# เสาร์ 13 พ.ย. 2025เล่าต่อจากตอนที่แล้วที่เดินทางมาถึงสถานีฮาชิโมโตะแล้วกินราเมงกับเพื่อน
https://phyblas.hinaboshi.com/20251213หลังกินเสร็จก็ได้เวลาเดินทางไปยังเป้าหมายหลักของครั้งนี้ นั่นคือพิพิธภัณฑ์รถยนต์
ฮิโนะออโตพลาซา (
日野オートプラザ)
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จัดแสดงรถยนต์ของบริษัท
ฮิโนะจิโดวชะ (
日野自動車) ซึ่งเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่แห่งหนึ่งของญี่ปุ่น ปัจจุบันขายแต่พวกรถบรรทุกและรถบัสเป็นหลักดังนั้นจึงไม่เป็นที่รู้จักสำหรับคนทั่วไปมากนัก เราเองก็เพิ่งเคยได้ยินชื่อฮิโนะเป็นครั้งแรกตอนอยู่ญี่ปุ่นนี่แหละ
ที่จริงอยู่ญี่ปุ่นถ้านั่งรถเมล์ละก็น่าจะมีโอกาสไม่น้อยที่ได้เคยนั่งรถของฮิโนะมาแล้ว เพราะรถบัสที่วิ่งในญี่ปุ่นโดยหลักแล้วถูกผลิตโดย ๓ บริษัท ถ้าไม่ใช่ของอิสึซึหรือมิตสึบิชิฟุโซว ก็เป็นของฮิโนะ
ฮิโนะเป็นคู่แข่งกับอิสึซึ และมิตสึบิชิฟุโซว แต่ก็มีความสัมพันธ์ใกล้ชิด มีความร่วมมือกันในหลายๆด้านด้วย
ก่อนหน้านี้ได้แวะไป
อิสึซึพลาซา (いすゞプラザ) ซึ่งพิพิธภัณฑ์ของบริษัทอิสึซึมาแล้ว
https://phyblas.hinaboshi.com/20251122สำหรับฮิโนะออโตพลาซาก็คล้ายๆกัน แค่เป็นของคนละบริษัทกัน แต่ของอิสึซึต้องจองล่วงหน้าถึงจะไปได้ แต่ของฮิโนะไม่จำเป็นต้องจอง เพียงแต่เวลาที่มาได้ค่อนข้างจำกัด เปิด 10:00~16:00 เท่านั้น โดยเปิดแค่วันธรรมดา กับวันเสาร์ที่ ๒ และ ๔ ของเดือน ไม่เปิดวันอาทิตย์
บริษัทฮิโนะนั้นมีสำนักงานอยู่ที่
เมืองฮิโนะ (
日野市) ในจังหวัดโตเกียว จึงเป็นที่มาของชื่อบริษัท เริ่มก่อตั้งขึ้นในปี 1949
แต่ประวัติศาสตร์ของที่นี่สามารถย้อนไปได้ไกลกว่านั้น โดยแรกเริ่มมีที่มาจากบริษัท
การไฟฟ้าและอุตสาหกรรมก๊าซโตเกียว (
東京瓦斯電気工業) ซึ่งเป็นบริษัทที่ก่อตั้งในปี 1910 มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ย่านยูรากุโจวใจกลางเมืองโตเกียว และได้มีการสร้างโรงงานรถยนต์ขึ้นในเมืองฮิโนะ เรียกว่าเป็น
โรงงานผลิตฮิโนะ (
日野製造所) ต่อมาโรงงานผลิตฮิโนะก็ได้ทำการแยกตัวออกมาตั้งเป็นบริษัทแยกต่างหาก จึงกลายเป็นบริษัทฮิโนะ
นอกจากนี้บริษัทยังเคยทำการผลิตเครื่องบินด้วย แต่ว่าเป็นคนละแผนกกับส่วนของโรงงานผลิตรถยนต์ที่แยกออกมาเป็นฮิโนะ
อย่างไรก็ตามบริษัทฮิโนะได้กลายมาเป็นบริษัทลูกของโตโยต้าตั้งแต่ปี 2001 ปัจจุบันจึงไม่ใช่บริษัทแยกอิสระ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังคงยี่ห้อฮิโนะไว้แยกจากโตโยต้าอย่างชัดเจน ไม่ได้หายไปไหน
พิพิธภัณฑ์ฮิโนะออโตพลาซานั้นตั้งอยู่ใน
เมืองฮาจิโอวจิ (
八王子市) ซึ่งอยู่ข้างๆกับเมืองฮิโนะ
พิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ในย่านมินามิโนะทางใต้ของเมืองฮิจิโอวจิ มี
สถานีฮาจิโอวจิมินามิโนะ (
八王子みなみ
野駅) สามารถเดินทางไปได้สะดวกโดยรถไฟ แม้จะต้องเดินไกลหน่อยก็ตาม คือประมาณ ๑.๕ กิโลเมตร
สถานีตั้งอยู่บนสายโยโกฮามะของ JR ซึ่งเชื่อมระหว่างสถานีฮาจิโอวจิกับสถานีโยโกฮามะ สามารถเดินทางจากสถานีฮาชิโมโตะมาได้ โดยอยู่ห่างไปแค่ ๒ สถานี
ระหว่างทางหลังออกจากสถานีฮาชิโมโตะมาก็จอดที่
สถานีไอฮาระ (
相原駅) ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่เมืองมาจิดะซึ่งถือเป็นส่วนของจังหวัดโตเกียวแล้ว

