φυβλαςのβλογ
บล็อกของ phyblas



ป้อมปืนใหญ่ต้ากู สมรภูมิแห่งสงครามฝิ่นครั้งที่สอง
เขียนเมื่อ 2015/10/20 13:25
แก้ไขล่าสุด 2021/09/28 16:42
#พฤหัส 18 มิ.ย. 2015

หลังจากที่ไปเที่ยวในตัวเมืองเทียนจินมาหลายที่ตั้งแต่เช้าแล้วก็ไปเที่ยวหลวีจู่ถาง (吕祖堂) ซึ่งเป็นหออนุสรณ์กบฏนักมวย https://phyblas.hinaboshi.com/20151010

คราวนี้เราได้ออกเดินทางมาไกลถึงนอกเมือง ไปยังเขตใหม่ปินไห่ (滨海新区) ซึ่งอยู่ที่ชายฝั่งตะวันออกของเทียนจิน เพื่อที่จะมาชมสถานที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อีกแห่ง นั่นคือป้อมปืนใหญ่ต้ากู (大沽口炮台)

วันนี้เที่ยวสถานที่ในเทียนจินทั้งหมด ๕ แห่ง แต่ว่า ๔ แห่งก่อนหน้านี้อยู่ใกล้ๆกันในตัวเมืองและกินเวลาไม่มากนัก ในขณะที่มีแค่ป้อมปืนใหญ่ต้ากูโข่วนี้เท่านั้นที่อยู่ห่างไกลออกไปนอกตัวเมืองทำให้แค่เดินทางก็กินเวลาเป็นชั่วโมงแล้ว รวมเวลาเดินทางแล้วมากกว่า ๔ แห่งที่เหลือรวมกันเสียอีก ถึงอย่างนั้นก็เป็นที่ที่น่าสนใจและคุ้มค่าที่จะมาแวะเวียนชม

๓ ใน ๔ ของสถานที่ที่ไปชมมาตั้งแต่เช้านั้นล้วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในอดีตที่ความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ยุคใหม่ของจีน
- บ้านเก่าของจางเสวียเหลียง (张学良故居) เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ซีอาน (西安事变) ปี 1936
- หออนุสรณ์ยุทธการผิงจิน (平津战役纪念馆) เกี่ยวข้องกับสงครามระหว่างก๊กมินตั๋งและพรรคคอมมิวนิสต์ครั้งที่สอง (第二次国共內战) ปี 1945 - 1949
- หลวีจู่ถาง (吕祖堂) เกี่ยวข้องกับกบฏนักมวยอี๋เหอถวาน (义和团) ปี 1900

ส่วนป้อมปืนใหญ่ต้ากูนี้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในสมัยที่เก่ากว่านั้นไปอีกหน่อย คือเป็นสมรภูมิรบสำคัญในสงครามฝิ่นครั้งที่สอง (第二次鸦片战争) ในปี 1856 - 1860 ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์จีน

เกี่ยวกับสงครามฝิ่นนั้นเราเคยมีโอกาสได้เขียนถึงไปแล้วส่วนหนึ่งตอนที่ไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ศุลกากรจีน (中国海关博物馆) ในปักกิ่ง https://phyblas.hinaboshi.com/20150531

นอกจากนี้ยังได้ไปชมพิพิธภัณฑ์สงครามฝิ่น (鸦片战争博物馆) ที่ป้อมปืนใหญ่หู่เหมิน (虎门炮台) ในเมืองตงกว่านมาด้วย https://phyblas.hinaboshi.com/20120626



การต่อสู้ที่ต้ากู (大沽口之战) เป็นชื่อเรียกรวมๆของสงครามสามครั้งที่เกิดขึ้นที่ป้อมปืนใหญ่ต้ากู ซึ่งทั้งหมดเกิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกันและเป็นส่วนหนึ่งของสงครามฝิ่นครั้งที่สอง

