φυβλαςのβλογ
บล็อกของ phyblas



ตามรอยกลาสลิปในเมืองมิกุนิ เมืองท่าเล็กๆและชายหาดริมฝั่งทะเลฟุกุอิ
เขียนเมื่อ 2018/11/17 23:47
# พุธ 31 ต.ค. 2018

จากตอนที่แล้วที่ไปเที่ยวโทวจิมโบวมา https://phyblas.hinaboshi.com/20181112

เสร็จแล้วก็นั่งรถเมล์ต่อเข้ามายังตัวเมืองมิกุนิเพื่อจะเที่ยวในตัวเมืองต่อไป

เมืองมิกุนิ (三国町) เป็นเมืองท่าเล็กๆริมฝั่งทะเลญี่ปุ่น เป็นที่ตั้งของท่าเรือที่สำคัญของจังหวัดฟุกุอิ คือท่าเรือมิกุนิ (三国港) หรือบางทีก็เรียกว่าท่าเรือฟุกุอิ (福井港) ตามชื่อจังหวัด

ปัจจุบันเมืองมิกุนิถูกยุบรวมเข้ากับเมืองข้างเคียงกลายเป็นเมืองซากาอิ (坂井市)

ที่สำคัญคือเมืองนี้เป็นฉากของอนิเมะเรื่องกลาสลิป (グラスリップ) ซึ่งฉายเมื่อปี 2014 เป็นอนิเมะสบายๆ



วลีเด็ดจากเรื่องกลาสลิปได้รวบรวมไว้ที่นี่ https://hinaboshi.com/anime/グラスリップ

ภายในอนิเมะใช้ชื่อเมืองว่าฮิโนเดะฮามะ (日乃出浜) แต่ว่าภาพสถานที่ต่างๆที่ปรากฏในเรื่องตรงกับสถานี่ในเมืองมิกุนิแทบจะพอดี แค่อาจมีเปลี่ยนชื่อต่างๆไป

ภาพแถวๆย่านท่าเรือของเมืองมิกุนิที่ปรากฏในอนิเมะ ถ่ายจากมุมสูง



ภายในเรื่องไม่ได้มีตรงไหนที่พูดถึงว่าเมืองนี้ตั้งอยู่ที่ไหน แต่มีปรากฏพยากรณ์อากาศในตอนสุดท้ายขึ้นรูปจังหวัดฟุกุอิ



สมัยที่ได้ดูเรื่องนี้แล้วได้เห็นบรรยากาศและวิถีชีวิตของเมืองนี้แล้วก็ทำให้รู้สึกว่าอยากมาสัมผัสด้วยตัวเองให้ได้

เมืองนี้เป็นเป้าหมายหลักที่แท้จริงในการมาเที่ยวจังหวัดฟุกุอิครั้งนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะดูอนิเมะเรื่องนี้ก็คงไม่ตัดสินใจกลับมาเที่ยวจังหวัดที่เคยเที่ยวแล้วซ้ำ เรียกได้ว่าแผนเที่ยวฟุกุอิหนึ่งวันนี้เกิดขึ้นเพราะตอนแรกตั้งใจจะมาเมืองนี้ ทั้งโทวจิมโบวและโอชิมะก็เหมือนเป็นแค่ของแถม

เรียกได้ว่าอนิเมะได้วาดภาพบรรยากาศของเมืองมิกุนิออกมาได้น่าหลงไหลดึงดูดให้คนมาเที่ยวได้มากจริงๆ



เรานั่งรถเมล์จากโทวจิมโบวมาลงที่สถานีมิกุนิมินาโตะ (三国港駅) คำว่ามินาโตะแปลว่าท่าเรือ เพราะแถวนี้เป็นย่านที่เรือของเมืองนี้ ที่นี่เป็นสถานีสุดปลายสายมิกุนิอาวาระ (三国芦原線) ซึ่งเชื่อมระหว่างเมืองนี้กับเมืองฟุกุอิ ถ้าเดินทางจากฟุกุอิมาที่นี่จะใช้เวลาราวๆ ๔๕ นาที