ที่จริงชื่อสถานีนี้ตอนเห็นครั้งแรกสับสนกับชื่อเมือง
ซางามิฮาระ (
相模原) เพราะต่างกันแค่ไม่มีอักษร 模 เท่านั้นเอง เลยนึกว่า 相原 จะอ่านว่า "ซาฮาระ" เสียอีก แต่ชื่อในญี่ปุ่นมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น ต้องจำเอา
มาถึงสถานีฮาจิโอวจิมินามิโนะที่เป็นเป้าหมาย ลงรถไฟที่นี่

ออกจากสถานีมาเดินไปทางตะวันตก

หน้าสถานีมีห้าง
เฟรสโป (フレスポ, Frespo) ที่มีพวกซูเปอร์และร้านขายเครื่องเรือนด้วย เลยคิดว่าไว้ตอนขากลับจะแวะมาเดินสักหน่อย

ระห่างทางที่เดินไป เต็มไปด้วยร้านและบ้านที่อยู่อาศัย ดูแล้วเป็นย่านที่น่าอยู่พอดูเลยทีเดียว






แล้วก็มาถึงที่หมาย อาคารตรงหน้านี้คือฮิโนะออโตพลาซา

เดินเข้ามาก็เห็นรถบัสจอดอยู่ อันนี้เป็นรถบัสที่จัดแสดง ไม่ใช่ที่วิ่งจริงในเมือง แต่ดูหน้าตาก็คุ้นเคยดี เพราะไม่ต่างจากรถบัสที่นั่งในเมือง

นอกจากนี้แล้วก็มีพวกรถบรรทุกจอดอยู่ด้วย

จากนั้นเดินเข้ามาในอาคาร เมื่อเข้ามาก็เห็นรถเก่าที่ตั้งเด่นอยู่ รถนี้คือรถบรรทุกรุ่น TGE-A ที่เริ่มผลิตขึ้นในปี 1917 โดยบริษัทการไฟฟ้าและอุตสาหกรรมก๊าซโตเกียวซึ่งเป็นบริษัทที่มาของฮิโนะ

ภายในห้องนี้ยังมีผังเวลาที่แสดงประวัติศาสตร์ของฮิโนะและบริษัทอื่นๆที่เกี่ยวข้องกันแบบย่อสั้นๆ

ลิฟต์ทางขึ้นไปยังห้องหลักของตัวพิพิธภัณฑ์

ขึ้นลิฟต์มาก็เป็นห้องที่มีเคาน์เตอร์ต้อนรับ

ก่อนอื่นต้องเข้ามาลงชื่อที่เคาน์เตอร์ก่อน แม้จะไม่ต้องเสียค่าเข้าก็ตาม แต่เขาก็คงอยากเก็บข้อมูลว่ามีคนแบบไหนมาเข้าชมบ้าง โดยมีให้กรอกว่าเรามาจากไหนด้วย

