φυβλαςのβλογ
บล็อกของ phyblas



แฉ็กฉวี ริมฝั่งทะเลท่ามกลางสายฝนในยามเช้าอันเงียบเหงา
เขียนเมื่อ 2015/01/16 16:46
#อังคาร 13 ม.ค. 2015

กลับมาอีกครั้งแล้วกับการเที่ยวฮ่องกงแบบลุยแหลกวันเดียวจบ หลังจากที่ช่วงปิดเทอมฤดูหนาวปีที่แล้วได้ทำแบบนี้มาทีหนึ่งดังที่เล่าไปใน https://phyblas.hinaboshi.com/20131226

ครั้งนี้เหมือนครั้งก่อนคือเป็นเที่ยวที่เกิดระหว่างการเดินทางจากปักกิ่งกลับกรุงเทพฯ โดยนั่งสายการบินฮ่องกงแล้วมาเปลี่ยนเครื่องที่ฮ่องกงถือโอกาสเที่ยว

ที่ต่างจากครั้งก่อนก็คือครั้งนี้เครื่องออกจากปักกิ่งเวลาก่อนเช้าและไม่ต้องไปแก่วค้างคืนอยู่ โดยเครื่องออกตอนเวลา 1:25 และถึงฮ่องกงตอน 4:55 ส่วนขาออกจากฮ่องกงนั้นออกตอน 17:00 แล้วถึงกรุงเทพฯตอน 19:15 (ตามเวลาไทยซึ่งช้ากว่าเวลาจึนชั่วโมงนึง) เท่ากับว่ามีเวลาเที่ยวฮ่องกงทั้งหมดประมาณ ๑๒ ชั่วโมง ซึ่งน้อยกว่าครั้งที่แล้ว แต่ก็ไม่ได้มีผลมากนัก

ที่ต่างจากครั้งก่อนอีกอย่างก็คือไม่ใช่ช่วงเทศกาล และที่สำคัญที่สุดก็คือเจอสายฝนตลอดเวลาที่เที่ยวอยู่ ซึ่งกระทบต่อการเที่ยวอยู่เหมือนกัน แต่ถ้าคนมันจะเที่ยวยังไงก็ไม่อาจหยุดไม่ให้เที่ยวได้

การเที่ยวครั้งนี้มีเวลาวางแผนไม่มากนัก จำนวนสถานที่ที่กะไปเที่ยวก็ไม่ได้มากเหมือนครั้งก่อน เพราะที่หลักๆที่ไปง่ายๆก็ไปมาแล้วตั้งแต่ครั้งก่อน ครั้งนี้จึงเน้นไปที่ที่ค่อนข้างไกลใช้เวลาเดินทางมาก

และนอกจากนี้การที่ฝนตกทำให้แผนการต้องเปลี่ยนแปลงไปด้วย โดยตอนแรกตั้งเป้าไว้ว่าจะไปเที่ยวเกาะหน่ามอ๊า (南丫島) ซึ่งเป็นเกาะเล็กๆอีกเกาะที่อยู่ทางตะวันตกของเกาะฮ่องกง ต้องนั่งเรือไป แต่เพราะฝนตกทำให้ตัดสินใจไม่ไปดีกว่า

ดีที่ดูพยากรณ์อากาศเอาไว้ในวันก่อนที่จะออกเดินทางทำให้เตรียมแผนสำรองไว้ โดยตั้งใจไว้ว่าถ้าหากฝนตกจริงๆก็จะเปลี่ยนจากเกาะหน่ามอ๊าเป็นเที่ยวที่ย่านแฉ็กฉวี (赤柱) แทน

แฉ็กฉวีเป็นย่านที่อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะฮ่องกง ซึ่งเป็นคนละมุมกับตัวเมืองหลัก ที่นี่มีทิวทัศน์ริมทะเลที่สวยงามและมีตลาดขายของอยู่จึงเป็นสถานที่เที่ยวที่ได้รับความนิยม

คำว่าแฉ็กฉวีแปลตรงๆว่า "เสาแดง" เชื่อกันว่าที่มาของชื่อมาจากการที่เมื่อก่อนปลูกต้นงิ้วเป็นจำนวนมาก ซึ่งมีดอกเป็นสีแดง พอโดนแสงอาทิตย์ส่องยามรุ่งเช้าก็ทำให้ดูเหมือนเป็นเสาสีแดง

