φυβλαςのβλογ
บล็อกของ phyblas



ชมใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วงที่หุบเขานารุโกะทางตอนเหนือของจังหวัดมิยางิ
เขียนเมื่อ 2022/10/30 21:48
แก้ไขล่าสุด 2022/10/31 20:49
#อาทิตย์ 30 ต.ค. 2022

ที่ญี่ปุ่นพอถึงฤดูใบไม้ร่วงใบไม้ต่างๆก็จะเริ่มเปลี่ยนสีเป็นสีเหลืองหรือแดง เกิดเป็นทิวทัศน์สวยงามน่าประทับใจให้ผู้คนหลั่งไหลไปชมกัน

แต่ละแห่งในญี่ปุ่นก็มีแหล่งดูใบไม้เปลี่ยนสีและช่วงที่เหมาะแก่การดูต่างกันไป สำหรับที่จังหวัดมิยางิ (宮城県みやぎけん) นั้นสถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีที่มีชื่อเสียงที่สุดก็คือสถานที่ที่เรียกว่า หุบเขานารุโกะ (鳴子峡なるこきょう) โดยช่วงปลายเดือนตุลาคมกำลังอยู่ในช่วงกลางฤดูใบไม้ร่วง เหมาะแก่การเที่ยวชมที่สุด

หุบเขานารุโกะนั้นตั้งอยู่ในเมืองโอซากิ (大崎市おおさきし) ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของจังหวัดมิยางิ ที่กลางหุบเขานี้มีแม่น้ำเอไอ (江合川) ไหลผ่าน เกิดเป็นทิวทัศน์สวยงาม พืชพรรณที่อยู่แถบนี้ส่วนใหญ่เป็นชนิดที่เปลี่ยนสีสวยงามในฤดูใบไม้ร่วง

เมืองโอซากินั้นที่จริงแล้วเป็นเมืองใหญ่ที่เกิดจากการควบรวมเมืองเล็กๆหลายเมืองเข้าด้วยกันตอนปี 2006 โดยก่อนการควบรวม บริเวณหุบเขานารุโกะนี้ก็เป็นเมืองเล็กๆเมืองหนึ่ง มีชื่อว่าเมืองนารุโกะ (鳴子町なるこちょう)

แผนที่แสดงตำแหน่งเมืองโอซากิในจังหวัดมิยางิ แสดงเป็นสีชมพูเข้ม บริเวณทางตะวันตกสุดของเมืองนี้เป็นพื้นที่ที่เดิมเป็นเมืองนารุโกะ




หุบเขานารุโกะนั้นนอกจากจะมีชื่อเสียงเรื่องใบไม้เปลี่ยนสีแล้วก็ยังมีชื่อเสียงในฐานะแหล่งอนเซง (น้ำพุร้อน) ด้วย โดยแหล่งอนเซงในแถบนี้เรียกรวมๆว่า นารุโกะอนเซงเกียว (鳴子温泉郷なるこおんせんきょう) มีอยู่หลายแห่งตามหุบเขาแห่งนี้

นอกจากนี้แล้วที่นี่ก็ยังเป็นแหล่งผลิตตุ๊กตาโคเกชิ (こけし) ที่สำคัญของญี่ปุ่นด้วย โดยมีพิพิธภัณฑ์โคเกชิญี่ปุ่น (日本こけし館) ตั้งอยู่ สามารถแวะเข้าชมได้

ฉะนั้นพอพูดถึงหุบเขานารุโกะแล้ว ๓ สิ่งที่ผู้คนจะนึกถึงก็คือ

- ใบไม้เปลี่ยนสี
- อนเซง
- ตุ๊กตาโคเกชิ

บันทึกนี้จะเล่าเรื่องที่ได้ไปเที่ยวที่นี่มา โดยจะเริ่มจากใบไม้เปลี่ยนสีก่อน แล้วจึงไปชมพิพิธภัณฑ์ตุ๊กตาโคเกชิ แล้วก็อนเซง



หุบเขานารุโกะสามารถเดินทางไปได้สะดวกโดยรถไฟ โดยที่นี่เป็นทางผ่านของทางรถไฟสายริกุอุตะวันออก (陸羽東線りくうとうせん) โดยมีอยู่ถึง ๔ สถานีตั้งอยู่ในบริเวณนี้ หากเดินทางจากเซนไดก็อาจนั่งรถไฟสายหลักโทวโฮกุไปต่อรถไฟที่สถานีโคโงตะ (小牛田駅こごたえき) ได้ หรือจะนั่งชิงกันเซงไปต่อรถไฟที่สถานีฟุรุกาวะ (古川駅ふるかわえき) ก็ได้เช่นกัน

