φυβλαςのβλογ
บล็อกของ phyblas



แท่นบูชาศตวรรษแห่งจีน
เขียนเมื่อ 2011/11/11 22:24
#ศุกร์ 11 พ.ย. 2011

วันนี้เพิ่งสอบเสร็จ ก็เลยไปหาที่เที่ยวผ่อนคลายสักหน่อย ไหนๆช่วงนี้ก็เป็นช่วงที่ใบไม้กำลังสวยเลยคิดว่าไปหาที่เที่ยวที่เป็นธรรมชาติเดินคงจะดี

ครั้งนี้เราเลือกไปเดินที่สวนสาธารณะยวี่ยวนถาน (玉渊潭公园) ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยที่เราอยู่นัก

แต่เมื่อลงรถไฟฟ้าแล้วจะเดินไปทางผ่านจะต้องเจอกับ จงหัวซื่อจี้ถาน (中华世纪坛) แปลว่า แท่นบูชาศตวรรษแห่งจีน ซึ่งเป็นสถานที่ที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่งก่อน ดังนั้นจึงจะขอมาเล่าถึง

รายละเอียดคร่าวๆ

แท่นบูชาศตวรรษแห่งจีนตั้งอยู่ในเขตไห่เตี้ยน ห่างจากใจกลางเมืองมาทางตะวันตก ใกล้กับรถไฟฟ้าสถานีพิพิธภัณฑ์การทหาร (地铁军事博物馆站) ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อต้อนรับศตวรรษที่ ๒๑ โดยประกอบด้วยส่วนต่างๆดังนี้


1. ลานกว้างไฟศักดิ์สิทธิ์ (圣火广场) เป็นลานกว้างเล็กๆติดถนนฟู่ซิง ตรงกลางมีไฟศักดิ์สิทธิ์ตั้งอยู่
2. ระเบียงสำริด (青铜甬道) เป็นทางเดินยาวทอดจากทิศใต้ไปเหนือซึ่งเขียนสลักประวัติศาสตร์ของจีนเอาไว้
3. หอศิลปะโลก (世纪艺术馆) เป็นตัวอาคารรูปนาฬิกาแดด ข้างในจัดแสดงศิลปะต่างชาติ
4. สวนสาธารณะบริเวณรอบ เป็นสวนเล็กๆที่ต่อเชื่อมกับสวนสาธารณะยวี่ยวนถาน
5.ระฆังศตวรรษแห่งจีน (中华世纪钟) ระฆังขนาดใหญ่ตั้งอยู่ในสวนสาธารณะ



เริ่มแรกนั่งรถไฟฟ้ามาลงที่สถานีพิพิธภัณฑ์การทหาร ซึ่งเป็นที่เดียวกับที่ต้องมาลงเมื่อครั้งที่ไปสถานีรถไฟตะวันตกของปักกิ่ง https://phyblas.hinaboshi.com/20111005



ซึ่งก็อยู่ใกล้กับสวนสาธารณะยวี่ยวนถานและแท่นบูชาศตวรรษมากที่สุด อาคารที่เห็นอยู่นี้ก็คือพิพิธภัณฑ์การทหาร (军事博物馆, จวินซื่อปั๋วอู้กว่าน) ซึ่งอยู่หน้่าสถานีที่ลง ที่นี่เป็นพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ น่าสนใจเหมือนกัน แต่สำหรับวันนี้มันไม่ใช่เป้าหมายหลัก เราจะผ่านมันไปเฉยๆ ไว้มีโอกาสได้แวะมาชมก็จะอธิบายถึงสถานที่แห่งนี้โดยละเอียดอีกที





ภาพถ่ายจากด้านหน้า แต่ไม่สวยเท่ามุมในรูปข้างบน



เป้าหมายของเราตอนนี้ต้องเดินไปทางตะวันตก จะเจอกับแท่นบูชาศตวรรษ




ส่วนแรกที่เจอจากตรงนี้เรียกว่า เซิ่งหั่วกว๋างฉ่าง (圣火广场) แปลว่า ลานกว้างไฟศักดิ์ศิทธิ์ อย่างที่เห็นคือเป็นลานกว้าง (ที่เล็กนิดเดียว) และมีไฟจุดอยู่ตรงกลาง มีรั้วล้อม



ไฟนี้ส่องสว่างตลอดทั้งกลางวันกลางคืนไม่เคยดับ ลานนี้ปูด้วยกระเบื้องหินแกรนิต ๙๖๐ ชิ้น ตามขนาดพื้นที่อาณาเขตของจีนที่กว้าง ๙๖๐ ตารางกิโลเมตร





ทางเดินนี้เรียกว่าชิงถงถ่งเต้า (青铜甬道) แปลว่าระเบียงสำริด จะเห็นเป็นทางเดินยาวที่ผู้คนต่างเดินไปเรื่อยๆ




พื้นสีดำๆนั้นถ้ามองผ่านๆก็เหมือนกับพื้นธรรมดาแต่ว่า...




