บทความนี้จะแนะนำให้รู้จักกับอักษรไทยขอม พร้อมทั้งมีพื้นที่ให้ลองพิมพ์กันดูเป็นตัวอย่างด้วย
อักษรไทยขอมคืออักษรที่ดัดแปลงจากอักษรเขมรโบราณนำมาใช้เขียนภาษาไทย มีความใกล้เคียงกับอักษรเขมรปัจจุบัน
แต่การเพิ่มเติมเพื่อนำมาใช้เขียนภาษาไทย เช่นมีเครื่องหมายแสดงวรรณยุกต์เหมือนอักษรไทยปัจจุบัน
เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2026 ทางสำนักงานราชบัณฑิตยสภาได้ทำการเผยแพร่ฟอนต์ใหม่ RST-KHOMTHAI
สำหรับเขียนอักษรขอมไทยได้ง่ายโดยใช้การพิมพ์อักษรไทย
ดังนั้นในบทความนี้จะขอแนะนำให้รู้จักอักษรขอมไทยไปพร้อมกับแนะนำการพิมพ์ด้วยฟอนต์นี้
ดาวน์โหลดฟอนต์อ่านรายละเอียดได้ใน →
RST-KHOMTHAI-Regular.otf - คู่มือการพิมพ์ชุดแบบอักษรขอมไทยของราชบัณฑิต
ในที่นี้ขอยกมาอธิบายส่วนหนึ่ง พร้อมทั้งยกอักษรเขมรปัจจุบันมาเทียบด้วยให้เห็นว่ามีความคล้ายคลึงกันอย่างไร
พื้นที่ลองพิมพ์
ก่อนอื่นขอแนะนำพื้นที่ทดลองพิมพ์ ช่องข้อความนี้ด้านบนพิมพ์ลงไปจะเป็นอักษรที่ใช้ฟอนต์อักษรขอมไทย
ส่วนด้านล่างเป็นฟอนต์ภาษาไทยธรรมดา จะพิมพ์ที่ช่องด้านบนหรือล่างก็ได้ ข้อความจะขึ้นทั้ง ๒ ช่อง ให้ดูเทียบกันได้
โดยหลักแล้วอักษรขอมไทยจะมีรูปเขียนแบบตัวเชิง คล้ายกับอักษรเขมร
ซึ่งในฟอนต์นี้สามารถพิมพ์อักษรตัวเชิงได้โดยการต่อท้ายด้วย
ฯ เช่น
กกฯ จะได้เป็น
กกฯ เพียงแต่ว่าบางอักษรก็มีรูปตัวเชิงหลายแบบ
ในกรณีนั้นแยกโดยการพิมพ์
ฯ หลายตัว ดูตัวอย่างได้ในตารางด้านล่าง
อักษรตัวเชิงมีวิธีการใช้คล้ายในภาษาเขมร คือใช้เป็นพยัญชนะควบ เช่น คำว่า "กลาง" พิมพ์ว่า
กลฯาง ได้เป็น
กลฯาง
นอกจากนี้ตัวเชิงยังใช้เป็นตัวสะกดด้วย เช่น คำว่า "สำรับ" พิมพ์ว่า
สำรับฯ ได้เป็น
สำรับฯ ซึ่งวิธีใช้นี้ต่างจากอักษรเขมรปัจจุบัน
เพราะภาษาเขมรปัจจุบันนี้จะเขียนตัวสะกดด้วยอักษรธรรมดา ไม่ได้ใช้ตัวเชิง เพราะไม่สามารถซ้อนหลายชั้นได้
อย่างไรก็ตาม ถ้าพยัญชนะต้นเป็นตัวเชิงอยู่แล้ว ตัวสะกดก็จะไม่เป็นตัวเชิงแต่เขียนแยกเป็นตัวเต็มทางขวา เช่นคำว่า "เขมร"
พิมพ์ว่า
เขมฯร จะได้เป็น
เขมฯร
อักษรตัวเชิงจะถูกวางอยู่ด้านล่างของอักษรที่อยู่ทางซ้าย ยกเว้นอักษร ร ตัวเชิงจะตามหลังตัวที่อยู่ด้านขวา
เนื่องจากตัวเชิง ร เกาะอยู่ด้านซ้าย คล้ายสระเอ โอ ไอ นั่นเอง เช่น คำว่า "กราบ" พิมพ์ว่า
รฯกาบฯ ได้เป็น
รฯกาบฯ