สงครามฝิ่นครั้งที่สองเริ่มต้นในปี 1856 โดยทัพอังกฤษได้บุกทะลวงป้อมปืนใหญ่หู่เหมิน และเข้าไปโจมตียึดกว่างโจว จากนั้นทัพอังกฤษจึงบุกขึ้นเหนือต่อมาจนถึงเทียนจินและเกิดการปะทะกันที่ป้อมปืนใหญ่ต้ากู จึงเกิดเป็นการต่อสู้ที่ต้ากูครั้งที่หนึ่ง

สงครามครั้งที่หนึ่งนี้เริ่มขึ้นในปี 1858 โดยกองเรือรวมสองชาติอังกฤษและฝรั่งเศสซึ่งมีกำลังรวมสองพันกว่าคนพยายามจะบุกทะลวงป้อมต้ากู ปืนใหญ่สามารถทำให้ทหารอังกฤษและฝรั่งเศสบาดเจ็บล้มตายไปได้เป็นร้อยคนแต่สุดท้ายก็ทานไว้ไม่อยู่ ข้าศึกษามารถบุกเข้ามาถึงเมืองเทียนจินได้ จากนั้นจึงถูกบังคับให้ลงนามในสนธิสัญญาเทียนจิน (天津条约) ซึ่งเป็นสัญญาที่เสียเปรียบซึ่งทำให้จีนต้องเปิดสถานีการค้าเพิ่มขึ้นอีกหลายเมืองเพื่อทำการค้ากับชาติตะวันตก

แต่หลังจากที่ทัพอังกฤษและฝรั่งเศสล่าถอยออกไปแล้วทางฝั่งจีนกลับเกิดการต่อต้านไม่ยินยอมทำตามสนธิสัญญาอยากขอแก้เงื่อนไข ทางฝ่ายอังกฤษฝรั่งเศสจึงส่งทัพมาที่เทียนจินอีกครั้ง ทางจีนเสนอให้อีกฝ่ายส่งแค่คณะทูตมาเจรจาที่ตัวเมืองแต่ก็ถูกปฏิเสธสงครามจึงเปิดฉากขึ้นอีกที่ป้อมปืนใหญ่ต้ากูในปี 1859 เป็นสงครามที่ต้ากูครั้งที่สอง

ทางฝ่ายจีนนั้นหลังความพ่ายแพ้ในศึกครั้งแรกก็ได้มีการปรับปรุงบูรณะป้อมปืนใหญ่ต้ากูขึ้นใหม่และเสริมกำลังให้แข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม พอทัพอังกฤษฝรั่งเศสพยายามบุกโจมตีก็ต้องพบกับความพ่ายแพ้อย่างไม่คาดคิดจนต้องถอยไปตั้งหลักที่หางโจว นี่นับเป็นหนึ่งในชัยชนะของฝ่ายจีนที่มีต่อชาติตะวันตกซึ่งมีอยู่จำนวนน้อยครั้งมาก

แต่ไม่นานหลังจากนั้น ปี 1860 ทัพอังกฤษและฝรั่งเศษก็ได้ส่งทัพใหญ่มาอีกเพื่อจะเอาคืน ในที่สุดป้อมปืนใหญ่ต้ากูก็ทานไว้ไม่อยู่ถูกตีแตกอีกครั้ง ศึกครั้งนี้เรียกว่าการต่อสู้ที่ต้ากูครั้งที่สาม ซึ่งเป็นครั้งสุดท้าย หลังความพ่ายแพ้ครั้งนี้ข้าศึกได้บุกต่อไปจนถึงปักกิ่ง แล้วเผาทำลายหยวนหมิงหยวนจนราบก่อนที่จะทำสนธิสัญญาปักกิ่งซึ่งทำให้จีนต้องยกแผ่นดินเกาลูนให้อังกฤษและยังต้องเพิ่มเมืองเทียนจินเป็นสถานีการค้าอีกแห่ง

จากที่เล่ามาก็จะเห็นว่าที่นี่มีประวัติศาสตร์ที่สำคัญอยู่ไม่น้อย จึงควรค่าแก่การลองเดินทางไกลเพื่อมาชมสักหน่อย