ที่นี่มีชื่อในภาษาอังกฤษว่า Stanley ซึ่งมาจากชื่อของอดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์อะไรกับชื่อที่เรียกในภาษาจีน



หลังจากที่เก็บข้าวของเตรียมกลับบ้านเสร็จก็เดินทางมาขึ้นเครื่องบินที่สนามบินปักกิ่งเพื่อจะบินไปฮ่องกง เช่นเคยระหว่างรอขึ้นเครื่องก็เห็นคนจำนวนมากพูดภาษากวางตุ้ง มันเป็นการดีถ้าพูดกวางตุ้งได้เวลาไปเที่ยวฮ่องกง น่าเสียดายเรายังไม่ค่อยคล่องเลย ยังไงก็ต้องใช้จีนกลางช่วย แต่เที่ยวนี้ตั้งใจไว้ว่าจะใช้จีนกลางให้น้อยที่สุด จะพูดกวางตุ้งให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เป็นการฝึกไปด้วย

จากนั้นเครื่องก็ออกแล้วก็เดินทางถึงฮ่องกงตามเวลา ครั้งนี้เป็นการมาครั้งที่สองจึงไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นอะไร ไม่ได้ถ่ายถาพอะไรในสนามบินเลย ตอนที่มาถึงก็พบว่าฝนตกตามที่พยากรณ์อากาศบอกไว้ ดังนั้นแผนไปเที่ยวเกาะหน่ามอ๊าก็ยกเลิกแน่นอนแล้ว

ก่อนอื่นคอแห้งจึงหาซื้อน้ำกินที่สนามบิน ก็เห็นชานมแบบฮ่องกง (港式奶茶) ราคา ๑๑ มั้น ก็แพงอยู่ แต่ราคานี้เหมาะเจาะที่จะซื้อในตอนนี้เพราะจะทำให้ได้เศษเหรียญมา ๔ มั้น เอาไว้ใช้ตอนขึ้นรถเมล์



จากนั้นก็ไปที่ท่าขึ้นรถเมล์เพื่อจะเดินทางเข้าเมืองโดยเป้าหมายคือย่านจ๊งหว่าน (中環) ซึ่งเป็นศูนย์กลางที่สำคัญกลางเกาะฮ่องกง ไม่ว่าจะไปนั่งเรือเพื่อไปเกาะหน่ามอ๊าหรือจะนั่งรถเมล์เพื่อไปแฉ็กฉวี ถ้าเป็นเวลาแบบครั้งก่อนที่เป็นช่วงย่ำรุ่งละก็คงนั่งสาย N11 แต่สำหรับครั้งนี้เลยเวลานั้นมาแล้วสายที่ควรจะนั่งไปจึงน่าจะเป็นสาย E11 แต่พอลองพยายามหาก็ไม่เจอ แต่เจอสาย E21 ซึ่งปลายทางอยู่ที่ไหว่ก๋องว้าน (維港灣) โดยระหว่างทางผ่านหว่องก็อก (旺角) ซึ่งมีสถานีรถไฟฟ้า เห็นว่ารถคันนี้มาจอดรออยู่แล้วกำลังออกเราจึงตัดสินใจขึ้นคันนี้ไปเลย เพราะขอแค่มีรถไฟฟ้ายังไงก็สามารถไปถึงจ๊งหว่านได้ทันที แค่อาจต้องเสียเวลาสักหน่อยตอนต่อรถ

ค่ารถราคาแค่ ๑๔ มั้น ทำให้ได้ใช้เศษเหรียญที่ได้มาจากการซื้อน้ำพอดี ถือว่าถูกมาก ถ้าหากขึ้นรถไฟความเร็วสูงเข้าเมืองจะสามารถถึงได้ภายในครึ่งชั่วโมงก็จริง แต่มันก็แพงมากถึง ๑๐๐ มั้น  ต่างกันหลายเท่า เราไม่มีความจำเป็นต้องรีบขนาดนั้นจึงนั่งรถไปแบบช้าๆสบายๆ แต่มันก็ช้ามากจริงๆเพราะเสียเวลาไปรวมแล้วชั่วโมงกว่า

