φυβλαςのβλογ
บล็อกของ phyblas



เขามั่วกัน เราก็มั่วตาม
เขียนเมื่อ 2012/03/13 11:11


#พุธ 1 ก.พ. 2012


ช่วงที่อยู่หางโจว มีวันนึงเราได้ไปเที่ยวปีนเขามาด้วย

ที่จริงตอนแรกไม่ได้คิดจะไปเลยเพราะเป็นฤดูหนาว บนเขาก็ยิ่งหนาว แต่ก็อยากจะลองไปปีนสักครั้ง

แล้วพอลองหาข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ต่างๆแถวนั้น ก็มาติดใจกับชื่อเขาลูกนึง ซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดข้างๆหางโจว เขานั้นมีชื่อว่าเขามั่วกัน (莫干山, มั่วกันซาน)

เขามั่วกันนั้นสูง ๗๒๔ เมตร ตั้งอยู่ในอำเภอเต๋อชิง (德清) จังหวัดหูโจว (湖州) เป็นจังหวัดข้างๆหางโจว ครั้งก่อนเราได้ไปเที่ยวชมไผ่ที่อำเภออานจี๋ https://phyblas.hinaboshi.com/20120128

อานจี๋เองก็อยู่ในจังหวัดหูโจวเช่นกัน อยู่ติดกันนี่เอง อานจี๋นั้นได้ชื่อว่าเป็นแดนไผ่ มีไผ่เยอะเป็นพิเศษ ที่เต๋อชิงนี้เองก็เช่นกันเพราะว่าอยู่ข้างๆกัน เต็มไปด้วยไผ่ไม่แพ้กัน ทิวทัศน์ดงไผ่บนเขานี้ก็เป็นสิ่งที่น่าดึงดูดอย่างหนึ่ง

เขามั่วกันอยู่ไม่ไกลจากหางโจว ห่างแค่ ๖๐ กิโลเมตร พอจะมีชื่อเสียงอยู่ในระดับหนึ่ง แต่ไม่ได้เด่นอะไรเพราะรอบๆหางโจวนั้นมีภูเขาที่คนนิยมไปเที่ยวอยู่เต็มไปหมดอยู่แล้ว

ที่นี่ถูกเดอะนิวยอร์กไทมส์จัดให้อยู่ใน ๑ ใน ๔๕ สถานที่ที่น่าไปในปี 2012 ด้วย

http://travel.nytimes.com/2012/01/08/travel/45-places-to-go-in-2012.html?pagewanted=2

แต่จากการคุยกับคนท้องถิ่นที่นั่นเขาบอกว่าเขาอยู่ที่นี่มานานไม่เห็นมีอะไรน่าสนใจเลย แต่คนจากที่อื่นกลับนิยมมาเที่ยวกันเยอะแยะ แต่ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่คนในท้องถิ่นจะไม่รู้สึกว่าของที่อยู่กับตัวเองมีความน่าสนใจแค่ไหน

ภายในบริเวณเต็มไปด้วยบ้านพักตากอากาศมากมายให้นักท่องเที่ยวมาพัก แต่เห็นเขาบอกว่าช่วงนี้ฤดูหนาวไม่มีใครมาพักก็เลยปิดหมด ส่วนใหญ่คนจะมาฤดูร้อนกันมากกว่า เพราะเขาจะขึ้นเขามาหลบร้อนกัน

แต่การมาในฤดูหนาวก็ทำให้ได้เห็นหิมะด้วยที่บนส่วนยอดเขา เพราะเมื่อวันก่อนมีฝนตกลงมา แต่สำหรับบนยอดเขาแล้วมันจะตกลงมาเป็นหิมะ และหิมะนั้นก็ยังคงหลงเหลือให้ได้ชม แต่ต้องขึ้นไปใกล้ๆยอดเขาจริงๆถึงจะได้เห็น

ที่นี่ยังเป็นสถานที่ที่มีบุคคลมีชื่อเสียงในอดีตหลายคนแวะมาใช้เป็นที่ทำงานหรือที่พักผ่อน เช่นเจียงไคเชก (蒋介石, เจี่ยงเจี้ยสือ) อดีตผู้นำสาธารณรัฐจีน เคยแวะมาดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ที่นี่ และยังใช้เป็นสถานที่จัดประชุมอะไรต่างๆตามโอกาสอีกหลายครั้ง



