φυβλαςのβλογ
บล็อกของ phyblas



โอสึ ย่านร้านค้ากลางเมือง และศาลเจ้าแม่กวนอิม
เขียนเมื่อ 2013/07/10 02:28


#อาทิตย์ 27 ม.ค. 2013

หลังจากที่ชมปราสาทนาโงยะเสร็จ https://phyblas.hinaboshi.com/20130707

เราก็นั่งรถไฟฟ้าต่อเพื่อไปยังที่เที่ยวที่ต่อไป นั่นคือย่านโอสึ (大須)

โอสึเป็นย่านร้านค้าแห่งหนึ่งที่มีชื่อเสียงของนาโงยะ

ย่านนี้มีความเป็นมายาวนาน ตั้งแต่สมัยเอโดะ หลังจากที่สร้างปราสาทนาโงยะเสร็จ โชกุนโทกุงาวะอิเอยาสึได้สั่งให้ย้ายส่วนหนึ่งของวัดชิมฟุกุ (真福地) ซึ่งอยู่ที่เมืองฮาชิมะ (羽島市) จังหวัดกิฟุในปัจจุบัน มาตั้งเป็นศาลเจ้าโอสึคันนง (大須観音) ที่นี่

ในสมัยไทโชว (1912–1926) ย่านโอสึนี้กลายเป็นย่านเที่ยวกลางคืนที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไป มีการจัดแสดงละคร ฉายหนังอะไรต่างๆมากมาย แต่ตอนช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง นาโงยะได้ถูกกองทัพสหรัฐฯโจมตีอย่างหนัก ที่นี่ก็ได้รับความเสียหายอย่างมาก ศาลเจ้าโอสึคันนงก็ถูกไฟไหม้พังลง

หลังสงครามโลกครั้งที่สองย่านนี้ก็ซบเซาลงอย่างมาก กระแสความนิยมของผู้คนไปอยู่ที่ย่านซากาเอะ (栄) และแถวสถานีนาโงยะแทน ดังนั้นตั้งแต่ปี 1970 ก็ได้มีการจัดงานโอสึไดโดวโจวนิน (大須大道町人祭) ขึ้นเพื่อเรียกผู้คนกลับมา งานนี้จัดขึ้นทุกช่วงกลางเดือนตุลาคมของทุกปี

หลังจากนั้นก็มีร้านค้าเข้ามาตั้งที่นี่จำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพวกร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์คอม ทำให้ที่นี่กลายเป็นย่านร้านเครื่องใช้ไฟฟ้า (電気街, เดงกิไง) ที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสามของญี่ปุ่น รองจากอากิฮาบาระ (秋葉原) ในโตเกียว และนิปปมบาชิ (日本橋) ในโอซากะ

แต่ที่นี่ก็ต่างจากอากิฮาบาระหรือนิปปมบาชิตรงที่ว่าย่านเป็นลักษณะโถงทางเดินเป็นหลัก คือมีหลังคาโดยตลอด ไม่ได้เป็นถนนเปิดโล่ง และยังไม่ได้มีร้านค้าเฉพาะทางเกี่ยวกับอนิเมะหรือเกมมากนัก ก็เลยไม่อาจเรียกว่าเป็นสวรรค์ของผู้ชอบอนิเมะได้อย่างนิปปมบาชิที่เราได้ไปมาแล้ว
https://phyblas.hinaboshi.com/20130307

ที่นี่ยังเป็นฉากส่วนหนึ่งของอนิเมะเรื่อง うさぎドロップ (usagi drop) ด้วย





เรามาถึงโอสึตอนเที่ยง โดยนั่งรถไฟใต้ดินมาลงที่สถานีคามิมาเอซึ (上前津駅) แล้วก็เดินเข้ามาตามถนนนิโอวมง (仁王門通)



ก็จะเจอกับสี่แยกที่มีแมวนางกวักขนาดยักษ์ตั้งอยู่



ด้านตะวันตกของสี่แยกเป็นโถงทางเดินที่ชื่อฮิงาชินิโอวมงโดริ (東仁王門通)



