ภาษาเขมรมีระบบการเขียนที่ซับซ้อน บทความนี้อธิบายหลักการเขียนและการถอดเสียงอ่านโดยแปลข้อมูลจากเว็บไซต์ r12a.github.io
สารบัญ
0. คำนำ
0.1 ที่มาของบทความ
บทความนี้แปลและสรุปเนื้อหามาจากหน้า "Khmer Orthography Notes" ของเว็บไซต์ r12a.github.io (ลิงก์เต็มอยู่ในหัวข้อ 12. อ้างอิง) ซึ่งเป็นชุดเอกสารอ้างอิงระบบการเขียนของภาษาต่าง ๆ ทั่วโลก จัดทำโดย Richard Ishida อดีตผู้เชี่ยวชาญด้านสากลวิวัตน์ (internationalization) ของ W3C ใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงหลักสำหรับนักพัฒนาซอฟต์แวร์และนักออกแบบฟอนต์ที่ต้องรองรับการแสดงผลอักษรเขมรให้ถูกต้อง
บทความนี้เลือกแปลเฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับระบบการเขียนและหลักการออกเสียงเป็นหลัก ไม่รวมเนื้อหาประวัติศาสตร์และรายละเอียดทางเทคนิคระดับฟอนต์ (เช่นการจัดวางรูปอักษร การเรียงบรรทัด) ที่ไม่มีผลต่อการออกเสียง
0.2 ข้อควรระวังในการอ่าน
- เครื่องหมายสัทอักษร (IPA) ที่ใช้ในบทความนี้เป็นการถอดเสียงแบบกว้าง (broad transcription) ตามธรรมเนียมของเอกสารต้นทาง ซึ่งอาจต่างจากพจนานุกรมอื่นเช่น Wiktionary ในรายละเอียดปลีกย่อย (เช่นสระบางเสียงที่ออกเสียงเพี้ยนไปในบางบริบท) ไม่ถือเป็นข้อผิดพลาด
- ทะเบียนเสียง 2 กลุ่ม (ɑ/ɔ) ที่กล่าวถึงตลอดบทความ ไม่ใช่วรรณยุกต์ เพราะภาษาเขมรไม่มีวรรณยุกต์ (ดูหัวข้อ 2.4)
- ชื่อเครื่องหมายและสระต่าง ๆ ในบทความนี้ใช้ให้สอดคล้องกับบทความ "หลักทับศัพท์ภาษาเขมร" ของผู้เขียนเอง ซึ่งอาจต่างจากชื่อที่พบในแหล่งอื่น
0.3 ความแตกต่างจากต้นฉบับ
- ตัวอย่างคำที่ต้นฉบับแสดงเรียงติดกันในบรรทัดเดียว บทความนี้จัดใหม่เป็นตารางแยกบรรทัดเพื่อให้อ่านง่ายขึ้น โดยเนื้อหาครบตามต้นฉบับ ไม่มีการตัดทอน
- ข้อมูลเสียงอ่านและคำแปลของตัวอย่างบางส่วน ต้นฉบับโหลดผ่านจาวาสคริปต์จึงไม่ปรากฏในหน้าเว็บที่ดึงข้อมูลแบบปกติ บทความนี้เปิดหน้าเว็บผ่านเบราว์เซอร์จริงเพื่อดึงข้อมูลเหล่านี้มาเติมให้ครบ
- ตรวจพบว่าต้นฉบับมีจุดที่ให้ข้อมูลขัดแย้งกันเอง (เช่นตารางพยัญชนะพื้นฐานติดป้ายกลุ่มทะเบียนเสียงสลับกับส่วนอื่นของหน้าเดียวกัน) และมีจุดที่เขียนเสียงอ่าน IPA ผิดพลาด (เช่นลืมใส่เครื่องหมายเสียงพ่นลม) บทความนี้แก้ไขให้ถูกต้องแล้ว
- ตรวจสอบการสะกดและเสียงอ่านของคำตัวอย่างเทียบกับ Wiktionary เพิ่มเติม แล้วแก้ไขจุดที่พบว่าผิดพลาด
1. ภาพรวมของระบบการเขียน