สถานีหลักที่เป็นศูนย์กลางของที่นี่คือสถานีนารุโกะอนเซง (鳴子温泉駅なるこおんせんえき) ส่วนสถานีที่อยู่ใกล้จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่นิยมที่สุดคือสถานีนากายามะไดระอนเซง (中山平温泉駅なかやまだいらおんせんえき) แต่ไม่ว่าจะลงที่สถานีไหนก็จำเป็นต้องเดินไกลเพื่อไปถึงเป้าหมาย

สำหรับในการไปครั้งนี้เราไปกับเพื่อนคนญี่ปุ่นรวมกันเป็น ๕ คน จึงเช่ารถขับไปด้วยกัน ทำให้สะดวกกว่ารถไฟมาก ยิ่งช่วงนี้ผู้คนต่างหลั่งไหลกันไปเที่ยวที่นั่นทำให้รถไฟจะแน่นกว่าปกติจนต้องเบียดเสียดคน และอาจไม่มีที่นั่ง

เพียงแต่ว่าขับรถไปเองก็ต้องเจอกับรถติด แล้วก็เรื่องการหาที่จอดรถด้วย แต่โดยรวมแล้วก็ยังสะดวกกว่า



ตอนเช้า เรานัดเจอกันตอน ๗ โมงในเมืองเซนได แล้วเพื่อนก็ขับรถที่เช่ามารับทุกคนเพื่อออกเดินทางไป รถคันที่เช่ามานี้มีสีเขียวสวยเด่นจำง่ายดี



ทิวทัศน์ระหว่างทางเมื่อเข้าสู่เขตนารุโกะ




เริ่มเข้าสู่เขตย่านชุมชน แถวนี้มีทั้งโรงแรมและที่แช่อนเซงอยู่หลายแห่งอยู่ตามทาง เช่นบาบะอนเซง (馬場温泉ばばおんせん) ทีถ่ายรูปได้ตอนขับผ่านพอดี



ขาไปนั้นยังเช้า รถไม่ติดสักเท่าไหร่ จึงผ่านมาได้สบาย แล้วก็มาถึงแถวๆที่หมาย โดยใช้เวลาชั่วโมงกว่า ที่จอดรถก็มีหลายจุดแต่ค่อนข้างแน่น สุดท้ายก็หาที่จอดรถเจอได้ตรงจุดที่อยู่ก่อนถึงจุดชมทิวทัศน์หลักของหุบเขานารุโกะ จากตรงนี้ต้องเดินไปอีกหน่อยแต่ก็ไม่ไกลมาก



จากนั้นก็เดินต่อไปตามทางทางใต้เรื่อยๆ ระหว่างทางยิ่งใกล้ที่หมายก็ยิ่งเห็นรถที่เริ่มจะติดหนักจนเคลื่อนช้า โชคดีแล้วที่เราจอดรถตั้งแต่ไกลๆแล้วค่อยเดินไป




เดินสักพักก็มาถึงปากทางลงไปยังจุดชมทิวทัศน์เล็กๆแห่งหนึ่ง



จากตรงนี้ต้องเดินลงไปนิดหน่อย ไม่ไกล



จากตรงนี้มองเห็นทิวทัศน์ในหุบเขาที่เต็มไปด้วยสีสันสวยงาม




จากนั้นเดินต่อมา เจอทางแยก ซึ่งดูจากแผนที่และป้ายแล้วก็รู้ว่าตรงนี้คือเส้นทางที่เรียกว่า เส้นทางเดินเล่นโอฟุกาซาวะ (大深沢遊歩道おおふかざわゆうほどう) ซึ่งก็เป็นเส้นทางเดินเล่นชมทิวทัศน์ใบไม้เปลี่ยนสี เพียงแต่มีป้ายเขียนบอกว่าปลายทางตรงนี้ปิดซ่อมอยู่ ไม่สามารถทะลุไปต่อได้ ถ้าไปแล้วจะต้องเดินย้อนกลับมา ดังนั้นก็เลยตัดสินใจไม่เข้าไปเดินในเส้นทางนี้



จากนั้นเดินต่อไปทางใต้



ก็มาถึงสถานที่ที่เป็นจุดเด่นแห่งหนึ่งของที่นี่ คือสะพานโอฟุกาซาวะ (大深沢橋おおふかざわばし) เป็นจุดชมทิวทัศน์ที่สวยงาม จึงมีคนมายืนชมทิวทัศน์และถ่ายรูปกันอย่างแน่นหนา




