φυβλαςのβλογ
บล็อกของ phyblas



วัดตงเยวี่ย พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมพื้นเมืองปักกิ่ง
เขียนเมื่อ 2015/05/13 13:22
#พฤหัส 23 เม.ย. 2015

ในปักกิ่งมีวัดอยู่มากมายเลย ส่วนใหญ่แล้ววัดในจีนจะเป็นวัดในศาสนาพุธ แต่ก็มีบ้างที่เป็นวัดของลัทธิเต๋าหรือขงจื๊อ สังเกตจากคำศัพท์ที่ใช้ต่อท้ายวัด หากเป็นคำว่า ซื่อ (寺) จะเป็นวัดพุทธ ถ้าเป็นเมี่ยว (庙) จะเป็นวัดขงจื๊อหรือเต๋า

ก่อนหน้านี้ได้มีโอกาสไปเที่ยววัดพุทธหลายแห่งแล้ว คราวนี้จึงลองไปชมวัดเต๋าดูบ้าง วัดที่ลองไปคราวนี้คือวัดตงเยวี่ย (东岳庙, ตงเยวี่ยเมี่ยว)

วัดตงเยวี่ยเป็นวัดเก่าแก่มากแห่งหนึ่งในปักกิ่ง เริ่มถูกสร้างขึ้นในปี 1322 ซึ่งเป็นยุคราชวงศ์หยวน (元朝, ปี 1271 - 1368) ใช้บูชาเทพตงเยวี่ยต้าตี้ (东岳大帝) ซึ่งเป็นเทพแห่งเขาไท่ซาน (泰山)

เนื่องจากค่อนข้างเก่าจึงมีการเสื่อมสลายไปตามเวลาและมีการบูรณะเป็นช่วงๆ ในช่วงศตวรรษที่ 20 ที่นี่เสื่อมโทรมลงอย่างมากอยู่ในสภาพซากปรักหักพัง ในที่สุดปี 1995 ทางรัฐบาลจึงตัดสินใจฟื้นฟูวัดนี้ขึ้นมาและเปลี่ยนให้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์

ปัจจุบันวัดนี้ได้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงประวัติศาสตร์และของโบราณ เรียกว่าพิพิธภัณฑ์ประเพณีพื้นเมืองปักกิ่ง (北京民俗博物馆)



วัดนี้อยู่ระหว่างรถไฟฟ้าสาย ๖ สถานีเฉาหยางเหมิน (朝阳门站) และสถานีตงต้าเฉียว (东大桥站) แต่เฉาหยางเหมินอยู่ใกล้ตัวเมืองมาได้สะดวกกว่าดังนั้นโดยทั่วไปควรจะลงที่สถานีนี้ อย่างไรก็ตามทั้ง ๒ สถานีนี้เมื่อลงแล้วก็ยังต้องเดินต่ออีกหน่อยเพื่อจะถึง หากไม่อยากเดินควรจะนั่งรถเมล์มา โดยลงที่ป้ายเสินลู่เจีย (神路街) จะจอดหน้าวัด

ครั้งนี้เรานั่งรถไฟฟ้ามาลงที่สถานีเฉาหยางเหมิน เมื่อมาถึงก็ออกทางประตูทิศตะวันออกเฉียงเหนือ จากนั้นก็เดินต่อไปทางทิศตะวันออก ไปตามถนนเฉาไว่ (朝外大街) ประมาณ ๔๐๐ - ๕๐๐ เมตรก็มาถึงวัด โดยจะเจอส่วนของหอระฆัง (钟楼) ตั้งเด่นอยู่หน้าทางเข้า



หน้าทางเข้าวัด ซื้อตั๋วเข้าชมราคา ๑๐ หยวน ถ้าเป็นนักเรียนก็ลดครึ่ง เหลือ ๕ หยวน



เข้ามาถึงก็จะเจออาคารด้านหน้าสุดต่อจากทางเข้า คืออาคารประตูจานไต้เหมิน (瞻岱门)



เมื่อผ่านเข้ามาก็จะเจออาคารที่เป็นระเบียงทางเดินยาวและมีห้องเต็มไปหมดทั้งทางซ้ายขวา



ในห้องเหล่านั้นแต่ละห้องจะมีรูปปั้นอยู่ แต่ละห้องก็ไม่เหมือนกัน เป็นสำนักต่างๆ มีป้ายอธิบายว่าแต่ละห้องคืออะไร มีเยอะมากหากจะดูทั้งหมดคงใช้เวลานานมาก ก็เลยลองสุ่มดูแค่บางห้องแล้วถ่ายภาพเก็บกลับมา



วัดนี้มีลานขนาดใหญ่อยู่ตรงกลาง ตรงส่วนซีกตะวันออกมีศาลาบรรจุแผ่นจารึกของจักรพรรดิคางซี (康熙, ปี 1662 - 1722) แห่งราชวงศ์ชิง ซึ่งบันทึกเกี่ยวกับการบูรณะวัดนี้ในปี 1704