อักษรเขมรเป็นอักษรสระประกอบ (abugida) คือพยัญชนะทุกตัวมี "สระในตัว" (inherent vowel) ติดอยู่โดยอัตโนมัติ ไม่ต้องเขียนเครื่องหมายสระเพิ่มก็อ่านออกเสียงสระได้เลย ภาษาเขมรมีสระในตัวอยู่ 2 เสียงคือ [ɑː] และ [ɔː] ขึ้นอยู่กับ "ทะเบียนเสียง" (register) ของพยัญชนะตัวนั้นๆ ซึ่งจะอธิบายรายละเอียดในหัวข้อที่ 4
ภาษาเขมรไม่มีวรรณยุกต์ (non-tonal) ระบบทะเบียนเสียง 2 กลุ่มของพยัญชนะจึงไม่เกี่ยวกับวรรณยุกต์แต่อย่างใด แต่มีไว้เพื่อชดเชยการที่ภาษาเขมรมี "เสียงสระมากกว่าจำนวนสัญลักษณ์สระที่มี" กล่าวคือรูปเขียนสระรูปเดียวกันอาจอ่านออกเสียงต่างกันได้ ขึ้นอยู่กับว่าพยัญชนะนำอยู่ในทะเบียนเสียงกลุ่มใด
พยัญชนะพื้นฐานมี 33 ตัว และมีชุดอักษรพิเศษอีก 10 ชุดสำหรับถอดเสียงคำยืมจากภาษาต่างประเทศ ไม่มีตัวพิมพ์ใหญ่-เล็ก และไม่มีการเว้นวรรคระหว่างคำ (การเว้นวรรคใช้แบ่งวลีหรือประโยคเท่านั้น) ข้อความเขียนจากซ้ายไปขวาในแนวนอนเหมือนภาษาไทย
ตัวอักษรเขมรมีรูปแบบการเขียน (font style) หลายแบบ ที่ใช้ทั่วไปมากที่สุดในคอมพิวเตอร์และในบทความนี้คืออักษรฌร (អក្សរឈរ) นอกจากนี้ยังมีอักษรเชรียง (អក្សរជ្រៀង, รูปเอียง) และอักษรมูล (អក្សរមូល, ตัวบรรจงหัวกลม ใช้เขียนป้ายหรืองานศิลปะ) ซึ่งมีรูปเชื่อมอักษร (ligature) มากกว่าอักษรฌร
ลักษณะเด่นของระบบการเขียนเขมรที่ควรทราบไว้ล่วงหน้า:
- ทะเบียนเสียง 2 กลุ่มของพยัญชนะเป็นตัวกำหนดเสียงอ่านของเครื่องหมายสระ ไม่ใช่วรรณยุกต์
- พยัญชนะซ้อน (conjunct) ไม่ข้ามขอบเขตคำ
- มีอักษรที่ทำหน้าที่แทนเสียงสระจากพยัญชนะ ร/ล (vocalic) แต่ไม่มีเครื่องหมายสระประกอบพยัญชนะแบบเดียวกัน
- ใช้สระที่ประกอบขึ้นจากหลายส่วน (composite vowel sign) เป็นจำนวนมาก
- ชุดอักษรสระลอยอิสระมีไม่ครบทุกเสียงสระ
- เครื่องหมาย "ตัวเชิง" ที่ใช้สร้างพยัญชนะซ้อนไม่ปรากฏเป็นรูปให้เห็นเลย
- พยัญชนะซ้อนพบได้ทั่วไปทั้งที่ต้นและท้ายพยางค์
2. เสียงในภาษาเขมร
2.1 สระเดี่ยว
ภาษาเขมรมีสระเดี่ยวสั้น-ยาวจำแนกตามตำแหน่งลิ้นและระดับความสูงของลิ้นดังผัง
ผังสระเดี่ยว (plain vowel) — แกนนอนคือตำแหน่งลิ้นหน้า-หลัง แกนตั้งคือระดับความสูงของลิ้น แต่ละจุดแสดงคู่สระสั้น (บรรทัดบน) และสระยาว (บรรทัดล่าง) วาดใหม่จากผังในหัวข้อ
Plain vowels ของเอกสารต้นทาง
2.2 สระประสม
นอกจากสระเดี่ยวแล้ว ภาษาเขมรยังมีสระประสม (complex vowel) อีกจำนวนมาก ส่วนใหญ่ลงท้ายด้วยเสียง [-j], [-w] หรือ [ə] แม้จะมีบางส่วนที่ไม่เป็นเช่นนั้นก็ตาม ดังผัง
