# อาทิตย์ 25 ต.ค. 2026เล่าเรื่องพาเพื่อนที่มาโตเกียวไปเที่ยวต่อจาก
https://phyblas.hinaboshi.com/20261024ในวันแรกเที่ยวโตเกียวท่ามกลางสายฝนไปแล้ว ส่วนวันต่อไปแผนเที่ยวคือไปเที่ยวที่
เมืองอุเอดะ (
上田市) จังหวัดนางาโนะทั้งวัน
ตำแหน่งเมืองอุเอดะในจังหวัดนางาโนะแสดงเป็นสีชมพูเข้ม อยู่ค่อนไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ


เมืองอุเอดะเป็นเมืองที่มีประชากรเป็นอันดับ ๓ ของจังหวัดนางาโนะ ประชากรแสนกว่าคน ถือว่าใหญ่ในระดับนึง และเมืองนี้มีสถานีชิงกันเซง คือ
สถานีอุเอดะ (
上田駅) สามารถเดินทางได้จากโตเกียวในเวลาประมาณชั่วโมงถึงชั่วโมงครึ่ง
อนึ่ง สถานีชิงกันเซงมี
สถานีอุเอโนะ (
上野駅) ซึ่งอยู่ในโตเกียวอยู่ ซึ่งเราก็ไปมาและเล่าไปในบันทึกเมื่อวานด้วย ระวังสับสน ชื่อมีส่วนคล้ายกัน
นอกจากนี้ชื่อจังหวัดคือจังหวัดนา
งาโนะ ไม่ใช่นา
กาโนะ เสียงอ่านเป็น "ง" ไมใช่ "ก" คนอาจสับสนกับ
เขตนากาโนะ (
中野区) ในโตเกียว หรือ
เมืองนากาโนะ (
中野市) ซึ่งก็อยู่ในจังหวัดนางาโนะ แต่เป็นคนละเมืองกับ
เมืองนางาโนะ (
長野市) ซึ่งเป็นเมืองหลักของจังหวัดนางาโนะ ดังนั้นต้องระวังด้วย
แนะนำอ่านบทความ →
g ในภาษาญี่ปุ่นออกเสียง "ก" หรือ "ง" กันแน่สำหรับการเที่ยวเมืองอุเอดะครั้งนี้ เป้าหมายหลักก็คือต้องการจะไปนั่งรถไฟ
สายเบชโชะ (
別所線) ของบริษัทรถไฟท้องถิ่น
อุเอดะเดนเทตสึ (
上田電鉄) ซึ่ง มีทั้งหมด ๑๕ สถานี ทั้งหมดอยู่ในเมืองอุเอดะ โดยเริ่มจากสถานีอุเอดะไปสินสุดที่
สถานีเบชโชะอนเซง (
別所温泉駅) ซึ่งเป็นย่านอนเซงกลางหุบเขา
สมัยก่อนเมืองอุเอดะมีรถไฟสายท้องถิ่นหลายสาย แต่โดนยุบทิ้งหมดแล้ว เหลือแค่สายนี้เท่านั้น
เบชโชะอนเซงนั้นไม่ใช่แค่เป็นย่านอนเซง แต่ยังมีพวกวัดเก่า ที่จริงไม่ได้เป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังอะไร แต่ก็เป็นย่านชุมชนเล็กๆกลางหุบเขาก็น่าเดินเล่นเพลินๆไป ที่จริงจุดประสงค์หลักก็คืออยากพาเพื่อนมาชมชนบทของญี่ปุ่น หนีความวุ่นวายในโตเกียว ให้เห็นว่ามันต่างกันแค่ไหน ต่อให้ไม่ใช่ย่านท่องเที่ยวชื่อดัง แต่แค่ได้มาเดินในชนบทสบายๆแบบนี้ก็คุ้มแล้ว
ตามแผนของวันนี้คือนัดเจอกันที่
สถานีเทงกูบาชิ (
天空橋駅) ที่โรงแรมเพื่อนพักอยู่ เหมือนเมื่อวาน แล้วก็เดินทางไปสถานีโตเกียวด้วยกัน เพื่อจะขึ้นชิงกันเซงรอบที่ออกจากสถานีโตเกียวเวลา 9:32 ไปถึงสถานีอุเอดะเวลา 10:52 จากนั้นก็นั่งรถไฟจากสถานีอุเอดะรอบ 11:20 ไปถึงสถานีเบชโชะอนเซง 11:52
หลังจากนั้นก็เที่ยวภายในเบชโชะอนเซงให้เสร็จแล้วก็นั่งรถไฟกลับมาในตัวเมืองอุเอดะ แล้วเที่ยวในเมืองเสร็จจึงนั่งชิงกันเซงกลับโตเกียว
เริ่มต้นจากตอนเช้านั่งชิงกันเซงจากสถานีอุตสึโนมิยะมาถึงสถานีโตเกียว นั่งรถไฟมาเปลี่ยนสายที่สถานีชินางาวะ แล้วก็มาเจอเพื่อนที่สถานีเทงกูบาชิตามแผน เช้านี้ฝนไม่ได้ตกแบบเช้าเมื่อวาน แต่พยากรณ์อากาศก็บอกว่ายังไงวันนี้ก็ตกอีกอยู่ดีแน่ และมองท้องฟ้าเห็นเมฆก็รู้เลย

