φυβλαςのβλογ
บล็อกของ phyblas



ภาษามองโกลเบื้องต้น บทที่ ๔: กระบวนการกลมกลืนเสียงสระและเรื่องของสระกลุ่มหน้ากลางหลัง
เขียนเมื่อ 2022/03/11 13:54
แก้ไขล่าสุด 2022/03/24 21:02
ต่อจากบทที่ ๓

ในบทที่แล้วได้ทำความเข้าใจไวยากรณ์เบื้องต้นแบบง่ายที่สุดไปแล้ว แต่ก่อนที่จะมาต่อไปถึงเรื่องการสร้างประโยคที่ซับซ้อนขึ้นไป มีเรื่องที่จำเป็นต้องพูดถึงก่อน เพราะมความสำคัญต่อไวยากรณ์ นั่นก็คือเรื่องกระบวนการกลมกลืนเสียง ซึ่งเป็นลักษณะเด่นอย่างที่พบได้ในภาษามองโกล และภาษาในแถบเอเชียกลาง



กระบวนการกลมกลืนเสียงสระ

ภาษามองโกลมีกฎเรื่องหลักการความกลมกลืนของเสียงสระอยู่ นั่นหมายความว่าสระในแต่ละพยางค์จะมีความสัมพันธ์ที่แน่นอนอยู่

โดยทั่วไปจะพบลักษณะดังนี้สำหรับคำสองพยางค์

พยางค์
ก่อนหน้า
พยางค์
ที่ตามมา
ตัวอย่างคำ
э э сэтгэлเซ็ตเก็ล = หัวใจ
ү үхэрอุเฮร์ = วัว
и идэшอิเด็ช = ของกิน
ө ө төмөрโทโมร์ = เหล็ก
о о охорออฮอร์ = สั้น
а а газарกาซาร์ = พื้นดิน
у уламโอลัม = ยิ่งกว่า

ซึ่งจากหลังตรงนี้ก็อาจเป็นตัวช่วยให้จำศัพท์ได้ง่ายขึ้นด้วย คือพูดง่ายๆว่าถ้าพยางค์แรกมี ө แล้ว พยางค์ต่อไปก็มักจะเป็นเสียง ө อีกด้วย และถ้าเป็น а หรือ у แล้ว ต่อไปมักจะตามด้วย а เสมอ

คำที่ตามหลักนี้มักจะเป็นคำในภาษามองโกลเองแต่เดิม แต่ถ้าเป็นคำทับศัพท์จากภาษาต่างประเทศก็มักจะไม่เกี่ยว เช่น

радиоราดิออ = วิทยุ
киноคินอ = ภาพยนตร์

การแบ่งกลุ่มสระยังรวมไปถึงสระประสมและสระเสียงยาวด้วย โดยจะถูกแบ่งอยู่กลุ่มไหนนั้นก็จะขึ้นกับสระที่อยู่ด้านหน้า

กลุ่ม สระ ตัวอย่าง
а а, аа, ай, я, яа ялгаатайยัลกาไท = แตกต่าง
э э, ээ, эй, е, еэ мэдээжเมเดจ = แน่นอน
и и, ий тиймээทีเม = ใช่แล้ว
о о, оо, ой, ё, ёо толгойทอลกอย = หัว
у у, уу, уй, юу буудалโบดัล = สถานี
ү ү, үү, үй, юү хүйтэнฮุยเท็ง = หนาว
ө ө, өө, е, еө өнөөдөрโอโนโดร์ = วันนี้



ผลของกระบวนการกลมกลืนเสียงที่มีต่อไวยากรณ์

หลักความเชื่อมโยงของสระในภาษามองโกลดังที่กล่าวมานี้ยังมีผลต่อไวยากรณ์ด้วย เช่นเมื่อมีการผันคำ เสียงสระที่เติมต่อจะต่างกันไปขึ้นอยู่กับว่าคำนั้นลงท้ายด้วยสระอะไร