ผังสระประสม (complex vowel) — ตำแหน่งเดียวกับผังสระเดี่ยวด้านบน แต่แสดงเสียงสระประสมแทน วาดใหม่จากผังในหัวข้อ
Complex vowels ของเอกสารต้นทาง
2.3 พยัญชนะ
เสียงพยัญชนะภาษาเขมรจำแนกตามตำแหน่งเกิดเสียงและลักษณะการออกเสียงได้ดังนี้ (เสียงในวงเล็บเป็นเสียงที่พบเฉพาะในคำยืม ช่องว่างคือไม่มีเสียงในตำแหน่งนั้น)
| ริมฝีปาก | ฟัน | ปุ่มเหงือก | ปลายลิ้นม้วน | เพดานแข็ง | เพดานอ่อน | เส้นเสียง |
| กัก | p, ɓ~b | t, ɗ~d | | | c | k, (ɡ) | ʔ |
| กักพ่นลม | pʰ | tʰ | | | cʰ | kʰ | |
| กักเสียดแทรก | | | | | | | |
| เสียดแทรก | (f) | | s, (z) | | | | h |
| นาสิก | m | | n | | ɲ | ŋ | |
| เปิด | ʋ~w | | l | | j | | |
| รัว/สะบัดลิ้น | | | r | | | | |
2.4 ไม่มีวรรณยุกต์
ภาษาเขมรไม่ใช่ภาษาที่มีวรรณยุกต์ ความแตกต่างของระดับเสียงในคำพูดไม่มีผลต่อความหมายของคำ ต่างจากภาษาไทยและภาษาในตระกูลไท-กะไดโดยทั่วไป
3. โครงสร้างพยางค์
คำเขมรแท้ดั้งเดิมส่วนใหญ่เป็นคำพยางค์เดียว แต่ก็มีคำสองพยางค์อยู่มากเช่นกัน โดยพยางค์แรกของคำสองพยางค์มักไม่ถูกเน้นเสียงและออกเสียงเพี้ยนเป็นเสียง schwa ([ə]) ในการพูดทั่วไป แต่ก็มีคำสองพยางค์บางส่วนที่เป็นคำประสมซึ่งไม่ใช้กฎนี้
พยางค์เขมรขึ้นต้นด้วยพยัญชนะตั้งแต่หนึ่งถึงสามตัว หรือด้วยอักษรสระลอยอิสระ (ซึ่งจริงๆแล้วแทนเสียงสระที่ตามหลังเสียงกักเส้นเสียง) โครงสร้างต้นพยางค์จึงเป็น C(C)(C)V เสมอ ส่วนสัมผัสพยางค์ (rhyme) หากเป็นสระสั้นจะต้องมีตัวสะกดตามเสมอ (VC) แต่ถ้าเป็นสระยาวอาจไม่มีตัวสะกดก็ได้ คำพยางค์เดียวจำนวนมากขึ้นต้นด้วยกลุ่มพยัญชนะซ้อน และบางคำก็ลงท้ายด้วยกลุ่มพยัญชนะซ้อนเช่นกัน แม้ในตำแหน่งท้ายพยางค์จะออกเสียงเพียงตัวเดียวก็ตาม
เมื่อพยางค์ที่มีตัวสะกดตามด้วยอีกพยางค์หนึ่งภายในคำเดียวกัน จะเกิดการซ้อนพยัญชนะขึ้นตรงรอยต่อ โดยพยัญชนะตัวบนของกลุ่มคือตัวสะกดของพยางค์แรก ส่วนพยัญชนะต้นของพยางค์ถัดไปจะเขียนเป็นรูปเชิง (subscript) อยู่ข้างใต้ ส่วนคำหลายพยางค์ที่มาจากภาษาสันสกฤต บาลี หรือฝรั่งเศส มักมีการเน้นเสียงสลับไปมาในแต่ละพยางค์ แต่ก็ไม่เสมอไป