เวลาขณะที่ถึงคือ 11:30 และมีรถเมล์สำหรับเดินทางกลับจากที่นี่ตอนเวลา 13:40 ตั้งใจจะขึ้นรถเมล์รอบนั้นเพื่อจะได้มีเวลาไปเที่ยวที่อื่นต่อ ดังนั้นจึงมีเวลาเดินชมเมืองเพียง ๒ ชั่วโมงกว่า ซึ่งถือว่าไม่ค่อยพอนัก จึงได้แค่เดินบางส่วน แล้วก็ไม่มีแม่้แต่เวลาที่จะแวะกินข้าวเที่ยง

ที่เมืองมิกุนิมีสถานีรถไฟอยู่ ๔ สถานี สถานีถัดไปอีก ๓ สถานีคือ สถานีมิกุนิ (三国駅), สถานีมิกุนิจินจะ (三国神社駅) และ สถานีมิซึอิ (水居駅)

การเดินทางมาที่นี่อาจมาจากฟุกุอิโดยทางรถไฟสายนี้ก็ได้ แต่ถ้ามาจากฝั่งอิชิกาวะนั่งรถไฟลงที่สถานีอาวาระอนเซงแล้วต่อรถเมล์มาที่นี่เลยจะเร็วกว่าที่จะต้องเลยไปถึงเมืองฟุกุอิแล้วค่อยย้อนมา

สถานีมิกุนิมินาโตะนี้อยู่ในย่านท่าเรือทางตะวันตกสุดของเมือง ในขณะที่สถานีมิกุนิ (ไม่มีคำต่อท้าย) คือสถานีที่อยู่ใจกลางเมืองมากกว่า แต่ว่าในอนิเมะเลือกใช้สถานีมิกุนิมินาโตะเป็นสถานีหลักที่พวกตัวละครหลักใช้ขึ้นรถไฟเพื่อไปมา

เทียบรูปสถานีนี้ที่ไปถ่ายมาจริงกับฉากที่ปรากฏในเรื่อง







รถไฟที่วิ่งในสายนี้ก็หน้าตาเหมือนของจริงเลย




เนื่องจากเป็นสถานีปลายทางจึงมักมีรถไฟมาจอดค้างรอเวลาออกวิ่งรอบถัดไป

ฉากรถไฟวิ่งผ่านอุโมงค์ตรงสถานีนี้ก็ปรากฏบ่อยมาก




นอกจากนี้ยังมีอีกหลายฉากที่อยู่ในมุมที่ต้องถ่ายจากด้านในสถานี แต่เราไม่ได้เข้าไปเพราะไม่ได้ขึ้นรถไฟที่นี่ เลยถ่ายจากมุมที่ต่างไป




ส่วนอันนี้เป็นป้ายสถานี ปรากฏในตอนที่ ๑๒ ดูแล้วหน้าตาไม่เหมือนกันเลย และจะเห็นว่าชื่อสถานีถูกเปลี่ยนเป็น สถานีฮิโนเดะฮามะมินาโตะ (日乃出浜港駅) ตามชื่อเมือง






ดูบริเวณสถานีเสร็จก็เดินต่อมาทางตะวันตก เลียบชายฝั่งไป





ชายฝั่งตรงนี้เป็นอ่าว มองไปเห็นอีกฝั่ง



ทำนบยาวสำหรับกั้นปกป้องชายฝั่งบริเวณท่าเรือนี้ก็ปรากฏในอนิเมะด้วย ที่นี่มีชื่อว่าทำนบเอสเชอร์ (エッセル堤) สร้างในปี 1880 ออกแบบโดยจอร์จ อาร์โนลด์ เอสเชอร์ (George Arnold Escher) ชาวฮอลันดา



ภาพในอนิเมะ ภาพนี้จะถ่ายได้ต้องเดินไปไกลแล้วมองกลับมาทางชายฝั่ง



เราได้ลองเดินไปตามแนวนี้ดู ที่จริงอยากเดินไปต่อให้ถึงตรงที่มีประภาคาร เพื่อจะได้มองมุมเดียวกับที่ปรากฏในอนิเมะ แต่พอเห็นคลื่นที่ซัดขึ้นสูงจนข้ามเขื่อนมาก็รู้แล้วว่าถ้าจะเดินผ่านตรงนี้ไปต้องเปียกแน่นอน จึงต้องตัดใจ