จากสถานีรถไฟเทียนจินไปจนถึงสถานีถางกูใช้เวลาประมาณ ๔๕ นาที พอมาถึงก็พบว่าแถวนี้มีตึกสูงวางเรียงรายอยู่เต็ม ส่วนใหญ่แล้วเพิ่งสร้างและเห็นที่กำลังก่อสร้างอีกมากมาย เพราะแถวนี้เป็นย่านเมืองใหม่ที่เขากำลังพัฒนาอยู่



จากสถานีนี้ไปต้องขึ้นรถเมล์เพื่อจะไปยังที่หมาย



ทิวทัศน์ระหว่างทาง ดูแล้วเป็นย่านเมืองที่ทันสมัย ทิวทัศน์ริมแม่น้ำก็ดูสวยงาม พอคิดดูว่าภาพที่เห็นนี้แต่ละอย่างเพิ่งถูกสร้างขึ้นมาในเวลาเพียงไม่กี่ปีเท่านั้นก็แสดงให้เห็นถึงการเจริญเติบโตที่เร็วมากของเทียนจิน






ระหว่างทางผ่านโลกมหาสมุทรขั้วโลกไห่ชางเทียนจิน (天津海昌极地海洋世界) เป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ ดูแล้วก็มีขนาดใหญ่พอสมควร ตอนหาข้อมูลที่เที่ยวก็เจอที่เขียนถึงที่นี่เหมือนกันแต่ว่าไม่นานก่อนหน้านั้นก็เพิ่งแวะหอจัดแสดงโลกใต้น้ำไท่ผิงหยาง (太平阳海底世界展览馆) ไป มันน่าจะคล้ายๆกัน https://phyblas.hinaboshi.com/20150614



จากสถานีถางกูมาจนถึงป้ายเหอเหม่ย์ย่วน (和美苑) ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง ลงตรงนี้



จากนั้นยังต้องเดินต่อไปอีก ใช้เวลาประมาณ ๑๐ นาที เส้นทางระหว่างตรงนี้ดูเปลี่ยวๆอยู่




ในที่สุดก็ถึง




ค่าเข้าชม ๓๐ หยวน สำหรับนักเรียนลดเหลือ ๑๕ หยวน



แผนที่ในบริเวณ ที่นี่ประกอบไปด้วยอาคารรูปร่างประหลาดซึ่งเป็นส่วนพิพิธภัณฑ์จัดแสดงหลัก และบริเวณรอบๆซึ่งประกอบไปด้วยซากของจริง



เราเริ่มจากชมส่วนของพิพิธภัณฑ์ก่อน




ห้องแรกเริ่มจากจัดแสดงประวัติศาสตร์การป้องกันทางทะเลตั้งแต่ยุคจีนโบราณ



ซากหอยที่พบได้ที่ชายฝั่งแถวนี้



มีพูดถึงเจิ้งเหอ นักเดินเรือผู้ยิ่งใหญ่ของจีน เขาออกเดินเรือในยุคก่อนที่ชาวตะวันตกจะออกล่าอานานิคมเสียอีก



แล้วก็เข้าสู้ยุคที่ชาวตะวันตกออกเดินทะเล โดยเริ่มจากผู้บุกเบิกชาวโปรตุเกสอย่างวัชกู ดา กามา (Vasco Da Gama) บาร์ตูลูเมว ดีอัช (Bartolomeu Dias)



แบบจำลองเรือเดินสมุทร ตั้งเด่นอยู่กลางห้อง



ตรงนี้เล่าถึงประวัติการสร้างป้อมปืนใหญ่ต้ากู ว่าที่นี่เริ่มเจริญขึ้นมาตั้งแต่ยุคราชวงศ์หยวน (元朝, ปี 1271 - 1368) ซึ่งปักกิ่งเริ่มถูกใช้เป็นเมืองหลวง กลายเป็นศูนย์กลางที่สำคัญของจีน ทำให้ต้ากูเติบโตในฐานะเมืองท่าทางทะเลที่สำคัญของปักกิ่ง ส่วนข้างล่างเป็นปืนใหญ่โบราณซึ่งขุดเจอแถวบริเวณนี้