ต่อไปจะแสดงรายการอักษร ทั้งพยัญชนะ สระ เครื่องหมายต่างๆ และตัวเลข โดยขอยกอักษรเขมรปัจจุบันมาเทียบ ทั้งอักษรฌร
ซึ่งเป็นตัวพิมพ์มาตรฐาน และอักษรมูล ที่เป็นตัวบรรจงนิยมใช้ในงานศิลปะ อย่างไรก็ตาม ตัวไม่มีในอักษรเขมรก็จะว่างไว้
พยัญชนะ
เริ่มจากมาลองเทียบพยัญชนะกันดู โดยจะแสดงทั้งตัวธรรมดาและตัวเชิง กรณีที่ตัวเชิงมีหลายแบบก็จะแสดงตัวเชิงหลายตัว
แต่บางตัวไม่มีตัวเชิงก็จะแสดงแค่ตัวธรรมดา
| อักษรไทยปัจจุบัน |
พิมพ์ |
อักษรขอมไทย |
อักษรเขมรฌร |
อักษรเขมรมูล |
| {{อักษร}} |
{{อักษร}}
|
{{อักษร}} |
{{แปลงพยัญชนะไทยเขมร[อักษร]}}
|
{{แปลงพยัญชนะไทยเขมร[อักษร]}}
|
|
{{อักษร}}ฯ
|
{{อักษร}}ฯ |
្{{แปลงพยัญชนะไทยเขมร[อักษร]}}
|
្{{แปลงพยัญชนะไทยเขมร[อักษร]}}
|
อักษรที่แสดงในนี้มีทั้งหมด ๓๗ ตัว โดยที่ ๓๕ ตัวเป็นอักษรที่มีอยู่ในชุดอักษรตระกูลพราหมี รวมถึงอักษรเขมรโบราณ เขียนสรุปเป็นวรรคได้ดังนี้ (แสดงแค่อักษรตัวเต็ม)
| วรรค {{"กจฏตป"[i]}}ะ |
{{อักษร}} {{อักษร}} |
|
เศษวรรค
|
ส่วนตัวที่เพิ่มเข้ามาคือ
บ (บ) กับ
ฟ (ฟ) ซึ่งก็แยกมาจาก ป กับ พ เพื่อแสดงเสียงที่ต่างกัน ต่างกันที่เติมขีดทางขวาบนขึ้นมา
เหมือนกับที่อักษรไทยปัจจุบันแยกด้วยความยาวของเส้น
ส่วนที่ไม่มีคืออักษรที่เพิ่มเข้ามาในภาษาไทยตอนหลัง ซึ่งพิมพ์ไปก็จะออกมาเป็นรูปเดียวกับอักษรอื่น
ฃ→
ฃ (ข),
ฅ→
ฅ (ค),
ซ→
ซ (ช),
ฎ→
ฎ (ฏ),
ด→
ด (ฑ),
ฝ→
ฝ (ผ),
ฮ→
ฮ (อังคั่น)
อักษร
ฯ นั้นในฟอนต์นี้ถูกใช้เพื่อแสดงตัวเชิง แต่พอจะเขียนตัว "ฯ" จริงๆก็ใช้อักษร
ฮ เขียนแทน ดูแล้วชวนสับสนอยู่เหมือนกัน
สระจม
อักษรขอมไทยมีแบ่งสระเป็น ๒ แบบ คือสระลอย ใช้กับเสียง "อ" และอักษรจม ใช้กับเสียงพยัญชนะอื่นๆ
แต่ในภาษาไทยปัจจุบันหันมาใช้สระจมทั้งหมด เราจึงคุ้นเคยกับสระจมมากกว่า
โดยรูปเขียนสระจมก็ใกล้เคียงกับรูปเขียนปัจจุบันมาก
สระส่วนใหญ่มีในอักษรเขมรโบราณและเขมรปัจจุบันอยู่แล้วก็จะขอแสดงไว้ในนี้เพื่อเทียบด้วย
แต่ก็มีหลายสระที่เพิ่มเข้ามาเพื่อใช้ในภาษาไทย จึงทำให้ต่างไปจากอักษรเขมร
ในที่นี้ขอเริ่มแนะนำจากสระจมก่อน โดยใช้ "ก" เป็นฐาน
| อักษรไทยปัจจุบัน |
พิมพ์ |
อักษรขอมไทย |
อักษรเขมรฌร |
อักษรเขมรมูล |
|
{{อักษร[0]}} |
{{อักษร[1]}}
|
{{อักษร[1]}} |
{{อักษร[2]}}
|
{{อักษร[2]}}
|
สระลอย
