φυβλαςのβλογ
บล็อกของ phyblas



เมืองโบราณหลงเหมิน บ้านเกิดของซุนกวนแห่งสามก๊ก
เขียนเมื่อ 2012/01/21 09:56
แก้ไขล่าสุด 2021/09/28 16:42


#ศุกร์ 20 ม.ค. 2012


หลังจากที่วนเวียนเที่ยวแต่ในเมืองหางโจวมาสิบวัน เมื่อวานนี้เราได้ออกไปเที่ยวนอกเมืองมาเป็นครั้งแรก

สถานที่ที่ไปนั้นก็คือเมืองโบราณแห่งหนึ่ง รอบๆเมืองหางโจวนั้นมีเมืองโบราณหลายแห่ง ที่ดังที่สุดคงเป็นอูเจิ้น (乌镇) นอกจากนี้ก็ยังมีซีถาง (西塘) และหนานสวิน (南浔) เป็นต้น

แต่ที่เราเลือกไปครั้งนี้คือเมืองโบราณหลงเหมิน (龙门古镇, หลงเหมินกู่เจิ้น) ซึ่งที่เลือกไปที่นี่เพราะอยู่ใกล้ตัวเมืองหางโจวมากกว่าอันอื่น แม้อาจจะไม่ดังเท่าก็ตาม ส่วนที่อื่นก็กะจะไปเหมือนกันถ้ามีโอกาสภายในช่วงที่อยู่หางโจวนี้

หมู่บ้่านโบราณของจีนนั้นถือเป็นสถานที่ที่ดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยวได้ไม่น้อย เพราะมีความสวยงาม และยังให้บรรยากาศเหมือนย้อนไปในอดีตได้ในบางส่วน

แม้ว่าความจริงแล้วไม่มีเมืองไหนที่คงสภาพแบบโบราณได้จริงๆหรอก ที่เราไปมาก็สังเกตได้ว่าในเมืองก็มีระบบน้ำประปา มีไฟฟ้าใช้ ทั้งยังมีมอเตอร์ไซค์วิ่งไปมา แถมบางส่วนของเมืองก็ถูกพัฒนาเป็นบ้านแบบสมัยใหม่แล้วด้วย ที่สำคัญมีป้ายภาษาอังกฤษติดอยู่เต็มไปหมดเพื่อนำทางนักท่องเที่ยว

ที่น่าตกใจก็คือการจะเข้าชมเมืองโบราณนั้นต้องเสียเงินค่าผ่านประตูเข้าชมด้วย แถมไม่ใช่ถูกๆ แต่ความจริงแล้วจะเลี่ยงไม่จ่ายก็ไม่น่าจะยาก เพราะจุดที่ต้องซื้อบัตรผ่านเข้านี้ก็มีแค่ด้านหน้า เราสามารถเข้าทางด้านอื่นได้

เพียงแต่หากไม่ถือบัตรเข้าชมก็จะไม่สามารถเดินเข้าไปชมพวกจุดสำคัญบางแห่งได้เท่านั้น เขาจะมีคนคอยตรวจบัตรเข้าชม แต่ที่จริงแล้วถ้าไม่คิดอะไรมากแค่อยากชมบรรยากาศในเมืองแค่นี้ก็น่าจะเพียงพอแล้ว และคนในเมืองก็ดูจะไม่ได้สนใจมีปฏิสัมพันธ์กับเราเลยถ้าเราไม่เข้าไปพูดด้วยก่อน

บัตรเข้าชมเมืองโบราณหลงเหมินนี้ราคา ๖๘ หยวน ถือว่าถูกกว่าเมืองโบราณแห่งอื่นที่รู้จัก


เมืองโบราณหลงเหมินนี้ตั้งอยู่ในเขตอำเภอฟู่หยาง (富阳) ซึ่งอยู่ในพื้นที่จังหวัดของหางโจว การมาถึงที่นี่ถ้ามาจากหางโจวก็คือต้องนั่งรถเมล์สาย 514 มาลงที่เมืองฟู่หยางก่อนแล้วค่อยต่อรถตู้มาลงที่นี่ ทั้งรถเมล์สาย 514 ข้ามเมือง และรถตู้ที่ใช้เดินทางจากฟู่หยางนั้นออกบ่อยทั้งคู่ หารถไม่ยาก

