φυβλαςのβλογ
phyblasのブログ



สอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่น ระดับ N1 (1 ธันวาคม 2013) ที่จีน
เขียนเมื่อ 2013/12/01 23:55
แก้ไขล่าสุด 2021/09/28 16:42
เขียนบล็อกหน้าแรกประเด็มบล็อกใหม่หลังจากเพิ่งย้ายมาจาก exteen



#อาทิตย์ 1 ธ.ค. 2013

วันนี้ไปสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่น ระดับ N1 มาอีกครั้ง หลังจากห่างหายไม่ได้สอบมานาน

เรื่องสอบวัดระดับนี้เราเคยลองพยายามสอบมาหลายครั้งแล้วตั้งแต่สมัยที่ยังเป็นระบบเก่าซึ่งแบ่งเป็น ๔ ระดับคือ 1, 2, 3, 4 อยู่คือในปี 2009 ไปสอบระดับ 1 แบบไม่ได้หวังอะไรมาก เพราะตอนนั้นเพิ่งจะสอบระดับ 2 ผ่านมาได้แค่ปีเดียว แค่อยากลองสนามดู ผลก็ไม่ผ่านตามคาด
https://phyblas.hinaboshi.com/20091206

แล้วพอปี 2010 ระบบการสอบก็เปลี่ยนใหม่เป็น ๕ ระดับ N1, N2, N3, N4, N5 ซึ่งระดับ 1 เก่าก็เทียบได้กับระดับ N1 ใหม่ แต่เหมือนจะยากกว่าเดิม เราได้ไปสอบทั้ง ๒ รอบ ตอนกรกฎาคมและธันวาคม ผลก็คือรู้ว่ายังไงก็ไม่ได้ตั้งแต่ออกจากห้องสอบแล้ว ทั้งสองครั้งเลย
https://phyblas.hinaboshi.com/20100705

หลังจากนั้นปี 2011 รอบกรกฎาคมก็เลยกลับมาสอบระดับ N2 ดูสักครั้ง เพราะคิดว่ายังไง N1 ก็คงยังไม่มีหวังผ่านอยู่แล้ว ก็ปรากฏว่าผ่านสบายๆ และก็ได้เห็นว่าระดับ N1 กับ N2 นั้นความยากมันต่างกันมากราวดวงจันทร์กับตะพาบ
https://phyblas.hinaboshi.com/20110703

ในเดือนธันวาคม 2011 หลังจากย้ายมากอยู่ปักกิ่งแล้วก็ได้ไปสอบมาอีกครั้ง ซึ่งก็ไม่ผ่านอีกเช่นเคย จนรู้สึกว่าเราคงจะไม่มีทางสอบผ่านได้ง่ายๆจริงๆ แล้วก็เลยพักยาวไม่ได้สอบเลยตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมา
https://phyblas.hinaboshi.com/20111205

จนมาถึงรอบธันวาคม 2013 ก็คือครั้งนี้ หลังจากเว้นหายไป ๒ ปี จึงตัดสินใจกลับมาอีกครั้ง โดยครั้งนี้มีการไปเรียนกวดวิชาติวมาด้วย ตั้งใจเต็มที่ว่าจะพยายามสอบให้ผ่าน เราเรียนที่สถาบันเว่ย์หมิงเทียนรื่อหยวี่ (未名天日语学校) อยู่ในย่านจงกวานชุน ใกล้กับมหาวิทยาลัยปักกิ่ง ที่นั่นก็สอนดีใช้ได้ ที่เลือกเรียนเพราะมีเพื่อนเคยไปเรียนแล้วก็แนะนำต่อมาอีกที เรียนทุกวันอาทิตย์ตอนบ่ายถึงค่ำตั้งแต่ช่วงกันยายนจนจบสิ้นเดือนพฤษจิกายน ค่าเรียนไม่แพงเท่าไหร่ พอๆกับเรียนในไทย

ว่าไปแล้วก็รู้สึกแปลกๆดีเหมือนกัน เรียนภาษาญี่ปุ่นโดยใช้ภาษาจีนแบบนี้ ถึงตอนนี้ภาษาจีนจะคล่องกว่าภาษาญี่ปุ่นแล้วก็ตาม แต่ก็ไม่คล่องเท่าเรียนด้วยภาษาไทยอยู่ดี



