φυβλαςのβλογ
บล็อกของ phyblas



ชมมหาวิทยาลัยนาโงยะ และศาลเจ้าอัตสึตะกับซากุระกลางฤดูหนาว
เขียนเมื่อ 2013/07/13 02:29
แก้ไขล่าสุด 2021/09/28 16:42
#อาทิตย์ 27 ม.ค. 2013

หลังจากเที่ยวย่านโอสึเสร็จ https://phyblas.hinaboshi.com/20130710

ที่หมายต่อไปคือจะไปเที่ยวชมมหาวิทยาลัยนาโงยะ (名古屋大学) หลังจากที่วันก่อนๆได้มีโอกาสเยี่ยมชมมหาวิทยาลัยเกียวโตและมหาวิทยาลัยฮิโรชิมะมาแล้ว ปกติเวลาเที่ยวเราชอบไปเดินเที่ยวชมมหาวิทยาลัยด้วยอยู่แล้ว ที่จริงเดิมทีมีมหาวิทยาลัยที่กะจะแวะไปเที่ยวมากกว่านี้ แต่เพราะไม่มีเวลาก็เลยตัดออกไปเยอะ

มหาวิทยาลัยนาโงยะมีอยู่สี่วิทยาเขต ที่เราจะไปก็คือวิทยาเขตหลักซึ่งอยู่ที่วิทยาเขตฮิงาชิยามะ (東山) ส่วนวิทยาเขตอื่นมีอยู่ในเมืองสองวิทยาเขตเป็นวิทยาเขตเล็กๆของคณะแพทย์ แล้วก็มีที่เมืองโทโยกาวะ (豊川市) อีกแห่ง

ข้างๆมหาวิทยาลัยนาโงยะมีมหาวิทยาลัยเล็กๆอยู่อีกแห่ง คือมหาวิทยาลัยนันซัง (南山大学) เป็นมหาวิทยาลัยเอกชน ไม่ได้มีชื่อเสียงอะไรมาก แต่เป็นมหาวิทยาลัยที่เพื่อนเราเรียนอยู่ ก็เลยถือโอกาสแวะมาด้วย



จากตอนที่แล้วเราไปขึ้นรถไฟใต้ดินที่สถานีโอสึคันนง (大須観音駅)



ทางรถไฟใต้ดินสายนี้เรียกว่าสายทสึรุไม (鶴舞線) เป็นสายที่เชื่อมต่อกับสายโทโยตะ (豊田線) ซึ่งเป็นสายรถไฟของเมย์เท็ตสึซึ่งยาวเชื่อมระหว่างเมือง สามารถนั่งไปไกลถึงเมืองโทโยตะ (豊田市) ได้เลย



พูดถึงเมืองโทโยตะแล้ว ชื่อนี้คงจะคุ้นหูทุกคนเป็นอย่างดี เพราะที่มาของชื่อเมืองมาจากบริษัทรถยนต์โทโยตะ (トヨタ自動車, โทโยตะจิโดวชะ) หรือที่คนไทยเรียกกันว่าโตโยต้า เนื่องจากบริษัทใช้เมืองนี้ก็เป็นฐาน ดังนั้นในปี 1959 ชื่อเมืองเลยเปลี่ยนมาเป็นเมืองโทโยตะ จากที่เมื่อก่อนชื่อเมืองโคโรโมะ (挙母市)

แต่ว่ารถไปบางส่วนเท่านั้นที่จะต่อไปไกลถึงเมืองโทโยตะ ส่วนใหญ่จะสุดแค่สถานีอากาอิเกะ (赤池駅) ซึ่งเป็นปลายทางส่วนของสายทสึรุไมก่อนจะเปลี่ยนเป็นสายโทโยตะ สถานีนี้อยู่ในเมืองนิชชิน (日進市) ซึ่งเป็นเมืองที่อยู่ทางตะวันออกติดเมืองนาโงยะ