ก่อนจะกลับก็ได้มองกลับมายังชายฝั่ง เห็นย่านตัวเมือง



พอลองขยายภาพดูก็เห็นเห็นมิกุนิริวโชวกัง (みくに龍翔館) ตั้งเด่นอยู่ด้านบน อาคารนี้เป็นพิพิธภัณฑ์ประจำเมือง



อาคารนี้ปรากฏในอนิเมะด้วยโดยถือเป็นฉากสำคัญ พวกตัวเอกนัดมาเจอกันที่นี่บ่อย แต่ในเรื่องใช้ชื่อว่าคิริงกัง (麒麟館)

อันนี้เป็นภาพจากอนิเมะซึ่งคาดว่าน่าจะมองจากบริเวณเขื่อนนี้กลับมายังตัวเมืองแล้วขยายมายังบริเวณริวโชวกัง แต่จะเห็นภาพแบบนี้ได้ต้องเดินไปไกลกว่านี้



มองออกไปเห็นสภาพคลื่นลมแรงนัก เกลียวคลื่นยังกระทบฝั่งเป็นอาจินต์~♪♫



ขยายตรงประภาคาร



ภาพจากตอน ๕ ที่โทวโกะโทรศัพท์หาคาเกรุ






ถัดจากทำนบนี้เป็นหาดทราย เรียกว่ามิกุนิซันเซ็ตบีช (三国サンセットビーチ) ปรากฏในอนิเมะเช่นกัน บรรยากาศดูเงียบสงบเพราะไม่ใช่ฤดูที่จะมีใครมาเที่ยวทะเลเล่นน้ำ



เทียบภาพกับในอนิเมะ ตอน ๕ มุมไม่ตรงกัน จริงๆควรถอยออกไปไกลกว่านี้




ตอน ๑๐ อันนี้ก็ได้แค่มุมพอใกล้เคียง




เดินกลับออกมาจากบริเวณชายหาดกลับเข้าตัวเมือง แล้วไปทางเหนือต่ออีกนิดเพื่อจะไปยังสถานที่สำคัญอีกแห่งที่ใช้เป็นฉากในอนิเมะ คือศาลเจ้าฮากุซัง (白山神社) เป็นที่ที่ปรากฏในอนิเมะหลายครั้ง






หน้าบันไดทางเดินขึ้นสู่ศาลเจ้า



เดินขึ้นมาถึงหน้าศาลเจ้า



เทียบกับภาพที่ปรากฏในเพลงเปิด เป็นคนละมุมกัน ได้แค่ใกล้เคียง



ลองเทียบภาพฉากต่างๆในบริเวณศาลเจ้าดู เริ่มจากภาพในฉากเพลงจบ บันไดทางขึ้นไปยังศาลเจ้า



ภาพจากตอน ๑ ช่วงเริ่มต้นที่มีงานเทศกาลดอกไม้ไฟ




มุมนี้พยายามยังไงก็ยากจะให้เหมือนพอดีเพราะต้องมองจากมุมต่ำกว่า




ส่วนภาพนี้ยิ่งแล้วใหญ่ มองจากมุมสูง ยังไงก็คงไปถ่ายไม่ได้



ภาพขณะที่คาเกรุเดินขึ้นมา










ภาพจากตอน ๕ ที่คาเกรุคุยกับยานางิ







โทวโกะเดินผ่านจากด้านบน แต่กลับไม่เห็นสองคนนี้




ตอนที่ ๖ ที่คาเกรุคุยกับยุกิหน้าศาลเจ้า







เสร็จแล้วก็ต่อยกันตรงนี้ แต่ว่ามุมนี้ไม่ได้ถ่ายมา



หลังจากโดนต่อยก็มาเจอกับโทวโกะ
















ตอน ๑๐ คาเกรุมากับซาจิ







ใช้เวลาไปพอสมควรกับที่นี่ ทำให้ได้ภาพในมุมต่างๆที่เปรียบเทียบออกมาค่อนข้างตรงหลายภาพ