ตรงนี้เล่าถึงโจรสลัดญี่ปุ่น วอโค่ว (倭寇) ซึ่งเคยอาละวาดแถวทะเลจีนตะวันออกในช่วงยุคราชวงศ์หมิง



ชาวตะวันตกสองคนในรูปนี้คือชาวอังกฤษที่แวะมาขึ้นท่าบริเวณต้ากูในช่วงต้นยุคราชวงศ์ชิง รูปด้านบนคือจักรพรรดิยงเจิ้ง (雍正, ปี 1722 - 1735)



ภาพการขึ้นฝั่งที่ต้ากูของจอร์จ มาคาร์ตนีย์ (George Macartney) นักการทูตจากอังกฤษ (คนทางขวาในรูปบน) พร้อมด้วยคณะ



เนื่องจากเห็นว่าบริเวณนี้มีนักเดินเรือชาวต่างชาติเดินทางมาขึ้นฝั่งเป็นจำนวนมากจึงเห็นว่าเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่จำเป็นต้องมีการป้องกัน จึงมีการสั่งให้สร้างป้อมปืนใหญ่บริเวณนี้โดยจักรพรรดิเจียชิ่ง (嘉庆, ปี 1796 - 1820)


เดินถัดเข้ามาตรงส่วนนี้เริ่มอธิบายถึงสงครามฝิ่น เริ่มตั้งแต่ครั้งที่หนึ่ง ชาวอังกฤษได้นำฝิ่นมาขายและแพร่ระบาดอยู่ในจีนตั้งแต่ก่อนเริ่มสงครามแล้ว โดยต้ากูก็เป็นท่าขนส่งทางทะเลที่สำคัญซึ่งมีการลักลอบขายฝิ่น



แบบจำลองนี้แสดงถึงการเข้าตรวจและยึดฝิ่นที่ต้ากูในปี 1838 โดยรัฐบาลจีน



สงครามฝิ่นครั้งที่หนึ่งไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับป้อมปืนใหญ่ต้ากูมากนักในนี้จึงไม่ได้เขียนถึงมาก

ต่อมาตรงนี้เริ่มกล่าวถึงสงครามฝิ่นครั้งที่สอง ซึ่งเริ่มเกี่ยวข้องกับที่นี่อย่างเต็มที่




จอตรงนี้เล่าถึงสงครามที่ป้อมต้ากูครั้งที่สอง ซึ่งเป็นครั้งเดียวในสามครั้งที่จีนเป็นฝ่ายชนะ เรานั่งพักตรงนี้เพื่อหยุดดูสักพัก



รูปปั้นทหารกล้าสองคนที่สละชีวิตในสงครามที่ต้ากู สื่อหรงชุน (史荣椿) กับ หลงหรู่หยวน (龙汝元)



ป้ายหลุมศพของชาวอังกฤษที่ถูกขุดพบในบริเวณนี้ในปี 2003



ซากปืนใหญ่ที่ใช้โดยฝ่ายจีน ถูกขุดพบในบริเวณนี้ปี 2008



ตรงนี้เข้าสู่ส่วนของสงครามที่ต้ากูครั้งที่สามในปี 1860 ซึ่งอังกฤษและฝรั่งเศสบุกมาล้างอายจากที่พ่ายแพ้ในสงครามครั้งที่สอง และครั้งนี้เป็นศึกครั้งสุดท้ายซึ่งปิดฉากสงครามฝิ่นโดยสมบูรณ์



แผนที่สมรภูมิรบบริเวณต้ากู



หุ่นจำลองการตั้งรับที่ป้อมปืนใหญ่สือโถวเฟิ่ง (石头缝炮台)



ไม่ว่าจะพยายามต่อสู้ยังไงก็ตาม ผลลงเอยคราวนี้ก็คือความพ่ายแพ้อย่างน่าหดหู่ และจบลงด้วยการเผาพระราชวังฤดูร้อนหยวนหมิงหยวนในเดือนตุลาคม 1860