ทิวทัศน์หุบเขาที่มองจากบนสะพานนี้ ช่างสวยงามสมแล้วที่ผู้คนหลั่งไหลกันมาเดินชม




มองลงไปข้างล่างเห็นคนด้วย ตรงนั้นเป็นจุดชมทิวทัศน์อีกแห่ง ซึ่งเดี๋ยวเราก็จะเดินลงไปเหมือนกัน



มองไปทางโน้นมองเห็นเรสต์เฮาส์หุบเขานารุโกะ (鳴子峡なるこきょうレストハウス) ซึ่งเป็นจุดชมทิวทัศน์หลักของที่นี่ และเราก็กำลังจะมุ่งหน้าไปทางนั้น



หลังจากเดินเบียดคนอยู่บนสะพานมาสักพักเราก็เดินผ่านสะพานออกมา



เดินมาอีกหน่อยก็ถึงเรสต์เฮาส์ที่เห็นจากไกลเมื่อกี้



ที่ตรงนี้คับคั่ง มีร้านขายของกินมากมาย





เราและเพื่อนลองซื้อคนเนียกุ (たまこんにゃく) มาลองกิน เพราะดูแล้วเห็นว่าราคาถูกกว่าอย่างอื่น ไม้นึงมี ๓ ชิ้น ราคา ๑๐๐ เยนเท่านั้น




ทางโน้นเป็นตัวอาคารเรสต์เฮาส์




ซึ่งข้างในเป็นร้านอาหาร แล้วก็ร้านขายของที่ระลึก แต่เราไม่ได้แวะเข้าไปกัน



ที่จริงแล้วความสำคัญของที่นี่จริงๆไม่ใช่เรื่องของกินหรือของที่ระลึก แต่เป็นทิวทัศน์ต่างหาก จะเห็นว่าผู้คนต่างมาเดินถ่ายรูปกันตรงนี้




จากตรงนี้สามารถมองเห็นสะพานโอฟุกาซาวะ ที่ซึ่งเราเพิ่งเดินผ่านมาเมื่อกี้ได้ ทิวทัศน์จากตรงนี้เป็นอะไรที่โดดเด่นและมีชื่อเสียงมากที่สุดสำหรับที่นี่



และตรงนี้มีทางให้เดินลงไปยังด้านล่าง





ซึ่งระหว่างทางพอลงไปก็มีจุดที่มองเห็นตัวสะพานได้อยู่เรื่อยๆ ดูสวยงาม




ผู้คนเดินไปเดินมามากมาย จึงต้องเบียดกันไปเรื่อยๆตลอดทาง ต้องเดินระวังหน่อย





จากตรงนี้มองเห็นน้ำตกได้




แล้วก็มาจนถึงสุดทาง



จากตรงนี้ไปต่อไม่ได้แล้ว



ที่ด้านล่างสุดนี้มองขึ้นไปก็จะเห็นสะพาน ซึ่งเมื่อตะกี้เราเป็นฝ่ายมองจากบนสะพานลงมาด้านล่าง ตอนนี้กลับกัน มองจากด้านล่างขึ้นไปด้านบน




หลังจากชมทิวทัศน์อยู่ข้างล่างนั้นสักพักก็ต้องเดินกลับขึ้นไปใหม่ เดินขึ้นเหนื่อยอยู่ แต่ตั้งแต่ตอนเดินลงก็ทำใจไว้แล้วล่ะ



จากนั้นเดินย้อนกลับมายังสะพานโอฟุกาซาวะ



ซึ่งตอนนี้คนแน่นกว่าตอนที่มาซะอีก เรายังได้เจออาจารย์ที่มหาวิทยาลัยซึ่งเรารู้จักโดยบังเอิญด้วย เขาก็มาเที่ยวที่นี่เหมือนกัน ดูเหมือนช่วงนี้คนแถวนี้ใครๆก็พากันมาเที่ยวที่นี่เต็มไปหมดจริงๆ



เดินข้ามสะพานกลับมาย้อนไปตามทางเดิม



แล้วเราก็ไปเดินลุยเส้นทาง โอกุโนะโฮโซมิจิ (おくのほそみち) ซึ่งปากทางเข้าอยู่ข้างๆเส้นทางเดินเล่นโอฟุกาซาวะที่เราเจอตอนแรกแต่ไม่ได้เข้าไปนั่น