ข้อควรระวังสำคัญคือ "พยางค์เชิงเสียง" (phonetic syllable, พยางค์ตามที่ออกเสียงจริง) กับ "พยางค์เชิงอักขรวิธี" (orthographic syllable, พยางค์ตามรูปเขียน) ไม่ใช่สิ่งเดียวกันเสมอไป พยางค์เชิงอักขรวิธีจะขึ้นต้นด้วยพยัญชนะ (หรือกลุ่มพยัญชนะ) เสมอ และรวมเอาพยัญชนะซ้อนทั้งกลุ่มไว้เป็นหน่วยเดียวพร้อมเครื่องหมายประกอบทั้งหมด ดังนั้นเมื่อเกิดการซ้อนพยัญชนะกลางคำ พยางค์เชิงอักขรวิธีอาจเริ่มจากตัวสะกดของพยางค์ก่อนหน้าและต่อเนื่องไปจนถึงพยัญชนะต้นของพยางค์ถัดไป ตัวอย่างเช่นคำทับศัพท์ "Kathmandu" ในภาษาเขมร เมื่อแบ่งตามพยางค์เชิงเสียงจะได้ 3 พยางค์คือ [kaɖ · man · ɖu] แต่เมื่อแบ่งตามพยางค์เชิงอักขรวิธีกลับได้ขอบเขตต่างออกไป ดังภาพ
แบ่งตามพยางค์เชิงเสียง (phonetic syllable): [kaɖ · man · ɖu]
แบ่งตามพยางค์เชิงอักขรวิธี (orthographic syllable) — สังเกตว่าขอบเขตพยางค์เลื่อนไปคนละจุดกับภาพบน
4. พยัญชนะและทะเบียนเสียง
4.1 พยัญชนะพื้นฐาน 33 ตัว
พยัญชนะเขมรสมัยใหม่ที่ใช้งานจริงมี 33 ตัว แบ่งเป็น 2 กลุ่มทะเบียนเสียงตามสระในตัว คือกลุ่ม [ɑ] (14 ตัว) และกลุ่ม [ɔ] (19 ตัว)
| กลุ่มทะเบียนเสียง | พยัญชนะ |
| กลุ่ม [ɑ] (สระในตัว [ɑː]) | ប ផ ត ដ ថ ឋ ក ខ អ ច ឆ ស ហ ណ |
| กลุ่ม [ɔ] (สระในตัว [ɔː]) | ព ភ ទ ឌ ធ ឍ គ ឃ ជ ឈ ម ន ញ ង វ រ ឡ ល យ |
หมายเหตุการตรวจสอบ: หน้าต้นทางมีจุดที่ให้ข้อมูลขัดแย้งกันเอง โดยตารางสรุปตัวอักษร (
Basic consonants) บนหน้าเว็บติดป้ายกลุ่มสลับกับตัวอย่างเสียงอ่านจริงในหน้าเดียวกัน (ทั้งส่วน
Consonant registers ที่สาธิตว่า
ក อ่าน
[kɑː] และ
គ อ่าน
[kɔː] และส่วน
Inherent vowels ที่ยืนยันตรงกัน) บทความนี้จึงยึดตามตัวอย่างเสียงอ่านจริงและหลักภาษาศาสตร์ประวัติ (พยัญชนะกลุ่ม ɑ สืบมาจากพยัญชนะไม่ก้องในภาษาเขมรโบราณ ส่วนกลุ่ม ɔ สืบมาจากพยัญชนะก้อง) ซึ่งตรงกับตารางเสียงพยัญชนะแต่ละตัว (หัวข้อ 4.5) และตารางสระ (หัวข้อ 5.2, 5.3) ที่แปลมาจากส่วนอื่นของหน้าเดียวกันอยู่แล้ว ไม่ใช่ตามป้ายกำกับในตาราง Basic consonants ที่สลับกัน
นอกจากนี้ยังมีพยัญชนะอีก 3 ตัวที่เลิกใช้แล้ว พบเฉพาะในการทับศัพท์คำบาลี-สันสกฤตเก่า คือ ឝ ឞ ៜ
4.2 ทะเบียนเสียงคืออะไร
เดิมทีภาษาเขมรรับระบบการเขียนที่มีจำนวนสัญลักษณ์สระน้อยกว่าจำนวนเสียงสระที่ต้องใช้จริง แต่กลับมีสัญลักษณ์พยัญชนะมากกว่าจำนวนเสียงพยัญชนะที่ต้องใช้ ภาษาเขมรจึงอาศัยพยัญชนะที่ "เกินมา" นี้ แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มทะเบียนเสียง (register) คือกลุ่ม [ɑ] กับกลุ่ม [ɔ] แล้วให้ทะเบียนเสียงของพยัญชนะต้นเป็นตัวกำหนดว่าเครื่องหมายสระที่ตามมาจะอ่านออกเสียงอย่างไร ดังตัวอย่าง