การเดินทางเราเริ่มจากไปขึ้นรถที่ท่ารถสถานีเหนือ (汽车北站, ชี่เชอเป่ย์จ้าน) ของหางโจวเพื่อนั่งรถทัวร์ไปลงที่เต๋อชิง

แล้วก็มาถึงสถานีเต๋อชิง



หลังจากนั้นเราก็หลงวนเวียนในเมืองหาทางไปเขามั่วกันอยู่นานเลย เพราะข้อมูลที่เตรียมมาบอกไม่ชัดเจน พอมาถึงแทบจะต้องถามคนแถวนั้นเพื่อหาข้อมูลเอาเอง

แล้วเราก็หาท่าขึ้นรถเมล์เพื่อไปเขามั่วกันจนได้ แล้วก็นั่งมาลงตรงทางขึ้นเขา แถวนั้นมีรถตู้จอดอยู่สำหรับบริการพานักท่องเที่ยวขึ้นเขา



เราคุยกับคนขับแล้วก็ตกใจกับราคาขึ้นเขาว่าแพงถึง ๓๐ หยวน ถ้าต้องจ่ายจริงๆคงจะแย่เลยเพราะเดี๋ยวขึ้นไปยังต้องจ่ายค่าผ่านประตูอีก ๘๐

เราก็พยายามต่อ แต่คุยไปคุยมาก็ได้ความว่างั้นจ่าย ๖๐ แล้วเขาจะพาผ่านเข้าประตูไปเลย เท่ากับว่าเราไม่ต้องเสีย ๘๐ แล้ว เสียแค่ ๖๐ แถมได้รถไปส่งถึงข้างบน เฮ!



แต่ยังไม่จบแค่นั้น พอเราขึ้นมาถึงด้านบนตรงหน้าประตูทางเข้าปรากฏว่าพบนักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่งเขาเดินปีนเขาเที่ยวอยู่ คนขับรถคนนี้ก็รีบลงไปคุยกับพวกเขา และเสนอจะขับรถพาเที่ยวภายในบริเวณให้

แล้วเขาก็ถามเราด้วยว่าจะไปกับเขาด้วยมั้ย เขาคิดให้เพิ่มจากเมื่อกี้ ๔๐ รวมเป็น ๑๐๐ หยวน เราก็ลองคิดดู ถ้าหากว่าต้องเดินเองมันก็คงเหนื่อยแย่แน่ หนทางมันไกล และอีกอย่างคือถ้าเดินรวมกลุ่มกับนักท่องเที่ยวชาวจีนจะได้ชวนคุยฝึกภาษาไปด้วย แบบนี้น่าจะได้ประโยชน์กว่า

ว่าแล้วเราก็เข้าร่วมกลุ่มนี้ไปด้วยตามระเบียบ ซึ่งถือว่าโชคดีจริงๆที่บังเอิญมาเจอกลุ่มนี้

เป้าหมายแรกเขาพามาที่ศาลาชิงเหลียง (清凉亭) เป็นทางผ่านไปยังจุดชมวิวจุดหนึ่งซึ่งอยู่ใกล้กับปากทางเข้า เขาให้เราเดินผ่านตรงนี้เข้าไป



เมื่อเดินเข้าไปจะถึงจุดชมวิวที่เรียกว่าซวี่กวางไถ (旭光台) กลุ่มคนที่เห็นอยู่นี่ก็คือกลุ่มคนจีนที่มากับเราด้วย มี ๖ คน เป็นเด็กเล็กซะ ๒




บ้่านที่เห็นอยู่นี่ไม่แน่ใจว่าใช้ทำอะไรเหมือนกัน เท่าที่ดูน่าจะเอาไว้ใช้งานตามโอกาสต่างๆ




มองเข้าไปข้างในตัวบ้าน



ทิวทัศน์ที่มองจากตรงนี้ เสียดายว่าหมอกหนาเลยเห็นอะไรไม่ชัดเลย ทั้งๆที่ตอนเช้าดูพยากรณ์อากาศ เห็นเขียนบอกว่าอากาศจะดีก็เลยมาปีนเขา แต่ก็พลาดซะแล้ว







จากนั้นเราก็กลับขึ้นรถแล้วก็ไปยังจุดต่อไป ตรงนี้เรียกว่าหมู่บ้านอู่หลิง (武陵村) เป็นอดีตบ้านพักตากอากาศและที่ทำงานของเจียงไคเชก