เมื่อมองลงไปดีๆจะเห็นว่ามันเป็นพื้นแกะสลักที่ทำจากสำริดซึ่งบรรจุประวัติศาสตร์เอาไว้ โดยเริ่มจากกำเนิดมนุษย์ จนสร้างอารยธรรม แล้วก็เข้าสู้ยุคประวัติศาสตร์ ยิ่งเราเดินไปข้างหน้าเรื่อยๆก็เหมือนประวัติศาสตร์เดินหน้าไปเรื่อยๆ ตัวถนนกว้าง ๓ เมตร ยาว ๒๖๒ เมตร



น่าเสียดายมีแต่ภาษาจีน นักท่องเที่ยวต่างชาติถ้าไม่มีไกด์มาด้วยก็คงไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันคืออะไรแล้วก็ผ่านไปโดยไม่ได้สนใจ แต่ต่อให้อ่านออกก็เถอะ ใครจะมาเดินไล่อ่านทีละนิดล่ะเนอะ กลับไปบ้านเปิดหนังสือดีกว่า แต่ก็ถือว่าเป็นความคิดที่สร้างสรรค์ดีมาก

ถนนสายนี้มาสุดตรงหน้าอาคารตรงหน้า



ยิ่งใกล้ปัจจุบัน ปีนึงยิ่งเขียนรายละเอียดเยอะและยาว พอเข้าช่วงปี 1900 เป็นต้นมา แต่ละปีก็เป็นช่องใหญ่และมีรูปราศีนักษัตรด้วย



แล้วก็มาสุดที่ปีมังกรปี 2000 ซึ่งก็ไม่ใช่ปีที่มีอะไรเดิ่นเลย เพียงแต่สถานที่แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นตอนปี 2000 ปี 1999 อ่านดูแล้วกลับสำคัญกว่าเพราะเป็นปีที่มาเก๊ากลับสู่การปกครองของจีน



สำหรับตึกที่อยู่ตรงสุดทางของถนนก็คือ พิพิธภัณฑ์ศิลปะโลก (世界艺术馆, ซื่อเจี้ยอี้ซู่กว่าน) ตัวอาคารออกแบบเป็นรูปนาฬิกาแดด ข้างในจัดแสดงศิลปะต่างประเทศ



เราไม่ได้เข้าไปข้างใน จึงเดินต่อมาด้านข้าง เจอสวนที่มีระฆังขนาดใหญ่อยู่ เรียกว่า จงหัวซื่อจี้จง (中华世纪钟) แปลว่าระฆังศตวรรษแห่งจีน



ระฆังนี้สูง ๖.๘ เมตร หนัก ๕๐ ตัน หนักและใหญ่กว่าระฆังหย่งเล่อ (永乐大钟) ในวัดระฆังใหญ่ (大钟寺) ซึ่งมีชื่อเสียงเสียอีก แต่เทียบกันไม่ได้เพราะระฆังนี้เพิ่งถูกสร้างขึ้น ไม่ใช่ของโบราณ




บนแท่นระฆังมองออกไปจากตรงนี้เห็นพิพิธภัณฑ์การทหารอยู่ไกลด้านโน้นด้วย



สวนบริเวณนี้สวยมากเลย



มองกลับไปเห็นด้านหลังของพิพิธภัณฑ์ศิลปะโลก



ด้านซ้ายไกลๆก็เห็นพิพิธภัณฑ์การทหารด้วย



จากนั้นก็เดินผ่านสวนมา และแล้วก็มาถึงบริเวณทางเข้าสวนสาธารณะยวี่ยวนถานตามเป้าหมาย ใช้เวลาไปพอควรทีเดียว แผ่นหินข้างหน้านี้สลักคำว่า ยวี่ยวนถาน (玉渊潭) เป็นสัญลักษณ์แสดงว่าเรามาถึงแล้ว



อนึ่ง อันที่จริงตอนแรกหน้านี้กะเล่าถึงสวนสาธารณะยวี่ยวนถานที่ว่านี้เป็นหลัก แต่เขียนไปเขียนมากว่าจะเล่าถึงจงหัวซื่อจี้จงเสร็จก็จบก็ยาวมากแล้วจึงขอตัดแบ่ง หน้านี้เล่าถึงจงหัวซื่อจี้ถานเป็นหลัก