โถงทางเดินตรงนี้เป็นฉากใน うさぎドロップ (usagi drop) ตอนที่ ๖ ตอนที่ไดกิจิพาริงมาซื้อของ ลองเทียบภาพดู ถ่ายคนละบริเวณกันแต่ว่าดูลักษณะสถานที่แล้วคือที่เดียวกันไม่ผิด
 



ส่วนด้านเหนือของสี่แยกเป็นโถงทางเดินที่ชื่อชินเทนจิโดริ (新天地通) ตอนแรกเราเดินมาทางนี้ก่อน
 





เดินไปเรื่อยๆจะเจอทางแยกไปทางขวา คือทิศตะวันตก ตรงนี้จะเป็นโถงทางเดินอีกแห่งที่ชื่อว่าบันโชวจิโดริ (万松寺通)



ชื่อที่นี่ตั้งตามชื่อวัดเล็กๆที่อยู่ตรงนี้คือวัดบันโชว (万松寺)



เดินต่อไปเรื่อยๆตามทางโถงทางเดินชินเทนจิโดริ




จะเห็นว่าเต็มไปด้วยร้านขายพวกเครื่องไฟฟ้า
 


 

สุดโถงทางเดินแล้ว จากตรงนี้ไปเป็นกลางแจ้ง







แต่ร้านที่ดึงดูดความสนใจเราที่สุดคือร้านนี้ เป็นร้านขายผรมแขวนผนังลายสวยๆ ชื่อว่าร้านจิกุจูชินฮะ (軸中心派) เป็นร้านที่มีสาขาอยู่หลายแห่งตามเมืองใหญ่ๆ สำหรับในภาคกลางร้านนี้มีสาขาอยู่ที่นี่ที่เดียว



แค่ผนังด้านนอกร้านก็เด่นมากแล้ว



เข้ามาดูด้านใน มีแต่ของสวยๆทั้งๆนั้น







เราแวะทานที่ร้านอาหารซึ่งอยู่ข้างๆร้านนี้ มื้อนี้เราได้ทานอาหารขึ้นชื่อของนาโงยะ เรียกว่ามิโสะคัตสึ (味噌カツ) ที่จริงแล้วก็เหมือนกับทงคัตสึธรรมดา เพียงแต่ว่าซอสที่ใช้จิ้มนั้นพิเศษ คือจิ้มลงในมิโสะสูตรพิเศษของที่นี่แทน ก็อร่อยไปอีกแบบ



แต่ปัญหาคือราคา คือเราบอกเพื่อนว่าอยากทานอาหารขึ้นชื่อของนาโงยะให้เขาช่วยแนะนำเขาก็เลยพามาทานอันนี้ โดยลืมคิดไปเรื่องหนึ่งคือเรื่องราคา เพระแค่จานนี้ก็แพงมากถึง 1575 เยน! นับเป็นมื้อที่แพงที่สุดที่ได้ทานในญี่ปุ่นเที่ยวนี้เลย จะเรียกว่าเป็นอาหารจานเดี่ยวที่แพงที่สุดเท่าที่เคยทานมาในชีวิตนี้เลยก็ว่าได้ ไม่แปลกเลยที่จะได้มาเจอของแพงที่ญี่ปุ่น

แต่ก็ไม่เป็นไร เพราะอีกวันเดียวก็จะกลับไทยแล้ว เงินก็ยังเหลือเยอะ แล้วอาหารก็อร่อยดี เราไม่ได้เศร้าอะไรขนาดนั้น

ทานเสร็จกลับมาเดินย้านร้านค้าต่อ คราวนี้กลับไปเดินตรงบันโชวจิโดริ แถวนี้ดูขายของหลากหลาย









ตรงนี้มีร้านซาโนยะ (サノヤ) ซึ่งปรากฎในอนิเมะตอนที่ ๖ ด้วย แต่ในเรื่องใช้ชื่อว่าซาโนยัง (サノヤン) เสียดายไม่ได้ถ่ายมุมเดียวกัน