แล้วก็มาถึงวันสอบ ครั้งนี้เลือกสนามสอบที่มหาวิทยาลัยชิงหัว (清华大学) มหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของจีน ที่จริงในปักกิ่งมีสนามสอบหลายแห่งให้เลือก แต่เลือกสอบที่นี่เพราะอยากลองมาเยี่ยมชมที่นี่สักครั้ง อยู่ปักกิ่งมาสองปียังไม่เคยมีโอกาสแวะมาเลย เพราะไม่ได้มีธุระอะไรกับที่นี่ แล้วก็ไม่ได้มีเพื่อนเรียนอยู่ด้วย

แต่ตอนสอบรอบปี 2011 นั้นเราต้องไปสอบถึงมหาวิทยาลัยเทียนจินที่เมืองเทียนจินซึ่งอยู่ข้างๆปักกิ่งแทน เนื่องจากสมัครสอบช้า สนามสอบในปักกิ่งเต็มหมด ระบบสมัครสอบที่จีนเป็นอะไรที่แข่งขันกันพอสมควรเนื่องจากคนเยอะ และคนที่เรียนอยู่ในปักกิ่งก็เยอะ ส่วนใหญ่ก็อยากสอบกันทีปักกิ่ง ครั้งนี้เรารู้ทันแล้วจึงรีบสมัครตั้งแต่วันแรกที่เปิดรับสมัครเลย ตอนสมัครก็พบว่าสนามสอบในบางมหาวิทยาลัยในปักกิ่งถูกสมัครเต็มตั้งแต่ไม่กี่นาที น่ากลัวมาก ส่วนมหาวิทยาลัยชิงหัวเองไม่ได้เต็มเร็วนัก อย่างน้อยถ้าสมัครภายในวันแรกละก็ยังไงก็ยังเหลือที่ แต่ถ้าช้ากว่านั้นก็ไม่แน่แล้ว

เรามาที่มหาวิทยาลัยชิงหัวโดยนั่งรถเมล์มาลงที่ป้ายชิงหัวหยวน (清华园) ซึ่งก็จะมาอยู่ที่ประตูใต้ของมหาวิทยาลัย ประตูใต้ดูเรียบๆอย่างที่เห็น



บรรยากาศภายในมหาวิทยาลัยก็ดูร่มรื่น ต้นไม้เต็มไปหมด แม้ตอนนี้จะแทบไม่เหลือใบแล้วก็ตาม



ตึกอาคารต่างๆหลายแห่งดูแล้วสวยดี อย่างตึกนี้คือตึกซินชิงหัวเสวียถาง (新清华学堂)



อันนี้อาคารหอสมุด



ต้องเดินไกลพอสมควรจึงจะไปถึงแถวๆบริเวณอาคารที่สอบ เพราะมหาวิทยาลัยนี้กว้างใหญ่มาก ที่เดินผ่านวันนี้ก็เป็นแค่ส่วนเดียวเท่านั้นเอง วันหลังถ้ามีเวลาว่างก็อยากมาเดินดูอะไรให้ทั่วเหมือนกัน

ตรงนี้คืออาคารเรียนตึก ๓ (第三教室楼) คนที่สอบระดับ N3 ต้องมาสอบที่นี่ พอดีเรามีเพื่อนที่มาด้วยกัน เขาสอบระดับ ๓ ก็เลยแวะมาดูตึกนี้ก่อน



ห้องสอบเป็นแบบนี้



ข้างๆเป็นอาคารเรียนตึก ๖ (第六教室楼)



เดินไปทางตะวันตกอีกหน่อยจะเจออาคารเรียนตึก ๔ (第四教室楼) สำหรับคนที่มาสอบระดับ N2



เดินต่อถัดมาอีกจึงจะเจออาคารเรียนตึก ๕ (第五教室楼) ซึ่งเป็นที่สอบระดับ N1 ที่เราต้องมาสอบนั่นเอง



เหลือบไปเห็นตึกข้างๆสวยดี นี่คืออาคารชิงหัวเสวียถาง (清华学堂)



เข้ามาด้านในอาคารเรียนตึก ๕ ห้องสอบอยู่ที่ห้อง 5101



ตอนที่ไปถึงนั้นเป็นเวลาเที่ยงกว่าแล้ว เห็นมีคนนั่งรออยู่ในห้องพอสมควรแล้วทั้งๆที่เขาให้เข้าห้องสอบตอนบ่ายโมง



เนื่องจากเวลาเหลือ ก่อนจะสอบเราก็แวะไปทานข้าวที่โรงอาหารก่อน โรงอาหารที่ใกล้ที่สุดคือตึกทิงเทาหยวน (听涛园) เป็นโรงอาหารสองชั้น แต่ว่าชั้นหนึ่งต้องใช้บัตรนักเรียนหรือพนักงานที่นี่เพื่อจะทานเท่านั้น เฉพาะชั้นสองใช้เงินสดได้