เรานั่งไปเปลี่ยนรถที่สถานียาโงโตะ (八事駅) เปลี่ยนเป็นสายเมย์โจว (名城線) ซึ่งเป็นทางรถไฟสายวงแหวน เรานั่งต่อแค่สถานีเดียว มาลงที่สถานียาโงโตะนิซเซกิ (八事日赤駅) เพื่อจะมาแวะมหาวิทยาลัยนันซังก่อน แล้วหลังจากนั้นค่อยเลยไปมหาวิทยาลัยนาโงยะ



เมื่อออกมาจากสถานีแล้วก็ต้องเดินอีกสักหน่อยจึงจะถึงมหาวิทยาลัย เส้นทางแถวนี้ค่อนข้างจะเป็นทางลาดเขาตลอด



แล้วก็มาถึง หน้ามหาวิทยาลัยนันซัง



ภายในมหาวิทยาลัย ดูแล้วก็มีคนเยอะเหมือนกัน ทั้งๆที่เป็นวันอาทิตย์







ก็มีอยู่แค่นี้ มหาวิทยาลัยเล็กมาก เราเดินออกมาอีกฝั่งของตัวมหาวิทยาลัย แล้วก็เดินต่อเพื่อไปมหาวิทยาลัยนาโงยะ ทางเดินยังคงเป็นทางลาดตลอด




เห็นมหาวิทยาลัยนาโงยะแล้ว



ด้านหน้ามหาวิทยาลัยมีสถานีรถไฟใต้ดิน เรียกว่าสถานีมหาวิทยาลัยนาโงยะ (名古屋大学駅, นาโงยะไดงากุเอกิ)



แล้วเราก็เข้ามาเดินดูในมหาวิทยาลัย บริเวณกว้างมากที่จริงเราก็อยากเดินให้ทั่ว แต่ก็เพราะมากับเพื่อนก็เลยเกรงใจ เลยขอเดินดูแค่คณะวิทยาศาสตร์ก็พอ เพราะว่าสำคัญที่สุดสำหรับเรา



บรรยากาศบริเวณคณะวิทยาศาสตร์และบริเวณรอบๆ

















เมี้ยว~~






เสร็จแล้วก็กลับมาขึ้นรถไฟใต้ดินเพื่อไปยังที่หมายต่อไป คือศาลเจ้าอัตสึตะ

ศาลเจ้าอัตสึตะ (熱田神宮, อัตสึตะจิงงู) เป็นศาลเจ้าที่มีความสำคัญมากแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น ใครมาเที่ยวนาโงยะก็มักจะแวะมาเยี่ยมกัน ดังนั้นเพื่อนเราจึงแนะนำให้แวะมาที่นี่ด้วย

ที่นี่เป็นที่เก็บรักษาดาบคุซานางิ (草薙剣) หนึ่งในสามอุปกรณ์ของเทพเจ้า (三種の神器) เชื่อกันว่ามาจากส่วนหางของยามาตะโนะโอโรจิ (ヤマタノオロチ) สัตว์อสูรในตำนานของญี่ปุ่น

ถ้านั่งรถไฟสามารถก็สามารถลงได้จากหลายสถานี ขึ้นอยู่กับว่ามาด้วยรถไฟสายไหนของบริษัทอะไร ถ้านั่งรถไฟของ JR มาก็ให้ลงที่สถานีอัตสึตะ (熱田駅)

ถ้านั่งรถไฟของเมย์เท็ตสึก็ให้นั่งสายเมย์เท็ตสึโทโกนาเมะ (名鉄常滑線) หรือสายหลักเมย์เท็ตสึนาโงยะ (名鉄名古屋本線) มาก็ให้ลงที่สถานีจิงงูมาเอะ (神宮前駅) ซึ่งแปลว่าสถานีด้านหน้าของศาลเจ้า เพราะสถานีนี้อยู่ตรงหน้าของศาลเจ้าอัตสึตะเลย

สำหรับเรานั่งรถไฟใต้ดินมา ก็จะต้องมาลงที่สถานีจิงงูนิชิ (神宮西駅) ซึ่งแปลว่าสถานีทางตะวันตกของศาลเจ้า เพราะตัวสถานีอยู่ทางตะวันตกของศาลเจ้าอัตสึตะ