พอได้ขึ้นจริงๆก็พบว่าระหว่างทางก่อนจะถึงหว่องก็อกรถสายนี้ก็ผ่านสถานีรถไฟฟ้าอีกหลายแห่ง โดยเริ่มจากสถานีเหมย์ฟู้ (美孚) ตามด้วยสถานีไหล่จี๋ก็อก (荔枝角) ระหว่างที่รถกำลังวิ่งไปเรื่อยๆเราก็คิดขึ้นมาว่าน่าจะรีบลงไปขึ้นรถไฟฟ้าเลยดีกว่า ไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงหว่องก็อก ก็เลยตัดสินใจลงที่เฉิ่งซ้าว้าน (長沙灣) ซึ่งก็มีสถานีรถไฟฟ้าเหมือนกัน อนึ่งชื่อสถานีนี้เหมือนกับชื่อเมืองฉางซาเมืองเอกของมณฑหูหนาน เพียงแต่ว่าอ่านเป็นสำเนียงกวางตุ้ง



พอลงแล้วก็ข้ามสะพานลอยไป ขณะนั้นสายฝนกำลังซัดสาดลงมาเรื่อยๆ แต่ก็ไม่ถึงขั้นจะทำให้เดินออกไปไม่ได้



ทิวทัศน์แถวสถานีเฉิ่งซ้าว้านจากบนสะพานลอยท่ามกลางสายฝนยามก่อนรุ่งสาง




ถึงสถานีรถไฟฟ้า



สถานีนี้อยู่สายฉวิ่นว้าน (荃灣線) ซึ่งเป็นสายเดียวกับสถานีจ๊งหว่านอยู่แล้ว ก็นั่งไปต่อเดียวได้เลยไม่ต้องต่อ ค่ารถ ๑๒.๕ มั้น



แล้วก็มาถึงสถานีจ๊งหว่าน เป้าหมายคือเดินไปท่ารถเมล์เพื่อจะนั่งไปย่านแฉ็กฉวี เช่นเดียวกับครั้งก่อนที่เดินทางไปเที่ยวอ่าวน้ำตื้น https://phyblas.hinaboshi.com/20140101

สถานีค่อนข้างใหญ่ เส้นทางซับซ้อน ต้องดูแผนที่ให้ดีแล้วออกให้ถูกประตู



แล้วก็ออกมาตรงประตูที่อยู่ใกล้กับท่ารถเมล์



ขณะนั้นเป็นเวลาเจ็ดโมงกว่าแล้ว ฟ้าเริ่มจะสว่าง



ข้ามฝั่งมาก็เจอรถเมล์สาย ๖ ซึ่งมีปลายทางอยู่ที่คุกแฉ็กฉวี (赤柱監獄) จอดรออยู่แล้ว สักพักประตูก็เปิด พอขึ้นไปนั่งแล้วรถก็ออก



ภายในรถเมล์ เราเจอปัญหาว่าไม่มีเศษเหรียญตอนที่ขึ้นมา ค่าโดยสารคือ ๗.๙๐ มั้น แต่มีเศษเหรียญอยู่แค่ ๗.๕๐ มั้น ใช้จ่ายไม่ได้ ก็เลยต้องใช้ธนบัตรใบละ ๑๐ มั้นจ่าย รถเมล์ที่นี่ไม่มีการทอนตัง ถ้าเศษเหรียญไม่พอก็จำเป็นต้องจ่ายเกินราคา



ระหว่างทางฝนยังคงสาดซัดลงมาเรื่อยๆ



ผ่านหาดน้ำตื้น เห็นตึกที่มีรูตรงกลางเด่นอยู่ตรงนี้ดังที่ไปเที่ยวมาคราวที่แล้ว



เนื่องจากคันที่ขึ้นนี้มีปลายทางอยู่ที่คุกแฉ็กฉวี ถ้าไปลงตรงนั้นจะไกลจากย่านท่องเที่ยวเกินไป โดยทั่วไปแล้วต้องลงกลางทาง เราก็เลยลองถามคนที่อยู่ในรถเพื่อความแน่ใจว่าควรลงตรงไหน พยายามคุยเป็นภาษากวางตุ้ง พอถามไปก็เจอตอบกลับเป็นกวางตุ้งเต็มที่เลย เขาช่วยตอบให้อย่างละเอียดแต่เสียดายว่าฟังไม่ค่อยออกแต่ก็จับใจความได้ว่าให้ลงป้ายไหนแล้วต้องเดินไปทางไหนต่อ