แต่การพ่ายแพ้ครั้งนี้นำความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่มาสู่จีน มันทำให้เกิดความเคลื่อนไหวโดยเรียนรู้เทคโนโลยีจากตะวันตกเพื่อทำให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้น เช่นการสั่งซื้ออาวุธจากชาติตะวันตกมา



อย่างไรก็ตามจีนก็ยังไม่อาจเจริญก้าวหน้าไปได้เร็วนัก ยังคงอยู่ภายใต้อิทธิพลของชาติตะวันตกอยู่เรื่อยมา จนสิ้นศตวรรษที่ 19 มีต่างชาติเข้ามาสร้างอิทธิพลและหากินในจีนเป็นจำนวนมาก ทำให้ในปี 1900 เริ่มเกิดความเคลื่อนไหวเพื่อต่อต้านชาวต่างชาติ นั่นก็คือขบวนการอี้เหอถวาน (义和团) หรือกบฏนักมวย ซึ่งกล่าวถึงไปในตอนที่แล้ว กองกำลังพันธมิตร ๘ ชาติได้แก่ อังกฤษ, ฝรั่งเศส, สหรัฐอเมริกา, ญี่ปุ่น, รัสเซีย, เยอรมัน, อิตาลี และ ออสเตรีย ได้ร่วมกันบุกเข้าปักกิ่งเพื่อปราบกบฏ ป้อมปืนใหญ่ต้ากูก็กลายเป็นสมรภูมิรบอีกครั้งเพราะเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ต้องผ่านเพื่อเข้าไปยังปักกิ่ง ศึกครั้งนี้จบลงอย่างรวดเร็ว



ตรงนี้จัดแสดงแบบจำลองอาวุธและเครื่องใช้ต่างๆที่เกี่ยวข้องหลายอย่าง




ชุดของทหารปืนใหญ่จีน



ปืนเล็กของทหารจีน



จบส่วนพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงประวัติศาสตร์แต่เพียงเท่านี้



ก่อนถึงทางออกมีห้องขายของที่ระลึก เช่นพวกแบบจำลองต่างๆ



พอชมพิพิธภัณฑ์เสร็จที่เหลือก็คือไปชมสถานที่จริง ซึ่งก็ไม่ได้มีอะไรมากมายนัก




ตรงนี้เป็นส่วนที่จัดแสดงซากปืนใหญ่เก่าที่ขุดได้ในบริเวณนี้



มีซากเครื่องบินเก่า



นี่เป็นของเก่าจำนวนหนึ่งที่ยึดได้ที่ด่านศุลกากรเทียนจิน



ส่วนหลักที่สำคัญจริงๆอยู่ด้านบน ต้องเดินขึ้นเนินไป



เนินแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของซากป้อมปืนใหญ่ต้ากูซึ่งหลงเหลือไว้



บนนี้มีซากปืนใหญ่วางอยู่ประจำตามช่อง






ทิวทัศน์ที่มองจากตรงนี้ไปรอบๆก็สวยดี





มองกลับไปทางโน้นเป็นอาคารพิพิธภัณฑ์



หลังจากยืนชมทิวทัศน์สบายๆอยู่บนป้อมปืนใหญ่สักพักตอนนี้ก็ได้เวลากลับ เดินกลับไปทางเดิมและขึ้นรถเมล์เพื่อกลับไปยังสถานีถางกู



กลับมาถึงสถานีถางกูตอนห้าโมงเย็น จากนั้นก็รีบขึ้นรถไฟฟ้าเพื่อตรงดิ่งไปยังสถานีเทียนจินเพื่อไปนั่งรถไฟกลับ





รถไฟที่จองเอาไว้เป็นรอบ C2084 ออกเวลา 18:24 ขณะที่ไปถึงนั้นก็ใกล้เวลาแล้ว



พอเข้าไปนั่งรออยู่ได้แค่แป๊บเดียว เมื่อถึงก่อนเวลารถไฟออกประมาณ ๑๐ นาทีเขาก็ประกาศเรียกให้เข้าไปขึ้นรถ ได้เวลากลับปักกิ่งแล้ว