เข้ามาในตัวอาคารก็เป็นห้องที่มีจัดแสดงอะไรต่างๆ



นี่ก็ห้องนอนของเจียงไคเชก



ห้องประชุม



อาคารอื่นๆในบริเวณ






ทิวทัศน์ที่มองจากจุดนี้ดูแล้วไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ เพราะหมอกแรงด้วยแหละ



แล้วก็มีโรงแรมด้วย





แล้วเราก็ไปยังจุดต่อไป คราวนี้เขาพาเราไปเดินป่าไผ่และน้ำตก โดยรถจอดข้างถนนหน้าทางเข้าป่าไผ่ แล้วให้เราเข้าไปเดินเล่นในนั้นเองแล้วก็กลับมาที่เดิม



แล้วเราก็ออกเดินทางเข้าสู่ดงไผ่









ศาลาริมหน้าผา ดูสวยเด่น



กลางดงป่าไผ่ก็มีศาลาอยู่ประปรายตามทาง




เราเดินลงมาเรื่อยๆก็มาถึงบริเวณน้ำตก แล้วก็เดินเล่นอยู่ในบริเวณนั้น











กลุ่มที่มาด้วยกันเขามีเด็กมาด้วยก็เลยอาจจะช้านิดหน่อย เขาก็เล่นไป เราก็เดินถ่ายรูปไป




สุดท้ายก็เดินกลับขึ้นไปขึ้นรถ





เป้าหมายต่อไป เขาพาเราขึ้นไปบนส่วนยอดเขา แล้วให้เราเดินเล่นตรงทางเดินแถวนั้น บนยอดเขาอากาศหนาวมาก มีหิมะด้วย








ตุ๊กตาหิมะ มีคนมาปั้นทิ้งเอาไว้ ไม่รู้ว่าใคร ปั้นไว้เมื่อไหร่





เสร็จแล้วเขาก็พาเราไปเที่ยวจุดสุดท้าย

แถวนี้เป็นทางเดินลาดเขาธรรมดาที่มีรูปปั้นและศาลาประดับอยู่ตามทาง แต่เขาให้เราเดินจากด้านบนไปยังด้านล่าง เพื่อความง่าย เขาบอกว่าให้เดินไปสุดทาง เขาจะขับรถไปรอด้านล่าง



รูปปั้นลิงแห่งปีนักษัตร ไอ้ขาวๆข้างบนนั่นคือเขาเอาก้อนหิมะไปแปะเองน่ะ



รูปปั้นไก่ เขาเอาเด็กขึ้นไปขี่ด้วย



รูปปั้นงู



รูปปั้นวัว



รูปปั้นกระต่าย อันนี้มันตัวเล็กเขาเลยขึ้นไปขี่ไม่ไหว



รูปปั้นม้า



รูปปั้นหมู



และก็มีอื่นๆอีกรวมแล้วครบ ๑๒ ตามปีนักษัตร ปิดท้ายด้วยมังกร



แล้วเราก็เดินต่อไป



ตรงนี้ก็มีบ่อที่สำหรับให้นักท่องเที่ยวโยนเศษเหรียญลงไปเพื่อความเป็นศิริมงคลอะไรต่างๆดังที่เจอได้ตามสถานที่ท่องเที่ยวทั่วไป



เนื่องจากไม่มีคนเห็น พวกกลุ่มที่มาด้วยกับเราเขาก็พยายามจะเอาเศษเหรียญที่คนโยนไว้ในบ่อขึ้นมา (...เล่นกันงี้เลยแฮะ) แต่ไม่สำเร็จ



ภาพอื่นๆในบริเวณระหว่างทางเดินลงไปเรื่อยๆ









แล้วเราก็ลงมาจนถึงบริเวณที่คนขับรถจอดรออยู่



หลังจากนั้นเขาก็ขับรถพาเรากลับลงจากเขา เราก็นั่งรถเมล์ต่อกลับตัวเมือง โดยนั่งไปพร้อมกับนักท่องเที่ยวจีนกลุ่มที่มาด้วยนี้ เขาแนะนำเราว่าถ้าจะกลับหางโจวไม่ต้องไปถึงท่ารถก็ได้ ให้ตามเขาไป เขาจะพาไปยังจุดที่สามารถโบกข้างทางได้ และเขาก็ไปรอรถพร้อมกับเราและช่วยโบกรถให้ เราก็นั่งรถนั้นกลับหัางโจว