เช่นเมื่อต้องการผันคำนามเป็นรูปที่มา เพื่อแสดงความหมายว่า "จาก" จะเติมสระเสียงยาวตามด้วย с โดยสระเสียงยาวที่จะเติมต่อไปนั้นก็ขึ้นอยู่กับสระของคำนั้นๆ

สระในคำ สระที่เติมต่อ ตัวอย่าง
э э эндเอ็นด์эндээс เอ็นเดส
= ที่นี่ → จากที่นี่
ү хүнฮุงхүнээс ฮุเนส
= คน → จากคน
и хигฮิกхигээс ฮิเกส
= พืชน้ำ → จากพืชน้ำ
ө ө шөлชลшөлөөс โชเลส
= ซุป → จากซุป
о о японยาพ็องяпоноос ยาพอนอส
= ญี่ปุ่น → จากญี่ปุ่น
а а хятадฮยาทัดхятадаас ฮยาทาดาส
= จีน → จากจีน
у улсอลส์улсаас อลซาส
= ประเทศ → จากประเทศ

ที่จริงมีรายละเอียดปลีกย่อยอีกมากมาย แต่จะไปเขียนถึงโดยละเอียดอีกทีตอนหลัง สำหรับตอนนี้แค่ยกตัวอย่างให้เห็นว่าหลักการกลมกลืนของเสียงสระนั้นมีความสำคัญเพราะส่งผลถึงไวยากรณ์ จึงต้องทำความเข้าใจเอาไว้



กลุ่มสระหน้า กลาง หลัง

จากหลักการกลมกลืนของสระแล้ว สระในภาษามองโกลอาจแบ่งออกเป็น ๓ กลุ่ม เรียกว่าสระกลุ่มหน้า กลาง และหลัง ดังนี้

สระหน้า สระกลาง สระหลัง
э
ү
ө
и а
о
у

โดยปกติแล้วในคำศัพท์คำหนึ่งโดยทั่วไปแล้วจะมีสระหน้าและสระหลังอยู่พร้อมกันไม่ได้ แต่สระกลางอาจอยู่กับสระหน้าหรือสระหลังก็ได้

หากพิจารณาทัังสระประสมและสระเสียงยาวแล้วก็จะสรุปการแบ่งกลุ่มได้ดังนี้

สระหน้า สระกลาง สระหลัง
э
ээ
эй
е
еэ
өө
ү
үү
үй
юү
и
ий

а
аа
ай
я
яа
о
оо
ой
ё
ёо
у
уу
уй
юу



คำสระหน้า และคำสระหลัง

จากส่วนประกอบสระที่มีอยู่ในแต่ละพยางค์ของคำ จะทำให้แบ่งคำคำนั้นออกเป็น "คำสระหน้า" และ "คำสระหลัง"

โดยคำที่มีแต่สระหลังจะเรียกว่าเป็นคำสระหลัง นอกนั้นจะเรียกว่าเป็นคำสระหน้า

  มีแต่
สระหน้า
สระหน้า
+
สระกลาง
มีแต่
สระกลาง
สระหลัง
+
สระกลาง
มีแต่
สระหลัง
กลุ่ม คำสระหน้า คำสระหลัง
ตัวอย่าง хөдөөโฮโด
= บ้านนอก
жүжигจุจิก
= การแสดง
бичигบิชิก
= อักษร, เอกสาร
ажилอาจิล
= งาน
оюутанออโยทัง
= นักเรียน

ระวังอย่าสับสน สระแบ่งเป็น ๓ ชนิด หน้า กลาง หลัง แต่การแบ่งชนิดคำนั้นแบ่งเป็น ๒ ชนิด หน้ากับหลังเท่านั้น หากมีแต่สระกลาง คำคำนั้นก็จะถูกจัดอยู่ในกลุ่มคำสระหน้าด้วย

การแบ่งกลุ่มเป็นคำสระหน้ากับคำสระหลังนั้นจะมีผลต่อไวยากรณ์ เช่นเวลาสร้างประโยคคำถาม ดังที่จะเขียนถึงในบทถัดไป