แผนที่ภายในนี้ โดยมี ๒ ชั้น ส่วนที่เป็นกลมๆนั้นเป็นโถงใหญ่ที่เชื่อมระหว่าง ๒ ชั้น

เริ่มชมจากบริเวณชั้น ๒ ภายในนี้มีจักแสดงแบบจำลองรถต่างๆของฮิโนะตั้งแต่อดีตมา



ลองมองบนพื้นเห็นมีทำเป็นลายเครื่องยนต์ด้วย

ผนังห้องนี้มีวาดเส้นเวลาแสดงประวัติศาสตร์ของฮิโนะ ไล่ตั้งแต่ปี 1910 ที่ยังเป็นบริษัทการไฟฟ้าและอุตสาหกรรมก๊าซโตเกียว






ไล่มาเรื่อยๆจนสุดที่ปี 2017 แต่หลังจากนี้อาจมีการเขียนเพิ่มต่ออีกก็ได้

ตรงนี้มีให้นั่งชมวิดีโอเล่าเรื่องราวของฮิโนะ

ตรงนี้มีให้ลองนั่งเล่นจำลองการขับรถ

รถที่จำลองนี้ใช้ระบบ
EDSS(Emergency Driving Stop System) ซึ่งเป็นระบบหยุดรถฉุกเฉินอัตโนมัติที่ใช้กับรถบัส ทำงานในกรณีที่คนขับเกิดมีปัญหาขึ้นมา

แผนที่แสดงรถฮิโนะที่วิ่งอยู่ในประเทศต่างๆทั่วโลก ในไทยก็มี

จากนั้นก็มาชมทางเดินเวียนที่เป็นทางลาดลงไปเรื่อยๆจากชั้น ๒ สู่ชั้น ๑ ตรงนี้เขียนเล่าประวัติศาสตร์ของรถยนต์ในญี่ปุ่นโดยละเอียด ไม่ได้เขียนแค่เฉพาะที่เกี่ยวข้องกับฮิโนะเท่านั้น ดังนั้นถ้าเดินไล่อ่านไปเรื่อยๆก็จะเข้าใจภาพรวมประวัติศาสตร์ของรถยนต์ในญี่ปุ่นได้

จากบนนี้มองลงไปเห็นส่วนด้านล่างที่จัดแสดงพวกรถยนต์เก่ามากมาย ด้านบนยังมีเครื่องบินด้วย

แต่ก่อนที่จะเดินไปตามทางลาดเราตัดสินใจเดินย้อนกลับมาแวะร้านกาแฟในนี้ก่อน

ภายในร้าน

มีตู้ที่แสดงรถเล็กๆอยู่ในร้านด้วย

ทิวทัศน์ที่มองเห็นจากหน้าต่างตรงโต๊ะที่นั่ง

ตอนแรกแค่คิดว่าจะดื่มกาแฟ แต่เห็นว่าถ้าสั่งกาแฟแล้วสั่งขนมด้วยก็จะมีส่วนลด ๑๐๐ เยนก็เลยสั่งไอศกรีมด้วย ไอศกรีม ๒๕๐ เยน กาแฟ ๓๐๐ เยน ได้ลด ๑๐๐ เยน รวมเป็น ๔๕๐ เยน

กินเสร็จก็รีบกลับมายังโถงทางลาดเวียน เริ่มไล่ดูประวัติศาสตร์ไปเรื่อยๆ มีเขียนอะไรไว้มากมาย ไล่ดูไปเพลิน พวกเราใช้เวลาตรงนี้มากกว่าที่อื่น


ระหว่างทางมีช่องที่มีห้องอยู่ด้านใน

ห้องนี้เป็นที่จัดแสดงเกี่ยวกับบุคคลสำคัญของบริษัท


เดินลงมาเรื่อยๆก็ถึงด้านล่างสุด แต่กว่าจะมาถึงนี่ก็เป็นเวลาเย็นมากแล้ว เหลืออีกแค่ ๑๕ นาทีก็ถึงเวลาปิด ทำให้ส่วนที่เหลือได้แต่ดูแบบผ่านๆ ต้องรีบ