สุดท้ายแล้วก็ได้มาลงตรงนี้ ป้ายหมู่บ้านแฉ็กฉวี (赤柱村, แฉ็กฉวีชวิ้น) ซึ่งอยู่ด้านหน้าตลาดแฉ็กฉวี (赤柱市場, แฉ็กฉวีสีเฉิ่ง) ใช้เวลานั่งรถประมาณ ๔๐ นาทีในการมาถึง



จากตรงนี้เดินลงไปทางนี้ก็จะไปถึงตลาดแฉ็กฉวี



ที่นี่เขาว่ากันว่าคล้ายกับตลาดจตุจักร แต่ก็มีขนาดเล็กกว่ามาก และที่สำคัญเวลาเช้าๆแบบนี้ยังไม่ค่อยมีร้านที่เปิด



เงียบเหงาจริงๆ




มีร้านอาหารเปิดอยู่นิดหน่อย



ร้านอาหารฝรั่งเศส



ร้านปิดเกือบหมดเลย แทบไม่มีอะไรขายเลย




มีป้ายโฆษณาร้านอาหารไทยอยู่ตรงนี้ด้วย



เดินทะลุออกมาจากย่านตลาดแล้ว



พอออกมาก็จะเห็นทะเล



ตรงนี้คืออ่าวเล็กๆที่เรียกว่าอ่าวแฉ็กฉวี (赤柱灣, แฉ็กฉวีว้าน)



ทิวทัศน์ริมทะเลตรงนี้สวยมาก ตรงนี้เรียกว่าทางเดินยาวเลียบริมทะเลแฉ็กฉวี (赤柱海濱長廊, แฉ็กฉวีหอยปั๊นเฉิ่งหล่อง)




ถนนตรงนี้คือถนนใหญ่แฉ็กฉวี (赤柱大街, แฉ็กฉวีต่ายก๊า) ร้านตามทางริมทะเลส่วนใหญ่ยังไม่เปิดกันเลย





มองไปไกลทางโน้นเห็นหมู่ตึกอยู่ประปราย



แม้ฝนจะตกอยู่แต่ก็เห็นผู้คนจูงหมาออกมาเดินกัน ดูเหมือนว่าหมาจะไม่ต้องกางร่ม



ศาลเจ้าเล็กๆ ต่ายหว่องก๊ง (大王宮)



เดินเลียบริมน้ำมาเรื่อยๆก็จะเจอกับจตุรัสแฉ็กฉวี (赤柱廣場, แฉ็กฉวีกว๋องเฉิ่ง) เป็นย่านห้าง



แต่เวลานี้พวกร้านข้างในดูเหมือนจะยังไม่ค่อยเปิดกัน ดูเงียบเหงา



ข้างๆกันนั้นเป็นวัดเก่าทิ้นเห่า (天后古廟, ทิ้นเห่ากู๋หมิ่ว) วัดชื่อนี้มีอยู่หลายแห่งในฮ่องกง นี่ก็เป็นแค่หนึ่งในนั้น



พอเข้ามาข้างในก็มีคนที่ดูท่าทางใจดีทักโจ๋วสั่น (早晨 = อรุณสวัสดิ์) แล้วก็แนะนำชี้ให้ดูโน่นนี่ แต่พูดเป็นกวางตุ้ง ฟังไม่ค่อยออก




ฝนตกลงมาตามช่องกลางหลังคา



นี่เป็นหนังเสือที่ถูกตำรวจยิงตายหน้าสถานีตำรวจเมื่อปี 1942



ข้างๆกันนั้นจะเห็นอาคารสวยเด่นอยู่หลังหนึ่งคือบ้านเมอเรย์ (美利樓, เหมย์เหล่ย์เหล่า) เป็นอาคารเก่าที่ถูกสร้างโดยกองทัพอังกฤษเมื่อปี 1844 ใช้สำหรับทางการทหาร



จากตรงนี้มองไปเห็นหินสวยๆมากมาย



เดินต่อมาตรงนั้นเป็นท่าเรือเล็กๆ



ในนี้มีที่ร่มให้เข้าไปหลบฝนพักเหนื่อยสักพัก บรรยากาศตรงนี้ดี ทำให้อยากพักอยู่สักครู่ เสียดายว่าไม่มีเก้าอี้ที่อยู่ในร่ม