จากสถานีใช้เวลาเดินประมาณ ๑๐ นาที มาถึงหน้าทางเข้าศาลเจ้า



ภายในบริเวณก็ใหญ่พอสมควร






ก่อนเข้าศาลเจ้าต้องล้างมือก่อนตามธรรมเนียม



ตรงนี้เป็นที่ขายของ แล้วก็มีเซียมซีด้วย




ทางนี้เป็นอาคารหลักของศาลเจ้า
 


ผู้คนต่างมาหยอดเหรียญขอพรกันเต็มไปหมดเลย



การขอพรในศาลเจ้าญี่ปุ่นก็ให้โยนเหรียญลงไปแล้วตบมือแล้วค่อยพนมมืออธิษฐาน แบบนี้เคยเห็นในอนิเมะบ่อยๆนะ ได้มาเห็นของจริงๆและลองทำตามก็ตอนมาเที่ยวนี้นี่ล่ะ



แม้จะไม่ได้มีความเชื่ออะไรก็ตามก็ทำตามเอาสนุกไปเท่านั้น ที่จริงคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่เองก็ไม่มีศาสนา ไม่ได้มีความเชื่ออะไรเหมือนกัน แต่เขาก็ยังมาศาลเจ้าเพื่อขอพรกันเหมือนกับเป็นพิธีอะไรบางอย่างที่สืบทอดกันมาและต้องการอนุรักษ์ไว้

เราลองอธิษฐานไปเล่นๆว่าขอให้ได้กลับมาญี่ปุ่นอีก...

อธิษฐานก็เดินออกมาจากอาคารหลัก ไปสักพักก็เจอหอเก็บสมบัติ (宝物館) สามารถเข้าไปได้ แต่ต้องเสียเงินก็เลยไม่ได้เข้า



หลังจากออกจากศาลเจ้าแล้วเดินต่อไปทางใต้ก็เจอศาลเจ้าเล็กๆอีกแห่งที่อยู่ในบริเวณ คือศาลเจ้าคามิจิกามะ (上知我麻神社)



แต่ที่ประทับใจที่สุดสำหรับที่นี่ก็คือต้นซากุระ จะเห็นว่ามันเริ่มบานแล้ว!



ตอนที่กลับมาแล้วเราลองไปหาข้อมูลจึงรู้ว่าซากุระนี้คือฟุยุซากุระ (冬桜、フユザクラ) แปลว่าซากุระฤดูหนาว เป็นซากุระที่บานสองครั้งในหนึ่งปี โดยครั้งหนึ่งในเดือนเมษายนเช่นเดียวกับซากุระทั่วไป และอีกครั้งจะบานในช่วงฤดูหนาว แต่ช่วงฤดูหนาวก็ไม่ได้บานสวยเท่าฤดูใบไม้ผลิอยู่ดี ถึงอย่างนั้นก็ช่วยสร้างสีสรรค์ให้กับฤดูหนาวอันเงียบเหงาได้
 



เสร็จแล้วก็เดินลาจากศาลเจ้าออกมาอีกทางซึ่งเป็นคนละฝั่งกับที่เข้ามาทีแรก เมื่อออกมาก็จะเจอสถานีจิงงูมาเอะของเมย์เท็ตสึ



แต่เราไม่ได้จะขึ้นรถไฟไปต่อ เพราะบัตรโดนิจิเอโกะที่ใช้อยู่นี้ไม่สามารถขึ้นรถไฟของเมย์เท็ตสึได้ ขึ้นได้แต่รถไฟใต้ดินกับรถเมล์เท่านั้น ดังนั้นจากตรงนี้เพื่อนเราบอกว่านั่งรถเมล์ไปต่อดีกว่า ซึ่งเราก็ว่าดีเพราะนั่งรถเมล์จะได้ชมเมืองไปด้วย ดีกว่ามุดใต้ดินตลอดแล้วไม่ได้เห็นอะไรเลย