ที่นี่มีความสำคัญคือเป็นบ้านเกิดของบุคคลสำคัญคนหนึ่งในตำนานสามก๊ก นั่นคือซุนกวน ผู้ครองก๊กหนึ่งในสาม่ก๊ก เมืองนี้เป็นที่อยู่ของลูกหลานตระกูลเดียวกับซุนกวน เห็นเขาว่าชาวบ้านที่นี่มี ๗๐๐๐ คน กว่า ๙๐% เป็นแซ่ซุน

ดังนั้นซุนกวนจึงเป็นบุคคลที่สำคัญมากของที่นี่ และเป็นจุดขายในการท่องเที่ยวด้วย ภายในก็จะเจอสถานที่อะไรที่เกี่ยวกับซุนกวนอยู่ประปราย



ซุ้มประตูใหญ่ด้านหน้าทางเข้า



ป้ายเขียนว่าบ้านเกิดของซุนกวน (孙权故里, ซุนเฉวียนกู้หลี่)



ทางเข้า



ต้องซื้อตั๋วก่อนถึงจะเข้าได้ ถ้าไม่อยากต้องยื่นตั๋วก็ไปเข้าทางอื่น



เมื่อผ่านประตูเข้ามาข้างในและเดินไปเรื่อยๆ








ตรงนี้เป็นส่วนที่ต้องมีบัตรชมถึงจะผ่านเข้าไปได้ พอเข้าไปจะเจอคนคอยตรวจบัตรอยู่



แต่ที่จริงข้างในไม่มีอะไรมากเลย ก็แค่เป็นสถานที่เก็บของที่ระลึกอะไรบางส่วนของซุนกวน พื้นที่มีแค่เท่าที่เห็นในรูปนี้เท่านั้นเอง



จากตรงนี้ไปก็เป็นส่วนย่านค้าขาย มีขายของอยู่เต็มทาง






แม้สภาพข้างนอกจะดูเก่า แต่ดูข้างในก็ไม่เก่านะ พวกของที่ขายก็ไม่เก่าด้วย อย่างร้านนี้ขายอุปกรณ์กีฬา มีไม้เทนนิสตั้งอยู่เด่นชัด



แล้วก็มีร้านขายยา สภาพข้างนอกดูเป็นตึกแบบเก่าแต่ข้างในเป็นสมัยใหม่หมดแล้ว เรามีเข้าไปซื้อยาข้างในก็เห็นคนขายใส่ชุดกาวน์ตามปกติเหมือนร้านขายยาทั่วไป



แล้วก็อย่างร้านนี้ ขายบุหรี่ด้วย



เห็นมีคนถือกล้องเหมือนกำลังจะมาถ่ายทำอะไรในนี้ด้วย



ตรงนี้ก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่ต้องตรวจบัตรเพื่อเข้าไปชม



ด้านในก็ไม่ค่อยกว้างอีกเหมือนกัน ถ้าจำไม่ผิดนี่เป็นพวกแบบจำลองเรือของกองทัพซุนกวน




ภายในตัวเมืองดูคับแคบและแออัดพอควร ระหว่างทางก็เจอพวกตรอกแคบๆที่ดูแล้วไม่ใช่เส้นทางหลักอยู่ประปราย พวกนี้ไม่ใช่ซอยตันๆแต่มันทะลุไปโน่นไปนี่ได้เยอะ ถ้าเข้าไปก็อาจหลงได้



เมื่อเดินผ่านเส้นทางหลักมาเรื่อยๆก็จะออกมาเจอกับลำธารเล็กๆที่ลากผ่านกลางเมือง





ข้ามสะพานไปก็ยังคงเป็นส่วนของตลาดที่ต่อเนื่องกันมา





ตรงนี้จะเจอกับอนุสรณ์สถานของบุคคลตระกูลซุนคนหนึ่ง เป็นบริเวณอีกแห่งที่ต้องใช้บัตรเพื่อเข้าไปดู





เดินไปมาก็กลับมาเจอกับริมฝั่งน้ำอีก





เดินไปอีกสักพักเราพบว่าตัวเองมาโผล่นอกเมืองฝั่งที่หันไปทางท้องทุ่งแล้ว ตรงนี้เขาปลูกผักกัน