ด้านล่างห้องโถงนี้จัดแสดงพวกรถเก่าของฮิโนะมากมาย ซึ่งจะเห็นว่าไม่ได้มีแต่พวกรถบัสหรือรถบรรทุก แต่ยังมีรถนั่งส่วนบุคคลด้วย แต่ทั้งหมดเป็นรถเก่ามาก เช่นอันนี้คือรถ
ฮิโนะเรอโน 4CV (日野・ルノー4CV) ผลิตในปี 1953 ซึ่งเป็นรถของบริษัทเรอโนของฝรั่งเศส ที่ฮิโนะนำมาผลิตเพื่อขายในญี่ปุ่น

ส่วนนี่เป็นรถ
ฮิโนะกอนเตสซา 900 (日野・コンテッサ900) ที่วางขายในช่วงปี 1961-1965
ฮิโนะกอนเตสซา 1300 (日野・コンテッサ1300) วางขายช่วงปี 1964-1967

มีรถสามล้อด้วย ชื่อว่า
ฮัสเลอร์ (ハスラー, hustler) คันนี้ผลิตในปี 1961

นอกจากนั้นก็เป็นพวกรถบรรทุกหรือรถบัส


คันนี้มาแค่ส่วนหัว สามารถเข้าไปดูห้องคนขับได้

คันนี้ก็เข้าไปได้



ส่วนที่ตั้งเด่นอยู่ตรงกลางนี้คือรถโดยสารรุ่นเก่า BH15 ซึ่งเคยใช้เป็นรถเมล์ในจังหวัดกุมมะ รถเมล์เก่าแบบนี้มีจุดเด่นคือมีกระโปรงหน้าด้วย จึงเรียกว่าเป็น "บอเนตบัส" (bonnet bus) ในขณะที่รถเมล์ปัจจุบันไม่มีฝากระโปรงหน้าแล้ว ปัจจุบันในญี่ปุ่นก็ยังเหลือรถเมล์แบบนี้อยู่ แต่มีเพียงไม่กี่ที่ และเน้นใช้เพื่อการท่องเที่ยวเป็นหลักเท่านั้น

ภายใน

เห็นแล้วก็เหมือนเป็นรถสองแถวที่มีขนาดใหญ่หน่อยนั่นเอง

นอกจากนี้ก็ยังมีจัดแสดงเครื่องยนต์ด้วย




เดินห้องโถงเสร็จก็ยังมีห้องถัดไปอีกหน่อย

ห้องนี้ก็จัดแสดงเครื่องยนต์เหมือนกัน


แล้วก็ห้องถัดไปซึ่งเป็นห้องสุดท้าย

ห้องนี้จัดแสดงพวกเครื่องยนต์ของเครื่องบิน




ก็หมดเท่านี้ ที่เหลือก็เดินไปยังทางออก

ออกมานอกอาคารแล้วเดินออกไปทางเดิม

ตอนที่ออกมาก็เร่ิมค่ำ ฟ้าเริ่มเปลี่ยนสี ภาพย่านบ้านเรือนที่ถ่ายระหว่างขาเดินกลับก็สวยไปอีกแบบ


การเข้าชมพิพิธภัณฑ์รถยนต์ก็จบลงเท่านี้ วันนี้ได้มาเรียนรู้อะไรมากมาย โดยเฉพาะเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ถือว่าคุ้มค่ามากที่ได้มา แม้ว่าเมื่อเทียบกับพิพิธภัณฑ์ของอิสึซึแล้วจะมีเนื้อเหาเกี่ยวกับทางเทคนิคน้อยกว่าก็ตาม
หลังจากนั้นยังมีเรื่องให้เล่าต่ออีกหน่อยตอนช่วงก่อนเดินทางกลับ ขอตัดแยกไปเล่าเป็นอีกตอน
https://phyblas.hinaboshi.com/20251215