ก็ถือเป็นวันที่สนุกทีเดียว แม้ว่าจะรู้สึกเสียดายที่ขึ้นเขาแล้วดันไปเจอหมอก แต่ก็ได้เที่ยวพร้อมกับกลุ่มคนจีนที่เจอโดยบังเอิญ และก็ได้เห็นน้ำใจเขาที่มาช่วยเรารอรถ ถือว่าเป็นเที่ยวที่รู้สึกคุ้มค่า เป็นประสบการณ์ที่ดี

เที่ยวเขามั่วกัน เราก็ไปมั่วเที่ยวตามเขา ไปด้วยกัน สนุกจริงๆ


-----------------------------------------

囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧

ดูสถิติของหน้านี้

หมวดหมู่

-- จีน >> จีนแผ่นดินใหญ่ >> เจ้อเจียง
-- ท่องเที่ยว >> ภูเขา
-- ประวัติศาสตร์ >> ประวัติศาสตร์จีน

ไม่อนุญาตให้นำเนื้อหาของบทความไปลงที่อื่นโดยไม่ได้ขออนุญาตโดยเด็ดขาด หากต้องการนำบางส่วนไปลงสามารถทำได้โดยต้องไม่ใช่การก๊อปแปะแต่ให้เปลี่ยนคำพูดเป็นของตัวเอง หรือไม่ก็เขียนในลักษณะการยกข้อความอ้างอิง และไม่ว่ากรณีไหนก็ตาม ต้องให้เครดิตพร้อมใส่ลิงก์ของทุกบทความที่มีการใช้เนื้อหาเสมอ

สารบัญ

รวมคำแปลวลีเด็ดจากญี่ปุ่น
python
-- numpy
-- matplotlib

-- pandas
-- pytorch
maya
การเรียนรู้ของเครื่อง
-- โครงข่าย
     ประสาทเทียม
javascript
บันทึกในญี่ปุ่น
บันทึกในจีน
-- บันทึกในปักกิ่ง
บันทึกในไต้หวัน
บันทึกในยุโรปเหนือ
บันทึกในประเทศอื่นๆ
เรียนภาษาจีน
qiita
บทความอื่นๆ

บทความแบ่งตามหมวด



ติดตามอัปเดตของบล็อกได้ที่แฟนเพจ

  ค้นหาบทความ

  บทความแนะนำ

เรียนรู้วิธีการใช้ regular expression (regex)
หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาจีนกวางตุ้ง
การใช้ unix shell เบื้องต้น ใน linux และ mac
หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาจีนกลาง
g ในภาษาญี่ปุ่นออกเสียง "ก" หรือ "ง" กันแน่
ทำความรู้จักกับปัญญาประดิษฐ์และการเรียนรู้ของเครื่อง
ค้นพบระบบดาวเคราะห์ ๘ ดวง เบื้องหลังความสำเร็จคือปัญญาประดิษฐ์ (AI)
หอดูดาวโบราณปักกิ่ง ตอนที่ ๑: แท่นสังเกตการณ์และสวนดอกไม้
พิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมโบราณปักกิ่ง
เที่ยวเมืองตานตง ล่องเรือในน่านน้ำเกาหลีเหนือ
บันทึกการเที่ยวสวีเดน 1-12 พ.ค. 2014
แนะนำองค์การวิจัยและพัฒนาการสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA)
เล่าประสบการณ์ค่ายอบรมวิชาการทางดาราศาสตร์โดยโซวเคนได 10 - 16 พ.ย. 2013
ตระเวนเที่ยวตามรอยฉากของอนิเมะในญี่ปุ่น
เที่ยวชมหอดูดาวที่ฐานสังเกตการณ์ซิงหลง
บันทึกการเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรกในชีวิต - ทุกอย่างเริ่มต้นที่สนามบินนานาชาติคันไซ
หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาญี่ปุ่น
ทำไมจึงไม่ควรเขียนวรรณยุกต์เวลาทับศัพท์ภาษาต่างประเทศ
ทำไมถึงอยากมาเรียนต่อนอก
เหตุผลอะไรที่ต้องใช้ภาษาวิบัติ?

ไทย

日本語

中文