สระลอยนั้นใช้แทนเสียง "อ" มีแค่บางสระเท่านั้น ส่วนที่ไม่มีก็เขียน "อ" แล้วเติมสระจมไปเช่นสระอึ
ในจำนวนนี้ยังมีแค่ "ฤ" กับ "ฤๅ" ที่เป็นสระลอยที่ยังใช้ในภาษาไทยปัจจุบัน แต่รูปเขียนก็ต่างไปมาก และมีการเขียน ๒
แบบ
| อักษรไทยปัจจุบัน |
พิมพ์ |
อักษรขอมไทย |
อักษรเขมรฌร |
อักษรเขมรมูล |
|
{{อักษร[0]}} |
{{อักษร[1]}}
|
{{อักษร[1]}} |
{{อักษร[2]}}
|
{{อักษร[2]}}
|
เครื่องหมาย
เครื่องหมายอื่นๆซึ่งคุ้นเคยอยู่ในภาษาไทยปัจจุบันก็หน้าตาไม่ได้ต่างไปนัก
| ชื่อเรียก |
อักษรไทยปัจจุบัน |
อักษรขอมไทย |
อักษรเขมรฌร |
อักษรเขมรมูล |
| {{อักษร[0]}} |
{{อักษร[1].replace("ก", "")}} |
{{อักษร[1].replace("ก",
"")}} |
{{อักษร[2].replace("ក", "")}}
|
{{อักษร[2].replace("ក", "")}} |
นอกจากนี้ที่จริงแล้วยังมีสัญลักษณ์อื่นๆที่ไม่คุ้นเคย ซึ่งขอละไว้ไม่นำมาแสดงในนี้
สำหรับผู้สนใจสามารถไปอ่านเอกสารต้นทางได้
ตัวเลข
ตัวเลขขอมไทยมีลักษณะใกล้เคียงกับอักษรไทยและอักษรเขมรปัจจุบัน
| เลขไทยปัจจุบัน |
เลขขอมไทย |
เลขเขมรฌร |
เลขเขมรมูล |
| {{อักษร}} |
{{อักษร}} |
{{ตัวเลขเขมร[i]}} |
{{ตัวเลขเขมร[i]}} |
สรุปทิ้งท้าย
จะเห็นว่าอักษรเขมรไทยมีความใกล้เคียงกับอักษรเขมรปัจจุบันมาก เพราะต่างก็พัฒนามาจากอักษรเขมรโบราณเหมือนกัน
โดยมีการปรับเปลี่ยนไปเพียงเล็กน้อย ลักษณะแตกต่างที่เห็นได้ชัดคืออักษรขอมไทยมีการเพิ่มสระเข้ามา และมีการใช้วรรณยุกต์
เนื่องจากภาษาไทยเป็นภาษาที่มีวรรณยุกต์ ในขณะที่ภาษาเขมรไม่มี
ในขณะที่อักษรไทยปัจจุบันซึ่งมีพื้นฐานมาจากอักษรสมัยสุโขไทยที่ประดิษฐ์โดยพ่อขุนรามคำแหงเองก็มีต้นแบบมาจากอักษรขอม
แต่เชื่อว่ามีการใช้อักษรมอญเป็นต้นแบบร่วมด้วย และได้ทำการปรับเปลี่ยนไปมาก เช่นตัดพยัญชนะตัวเชิงและสระลอยออก
ใช้แต่พยัญชนะตัวเต็มและสระจม ทำให้เรียบง่ายขึ้นมาก
ปัจจุบันภาษาไทยไม่ได้ใช้ระบบการเขียนที่ซับซ้อนแบบนั้นแล้ว แต่ภาษาเขมรยังคงการเขียนแบบนั้นอยู่
การศึกษาอักษรขอมไทยจะช่วยให้ศึกษาภาษาเขมรได้ง่ายขึ้นสำหรับผู้ที่สนใจ
ความใกล้เคียงกันของตัวอักษรก็เป็นส่วนหนึ่งที่แสดงความสัมพันธ์อันดีระหว่าง ๒ ประเทศ
แม้ว่าเดิมทีจะเป็นภาษาคนละตระกูลกันก็ตาม
ไม่ว่าจะอักษรไหนก็มีความสวยงามและเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญ
แหล่งอ้างอิง