มองไปยังอีกมุมที่เงียบเหงา



เดินต่อจากตรงนั้นไปจะเจอทางเข้าสวนสาธารณะหมาฮ้าง (馬坑公園, หม่าฮ้างก๊งหยวิ่น)



เป็นสวนสาธารณะเล็กๆที่อยู่ริมทะเล




ทิวทัศน์จากตรงนี้ก็สวย



ในนี้มีวัดเล็กๆอยู่ริมทะเล ชื่อวัดเก่าปั๊กไต (北帝古廟, ปั๊กไตกู๋หมิ่ว)




ทางเดินขึ้นไปเรื่อยๆ



ถึงยอดเขา มีจุดพักเล็กๆอยู่



จากยอดเขาตรงนั้นเดินลงมาเรื่อยๆก็จะเจอทางออกมาสู่ถนน มีป้ายรถเมล์ด้วย



ข้างตรงนี้มีทางเข้าสู่วัดเจ้าแม่กวนอิม (觀音寺, กุ๊นยั้มจี๋)



มีเจ้าแม่กวนอิมอยู่ในนี้




ทิวทัศน์ก็สวยดี



เนื่องจากมีป้ายรถเมล์อยู่ตรงนี้ถ้าจะกลับก็สามารถนั่งรถกลับจากตรงนี้ได้เลย แต่เจอปัญหาอย่างหนึ่งนั่นคือไม่มีเศษเหรียญสำหรับขึ้นรถเมล์ มีอยู่แค่ ๒.๕ มั้นซึ่งไม่พอสำหรับขึ้นรถเมล์ นอกนั้นเงินย่อยสุดคือธนบัตรใบละ ๒๐ ก็เลยเดินย้อนไปตามถนนเพื่อจะลองหาร้านค้าหรือที่ที่จะสามารถแลกเศษเหรียญได้ แต่ก็ไม่เจอเลย

รู้สึกว่าเรื่องขึ้นรถเมล์นี่ก็เป็นปัญหาของนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยววันเดียวแบบเราอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน ถ้าหากเป็นคนที่นี่ละก็เขามีบัตรเติมเงินสำหรับขึ้นรถเมล์สะดวกดีไม่ต้องมาคอยพกเศษเหรียญ หรือถ้าคนที่มาเที่ยวหลายวันหน่อยแล้วต้องขึ้นรถเมล์หรือรถไฟฟ้าประจำละก็ใช้บัตรเติมเงินอย่าง octopus น่าจะคุ้ม เรามาแค่วันเดียวยอมยุ่งยากสักหน่อยก็คงไม่เป็นไร

ที่จริงตะกี้เห็นมี 7-11 อยู่น่าจะแวะไปซื้ออะไรสักหน่อยเพื่อจะแลกเงิน เลยรู้สึกเสียใจอยู่ที่ไม่ได้ซื้อ ก็เป็นบทเรียนว่าควรจะพกเศษเงินให้พร้อมอยู่เสมอ

จนเดินกลับมาถึงตรงจตุรัสแฉ็กฉวี แต่เป็นส่วนด้านบน อาคารนี้คร่อมด้านบนและด้านล่างเขาอยู่ ตรงส่วนด้านบนนี้เป็นชั้น ๕ พอถามคนแถวนี้ว่าตรงไหนพอจะหาเศษเหรียญได้เขาก็บอกให้ไปชั้น ๓ ที่นั่นมีธนาคารอยู่ เราเข้าไปเพื่อเอาธนบัตร ๒๐ มั้นไปแลกเศษเหรียญ ๑ มั้นหลายเหรียญ



พอแลกเงินเสร็จก็กลับขึ้นมาด้านบน ซึ่งมีป้ายรถเมล์อยู่ ตรงนี้เป็นป้ายของรถเมล์สาย ๔๐ ซึ่งจะพาไปยังถ่งหล่อว้าน (銅鑼灣) ซึ่งก็เป็นอีกย่านที่อยู่ในเกาะฮ่องกงเหมือนกัน
ค่ารถเมล์คือ ๑๐ มั้นพอดี ทำให้ไม่ได้ใช้เศษเหรียญที่อุตส่าห์แลกมาซะเยอะ