หลังจากรอรถสักพักรถเมล์สายที่รอก็มา แล้วเราก็ออกเดินทางสู่ที่หมายต่อไป https://phyblas.hinaboshi.com/20130716





-----------------------------------------

囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧

ดูสถิติของหน้านี้

หมวดหมู่

-- ท่องเที่ยว >> มหาวิทยาลัย
-- ประเทศญี่ปุ่น >> ไอจิ
-- ท่องเที่ยว >> ศาสนสถาน >> ศาลเจ้า
-- ท่องเที่ยว >> ดอกซากุระ

ไม่อนุญาตให้นำเนื้อหาของบทความไปลงที่อื่นโดยไม่ได้ขออนุญาตโดยเด็ดขาด หากต้องการนำบางส่วนไปลงสามารถทำได้โดยต้องไม่ใช่การก๊อปแปะแต่ให้เปลี่ยนคำพูดเป็นของตัวเอง หรือไม่ก็เขียนในลักษณะการยกข้อความอ้างอิง และไม่ว่ากรณีไหนก็ตาม ต้องให้เครดิตพร้อมใส่ลิงก์ของทุกบทความที่มีการใช้เนื้อหาเสมอ

สารบัญ

รวมคำแปลวลีเด็ดจากญี่ปุ่น
มอดูลต่างๆ
-- numpy
-- matplotlib

-- pandas
-- manim
-- opencv
-- pyqt
-- pytorch
การเรียนรู้ของเครื่อง
-- โครงข่าย
     ประสาทเทียม
ภาษา javascript
ภาษา mongol
ภาษาศาสตร์
maya
ความน่าจะเป็น
บันทึกในญี่ปุ่น
บันทึกในจีน
-- บันทึกในปักกิ่ง
-- บันทึกในฮ่องกง
-- บันทึกในมาเก๊า
บันทึกในไต้หวัน
บันทึกในยุโรปเหนือ
บันทึกในประเทศอื่นๆ
qiita
บทความอื่นๆ

บทความแบ่งตามหมวด



ติดตามอัปเดตของบล็อกได้ที่แฟนเพจ

  ค้นหาบทความ

  บทความแนะนำ

ตัวอักษรกรีกและเปรียบเทียบการใช้งานในภาษากรีกโบราณและกรีกสมัยใหม่
ที่มาของอักษรไทยและความเกี่ยวพันกับอักษรอื่นๆในตระกูลอักษรพราหมี
การสร้างแบบจำลองสามมิติเป็นไฟล์ .obj วิธีการอย่างง่ายที่ไม่ว่าใครก็ลองทำได้ทันที
รวมรายชื่อนักร้องเพลงกวางตุ้ง
ภาษาจีนแบ่งเป็นสำเนียงอะไรบ้าง มีความแตกต่างกันมากแค่ไหน
ทำความเข้าใจระบอบประชาธิปไตยจากประวัติศาสตร์ความเป็นมา
เรียนรู้วิธีการใช้ regular expression (regex)
การใช้ unix shell เบื้องต้น ใน linux และ mac
g ในภาษาญี่ปุ่นออกเสียง "ก" หรือ "ง" กันแน่
ทำความรู้จักกับปัญญาประดิษฐ์และการเรียนรู้ของเครื่อง
ค้นพบระบบดาวเคราะห์ ๘ ดวง เบื้องหลังความสำเร็จคือปัญญาประดิษฐ์ (AI)
หอดูดาวโบราณปักกิ่ง ตอนที่ ๑: แท่นสังเกตการณ์และสวนดอกไม้
พิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมโบราณปักกิ่ง
เที่ยวเมืองตานตง ล่องเรือในน่านน้ำเกาหลีเหนือ
ตระเวนเที่ยวตามรอยฉากของอนิเมะในญี่ปุ่น
เที่ยวชมหอดูดาวที่ฐานสังเกตการณ์ซิงหลง
ทำไมจึงไม่ควรเขียนวรรณยุกต์เวลาทับศัพท์ภาษาต่างประเทศ

ไทย

日本語

中文