| พยัญชนะกลุ่ม [ɑ] | เสียงอ่าน | พยัญชนะกลุ่ม [ɔ] | เสียงอ่าน |
| ក | [kɑː] | គ | [kɔː] |
| ក + ី | [kəj] | គ + ី | [kiː] |
| ក + ា | [kaː] | គ + ា | [kiə] |
สังเกตว่าเครื่องหมายสระ ី หรือ ា รูปเดียวกันเป๊ะ แต่ให้เสียงอ่านต่างกันโดยสิ้นเชิงเมื่อพยัญชนะนำเป็นคนละกลุ่ม ปัจจัยอื่นที่อาจมีผลต่อเสียงเพิ่มเติมได้แก่การเน้นเสียงและการคล้อยเสียงสระ (ดูหัวข้อ 5.5) ทะเบียนเสียงทั้งสองกลุ่มนี้ไม่เกี่ยวข้องกับวรรณยุกต์แต่อย่างใด เพราะภาษาเขมรไม่มีวรรณยุกต์
เนื่องจากพยัญชนะเขมรมีสระในตัวอยู่แล้วโดยปริยาย ระบบการเขียนจึงต้องมีวิธีบอกเมื่อพยัญชนะนั้น "ไม่" ตามด้วยเสียงสระ (ดูหัวข้อ 4.6 และ 7) ตัวอย่างเช่นคำต่อไปนี้ที่พยัญชนะแต่ละตัวออกเสียงสระในตัวของตัวเองตามปกติ
| កមល | [kaʔ.ˈmɑl] | "ดอกบัว" |
| ពពក | [pɔ.ˈpɔːʔ] | "เมฆ" |
4.3 พยัญชนะเพิ่มเติมสำหรับคำยืม
เพื่อถอดเสียงคำยืมจากภาษาต่างประเทศ (โดยเฉพาะฝรั่งเศสและไทย) ที่ไม่มีเสียงตรงในภาษาเขมรแท้ๆ เขมรใช้ชุดอักษรควบพิเศษซึ่งส่วนใหญ่ขึ้นต้นด้วย ហ ได้แก่ ប៉ ហ្គ ហ្គ៊ ហ្វ ហ្វ៊ ហ្ស ហ្ស៊ ใช้แทนเสียง [p], [ɡ] (กลุ่ม ɑ), [ɡ] (กลุ่ม ɔ), [f] (กลุ่ม ɑ), [f] (กลุ่ม ɔ), [ʒ~z] (กลุ่ม ɑ), [ʒ~z] (กลุ่ม ɔ) ตามลำดับ
4.4 การเปลี่ยนทะเบียนเสียงด้วยเครื่องหมาย
เนื่องจากพยัญชนะบางเสียงมีอักษรแทนอยู่เพียงตัวเดียว (ไม่มีคู่กลุ่ม [ɑ]/[ɔ] ให้เลือกใช้) เช่น ម, យ, ស ภาษาเขมรจึงใช้เครื่องหมายกำกับ 2 ตัวเพื่อเปลี่ยนทะเบียนเสียงของพยัญชนะเหล่านี้แทน:
| เครื่องหมาย | หน้าที่ |
| ◌៉ | เปลี่ยนทะเบียนเสียงจากกลุ่ม [ɔ] เป็นกลุ่ม [ɑ] |
| ◌៊ | เปลี่ยนทะเบียนเสียงจากกลุ่ม [ɑ] เป็นกลุ่ม [ɔ] |
ตัวอย่างเปรียบเทียบ:
| មក | [mɔːʔ] | "มา" |
| ម៉ប | [mɑːp] | "หมอตำแย" |
| បែង | [ɓaeŋ] | "แบ่งสัดส่วน" |
| ប៊ែន | [ɓɛːn] | "เมืองแบร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์" |
เครื่องหมายทั้งสองปกติจะปรากฏอยู่เหนือพยัญชนะ แต่ถ้าตำแหน่งเหนือพยัญชนะถูกเครื่องหมายสระอื่นครองอยู่ก่อนแล้ว เครื่องหมายเปลี่ยนทะเบียนเสียงอาจย้ายไปอยู่ใต้พยัญชนะแทน (มีรูปคล้ายเครื่องหมายสระ ◌ុ จนแยกไม่ออกด้วยตา) นอกจากนี้พยัญชนะกลุ่ม [ɔ] บางตัวยังเปลี่ยนเป็นกลุ่ม [ɑ] ได้ด้วยการเติม ហ นำหน้าแทนการใช้เครื่องหมาย ได้แก่ ហ្ម ហ្ន ហ្ល
4.5 เสียงพยัญชนะแต่ละตัว