การเที่ยววันนี้จบลงแล้ว ได้เที่ยวสถานที่สำคัญในเทียนจินทั้งหมด ๕ แห่ง เป็นการเที่ยวที่คุ้มอีกหนึ่งวัน



-----------------------------------------

囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧

ดูสถิติของหน้านี้

หมวดหมู่

-- ประเทศจีน >> จีนแผ่นดินใหญ่ >> เทียนจิน
-- ประวัติศาสตร์ >> ประวัติศาสตร์จีน

ไม่อนุญาตให้นำเนื้อหาของบทความไปลงที่อื่นโดยไม่ได้ขออนุญาตโดยเด็ดขาด หากต้องการนำบางส่วนไปลงสามารถทำได้โดยต้องไม่ใช่การก๊อปแปะแต่ให้เปลี่ยนคำพูดเป็นของตัวเอง หรือไม่ก็เขียนในลักษณะการยกข้อความอ้างอิง และไม่ว่ากรณีไหนก็ตาม ต้องให้เครดิตพร้อมใส่ลิงก์ของทุกบทความที่มีการใช้เนื้อหาเสมอ

สารบัญ

รวมคำแปลวลีเด็ดจากญี่ปุ่น
มอดูลต่างๆ
-- numpy
-- matplotlib

-- pandas
-- manim
-- opencv
-- pyqt
-- pytorch
การเรียนรู้ของเครื่อง
-- โครงข่าย
     ประสาทเทียม
ภาษา javascript
ภาษา mongol
ภาษาศาสตร์
maya
ความน่าจะเป็น
บันทึกในญี่ปุ่น
บันทึกในจีน
-- บันทึกในปักกิ่ง
-- บันทึกในฮ่องกง
-- บันทึกในมาเก๊า
บันทึกในไต้หวัน
บันทึกในยุโรปเหนือ
บันทึกในประเทศอื่นๆ
qiita
บทความอื่นๆ

บทความแบ่งตามหมวด



ติดตามอัปเดตของบล็อกได้ที่แฟนเพจ

  ค้นหาบทความ

  บทความแนะนำ

ตัวอักษรกรีกและเปรียบเทียบการใช้งานในภาษากรีกโบราณและกรีกสมัยใหม่
ที่มาของอักษรไทยและความเกี่ยวพันกับอักษรอื่นๆในตระกูลอักษรพราหมี
การสร้างแบบจำลองสามมิติเป็นไฟล์ .obj วิธีการอย่างง่ายที่ไม่ว่าใครก็ลองทำได้ทันที
รวมรายชื่อนักร้องเพลงกวางตุ้ง
ภาษาจีนแบ่งเป็นสำเนียงอะไรบ้าง มีความแตกต่างกันมากแค่ไหน
ทำความเข้าใจระบอบประชาธิปไตยจากประวัติศาสตร์ความเป็นมา
เรียนรู้วิธีการใช้ regular expression (regex)
การใช้ unix shell เบื้องต้น ใน linux และ mac
g ในภาษาญี่ปุ่นออกเสียง "ก" หรือ "ง" กันแน่
ทำความรู้จักกับปัญญาประดิษฐ์และการเรียนรู้ของเครื่อง
ค้นพบระบบดาวเคราะห์ ๘ ดวง เบื้องหลังความสำเร็จคือปัญญาประดิษฐ์ (AI)
หอดูดาวโบราณปักกิ่ง ตอนที่ ๑: แท่นสังเกตการณ์และสวนดอกไม้
พิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมโบราณปักกิ่ง
เที่ยวเมืองตานตง ล่องเรือในน่านน้ำเกาหลีเหนือ
ตระเวนเที่ยวตามรอยฉากของอนิเมะในญี่ปุ่น
เที่ยวชมหอดูดาวที่ฐานสังเกตการณ์ซิงหลง
ทำไมจึงไม่ควรเขียนวรรณยุกต์เวลาทับศัพท์ภาษาต่างประเทศ

ไทย

日本語

中文