ร้านขายของพวกอนิเมะก็มี แต่ก็ไม่มากนัก




พอเดินจนสุดทางบันโชวจิโดริก็จะถึงคันนงโดริ (観音通) อยู่ต่อกัน



ส่วนคันนงโดรินี้ส่วนใหญ่ร้านของกินจะเยอะ








มีตู้กาจาปงด้วย



ก็เลยลองหยอดตู้ของเรื่อง ika musume ไป ๒๐๐ เยน



ร้านขายไทยากิ



มีขายไทยากิแล้วก็ดังโงะอะไรพวกนี้ เราเองก็ยังไม่เคยกินไทยากิมาก่อนเลย ที่ไทยก็ไม่มีที่ไหนขายด้วย ดังนั้นจึงลองซื้อมากินดู แม้ว่าจะเพิ่งทานมื้อเที่ยงอิ่มไปก็ตาม



เข้ามาในร้าน ต่อคิว



แล้วก็ซื้อมาได้สำเร็จ ในที่สุดก็ได้ลองกินไทยากิดูจนได้ ก็อร่อยดี ชิ้นนึงราคา ๑๓๐ เยน



โถงทางเดินสุดทางแค่นี้ ถ้าออกไปจะเป็นบริเวณศาลเจ้าโอสึคันนง ดูเหมือนตรงนี้จะมีการต่อสร้างอยู่ก็เลยดูไม่ค่อยสวยนัก



ศาลเจ้าโอสึคันนงเป็นศาลเจ้าที่บูชาเจ้าแม่กวนอิม เป็นหนึ่งในสามศาลเจ้าแม่กวนอิมที่สำคัญของญี่ปุ่น อีกสองแห่งอยู่ที่โตเกียวและจังหวัดมิเอะ

ตัวอาคารที่เห็นอยู่นี้ถูกสร้างขึ้นมาใหม่เมื่อปี 1970 หลังจากที่ถูกทำลายไปในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง



ออกห่างมาก็ไม่อาจเห็นตัวอาคารอย่างชัดเจนอยู่ดีเพราะตอนนี้มีการก่อสร้างเลยมีนั่งร้านมาบังเต็ม



แต่ก็ยังเข้าไปที่ตัวอาคารได้ตามปกติ



จากด้านบนนั่งร้านมองลงมา



ลานกว้างด้านหน้าศาลเจ้า นกพิราบเต็มไปหมด




จากลานกว้างตรงนี้ถ้ามองกลับไปทางตะวันออกก็จะเห็นทางเข้านิโอวมงโดริ (仁王門通)



แต่เราไม่ได้เดินเข้าไปแล้ว เพราะถ้าเข้าไปก็จะกลับไปที่เดิม ตอนนี้ถือว่าการเดินในย่านนี้หมดลงแค่นี้แล้ว เราเดินออกไปทางตะวันตกซึ่งเป็นคนละทางกับที่มาเพื่อไปขึ้นรถไฟใต้ดินสถานีโอสึคันนง (大須観音駅) เพื่อออกเดินทางไปที่ต่อไป
https://phyblas.hinaboshi.com/20130713



สรุปแล้วมางวดนี้คุ้มทีเดียว ได้ทานมิโสะคัตสึ ได้ทานไทยากิ แล้วก็หยอดตู้กาจาปงได้ตุ๊กตาอิกะมุสึเมะมาตัวนึง นอกจากนี้ที่สำคัญคือได้ซื้อกล้องใหม่ด้วย เป็นกล้อง Nikon COOLPIX S9300 ในที่สุดก็ได้กล้องสมใจแล้วหลังจากที่ไปหาซื้อมาตั้งแต่ตอนอยู่ฮิโรชิมะแต่หาไม่เจอ กล้องนี้ความสามารถใกล้เคียงกับตัวที่เพื่อนเราใช้ตอนเที่ยวฮิโรชิมะด้วยกัน มีความละเอียดสูง สามารถซูมได้มาก ที่สำคัญคือได้ในราคา ๑๓๘๐๐ เยน ถือว่าถูกมาก พอดีเขากำลังลดราคาอยู่ด้วย ไม่เสียทีที่มาเดินย่านนี้ซึ่งมีชื่อเสียงเรื่องเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์คอม