ด้านหน้าศาลาเป็นสัตว์เทพที่มีหัวเป็นม้า ร่างกายเป็นลา หางเป็นล่อ เชื่อว่าเป็นสัตว์ที่เทพเจ้าเหวินชาง (文昌) ขี่



และข้างๆมีให้เล่นโยนเหรียญ ๒๐ เหรียญ ๑๐ หยวน



ด้านหลังศาลาเป็นสวนแผ่นป้ายหิน นี่เป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของวัดเลย วัดนี้เต็มไปด้วยแผ่นป้ายหิน เมื่อก่อนมีมากกว่า ๑๔๐ อัน ส่วนมากบันทึกเกี่ยวกับการปรับปรุงวัดนี้ เป็นข้อมูลสำคัญในการศึกษาประวัติศาสตร์ของที่นี่รวมทั้งประเพณีพื้นเมือง



บางอันก็วางนอนอยู่บนพื้น



ตรงกลางของระเบียงยาวทางตะวันออกมีห้องชื่อฟู่ไฉเตี้ยน (阜财殿) ภายในบูชาเทพปี่ก้าน (比干) เทพแห่งความมั่งคั่ง



พอไปดูที่ลานฝั่งตะวันตกก็เจอศาลาแผ่นหินเช่นกัน แต่อันนี้เป็นของสมัยจักรพรรดิเฉียนหลง (乾隆, ปี 1736 - 1795) ส่วนที่อยู่หน้าศาลาคือสัตว์เทพอีกตัว คือม้าหยก (玉马) ก็เป็นสัตว์ที่เทพเจ้าเหวินชางขี่เช่นกัน



ฝั่งตะวันตกนี้ก็มีห้องตรงกลางระหว่างระเบียงยาว ชื่อกว่างซื่อเตี้ยน (广嗣殿)



จากนั้นเดินตรงกลางไปทางทิศเหนือของลานก็จะเป็นห้องที่ชื่อไต้เยวี่ยเตี้ยน (岱岳殿) เป็นศาลเจ้าบูชาเทพตงเยวี่ย



เดินผ่านจากตรงนี้เข้าไปต่อทางฝั่งตะวันตกเจออาคารนี้ซึ่งข้างในเป็นร้านขายของ




มีแต่ของแพงๆจนแทบไม่กล้าจับ อย่างสิงโตหยกตัวเล็กๆนี่ราคา ๑๙๙๐ หยวน



ถัดมามีอาคารที่มีฉายเกี่ยวกับข้อมูลต่างๆที่เกี่ยวข้อง สามารถเข้าไปนั่งดูได้



บริเวณนั้นเป็นอาคารที่เต็มไปด้วยห้องที่เก็บวัตถุโบราณมากมาย แต่เขาไม่ให้ถ่ายรูปในห้องพวกนี้ก็เลยไม่ได้เก็บภาพมาให้ดู



เดินถัดมาฝั่งตะวันออกเจอห้องที่จัดแสดงเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของที่นี่ มีอยู่ ๒ ห้องเล็กๆ



นี่คือแผนที่เมืองสมัยราชวงศ์หยวน บริเวณสีเหลืองคือภายในกำแพงเมือง จะเห็นว่าวัดตงเยวี่ยอยู่นอกเมืองทางตะวันออกหน้าป้อมประตูเฉาหยางเหมิน



แบบจำลองประตูด้านหน้าวัด



แบบจำลองอาคารทั้งหมดของบริเวณวัดนี้เมื่อสมัยก่อน เห็นได้ว่าใหญ่ทีเดียว



ถัดมาห้องจัดแสดงที่สอง



แผนที่แสดงตำแหน่งของวัดนี้เมื่อเทียบกับตำแหน่งเมืองปักกิ่งในสมัยราชวงศ์หยวนและเมืองเก่าสมัยราชวงศ์จิน เส้นสีเหลืองคือถนนลากผ่านจากทางตะวันออกมายังเมืองโดยต้องผ่านวัดนี้



นี่เป็นสภาพของวัดนี้เมื่อปี 1995 ก่อนที่จะมีการบูรณะครั้งใหญ่ จะเห็นว่าอาคารอยู่ในสภาพโทรมแทบพัง พวกแผ่นป้ายหินก็ล้มระเนระนาด



จับแผ่นป้ายหินมาตั้ง



ผู้เชี่ยวชาญด้านสมบัติทางวัฒนธรรมหลายคนมาช่วยในการบูรณะที่นี่



ข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์เรื่องการบูรณะที่นี่




ถัดจากส่วนตรงนี้เดินย้อนออกมาก็เจออาคารที่แสดงเกี่ยวกับวัฒนธรรมพื้นเมือง



พอเข้ามาก็เห็นมีจัดแสดงอะไรอยู่นิดเดียวเท่านั้นเอง



ทางซ้ายคือแม่พิมพ์ทำขนมรูปเท
พฝูลู่โซ่ว (福禄寿) หรือที่คนไทยเรียกว่าฮกลกซิ่ว ของสมัยราชวงศ์ชิง



แค่นี้ก็เดินทั่วแล้ว ส่วนจัดแสดงมีแค่นิดเดียว โดยหลักๆแล้วก็คือก็คือมาเดินชมบรรยากาศวัดเก่าๆมากกว่าที่จะมาชมของจัดแสดง