ทิวทัศน์ที่มองลงมาจากศาลเจ้า





หลังจากเทียบฉากที่ศาลเจ้าเสร็จก็เดินเลียบริมทะเลย้อนกลับตามทางเดิมเรื่อยๆ





จนมาถึงแถวบริเวณท่าเรือฝนก็ซัดสาดลงมาอย่างหนัก



ทำให้ต้องหลบฝนชั่วคราวตรงนี้ ดูเหมือนจะเป็นโกดังว่างๆ



แต่เรามีเวลาไม่มากนัก จึงพักครู่เดียวก็กางร่มออกลุยต่อท่ามกลางสายฝนแม้จะลำบากก็ตาม

บริเวณท่าเรือนี้เองก็มีปรากฏอยู่ในอนิเมะด้วย ตอนเดินก็พยายามเทียบภาพแล้วถ่ายฉากที่ใกล้เคียง แต่ฝนตกทำให้ต้องรีบ อีกทั้งมีจุดที่คล้ายๆกันเยอะ จึงไม่ได้หาจุดที่พอดีนัก







ในเพลงเปิด






เดินเลียบชายฝั่งไปสักพักจากนั้นก็เดินเข้าย่านที่อยู่อาศัย แต่ระหว่างที่อยู่ตรงนี้กล้องก็อยู่ในสภาพเปียกฝนจนทำให้ภาพเบลอไปหมด แต่ก็สวยไปอีกแบบ











ภาพกลางย่านที่อยู่อาศัยในเมืองแถวๆนี้ถูกใช้ในอนิเมะด้วย แต่ตอนที่เดินผ่านๆก็รีบๆเพราะต้องฝ่าฝนจึงไม่ได้ลองเปิดภาพเทียบเพื่อหาฉากที่ตรงกัน

ตัวอย่างภาพที่ปรากฏในเรื่อง ถ้าตั้งใจหาจริงๆก็คงจะเจอ มาจากของจริงทั้งนั้น








เดินต่อมาก็เจอจุดที่สามารถเห็นริวโชวกังได้ชัด นี่เป็นเป้าหมายต่อไปที่จะไป



ลองเทียบกับภาพที่ปรากฏในอนิเมะ ภาพนี้มาจากตอน ๒



ก่อนอื่นต้องเดินผ่านไปทางสถานีมิกุนิแล้วข้ามรางรถไฟไป





ถึงหน้าสถานีมิกุนิ



บันไดข้ามรางรถไฟตรงสถานี



แต่เราไม่ได้ข้ามทางบันไดแต่เดินเลยมาหน่อยเจอจุดข้ามทางเล็กๆตรงนี้



ข้ามฝั่งมาด้านเหนือ



มองตัวสถานีจากฝั่งนี้




ทุ่งดอกไม้ข้างสถานี




ตรงนี้เป็นทางข้ามทางรถไฟที่ปรากฏในอนิเมะ แต่ตอนที่มาถึงไม่รู้เลยไม่ได้ถ่ายเทียบภาพ



ภาพที่ปรากฏในอนิเมะมองจากคนละฝั่ง



หันไปฝั่งเดียวกับภาพในอนิเมะก็จะเห็นอาคารแบบเดียวกัน เพียงแต่เรามองจากฝั่งเดียวกันจึงไม่เห็นจุดข้ามรางรถไฟ



ถนนสายนี้มุ่งไปสู่ริวโชวกัง






มองกลับมาเห็นฉากที่ตรงกับที่ปรากฏในอนิเมะด้วย




ภาพริวโชวกังท่ามกลางสายฝน บังเอิญฝนก็ตกอยู่ด้วย ตลอดทั้งเรื่องนี้มีฝนตกแค่ครั้งเดียวคือในฉากนี้ น่าเสียดายที่หามุมที่ตรงกันเป๊ะไม่ได้ สถานที่ตรงนี้น่าจะถูกเปลี่ยนแปลงไปแล้ว




