรูปขนาดใหญ่อยู่ ๗ องค์

ในปี 2013 ที่นี่ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม ขณะนี้ก็ยังอยู่ระหว่างพิจารณา



ตอนที่แล้วเรากลับมาจากเที่ยวถ้ำหินว่านฝัวถางซึ่งอยู่นอกเมือง
https://phyblas.hinaboshi.com/20150801
พอกลับถึงตัวเมืองก็ให้เขามาส่งหน้าวัดเฟิ่งกั๋วเลย



ด้านหน้าวัดมีอาคารที่เขียนว่าเป็นพิพิธภัณฑ์อี้เซี่ยน (义县博物馆) แต่พอลองไปดูแล้วมันเหมือนจะเป็นแค่ร้านขายของโบราณธรรมดา



เดินเข้ามาในวัด ต้องเสียค่าเข้าชม ๕๐ หยวน แต่เป็นนักศึกษามีบัตรนักเรียนก็ลดเหลือ ๒๕ หยวน



เมื่อเดินเข้ามาก็เห็นตัวอาคารหลักต้าสยงเป่าเตี้ยน (大雄宝殿) ซึ่งเป็นตัวเอกของที่นี่โดดเด่นมาแต่ไกล แม้ว่าจะถูกบังด้วยอาคารที่อยู่ด้านหน้าแต่ก็ยังเห็นส่วนยอดอยู่ ภาพหมู่อาคารซ้อนกันโดยอาคารเล็กบังอาคารใหญ่แบบนี้ดูสวยไปอีกแบบ



ระหว่างทางเจออาคารจัดแสดงแผ่นป้ายชื่ออยู่ด้านขวา



ภายในบรรจุแผ่นป้ายชื่อ ๓ แผ่นที่เคยถูกใช้ประดับอยู่บนอาคารของวัดนี้



เดินผ่านซุ้มประตูซึ่งด้านหน้ามีสิงโตแกะสลักที่อนุรักษ์ไว้อยู่ในตู้กระจก



เดินเข้ามาอีกเจอซุ้มประตูไผฟาง (牌坊) ซึ่งสร้างในยุคราชวงศ์ชิง



และเดินผ่านมาก็เจออาคารเทียนหวางเตี้ยน (天王殿) ซึ่งก็เป็นอาคารที่สร้างในยุคราชวงศ์ชิง เป็นอาคารเล็กที่บังอาคารหลักต้าสยงเป่าเตี้ยนอยู่ด่านหน้า



มองจากอีกมุม



เมื่อผ่านเทียนหวางเตี้ยนมาก็เจอกับอาคารต้าสยงเป่าเตี้ยนซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่สุดจริงๆเพราะเป็นอาคารที่อนุรักษ์มาตั้งแต่แรกเริ่มสร้างวัดในปี 1020



มองจากอีกมุมผ่านทุ่งดอกไม้



พระพุทธรูปขนาดใหญ่ ๗ องค์ด้านในโดดเด่นเห็นได้ชัดตั้งแต่อยู่ด้านนอก



บรรยากาศด้านในอาคาร ส่องมองหลังคา



ส่วนด้านหลังพระพุทธรูปใหญ่ มีพวกภาพวาดเก่าวางตั้งอยู่ด้วย



เดินออกประตูมาทางด้านหลังของอาคาร ด้านหลังอาคารนี้ไม่มีอะไรแล้ว



เดินมาทางตะวันออกเป็นทางเข้าสู่ผูซ่าเตี้ยน (菩萨殿)



ซึ่งภายในบูชาพระมัญชุศรีโพธิสัตว์



และข้างๆกันเป็นไฉเสินเตี้ยน (财神殿) ซึ่งบูชาเทพแห่งความมั่งคั่ง



ทางฝั่งตะวันตกเป็นอาคารยาวที่เปิดเป็นร้านขายของเก่ามากมาย



และข้างๆกันเป็นฐานสร้างสรรค์วิจัยภาพถ่ายสถาปัตยกรรมจีนโบราณ



มีอาคารที่จัดแสดงพวกของเก่า



เหล่าพระสงฆ์เดินอยู่ในวัด






ในวัดมีอยู่แค่นี้ไม่ค่อยใหญ่เท่าไหร่ เมื่อเสร็จแล้วเราเดินออกมาเพื่อจะไปยังสถานที่เที่ยวอีกแห่งซึ่งเป็นเป้าหมายสุดท้ายในอี้เซี่ยนนี้ นั่นคือหอฟอสซิลอี๋โจว (宜州化石馆)


ฝั่งตรงข้ามวัดเป็นถนนคนเดินย่านร้านค้าเฟิ่งกั๋วซื่อ (奉国寺商业步行街) เส้นทางไปสามารถเดินผ่านตรงนี้ได้เราก็เลยเดินเข้าไป



แต่พอเข้าไปก็เห็นว่ามันไม่ได้มีอะไรเท่าไหร่



พอเดินผ่านย่านถนนคนเดินมาแล้วก็เป็นซอยแคบๆ



โรงพยาบาลแผนจีนในเมืองนี้



เดินทะลุออกมายังถนนใหญ่สายหลักของเมือง



ตรงนี้ดูจะเป็นย่านใจกลางที่คนพลุกพล่านที่สุดในเมือง



เดินลงใต้มาเรื่อยๆในที่สุดก็มาถึงหอฟอสซิลซึ่งเป็นเป้าหมาย แต่พอจะเข้าไปก็พบว่าที่นี่ปิดตอนเที่ยง เขากำลังพักเที่ยงอยู่ต้องรอถึงบ่ายโมงถึงจะเข้าได้