ทิวทัศน์ระหว่างทางตรงนี้ก็สวยงามไม่น้อยเช่นกัน




อันนี้ดูเหมือนจะเป็นระฆังที่เอาไว้ตีไล่หมี



แท็งก์น้ำตั้งอยู่กลางป่า



จากตรงนี้เป็นเส้นทางเดินลง



ข้ามสะพานแคบๆ



เดินอยู่ในเส้นทางนั้นประมาณ ๒๐ นาทีก็มาโผล่สู่ถนน



จากถนนตรงนี้เราสามารถเดินต่อไปเพื่อไปยังพิพิธภัณฑ์โคเกชิญี่ปุ่นได้ สำหรับเรื่องตรงส่วนนี้จะยกไปเขียนถึงต่อในตอนต่อไป https://phyblas.hinaboshi.com/20221031




-----------------------------------------

囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧

ดูสถิติของหน้านี้

หมวดหมู่

-- ประเทศญี่ปุ่น >> มิยางิ
-- ท่องเที่ยว >> ภูเขา

ไม่อนุญาตให้นำเนื้อหาของบทความไปลงที่อื่นโดยไม่ได้ขออนุญาตโดยเด็ดขาด หากต้องการนำบางส่วนไปลงสามารถทำได้โดยต้องไม่ใช่การก๊อปแปะแต่ให้เปลี่ยนคำพูดเป็นของตัวเอง หรือไม่ก็เขียนในลักษณะการยกข้อความอ้างอิง และไม่ว่ากรณีไหนก็ตาม ต้องให้เครดิตพร้อมใส่ลิงก์ของทุกบทความที่มีการใช้เนื้อหาเสมอ

สารบัญ

รวมคำแปลวลีเด็ดจากญี่ปุ่น
มอดูลต่างๆ
-- numpy
-- matplotlib

-- pandas
-- manim
-- opencv
-- pyqt
-- pytorch
การเรียนรู้ของเครื่อง
-- โครงข่าย
     ประสาทเทียม
ภาษา javascript
ภาษา mongol
ภาษาศาสตร์
maya
ความน่าจะเป็น
บันทึกในญี่ปุ่น
บันทึกในจีน
-- บันทึกในปักกิ่ง
-- บันทึกในฮ่องกง
-- บันทึกในมาเก๊า
บันทึกในไต้หวัน
บันทึกในยุโรปเหนือ
บันทึกในประเทศอื่นๆ
qiita
บทความอื่นๆ

บทความแบ่งตามหมวด



ติดตามอัปเดตของบล็อกได้ที่แฟนเพจ

  ค้นหาบทความ

  บทความแนะนำ

ตัวอักษรกรีกและเปรียบเทียบการใช้งานในภาษากรีกโบราณและกรีกสมัยใหม่
ที่มาของอักษรไทยและความเกี่ยวพันกับอักษรอื่นๆในตระกูลอักษรพราหมี
การสร้างแบบจำลองสามมิติเป็นไฟล์ .obj วิธีการอย่างง่ายที่ไม่ว่าใครก็ลองทำได้ทันที
รวมรายชื่อนักร้องเพลงกวางตุ้ง
ภาษาจีนแบ่งเป็นสำเนียงอะไรบ้าง มีความแตกต่างกันมากแค่ไหน
ทำความเข้าใจระบอบประชาธิปไตยจากประวัติศาสตร์ความเป็นมา
เรียนรู้วิธีการใช้ regular expression (regex)
การใช้ unix shell เบื้องต้น ใน linux และ mac
g ในภาษาญี่ปุ่นออกเสียง "ก" หรือ "ง" กันแน่
ทำความรู้จักกับปัญญาประดิษฐ์และการเรียนรู้ของเครื่อง
ค้นพบระบบดาวเคราะห์ ๘ ดวง เบื้องหลังความสำเร็จคือปัญญาประดิษฐ์ (AI)
หอดูดาวโบราณปักกิ่ง ตอนที่ ๑: แท่นสังเกตการณ์และสวนดอกไม้
พิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมโบราณปักกิ่ง
เที่ยวเมืองตานตง ล่องเรือในน่านน้ำเกาหลีเหนือ
ตระเวนเที่ยวตามรอยฉากของอนิเมะในญี่ปุ่น
เที่ยวชมหอดูดาวที่ฐานสังเกตการณ์ซิงหลง
ทำไมจึงไม่ควรเขียนวรรณยุกต์เวลาทับศัพท์ภาษาต่างประเทศ

ไทย

日本語

中文