เราจึงขึ้นไปทานชั้นสอง ก็อร่อยดี



ข้างๆโรงอาหารเป็นคลองเล็กๆสวยมาก เห็นแล้วอยากเดินเล่นอยู่ตรงนี้สักพัก แต่ไม่มีเวลาเพราะเดี๋ยวต้องไปสอบแล้ว



แล้วก็ได้เวลาสอบ การสอบเริ่มตอน 1:30 โดยเริ่มจากส่วนความรู้ตัวภาษาและการอ่าน ใช้เวลา ๑๑๐ นาที จนถึงเวลา 3:20 พัก ๑๐ นาทีแล้วก็เริ่มส่วนการฟังซึ่งใช้เวลา ๑ ชั่วโมง โดยเริ่ม 3:30 แล้วก็เลิกตอน 4:30

ถ้าเป็นการสอบเมื่อสองปีก่อนละก็ ระหว่างสอบทั้งสองส่วนนี้จะไม่มีการพัก ๑๐ นาทีแบบนี้ ทำให้ครั้งนั้นที่สอบเจอปัญหาเรื่องที่ว่าจะเข้าห้องน้ำแต่ไปเข้าไม่ได้ สุดท้ายก็เลยต้องทนจนไม่อาจทำข้อสอบได้ดีเลย

หลังสอบเสร็จก็เดินออกมา ขณะนั้นฟ้าเริ่มมืดลงแล้ว





การสอบครั้งนี้ถ้าเทียบกับครั้งก่อนๆก็ถือว่าทำได้ดีขึ้นมาก แม้ว่าจะไม่เต็มที่ก็ตาม เป็นครั้งแรกตั้งแต่สอบมาที่ออกมาจากห้องสอบด้วยความรู้สึกว่าพอมีหวัง เพราะครั้งก่อนๆนี่แบบทำไม่ค่อยได้เลย แล้วออกมาแบบสิ้นหวัง ตอนที่ผลสอบมาถึงแทบไม่อยากเปิดดู

แต่ครั้งนี้ทำได้เยอะขึ้น นั่นไม่ได้หมายความว่าน่าจะสอบผ่าน เพียงแต่ไม่ได้สิ้นหวัง ที่จริงก่อนสอบเราคาดหวังไว้ว่าจะทำได้มากกว่านี้ เพราะตอนที่ติวกวดวิชาอยู่นั้นได้มีทำข้อสอบเลียนแบบที่ทำเพื่อทดสอบ แล้วก็พบว่าทำได้ผ่านด้วยคะแนนดีพอสมควร

แต่ว่าข้อสอบเลียนแบบอันนั้นมันง่ายกว่าความเป็นจริง ไม่ใช่ว่าได้มาตรฐานนัก ถึงจะสอบอันนั้นได้ดีก็ไม่ใช่ว่าสอบจริงจะทำได้ดีเลย เมื่อมาสอบจริงๆพบว่ามันยากไม่ต่างอะไรจากที่เคยสอบมาเมื่อสองสามปีก่อน ความรู้สึกแบบนี้จำได้ดี

การที่ทำข้อสอบได้มากกว่าครั้งก่อนๆก็ทำให้ดีใจในความก้าวหน้าของตัวเอง ช่วงสองปีที่หยุดไปไม่ได้สอบเนี่ยก็ไม่ใช่ว่าอยู่นิ่งเฉย ดูอนิเมะมาตลอด เป็นการฝึกการฟังที่ดี นอกจากนี้ก็มีซื้อนิยายมาอ่านด้วย แม้ว่าจะยังอ่านไม่จบเล่มเลยก็ตาม

แต่การที่ก้าวหน้าขึ้นก็ไม่ใช่ว่าจะถึงขั้นผ่าน ยังรู้สึกว่าตัวเองต้องฝึกอีกมากเลย โดยเฉพาะเรื่องการอ่าน ยังไม่สามารถอ่านเข้าใจได้อย่างดีอย่างรวดเร็วพอ ไม่สามารถทำข้อสอบได้เสร็จทันเวลา ขาดไปเยอะ

ส่วนการฟังนั้นถือว่าพอไปได้ มันไม่ได้ยากนัก เหมือนจะสบายกว่าการอ่านพอสมควรเลย แต่ก็ไม่ได้ง่าย ไอ้ที่ฟังไม่เข้าใจก็มีอยู่เยอะพอดู