ดังนั้นจึงมีความสำคัญและจากนี้จะไปต้องใช้อยู่เรื่อยๆ จึงต้องทำความเข้าใจให้ดี

บทต่อไปจะเป็นเรื่องประโยคคำถาม ซึ่งเรื่องนี้จะมีความเกี่ยวพันกับเรื่องสระหน้าและสระหลัง



อ่านต่อ บทที่ ๕


-----------------------------------------

囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧

ดูสถิติของหน้านี้

หมวดหมู่

-- ภาษาศาสตร์ >> เรียนภาษา
-- ภาษาศาสตร์ >> ภาษามองโกล

ไม่อนุญาตให้นำเนื้อหาของบทความไปลงที่อื่นโดยไม่ได้ขออนุญาตโดยเด็ดขาด หากต้องการนำบางส่วนไปลงสามารถทำได้โดยต้องไม่ใช่การก๊อปแปะแต่ให้เปลี่ยนคำพูดเป็นของตัวเอง หรือไม่ก็เขียนในลักษณะการยกข้อความอ้างอิง และไม่ว่ากรณีไหนก็ตาม ต้องให้เครดิตพร้อมใส่ลิงก์ของทุกบทความที่มีการใช้เนื้อหาเสมอ

สารบัญ

รวมคำแปลวลีเด็ดจากญี่ปุ่น
มอดูลต่างๆ
-- numpy
-- matplotlib

-- pandas
-- manim
-- opencv
-- pyqt
-- pytorch
การเรียนรู้ของเครื่อง
-- โครงข่าย
     ประสาทเทียม
ภาษา javascript
ภาษา mongol
ภาษาศาสตร์
maya
ความน่าจะเป็น
บันทึกในญี่ปุ่น
บันทึกในจีน
-- บันทึกในปักกิ่ง
-- บันทึกในฮ่องกง
-- บันทึกในมาเก๊า
บันทึกในไต้หวัน
บันทึกในยุโรปเหนือ
บันทึกในประเทศอื่นๆ
qiita
บทความอื่นๆ

บทความแบ่งตามหมวด



ติดตามอัปเดตของบล็อกได้ที่แฟนเพจ

  ค้นหาบทความ

  บทความแนะนำ

ตัวอักษรกรีกและเปรียบเทียบการใช้งานในภาษากรีกโบราณและกรีกสมัยใหม่
ที่มาของอักษรไทยและความเกี่ยวพันกับอักษรอื่นๆในตระกูลอักษรพราหมี
การสร้างแบบจำลองสามมิติเป็นไฟล์ .obj วิธีการอย่างง่ายที่ไม่ว่าใครก็ลองทำได้ทันที
รวมรายชื่อนักร้องเพลงกวางตุ้ง
ภาษาจีนแบ่งเป็นสำเนียงอะไรบ้าง มีความแตกต่างกันมากแค่ไหน
ทำความเข้าใจระบอบประชาธิปไตยจากประวัติศาสตร์ความเป็นมา
เรียนรู้วิธีการใช้ regular expression (regex)
การใช้ unix shell เบื้องต้น ใน linux และ mac
g ในภาษาญี่ปุ่นออกเสียง "ก" หรือ "ง" กันแน่
ทำความรู้จักกับปัญญาประดิษฐ์และการเรียนรู้ของเครื่อง
ค้นพบระบบดาวเคราะห์ ๘ ดวง เบื้องหลังความสำเร็จคือปัญญาประดิษฐ์ (AI)
หอดูดาวโบราณปักกิ่ง ตอนที่ ๑: แท่นสังเกตการณ์และสวนดอกไม้
พิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมโบราณปักกิ่ง
เที่ยวเมืองตานตง ล่องเรือในน่านน้ำเกาหลีเหนือ
ตระเวนเที่ยวตามรอยฉากของอนิเมะในญี่ปุ่น
เที่ยวชมหอดูดาวที่ฐานสังเกตการณ์ซิงหลง
ทำไมจึงไม่ควรเขียนวรรณยุกต์เวลาทับศัพท์ภาษาต่างประเทศ

ไทย

日本語

中文