บริเวณรอบๆริวโชวกัง





ภายในบริเวณสวนรอบริวโชวกัง




มาถึงที่แล้วจึงได้รู้ว่าที่นี่กำลังปิดอยู่ จริงๆแล้วก็คือที่นี่ปิดวันพุธ ซึ่งต่างจากพิพิธภัณฑ์ทั่วไปที่ปิดวันจันทร์ ก็เลยไม่ได้คาดการณ์ล่วงหน้า แต่ก็ไม่ถือว่าโชคร้ายนัก เพราะเดิมทีกว่าจะเดินมาถึงที่ก็เหลือเวลาไม่พอที่จะเข้าไปชมด้านในแล้ว หากเข้าชมในนี้ก็คงต้องตกรถเมล์รอบที่ตั้งใจจะขึ้น






การเที่ยวชมฉากของอนิเมะก็จบลงเพียงเท่านี้ ที่จริงยังขาดอยู่อีกหลายจุดที่อยากไป แต่ไม่มีเวลาแล้ว ได้เวลาที่จะต้องเดินทางออกจากเมืองนี้เพื่อไปยังที่หมายต่อไปแล้ว

รถเมล์ที่ต้องการนั่งเพื่อไปนั้นมีต้นทางอยู่ที่ป้ายหน้าโรงแรมท่องเที่ยวมิกุนิ (三国観光ホテル前)

ดังนั้นเราจึงเดินตามหาโรงแรมท่องเที่ยวมิกุนิ (三国観光ホテル) ซึ่งอยู่ใกล้ๆกับริวโชวกัง ห่างออกไปหน่อย



แต่พอเจอโรงแรมที่ว่านั่นแล้วก็กลับหาป้ายรถเมล์ไม่เจอ




หาไปหามาก็มาพบว่าจริงๆรถเมล์จอดอยู่หน้าทางเข้าริวโชวกัง ป้ายรถเมล์อยู่หน้าริวโชวกังทั้งๆที่ชื่อว่าป้ายหน้าโรงแรมท่องเที่ยวมิกุนิ จริงๆน่าจะเปลี่ยนชื่อ




ตอนที่ไปถึงนั้นคนขับยืนอยู่หน้ารถ เตรียมจะขับออกไปเมื่อถึงเวลา เมื่อขึ้นไปบนรถก็ไม่เห็นผู้โดยสารคนอื่น แม้นี่จะเป็นต้นทางแต่ดูเหมือนจะไม่ใช่จุดที่คนนิยมขึ้น รอสักพักรถก็ออกตามเวลา พอรถผ่านหน้าสถานีมิกุนิจึงเริ่มมีคนขึ้นมา



รถค่อยๆแล่นออกจากเมืองมิกุนิ มุ่งหน้าย้อนพาเรากลับไปยังเป้าหมายต่อไป คือปราสาทมารุโอกะ (丸岡城) https://phyblas.hinaboshi.com/20181119



โดยรวมแล้วก็ประทับใจกับการได้เที่ยวชมเมืองครั้งนี้ไม่น้อย มิกุนิเป็นเมืองที่สวยงาม ตลอดสองชั่วโมงที่ได้ชมเมืองไปหมกมุ่นกับการถ่ายภาพและเทียบกับในอนิเมะไปนั้นหมดลงอย่างรวดเร็วมาก

การได้เดินในเมืองที่ไม่เคยรู้จักคุ้นเคยมาก่อนนั้นเป็นเรื่องสนุก ยิ่งถ้าเป็นที่ที่เป็นฉากของอนิเมะแล้วยิ่งเหมือนมาเดินในแดนศักดิ์สิทธิ์

สายฝนที่กระหน่ำลงมาก็เป็นอุปสรรคในการเที่ยวไปบ้าง ไม่เช่นนั้นคงประหยัดเวลาได้มากขึ้น เห็นอะไรได้มากขึ้น

แต่ถึงอย่างนั้นสายฝนเองก็ช่วยเติมรสชาติให้กับการเดินทางครั้งนี้ไม่น้อย คงกลายเป็นประสบการณ์ที่ยากจะลืมเลือนเลยทีเดียว