สำหรับหน้านี้ก็คงจบเพียงเท่านี้ ไว้ต่อไปจะพูดถึงสวนสาธารณะยวี่ยวนถาน ซึ่งไปเดินชมมาจนทั่ว สวยงามมากทีเดียว

>> อ่านต่อ สวนสาธารณะยวี่ยวนถาน และหอคอยที่สูงที่สุดในปักกิ่ง https://phyblas.hinaboshi.com/20111114



อ้อ วันนี้เป็นวันที่ ๑๑ เดือน ๑๑ ปี ๒๐๑๑ สำหรับที่จีนแล้วเขาถือว่าเป็นวันคนโสด เขาเรียกว่ากวางกุ้นเจี๋ย (光棍节) ที่ถือเป็นวันคนโสดก็เนื่องจากมีแต่เลข ๑ เต็มไปหมด

ดังนั้นขอทิ้งท้ายหน้านี้ด้วย... สวัสดีวันคนโสด



-----------------------------------------

囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧

ดูสถิติของหน้านี้

หมวดหมู่

-- จีน >> จีนแผ่นดินใหญ่ >> ปักกิ่ง
-- ประวัติศาสตร์ >> ประวัติศาสตร์จีน

ไม่อนุญาตให้นำเนื้อหาของบทความไปลงที่อื่นโดยไม่ได้ขออนุญาตโดยเด็ดขาด หากต้องการนำบางส่วนไปลงสามารถทำได้โดยต้องไม่ใช่การก๊อปแปะแต่ให้เปลี่ยนคำพูดเป็นของตัวเอง หรือไม่ก็เขียนในลักษณะการยกข้อความอ้างอิง และไม่ว่ากรณีไหนก็ตาม ต้องให้เครดิตพร้อมใส่ลิงก์ของทุกบทความที่มีการใช้เนื้อหาเสมอ

สารบัญ

รวมคำแปลวลีเด็ดจากญี่ปุ่น
python
-- numpy
-- matplotlib

-- pandas
-- pytorch
maya
การเรียนรู้ของเครื่อง
-- โครงข่าย
     ประสาทเทียม
javascript
บันทึกในญี่ปุ่น
บันทึกในจีน
-- บันทึกในปักกิ่ง
บันทึกในไต้หวัน
บันทึกในยุโรปเหนือ
บันทึกในประเทศอื่นๆ
เรียนภาษาจีน
qiita
บทความอื่นๆ

บทความแบ่งตามหมวด



ติดตามอัปเดตของบล็อกได้ที่แฟนเพจ

  ค้นหาบทความ

  บทความแนะนำ

เรียนรู้วิธีการใช้ regular expression (regex)
หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาจีนกวางตุ้ง
การใช้ unix shell เบื้องต้น ใน linux และ mac
หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาจีนกลาง
g ในภาษาญี่ปุ่นออกเสียง "ก" หรือ "ง" กันแน่
ทำความรู้จักกับปัญญาประดิษฐ์และการเรียนรู้ของเครื่อง
ค้นพบระบบดาวเคราะห์ ๘ ดวง เบื้องหลังความสำเร็จคือปัญญาประดิษฐ์ (AI)
หอดูดาวโบราณปักกิ่ง ตอนที่ ๑: แท่นสังเกตการณ์และสวนดอกไม้
พิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมโบราณปักกิ่ง
เที่ยวเมืองตานตง ล่องเรือในน่านน้ำเกาหลีเหนือ
บันทึกการเที่ยวสวีเดน 1-12 พ.ค. 2014
แนะนำองค์การวิจัยและพัฒนาการสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA)
เล่าประสบการณ์ค่ายอบรมวิชาการทางดาราศาสตร์โดยโซวเคนได 10 - 16 พ.ย. 2013
ตระเวนเที่ยวตามรอยฉากของอนิเมะในญี่ปุ่น
เที่ยวชมหอดูดาวที่ฐานสังเกตการณ์ซิงหลง
บันทึกการเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรกในชีวิต - ทุกอย่างเริ่มต้นที่สนามบินนานาชาติคันไซ
หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาญี่ปุ่น
ทำไมจึงไม่ควรเขียนวรรณยุกต์เวลาทับศัพท์ภาษาต่างประเทศ
ทำไมถึงอยากมาเรียนต่อนอก
เหตุผลอะไรที่ต้องใช้ภาษาวิบัติ?

ไทย

日本語

中文