เราก็เลยไปเดินหาซื้ออะไรกินฆ่าเวลาไปก่อน แล้วก็กลับมาตอนก่อนบ่ายโมงนิดหน่อยเขาก็ให้เข้าแล้ว แต่พอเข้าไปถึงรู้ว่าเขาไม่ให้ถ่ายรูป ดังนั้นก็เลยไม่ได้เก็บภาพอะไรกลับมาเลยดังนั้นก็คงจะไม่ได้พูดถึงอะไรเกี่ยวกับทีนี่มากมาย

หอฟอสซิลอี๋โจวก่อตั้งขึ้นในปี 1994 เป็นพิพิธภัณฑ์ฟอสซิลแห่งแรกในมณฑลเหลียวหนิง ภายในจัดแสดงฟอสซิลต่างๆที่ขุดค้นเจอในทางตะวันตกของมณฑลเหลียวหนิง โดยส่วนใหญ่คือขุดพบที่อี้เซี่ยนนี้เอง สามารถเข้าชมได้โดยไม่เสียตังค์แต่ต้องแสดงบัตรประชาชนหรือพาสปอร์ตและลงชื่อด้วย ที่นี่เป็นของรัฐบาล ต่างจากสวนฟอสซิลและธรณีวิทยาจีนเยอรมันที่เป็นกึ่งเอกชน

ภายในมี ๓ ชั้น ห้องจัดแสดงขนาดเล็กมากทำให้เดินแป๊บเดียวก็ทั่วแล้ว ไม่ได้มีอะไรมากมายอย่างที่คิด นอกจากจัดแสดงฟอสซิลแล้วก็มีพวกแผ่นป้ายที่ให้ความรู้ต่างๆอยู่ด้วย

หลังจากชมที่นี่เสร็จก็เดินมาขึ้นรถที่ท่ารถซึ่งอยู่ใกล้กันแค่นิดเดียว ได้เวลาเดินทางกลับจิ่นโจวแล้ว

ตอนต่อไปจะเที่ยวต่อในจิ่นโจว โดยจะไปชมวัดเก่าแก่อีกแห่งคือวัดกว่างจี้ (广济寺) ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่อีกแห่งที่สร้างในยุคราชวงศ์เหลียวเช่นกัน https://phyblas.hinaboshi.com/20150805



-----------------------------------------

囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧

ดูสถิติของหน้านี้

หมวดหมู่

-- ท่องเที่ยว >> ศาสนสถาน >> วัด
-- ประเทศจีน >> จีนแผ่นดินใหญ่ >> เหลียวหนิง
-- ประวัติศาสตร์ >> ประวัติศาสตร์จีน

ไม่อนุญาตให้นำเนื้อหาของบทความไปลงที่อื่นโดยไม่ได้ขออนุญาตโดยเด็ดขาด หากต้องการนำบางส่วนไปลงสามารถทำได้โดยต้องไม่ใช่การก๊อปแปะแต่ให้เปลี่ยนคำพูดเป็นของตัวเอง หรือไม่ก็เขียนในลักษณะการยกข้อความอ้างอิง และไม่ว่ากรณีไหนก็ตาม ต้องให้เครดิตพร้อมใส่ลิงก์ของทุกบทความที่มีการใช้เนื้อหาเสมอ

目录

从日本来的名言
模块
-- numpy
-- matplotlib

-- pandas
-- manim
-- opencv
-- pyqt
-- pytorch
机器学习
-- 神经网络
javascript
蒙古语
语言学
maya
概率论
与日本相关的日记
与中国相关的日记
-- 与北京相关的日记
-- 与香港相关的日记
-- 与澳门相关的日记
与台湾相关的日记
与北欧相关的日记
与其他国家相关的日记
qiita
其他日志

按类别分日志



ติดตามอัปเดตของบล็อกได้ที่แฟนเพจ

  查看日志

  推荐日志

ตัวอักษรกรีกและเปรียบเทียบการใช้งานในภาษากรีกโบราณและกรีกสมัยใหม่
ที่มาของอักษรไทยและความเกี่ยวพันกับอักษรอื่นๆในตระกูลอักษรพราหมี
การสร้างแบบจำลองสามมิติเป็นไฟล์ .obj วิธีการอย่างง่ายที่ไม่ว่าใครก็ลองทำได้ทันที
รวมรายชื่อนักร้องเพลงกวางตุ้ง
ภาษาจีนแบ่งเป็นสำเนียงอะไรบ้าง มีความแตกต่างกันมากแค่ไหน
ทำความเข้าใจระบอบประชาธิปไตยจากประวัติศาสตร์ความเป็นมา
เรียนรู้วิธีการใช้ regular expression (regex)
การใช้ unix shell เบื้องต้น ใน linux และ mac
g ในภาษาญี่ปุ่นออกเสียง "ก" หรือ "ง" กันแน่
ทำความรู้จักกับปัญญาประดิษฐ์และการเรียนรู้ของเครื่อง
ค้นพบระบบดาวเคราะห์ ๘ ดวง เบื้องหลังความสำเร็จคือปัญญาประดิษฐ์ (AI)
หอดูดาวโบราณปักกิ่ง ตอนที่ ๑: แท่นสังเกตการณ์และสวนดอกไม้
พิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมโบราณปักกิ่ง
เที่ยวเมืองตานตง ล่องเรือในน่านน้ำเกาหลีเหนือ
ตระเวนเที่ยวตามรอยฉากของอนิเมะในญี่ปุ่น
เที่ยวชมหอดูดาวที่ฐานสังเกตการณ์ซิงหลง
ทำไมจึงไม่ควรเขียนวรรณยุกต์เวลาทับศัพท์ภาษาต่างประเทศ