เมื่อเจอเพื่อนก็รีบขึ้นรถไฟไปยังสถานีชินางาวะเพื่อเปลี่ยนรถไฟไปยังสถานีโตเกียว ตอนมาแวะสถานีชินางาวะเพื่อเปลี่ยนรถไฟไปยังสถานีเทงกูบาชิเราได้สำรวจและจำเส้นทางไว้แล้วว่าต้องเดินไปตรงไหนยังไง ทำให้การมาเปลี่ยนรถไฟที่สถานีนี้ค่อนข้างทำได้เร็ว เสร็จภายใน ๓ นาที

แล้วก็มาถึงสถานีโตเกียว ซื้อตั๋วชิงกันเซงจากตรงนี้ ราคารวมค่าระยะทางและค่าเพิ่มเติมสำหรับชิงกันเซงเป็น ๖๓๗๐ เยน

ขึ้นชิงกันเซงจากสถานีโตเกียว

หลังจากที่ชิงกันเซงออกไปก็มีจอดที่สถานีอุเอโนะและสถานีโอมิยะ แล้วก็ข้ามจังหวัดกุมมะไปโดยไม่ได้จอดเลย มาจอดอีกทีในจังหวัดนางาโนะ โดยสถนีแรกคือ
สถานีคารุอิซาวะ (
軽井沢駅) ใน
เมืองคารุอิซาวะ (
軽井沢町) ที่นี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังที่หลายคนน่าจะคุ้นชื่ออยู่เหมือนกัน โดยเฉพาะเรื่องเล่นสกี แต่ไม่ใช่เป้าหมายของเราในครั้งนี้

ต่อมาก็มาจอดที่
สถานีซากุไดระ (
佐久平駅) ใน
เมืองซากุ (
佐久市) ที่อยู่ถัดไป

ภาพหลังจากออกจากสถานีซากุไดระ


แล้วก็เข้าสู่เขตเมืองอุเอดะ

มาจอดที่สถานีอุเอดะ

เดินออกจากที่ตรวจตั๋วไป

แล้วก็ออกมาจากอาคารสถานี มาเดินเล่นหน้าสถานีระหว่างรอขึ้นรถไฟไปเบชโชะอนเซง

ทางเข้าไปขึ้นรถไฟสายเบชโชะอยู่ทางนี้


ก่อนอื่นต้องมาซื้อตั๋วก่อน เพราะว่ารถไฟสายนี้ใช้ Suica ไม่ได้ ราคาตั๋วจากสถานีอุเอดะไปยังเบชโชะอนเซงคือ ๕๙๐ เยน

ซื้อตั๋วเสร็จก็ได้ตั๋วที่มีรหัส QR แล้วก็มาแตะเพื่อเข้าสถานี เพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรกเลยรถไฟที่ใช้ QR แบบนี้ ซึ่งก็พบว่าไม่ได้สะดวกเท่ากับที่อื่นที่ใช้วิธีการหยอดบัตรธรรมดา เพราะรหัส QR อ่านช้า ไม่คล่องตัวเลย ดังนั้นก็ไม่แปลกที่จะไม่เจอแบบนี้ที่สายอื่น แต่ก็ถือเป็นเอกลักษณ์ของที่นี่ไป