รอสักพักรถเมล์คันเล็กสาย ๔๐ มาถึง
ขณะนั้นประมาณเก้าโมงครึ่ง สายฝนยังคงสาดซัดลงมาไม่หยุด รถเมล์มุ่งหน้าไปสู่เป้าหมายต่อไปคือถ่งหล่อว้าน https://phyblas.hinaboshi.com/20150119


-----------------------------------------

囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧

ดูสถิติของหน้านี้

หมวดหมู่

-- จีน >> ฮ่องกง
-- ท่องเที่ยว >> ทะเล

ไม่อนุญาตให้นำเนื้อหาของบทความไปลงที่อื่นโดยไม่ได้ขออนุญาตโดยเด็ดขาด หากต้องการนำบางส่วนไปลงสามารถทำได้โดยต้องไม่ใช่การก๊อปแปะแต่ให้เปลี่ยนคำพูดเป็นของตัวเอง หรือไม่ก็เขียนในลักษณะการยกข้อความอ้างอิง และไม่ว่ากรณีไหนก็ตาม ต้องให้เครดิตพร้อมใส่ลิงก์ของทุกบทความที่มีการใช้เนื้อหาเสมอ

สารบัญ

รวมคำแปลวลีเด็ดจากญี่ปุ่น
python
-- numpy
-- matplotlib

-- pandas
-- pytorch
maya
การเรียนรู้ของเครื่อง
-- โครงข่าย
     ประสาทเทียม
บันทึกในญี่ปุ่น
บันทึกในจีน
-- บันทึกในปักกิ่ง
บันทึกในไต้หวัน
บันทึกในยุโรปเหนือ
บันทึกในประเทศอื่นๆ
เรียนภาษาจีน
qiita
บทความอื่นๆ

บทความแบ่งตามหมวด



ติดตามอัปเดตของบล็อกได้ที่แฟนเพจ

  ค้นหาบทความ

  บทความแนะนำ

หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาจีนกลาง
g ในภาษาญี่ปุ่นออกเสียง "ก" หรือ "ง" กันแน่
ค้นพบระบบดาวเคราะห์ ๘ ดวง เบื้องหลังความสำเร็จคือปัญญาประดิษฐ์ (AI)
หอดูดาวโบราณปักกิ่ง ตอนที่ ๑: แท่นสังเกตการณ์และสวนดอกไม้
พิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมโบราณปักกิ่ง
บ้านเก่าของจางเสวียเหลียงในเทียนจิน
เที่ยวจิ่นโจว ๓ วัน ๒ คืน 23 - 25 พ.ค. 2015
เที่ยวเมืองตานตง ล่องเรือในน่านน้ำเกาหลีเหนือ
บันทึกการเที่ยวสวีเดน 1-12 พ.ค. 2014
แนะนำองค์การวิจัยและพัฒนาการสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA)
เที่ยวฮ่องกงในคืนคริสต์มาสอีฟ เดินทางไกลจากสนามบินมาทานติ่มซำอร่อยโต้รุ่ง
เล่าประสบการณ์ค่ายอบรมวิชาการทางดาราศาสตร์โดยโซวเคนได 10 - 16 พ.ย. 2013
ตระเวนเที่ยวตามรอยฉากของอนิเมะในญี่ปุ่น
เที่ยวชมหอดูดาวที่ฐานสังเกตการณ์ซิงหลง
บันทึกการเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรกในชีวิต - ทุกอย่างเริ่มต้นที่สนามบินนานาชาติคันไซ
หลักการเขียนคำทับศัพท์ภาษาญี่ปุ่น
ทำไมจึงไม่ควรเขียนวรรณยุกต์เวลาทับศัพท์ภาษาต่างประเทศ
ทำไมถึงอยากมาเรียนต่อนอก
เหตุผลอะไรที่ต้องใช้ภาษาวิบัติ?

บทความแต่ละเดือน

2019年

1月 2月 3月 4月
5月 6月 7月 8月
9月 10月 11月 12月

2018年

1月 2月 3月 4月
5月 6月 7月 8月
9月 10月 11月 12月

2017年

1月 2月 3月 4月
5月 6月 7月 8月
9月 10月 11月 12月

2016年

1月 2月 3月 4月
5月 6月 7月 8月
9月 10月 11月 12月

2015年

1月 2月 3月 4月
5月 6月 7月 8月
9月 10月 11月 12月

ค้นบทความเก่ากว่านั้น

ไทย

日本語

中文