ตารางต่อไปนี้แปลจากตาราง
Consonant sounds to characters ในเอกสารต้นทางทั้งหมด แสดงเสียงพยัญชนะทั้งหมดของภาษาเขมร พร้อมทุกรูปเขียนที่ใช้แทนเสียงนั้นในแต่ละตำแหน่ง (ต้นพยางค์แยกตามทะเบียนเสียง ต้นกลุ่มพยัญชนะซ้อน และตัวสะกด) ทับศัพท์ครบตามเอกสารต้นทาง โดยไม่ตัดทอน
| เสียง | ตำแหน่ง | รูปเขียน | หมายเหตุ |
| [p] | กลุ่ม ɑ | ព៉ | คำยืม |
| กลุ่ม ɑ | ប៉ | คำยืม |
| กลุ่ม ɑ | ប | บางคำ ตามธรรมเนียม |
| กลุ่ม ɔ | ព | + ต้นกลุ่มพยัญชนะซ้อน + ตัวสะกด |
| ต้นกลุ่มพยัญชนะซ้อน | ប្ | — |
| ต้นกลุ่มพยัญชนะซ้อน | ភ្ | — |
| ต้นกลุ่มพยัญชนะซ้อน | ផ្ | — |
| ตัวสะกด | ប | — |
| ตัวสะกด | ភ | — |
| ตัวสะกด | ផ | ไม่ค่อยพบ |
| [pʰ] | กลุ่ม ɑ | ផ | — |
| กลุ่ม ɔ | ភ | — |
| [ɓ (~b)] | กลุ่ม ɑ | ប | — |
| กลุ่ม ɔ | ប៊ | — |
| [t] | กลุ่ม ɑ | ត | + ต้นกลุ่มพยัญชนะซ้อน + ตัวสะกด |
| กลุ่ม ɔ | ទ | + ต้นกลุ่มพยัญชนะซ้อน + ตัวสะกด |
| ต้นกลุ่มพยัญชนะซ้อน | ថ្ | — |
| ต้นกลุ่มพยัญชนะซ้อน | ឋ្ | — |
| ต้นกลุ่มพยัญชนะซ้อน | ធ្ | — |
| ตัวสะกด | ថ | — |
| ตัวสะกด | ឋ | — |
| ตัวสะกด | ដ | — |
| ตัวสะกด | ដ្ឋ | — |
| ตัวสะกด | ឌ | — |
| ตัวสะกด | ថ | — |
| ตัวสะกด | ធ | — |
| ตัวสะกด | ឍ | — |
| [tʰ] | กลุ่ม ɑ | ថ | + ต้นกลุ่มพยัญชนะซ้อน |
| กลุ่ม ɑ | ឋ | — |
| กลุ่ม ɔ | ធ | — |
| กลุ่ม ɔ | ឍ | ใช้เฉพาะในคำบาลี-สันสกฤตไม่กี่คำ |
| [ɗ (~d)] | กลุ่ม ɔ | ឌ | หายาก ใช้เฉพาะในคำบาลี-สันสกฤตไม่กี่คำ |
| กลุ่ม ɑ | ដ | + ต้นกลุ่มพยัญชนะซ้อน |
| กลุ่ม ɑ | ត | ที่ต้นคำสองพยางค์ เมื่อพยางค์แรกลงท้ายด้วยตัวสะกดนาสิก |
| [c] | กลุ่ม ɑ | ច | + ต้นกลุ่มพยัญชนะซ้อน + ตัวสะกด |
| กลุ่ม ɔ | ជ | + ต้นกลุ่มพยัญชนะซ้อน + ตัวสะกด |
| ต้นกลุ่มพยัญชนะซ้อน | ឈ្ | — |
| ต้นกลุ่มพยัญชนะซ้อน | ឆ្ | — |
| [cʰ] | กลุ่ม ɑ | ឆ | + ต้นกลุ่มพยัญชนะซ้อน |
| กลุ่ม ɔ | ឈ | + ต้นกลุ่มพยัญชนะซ้อน |
| [k] | กลุ่ม ɑ | ក | + ต้นกลุ่มพยัญชนะซ้อน + ตัวสะกด |
| กลุ่ม ɔ | គ | + ต้นกลุ่มพยัญชนะซ้อน + ตัวสะกด |
| ต้นกลุ่มพยัญชนะซ้อน | ខ្ | — |
| ต้นกลุ่มพยัญชนะซ้อน | ឃ្ | — |
| ตัวสะกด | ខ | — |
| ตัวสะกด | ឃ | — |
| [kʰ] | กลุ่ม ɑ | ខ | — |
| กลุ่ม ɔ | ឃ | — |
| ต้นกลุ่มพยัญชนะซ้อน | ក្ | เมื่อตามด้วยตัวเชิง ម, ន หรือ ល |
| ต้นกลุ่มพยัญชนะซ้อน | គ្ | เมื่อตามด้วยตัวเชิง ម หรือ ន |