------------------------------------------------------------
ในบทความนี้มีการนำภาพจากอนิเมะ "กลาสลิป" มาใช้อ้างอิงเพื่อการวิจัยศึกษาภาพเปรียบเทียบ ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของผู้จัดทำ "
กลาสลิป"
この記事では、比較研究を目的としてアニメ「グラスリップ」の画像を引用しています。画像の著作権はすべて
ラスリップの製作者に帰属します。



-----------------------------------------

囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧

ดูสถิติของหน้านี้

หมวดหมู่

-- ท่องเที่ยว >> ตามรอย
-- ต่างแดน >> ญี่ปุ่น >> ฟุกุอิ
-- ท่องเที่ยว >> ศาสนสถาน >> ศาลเจ้า
-- ท่องเที่ยว >> ทะเล

ไม่อนุญาตให้นำเนื้อหาของบทความไปลงที่อื่นโดยไม่ได้ขออนุญาตโดยเด็ดขาด หากต้องการนำบางส่วนไปลงสามารถทำได้โดยต้องไม่ใช่การก๊อปแปะแต่ให้เปลี่ยนคำพูดเป็นของตัวเอง หรือไม่ก็เขียนในลักษณะการยกข้อความอ้างอิง และไม่ว่ากรณีไหนก็ตาม ต้องให้เครดิตพร้อมใส่ลิงก์ของทุกบทความที่มีการใช้เนื้อหาเสมอ

สารบัญ

รวมคำแปลวลีเด็ดจากญี่ปุ่น
python
-- numpy
-- matplotlib

-- pandas
-- pytorch
maya
การเรียนรู้ของเครื่อง
-- โครงข่าย
     ประสาทเทียม
javascript
บันทึกในญี่ปุ่น
บันทึกในจีน
-- บันทึกในปักกิ่ง
บันทึกในไต้หวัน
บันทึกในยุโรปเหนือ
บันทึกในประเทศอื่นๆ
เรียนภาษาจีน
qiita
บทความอื่นๆ

บทความแบ่งตามหมวด



ติดตามอัปเดตของบล็อกได้ที่แฟนเพจ

  ค้นหาบทความ

  บทความแนะนำ

เรียนรู้วิธีการใช้ regular expression (regex)
หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาจีนกวางตุ้ง
การใช้ unix shell เบื้องต้น ใน linux และ mac
หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาจีนกลาง
g ในภาษาญี่ปุ่นออกเสียง "ก" หรือ "ง" กันแน่
ทำความรู้จักกับปัญญาประดิษฐ์และการเรียนรู้ของเครื่อง
ค้นพบระบบดาวเคราะห์ ๘ ดวง เบื้องหลังความสำเร็จคือปัญญาประดิษฐ์ (AI)
หอดูดาวโบราณปักกิ่ง ตอนที่ ๑: แท่นสังเกตการณ์และสวนดอกไม้
พิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมโบราณปักกิ่ง
เที่ยวเมืองตานตง ล่องเรือในน่านน้ำเกาหลีเหนือ
บันทึกการเที่ยวสวีเดน 1-12 พ.ค. 2014
แนะนำองค์การวิจัยและพัฒนาการสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA)
เล่าประสบการณ์ค่ายอบรมวิชาการทางดาราศาสตร์โดยโซวเคนได 10 - 16 พ.ย. 2013
ตระเวนเที่ยวตามรอยฉากของอนิเมะในญี่ปุ่น
เที่ยวชมหอดูดาวที่ฐานสังเกตการณ์ซิงหลง
บันทึกการเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรกในชีวิต - ทุกอย่างเริ่มต้นที่สนามบินนานาชาติคันไซ
หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาญี่ปุ่น
ทำไมจึงไม่ควรเขียนวรรณยุกต์เวลาทับศัพท์ภาษาต่างประเทศ
ทำไมถึงอยากมาเรียนต่อนอก
เหตุผลอะไรที่ต้องใช้ภาษาวิบัติ?

ไทย

日本語

中文