โดยรวม ถ้าใครถามว่าสอบครั้งนี้เป็นไงบ้างก็คงตอบง่ายๆว่า พอมีหวังบ้าง ไว้รอลุ้นตอนผลสอบออก



หลังสอบเสร็จเราก็ไปกินซูชิกับเพื่อนที่ร้านเจิงเซียนหุยจว่านโซ่วซือ (争鲜回转寿司) เป็นร้านซูชิจานหมุนของไต้หวันที่มีเปิดสาขาหลากหลายทั้งในไต้หวันและจีนแผ่นดินใหญ่ รวมถึงฮ่องกงและสิงคโปร์ด้วย



หลังจากสอบภาษาญี่ปุ่นเสร็จก็ได้มาทานอาหารญี่ปุ่นแบบนี้ถือว่าไม่เลวเลย ร้านนี้ไม่แพง จานละ ๖ หยวนทุกจาน เราทานไป ๕ จานก็จ่ายแค่ ๓๐ หยวน ถือว่าคุ้ม





สุดท้ายนี้... รอลุ้นผลช่วงเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า หวังว่าจะสอบผ่าน



-----------------------------------------

囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧

ดูสถิติของหน้านี้

หมวดหมู่

-- บันทึก
-- ประเทศจีน >> จีนแผ่นดินใหญ่ >> ปักกิ่ง

ไม่อนุญาตให้นำเนื้อหาของบทความไปลงที่อื่นโดยไม่ได้ขออนุญาตโดยเด็ดขาด หากต้องการนำบางส่วนไปลงสามารถทำได้โดยต้องไม่ใช่การก๊อปแปะแต่ให้เปลี่ยนคำพูดเป็นของตัวเอง หรือไม่ก็เขียนในลักษณะการยกข้อความอ้างอิง และไม่ว่ากรณีไหนก็ตาม ต้องให้เครดิตพร้อมใส่ลิงก์ของทุกบทความที่มีการใช้เนื้อหาเสมอ

目次

日本による名言集
モジュール
-- numpy
-- matplotlib

-- pandas
-- manim
-- opencv
-- pyqt
-- pytorch
機械学習
-- ニューラル
     ネットワーク
javascript
モンゴル語
言語学
maya
確率論
日本での日記
中国での日記
-- 北京での日記
-- 香港での日記
-- 澳門での日記
台灣での日記
北欧での日記
他の国での日記
qiita
その他の記事

記事の類別



ติดตามอัปเดตของบล็อกได้ที่แฟนเพจ

  記事を検索

  おすすめの記事

ตัวอักษรกรีกและเปรียบเทียบการใช้งานในภาษากรีกโบราณและกรีกสมัยใหม่
ที่มาของอักษรไทยและความเกี่ยวพันกับอักษรอื่นๆในตระกูลอักษรพราหมี
การสร้างแบบจำลองสามมิติเป็นไฟล์ .obj วิธีการอย่างง่ายที่ไม่ว่าใครก็ลองทำได้ทันที
รวมรายชื่อนักร้องเพลงกวางตุ้ง
ภาษาจีนแบ่งเป็นสำเนียงอะไรบ้าง มีความแตกต่างกันมากแค่ไหน
ทำความเข้าใจระบอบประชาธิปไตยจากประวัติศาสตร์ความเป็นมา
เรียนรู้วิธีการใช้ regular expression (regex)
การใช้ unix shell เบื้องต้น ใน linux และ mac
g ในภาษาญี่ปุ่นออกเสียง "ก" หรือ "ง" กันแน่
ทำความรู้จักกับปัญญาประดิษฐ์และการเรียนรู้ของเครื่อง
ค้นพบระบบดาวเคราะห์ ๘ ดวง เบื้องหลังความสำเร็จคือปัญญาประดิษฐ์ (AI)
หอดูดาวโบราณปักกิ่ง ตอนที่ ๑: แท่นสังเกตการณ์และสวนดอกไม้
พิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมโบราณปักกิ่ง
เที่ยวเมืองตานตง ล่องเรือในน่านน้ำเกาหลีเหนือ
ตระเวนเที่ยวตามรอยฉากของอนิเมะในญี่ปุ่น
เที่ยวชมหอดูดาวที่ฐานสังเกตการณ์ซิงหลง
ทำไมจึงไม่ควรเขียนวรรณยุกต์เวลาทับศัพท์ภาษาต่างประเทศ

ไทย

日本語

中文