| [ɡ] | กลุ่ม ɑ | ហ្គ | คำยืม |
| กลุ่ม ɔ | ហ្គ៊ | คำยืม |
| [ʔ] | กลุ่ม ɑ | អ | + ต้นกลุ่มพยัญชนะซ้อน หรือไม่มีเลยก็ได้ |
| กลุ่ม ɔ | អ៊ | — |
| ตัวสะกด | ក | หลังสระกลุ่มหนึ่งในนี้: [a, aː, ɑ, ɑː, eə̆, uə̆, iə, ɨə, uə] |
| ตัวสะกด | គ | หลังสระกลุ่มหนึ่งในนี้: [a, aː, ɑ, ɑː, eə̆, uə̆, iə, ɨə, uə] |
| ตัวสะกด | ខ | หลังสระกลุ่มหนึ่งในนี้: [a, aː, ɑ, ɑː, eə̆, uə̆, iə, ɨə, uə] |
| ตัวสะกด | ឃ | หลังสระกลุ่มหนึ่งในนี้: [a, aː, ɑ, ɑː, eə̆, uə̆, iə, ɨə, uə] |
| [f] | กลุ่ม ɑ | ហ្វ | คำยืม |
| กลุ่ม ɔ | ហ្វ៊ | คำยืม |
| [s] | กลุ่ม ɑ | ស | + ต้นกลุ่มพยัญชนะซ้อน + ตัวสะกด เฉพาะการอ่านแบบทางการมาก |
| กลุ่ม ɔ | ស៊ | — |
| [ʒ (~z)] | กลุ่ม ɑ | ហ្ស | — |
| กลุ่ม ɔ | ហ្ស៊ | — |
| [h] | กลุ่ม ɑ | ហ | — |
| กลุ่ม ɔ | ហ៊ | — |
| ตัวสะกด | ស | — |
| ตัวสะกด | ◌ះ | แทนเสียง [-ah] หลังพยัญชนะกลุ่ม ɑ และ [-eə̆h] หลังพยัญชนะกลุ่ม ɔ |
| [m] | กลุ่ม ɑ | ម៉ | — |
| กลุ่ม ɑ | ហ្ម | — |
| กลุ่ม ɔ | ម | + ต้นกลุ่มพยัญชนะซ้อน + ตัวสะกด |
| ตัวสะกด | ◌ុំ | — |
| ตัวสะกด | ◌ំ | — |
| ตัวสะกด | ◌ាំ | — |
| [n] | กลุ่ม ɑ | ណ | + ต้นกลุ่มพยัญชนะซ้อน + ตัวสะกด |
| กลุ่ม ɑ | ហ្ន | บางคำ |
| กลุ่ม ɔ | ន | + ตัวสะกด |
| [ɲ] | กลุ่ม ɑ | ញ៉ | — |
| กลุ่ม ɔ | ញ | + ตัวสะกด |
| [ŋ] | กลุ่ม ɑ | ង៉ | — |
| กลุ่ม ɔ | ង | + ตัวสะกด |
| ตัวสะกด | ញ | หลังสระ [iː] |
| [w] | ตัวสะกด | វ | เมื่อเป็นเสียงเลื่อนท้ายพยางค์ |
| ตัวสะกด | ◌ៅ | — |
| [ʋ] | กลุ่ม ɑ | វ៉ | — |
| กลุ่ม ɔ | វ | — |
| [r] | กลุ่ม ɑ | រ៉ | — |
| กลุ่ม ɔ | រ | — |
| [rɨ] | รูปสระลอย (vocalic) | ឫ | — |
| [rɨː] | รูปสระลอย (vocalic) | ឬ | — |
| [l] | กลุ่ม ɑ | ឡ | — |
| กลุ่ม ɑ | ហ្ល | — |
| กลุ่ม ɔ | ល | + ต้นกลุ่มพยัญชนะซ้อน + ตัวสะกด |
| [lɨ] | รูปสระลอย (vocalic) | ឭ | — |
| [lɨː] | รูปสระลอย (vocalic) | ឮ | — |
| [j] | กลุ่ม ɑ | យ៉ | — |
| กลุ่ม ɔ | យ | + ตัวสะกด แม้ในตำแหน่งท้ายพยางค์อาจออกเสียงเป็น [iː] ก็ได้ |
| ตัวสะกด | ◌ៃ | — |
4.6 ตัวสะกด (coda)
ไม่ใช่พยัญชนะเขมรทุกตัวที่จะปรากฏเป็นตัวสะกดท้ายพยางค์ได้ ตัวสะกดที่พบบ่อยที่สุดมีเพียง ប ត ក ម ន ញ ង ល เท่านั้น (แทนเสียง [-p, -t, -k, -m, -n, -ŋ, -ŋ, -l] ตามลำดับ) เสียงของพยัญชนะเมื่อเป็นตัวสะกดอาจต่างจากเมื่อเป็นพยัญชนะต้น แต่จะไม่มีเสียงสระตามหลังเสมอ