ในบทความนี้มีการนำภาพจากอนิเมะ "usagi drop" มาใช้อ้างอิงเพื่อการวิจัยศึกษาภาพเปรียบเทียบ ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของผู้จัดทำ "usagi drop"
この記事では、比較研究を目的としてアニメ「うさぎドロップ」の画像を引用しています。画像の著作権はすべて「うさぎドロップ」の製作者に帰属します。




-----------------------------------------

囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧

ดูสถิติของหน้านี้

หมวดหมู่

-- ต่างแดน >> ญี่ปุ่น >> ไอจิ
-- ท่องเที่ยว >> ศาสนสถาน >> ศาลเจ้า

ไม่อนุญาตให้นำเนื้อหาของบทความไปลงที่อื่นโดยไม่ได้ขออนุญาตโดยเด็ดขาด หากต้องการนำบางส่วนไปลงสามารถทำได้โดยต้องไม่ใช่การก๊อปแปะแต่ให้เปลี่ยนคำพูดเป็นของตัวเอง หรือไม่ก็เขียนในลักษณะการยกข้อความอ้างอิง และไม่ว่ากรณีไหนก็ตาม ต้องให้เครดิตพร้อมใส่ลิงก์ของทุกบทความที่มีการใช้เนื้อหาเสมอ

สารบัญ

รวมคำแปลวลีเด็ดจากญี่ปุ่น
python
-- numpy
-- matplotlib

-- pandas
-- pytorch
maya
การเรียนรู้ของเครื่อง
-- โครงข่าย
     ประสาทเทียม
javascript
บันทึกในญี่ปุ่น
บันทึกในจีน
-- บันทึกในปักกิ่ง
บันทึกในไต้หวัน
บันทึกในยุโรปเหนือ
บันทึกในประเทศอื่นๆ
เรียนภาษาจีน
qiita
บทความอื่นๆ

บทความแบ่งตามหมวด



ติดตามอัปเดตของบล็อกได้ที่แฟนเพจ

  ค้นหาบทความ

  บทความแนะนำ

เรียนรู้วิธีการใช้ regular expression (regex)
หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาจีนกวางตุ้ง
การใช้ unix shell เบื้องต้น ใน linux และ mac
หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาจีนกลาง
g ในภาษาญี่ปุ่นออกเสียง "ก" หรือ "ง" กันแน่
ทำความรู้จักกับปัญญาประดิษฐ์และการเรียนรู้ของเครื่อง
ค้นพบระบบดาวเคราะห์ ๘ ดวง เบื้องหลังความสำเร็จคือปัญญาประดิษฐ์ (AI)
หอดูดาวโบราณปักกิ่ง ตอนที่ ๑: แท่นสังเกตการณ์และสวนดอกไม้
พิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมโบราณปักกิ่ง
เที่ยวเมืองตานตง ล่องเรือในน่านน้ำเกาหลีเหนือ
บันทึกการเที่ยวสวีเดน 1-12 พ.ค. 2014
แนะนำองค์การวิจัยและพัฒนาการสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA)
เล่าประสบการณ์ค่ายอบรมวิชาการทางดาราศาสตร์โดยโซวเคนได 10 - 16 พ.ย. 2013
ตระเวนเที่ยวตามรอยฉากของอนิเมะในญี่ปุ่น
เที่ยวชมหอดูดาวที่ฐานสังเกตการณ์ซิงหลง
บันทึกการเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรกในชีวิต - ทุกอย่างเริ่มต้นที่สนามบินนานาชาติคันไซ
หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาญี่ปุ่น
ทำไมจึงไม่ควรเขียนวรรณยุกต์เวลาทับศัพท์ภาษาต่างประเทศ
ทำไมถึงอยากมาเรียนต่อนอก
เหตุผลอะไรที่ต้องใช้ภาษาวิบัติ?

ไทย

日本語

中文