แล้วเราก็เริ่มรู้สึกตัวว่าตัวเองหลงออกนอกเส้นทางสายหลักที่เขากำหนดให้นักท่องเที่ยวเดินซะแล้ว เมื่อไม่ใช่เส้นทางหลักมันก็ไม่ค่อยมีอะไรเด่นๆ และไม่ค่อยมีป้ายบอกทางด้วย แต่ระหว่างหลงอยู่ก็พอจะเห็นอะไรน่าสนใจอยู่บ้าง

อย่างตรงนี้เป็นลานกว้างกลางเมือง



สนามเด็กเล่นก็มี



แปลงผักกลางเมือง



พวกบ้านแบบปัจจุบันก็มีพบอยู่ประปราย อย่างแถบนี้ทั้งแถบ





รู้สึกตัวอีกทีเราก็หลงจนออกมาด้านหน้าเมืองแล้ว แล้วเราก็เริ่มรู้ตัวว่าถ้าเราเข้าทางนี้แต่แรกก็ไม่ต้องเสียค่าบัตรเข้าไปแล้วสิ



แล้วเราก็กลับเข้ามาเพื่อวนหาเส้นทางเดิม ในที่สุดก็หาเจอจนได้ กลับมาเดินเที่ยวตามเส้นทางต่อ



ตรงนี้เป็นสระน้ำกลางเมือง เป็นจุดที่คิดว่าสวยที่สุดแล้ว





รอบๆสระน้ำก็ล้อมด้วยอาคารและศาลา





รูปปั้นเด็กที่เอาพู่กันยักษ์จุ่มน้ำและเขียนอักษร



ภายในนี้มีจุดอันตรายที่ห้ามนักท่องเที่ยวเข้าอยู่ประปรายเหมือนกัน ชอบป้ายเตือนอันนี้




แล้วเราก็เริ่มรู้สึกว่าตัวเองหลงออกนอกเส้นทางอีกครั้ง





คราวนี้หลงมาเจอโรงเรียนอนุบาลประจำเมือง


สถานที่อีกแห่งที่สำหรับแวะเข้าไปดูพวกของที่ระลึกต่างๆ




ประตูแห่งความยุติธรรม อี้เหมิน (义门)




แล้วเราก็จบการเดินภายในเมืองอันแออัดแต่เพียงเท่านี้ ที่จริงไม่จำเป็นต้องออกตามทางออกที่เขาชี้ก็ได้ มีทางตรงไหนก็ออกได้หมด แต่ไหนๆก็เข้ามาตามทางแล้วก็ขอออกตามทางละกัน



แต่การเที่ยวที่นี่ยังไม่จบ เพราะเมื่อออกมานอกเมืองบริเวณที่เขาจัดไว้ให้ชมดูก็พบว่าบริเวณรอบก็สวยงามไม่น้อยเหมือนกัน

แม่น้ำด้านหน้าเมือง พอออกมาตรงนี้แล้วรู้สึกโล่งสบายทีเดียว หลังจากที่เดินในเมืองแคบๆมานาน




เดินเล่นบริเวณรอบๆเมือง บางทีรู้สึกว่าสวยกว่าภายในเมืองเสียอีก อย่างน้อยก็รู้สึกโล่งกว้างไม่แออัด









แม่น้ำสายหลักที่ลากผ่านนั้นให้ทิวทัศน์ที่สวยดีมาก




เพิ่งสังเกตตอนออกมาแล้วนี่แหละว่ามีศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอยู่ด้วย พอดีตำแหน่งที่รถตู้พาไปส่งนั้นอยู่คงละด้านกับตรงนี้เลย



ป้ายหินบอกบรรยายเกี่ยวกับเมืองโบราณแห่งนี้ มีสี่ภาษา



มีแผนที่ภายในเมืองด้วย หลังจากเดินในเมืองมาจนทั่วแล้วมาดูก็ช่วยให้เข้าใจอะไรขึ้นเยอะทีเดียว




การเดินทางเที่ยวในเมืองโบราณหลงเหมินก็จบลงแต่เพียงเท่านี้ เราใช้เวลาไปราวๆสองชั่วโมงครึ่งในนี้ ส่วนระยะเวลาเดินทางขามารวมต่อรถแล้วก็ราวๆสองชั่วโมง คือออกเดินทางประมาณ ๗ โมงครึ่ง ถึง ๙ โมงครึ่ง และเดินเสร็จตอนเที่ยง ส่วนขากลับเดินทางกลับไปที่เมืองฟู่หยางด้วยรถตู้แบบที่ใช้นั่งมา