เมื่อออกจากวัด มองไปฝั่งตรงข้ามถนนก็เจอซุ้มประตูด้านหน้าทางใต้ทางเข้าวัด นี่ก็เป็นซุ้มประตูโบราณซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวัดนี้ หากเดินมาจากทางใต้มาเข้าวัดนี้ก็จะต้องผ่าน



เดินข้ามไปดูใกล้ๆ หากเดินต่อไปด้านหลังประตูนี้ก็จะเป็นถนนเสินลู่ (神路街)



จากนั้นก็เดินกลับ



ระหว่างทางเจออาคารที่มีเขียนคำว่า 昆泰国际中心商业街 เห็นคำว่า 泰国 แล้วสะดุดก่อนเลย เพราะมันแปลว่าประเทศไทย แต่พอดูดีๆแล้วจึงรู้ว่ามันมาจากคำว่า 昆泰 กับ 国际 สองคำมาต่อกัน ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับไทยเลย



เดินกลับสถานีเฉาหยางเหมิน ป้ายบอกทางว่าอยู่ห่างไป ๔๐๐ เมตร



โดยรวมแล้วใช้เวลาไปประมาณชั่วโมงในการเดินเที่ยวในวัดนี้ ก็ถือเป็นวัดที่สวยน่าลองมาเดินเที่ยวอยู่เหมือนกัน


-----------------------------------------

囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧

囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧

-----------------------------------------

หมวดหมู่

-- ท่องเที่ยว >> พิพิธภัณฑ์
-- ท่องเที่ยว >> ศาสนสถาน >> วัด
-- จีน >> จีนแผ่นดินใหญ่ >> ปักกิ่ง

ไม่อนุญาตให้นำเนื้อหาของบทความไปลงที่อื่นโดยไม่ได้ขออนุญาตโดยเด็ดขาด หากต้องการนำบางส่วนไปลงสามารถทำได้โดยต้องไม่ใช่การก๊อปแปะแต่ให้เปลี่ยนคำพูดเป็นของตัวเอง หรือไม่ก็เขียนในลักษณะการยกข้อความอ้างอิง และไม่ว่ากรณีไหนก็ตาม ต้องให้เครดิตพร้อมใส่ลิงก์ของทุกบทความที่มีการใช้เนื้อหาเสมอ

สารบัญ

รวมคำแปลวลีเด็ดจากญี่ปุ่น
python
-- numpy
-- matplotlib

-- pandas
-- pytorch
maya
การเรียนรู้ของเครื่อง
-- โครงข่ายประสาทเทียม
บันทึกในญี่ปุ่น
บันทึกในจีน
-- บันทึกในปักกิ่ง
บันทึกในไต้หวัน
บันทึกในยุโรปเหนือ
บันทึกในประเทศอื่นๆ
เรียนภาษาจีน
บทความอื่นๆ

บทความแบ่งตามหมวด



ติดตามอัพเดตของบล็อกได้ที่แฟนเพจ

  ค้นหาบทความ

  บทความแนะนำ

หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาจีนกลาง
g ในภาษาญี่ปุ่นออกเสียง "ก" หรือ "ง" กันแน่
ค้นพบระบบดาวเคราะห์ ๘ ดวง เบื้องหลังความสำเร็จคือปัญญาประดิษฐ์ (AI)
หอดูดาวโบราณปักกิ่ง ตอนที่ ๑: แท่นสังเกตการณ์และสวนดอกไม้
พิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมโบราณปักกิ่ง
บ้านเก่าของจางเสวียเหลียงในเทียนจิน
เที่ยวจิ่นโจว ๓ วัน ๒ คืน 23 - 25 พ.ค. 2015
เที่ยวเมืองตานตง ล่องเรือในน่านน้ำเกาหลีเหนือ
บันทึกการเที่ยวสวีเดน 1-12 พ.ค. 2014
แนะนำองค์การวิจัยและพัฒนาการสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA)
เที่ยวฮ่องกงในคืนคริสต์มาสอีฟ เดินทางไกลจากสนามบินมาทานติ่มซำอร่อยโต้รุ่ง
เล่าประสบการณ์ค่ายอบรมวิชาการทางดาราศาสตร์โดยโซวเคนได 10 - 16 พ.ย. 2013
ตระเวนเที่ยวตามรอยฉากของอนิเมะในญี่ปุ่น
เที่ยวชมหอดูดาวที่ฐานสังเกตการณ์ซิงหลง
บันทึกการเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรกในชีวิต - ทุกอย่างเริ่มต้นที่สนามบินนานาชาติคันไซ
หลักการเขียนคำทับศัพท์ภาษาญี่ปุ่น
ทำไมจึงไม่ควรเขียนวรรณยุกต์เวลาทับศัพท์ภาษาต่างประเทศ
ทำไมถึงอยากมาเรียนต่อนอก
เหตุผลอะไรที่ต้องใช้ภาษาวิบัติ?

ไทย

日本語

中文