เข้ามาที่ชานชลา รถไฟจอดรออยู่แล้ว

ระหว่างรอรถไฟออกยังมีเวลาก็เดินเล่นในชานชลาสักหน่อย

มาที่หัวขบวน รถไฟดูตกแต่งสวยดี

จากชานชลา มองออกไปเห็นสภาพตัวเมือง

รางรถไฟ เป็นรางเดี่ยว

ภายในรถไฟ คนขึ้นมาไม่น้อย แต่ก็ไม่เต็มขบวน มีที่นั่งสบายๆ

เรานั่งกันอยู่ตรงท้ายขบวนเลย

แล้วรถไฟก็ออกเดินทาง ระหว่างนั้นก็ชมทิวทัศน์ไปด้วย มองท้องฟ้าที่ฝนกำลังตั้งเค้า ก็สวยดีอยู่ แต่ก็พอจะเห็นชะตาว่าเมื่อถึงปลายทางเราจะต้องตากฝนเที่ยวแล้วก็กังวลขึ้นมา

รถไฟมาจอดที่
สถานีชิโรชิตะ (
城下駅)


ตามด้วย
สถานีมิโยชิโจว (
三好町駅)

ถัดไปเป็น
สถานีอากาซากะอุเอะ (
赤坂上駅)

ต่อจากนั้นก็เป็น
สถานีอุเอดะฮาระ (
上田原駅)

แล้วก็
สถานีเทราชิตะ (
寺下駅)

ตามด้วย
สถานีคาบาตาเกะ (
神畑駅)

แล้วสถานีถัดไปก็คือ
สถานีไดงากุมาเอะ (
大学前駅) ซึ่งหมายถึง "หน้ามหาวิทยาลัย" ซึ่งมหาวิทยาลัยที่ว่าก็หมายถึง
มหาวิทยาลัยนางาโนะ (
長野大学) ซึ่งก็ใช้ชื่อจังหวัดเป็นชื่อมหาวิทยาลัยเลย แต่ก็ไม่ได้มีชื่อเสียงมากนัก แต่ว่าสถานที่ตั้งอยู่ตรงนี้เห็นแล้วก็รู้สึกว่าคงจะน่าเรียน เพราะแม้จะเป็นชนบทแต่มาด้วยรถไฟสะดวกแบบนี้

และสถานีถัดมาคือ
สถานีชิโมะโนะโงว (
下之郷駅)

ต่อจากนั้นเป็น
สถานีนากาชิโอดะ (
中塩田駅)

แล้วก็ตามด้วย
สถานีชิโอดะมาจิ (
塩田町駅)

ถัดมาเป็น
สถานีนากาโนะ (
中野駅) ชื่อสถานีชวนสับสนมาก เพราะสถานีชื่อนี้มีซ้ำกันหลายแห่งในญี่ปุ่น และในจังหวัดนางาโนะเองก็มีเมืองนากาโนะอยู่ แต่สถานีนากาโนะนี้ไม่ได้อยู่ในเมืองนากาโนะ

ถัดมาเป็น
สถานีไมตะ (
舞田駅) ป้ายสถานีนี้มีภาพตัวละคร
ยางิซาวะ ไม (
八木沢 まい) ของ
เทตสึโดวมุสึเมะ (
鉄道むすめ) สำหรับทางรถไฟสายนี้ ซึ่งชื่อตัวละครก็มาจากสถานีนี้และสถานีถัดไปนั่นเอง

สถานีถัดไปก็คือ
สถานียางิซาวะ (
八木沢駅) ที่เป็นที่มาของชื่อตัวละคร ที่นี่แผ่นป้ายก็มีรูปของตัวละครเดียวกัน แต่แต่งชุดต่างไป

ถัดมาก็ถึงปลายทาง คือสถานีเบชโชะอนเซง ทุกคนต้องมาออกจากรถไฟด้วยประตูด้านหน้า ต้องแตะรหัส QR เพื่อจะออกทีละคน ทำให้ช้า ตรงนี้ยิ่งทำให้เห็นว่าระบบนี้ไม่เหมาะกับรถไฟเลย ช้ากว่าการใช้หยอดบัตรตามปกติหรือบัตร IC มาก

ภาพตั๋วที่มีรหัส QR ถ่ายก่อนที่จะออกจากสถานี เพราะเพิ่งนึกได้ว่ายังไม่ได้ถ่ายตั๋ว

ออกมาจากรถไฟ ตอนนี้ถึงเป้าหมายปลายทางเบชโชะอนเซงแล้ว ส่วนเรื่องการเที่ยวที่นี่ก็จะเล่าในตอนหน้าต่อไป