กลับมาแล้วก็ถือโอกาสเที่ยวเมืองฟู่หยางไปด้วยก่อนที่จะเดินทางกลับหางโจวตอนเย็น เมืองฟู่หยางเป็นแค่เมืองเล็กๆไม่มีอะไรสำคัญนักแต่ก็มีที่ให้พอเดินเที่ยวเช่นกัน

อ่านต่อ
https://phyblas.hinaboshi.com/20120122




-----------------------------------------

囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧

ดูสถิติของหน้านี้

หมวดหมู่

-- ประเทศจีน >> จีนแผ่นดินใหญ่ >> เจ้อเจียง
-- ประวัติศาสตร์ >> ประวัติศาสตร์จีน

ไม่อนุญาตให้นำเนื้อหาของบทความไปลงที่อื่นโดยไม่ได้ขออนุญาตโดยเด็ดขาด หากต้องการนำบางส่วนไปลงสามารถทำได้โดยต้องไม่ใช่การก๊อปแปะแต่ให้เปลี่ยนคำพูดเป็นของตัวเอง หรือไม่ก็เขียนในลักษณะการยกข้อความอ้างอิง และไม่ว่ากรณีไหนก็ตาม ต้องให้เครดิตพร้อมใส่ลิงก์ของทุกบทความที่มีการใช้เนื้อหาเสมอ

สารบัญ

รวมคำแปลวลีเด็ดจากญี่ปุ่น
มอดูลต่างๆ
-- numpy
-- matplotlib

-- pandas
-- manim
-- opencv
-- pyqt
-- pytorch
การเรียนรู้ของเครื่อง
-- โครงข่าย
     ประสาทเทียม
ภาษา javascript
ภาษา mongol
ภาษาศาสตร์
maya
ความน่าจะเป็น
บันทึกในญี่ปุ่น
บันทึกในจีน
-- บันทึกในปักกิ่ง
-- บันทึกในฮ่องกง
-- บันทึกในมาเก๊า
บันทึกในไต้หวัน
บันทึกในยุโรปเหนือ
บันทึกในประเทศอื่นๆ
qiita
บทความอื่นๆ

บทความแบ่งตามหมวด



ติดตามอัปเดตของบล็อกได้ที่แฟนเพจ

  ค้นหาบทความ

  บทความแนะนำ

ตัวอักษรกรีกและเปรียบเทียบการใช้งานในภาษากรีกโบราณและกรีกสมัยใหม่
ที่มาของอักษรไทยและความเกี่ยวพันกับอักษรอื่นๆในตระกูลอักษรพราหมี
การสร้างแบบจำลองสามมิติเป็นไฟล์ .obj วิธีการอย่างง่ายที่ไม่ว่าใครก็ลองทำได้ทันที
รวมรายชื่อนักร้องเพลงกวางตุ้ง
ภาษาจีนแบ่งเป็นสำเนียงอะไรบ้าง มีความแตกต่างกันมากแค่ไหน
ทำความเข้าใจระบอบประชาธิปไตยจากประวัติศาสตร์ความเป็นมา
เรียนรู้วิธีการใช้ regular expression (regex)
การใช้ unix shell เบื้องต้น ใน linux และ mac
g ในภาษาญี่ปุ่นออกเสียง "ก" หรือ "ง" กันแน่
ทำความรู้จักกับปัญญาประดิษฐ์และการเรียนรู้ของเครื่อง
ค้นพบระบบดาวเคราะห์ ๘ ดวง เบื้องหลังความสำเร็จคือปัญญาประดิษฐ์ (AI)
หอดูดาวโบราณปักกิ่ง ตอนที่ ๑: แท่นสังเกตการณ์และสวนดอกไม้
พิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมโบราณปักกิ่ง
เที่ยวเมืองตานตง ล่องเรือในน่านน้ำเกาหลีเหนือ
ตระเวนเที่ยวตามรอยฉากของอนิเมะในญี่ปุ่น
เที่ยวชมหอดูดาวที่ฐานสังเกตการณ์ซิงหลง
ทำไมจึงไม่ควรเขียนวรรณยุกต์เวลาทับศัพท์ภาษาต่างประเทศ

ไทย

日本語

中文