เนื่องจากไม่มีเครื่องหมายแบ่งพยางค์หรือแบ่งคำ การอ่านพยัญชนะซ้ำกันสองตัวติดกันจึงกำกวมได้ ตัวอย่างเช่นลำดับอักษร កក อาจอ่านเป็นสองพยางค์ [kɑː.kɑː] (พยัญชนะทั้งคู่ออกเสียงสระในตัว) หรืออ่านเป็นพยางค์เดียว [kɑːʔ] (ตัวหลังเป็นตัวสะกด) ก็ได้ ขึ้นอยู่กับคำ
นอกจากตัวสะกดที่เป็นพยัญชนะโดยตรงแล้ว ยังมีเสียงตัวสะกดอีก 2 เสียงคือ [-m] และ [-h] ที่เขียนด้วยเครื่องหมายประกอบ (นิคหิตและระมุข) แทนตัวพยัญชนะ ดูรายละเอียดที่หัวข้อ 5.6
5. สระ
สระที่ตามหลังพยัญชนะเขียนด้วยเครื่องหมายสระประกอบพยัญชนะ (vowel sign) 21 รูป บวกกับพยัญชนะกึ่งสระอีก 2 ตัว (យ, វ) และเครื่องหมายเปลี่ยนทะเบียนเสียงอีก 2 รูปที่กล่าวไปแล้ว เนื่องจากภาษาเขมรมีเสียงสระมากกว่าจำนวนรูปเขียนที่มี เครื่องหมายสระรูปเดียวกันจึงอ่านออกเสียงต่างกันได้ ขึ้นอยู่กับทะเบียนเสียงของพยัญชนะนำ นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นร่วมด้วย เช่น การเน้นเสียง การคล้อยเสียงสระ (vowel harmony) และเครื่องหมายพิเศษต่างๆ
5.1 ตำแหน่งการเขียนเครื่องหมายสระ
เครื่องหมายสระทุกตัวจะพิมพ์และจัดเก็บไว้ "หลัง" พยัญชนะต้นเสมอ แต่เวลาแสดงผลบางตัวจะถูกจัดวางไปอยู่ตำแหน่งอื่นรอบพยัญชนะ แบ่งได้เป็น 3 แบบหลัก
สระเขียนซ้าย (prebase) มี 3 รูปคือ េ ែ ៃ แม้จะพิมพ์ไว้หลังพยัญชนะ แต่จะแสดงผลอยู่ทางซ้ายของพยัญชนะแทน ดังตัวอย่าง
| គេ | [keː] | "เขา/พวกเขา" (สรรพนามบุรุษที่สาม สุภาพ) |
| កែ | [kae] | "แก้ไข/ซ่อม" |
| កៃ | [kaj] | "ไก" (ไกปืน) |
คำแรกที่จริงประกอบด้วยรหัส គ ตามด้วย េ แต่แสดงผลโดยเอาสระไปไว้ข้างหน้า ดังภาพ
คำ កែងដៃ [kaeŋdaj] "ข้อศอก" มีสระเขียนซ้าย 2 ตัว (สีครีม) ที่พิมพ์ไว้หลังพยัญชนะ (สีน้ำตาล/ดำ) แต่แสดงผลไว้ข้างหน้า
สระเขียนซ้ายจะไม่แทรกเข้าไปกลางกลุ่มพยัญชนะซ้อน หากคำขึ้นต้นด้วยกลุ่มพยัญชนะซ้อน สระเขียนซ้ายจะถูกวางไว้หน้ากลุ่มพยัญชนะทั้งหมด ไม่ใช่แทรกอยู่ระหว่างพยัญชนะตัวที่ออกเสียงสระจริงกับพยัญชนะตัวก่อนหน้า ดังตัวอย่างคำ (ประกอบด้วย អ, ង, ្គ, ្ល, េ, ស)
| អង្គ្លេស | [ʔɑŋ.kleːh] | "ภาษา/ประเทศอังกฤษ" |
คำ អង្គ្លេស [ʔɑŋ.kleːh] "ภาษา/ประเทศอังกฤษ" สระเขียนซ้าย (สีครีม) ออกเสียงตามหลังกลุ่มพยัญชนะซ้อนทั้งหมด (สีส้ม) แต่แสดงผลไว้หน้าสุด
สระวงรอบ (circumgraph) มี 5 รูปคือ ៀ ឿ ើ ោ ៅ แม้ในหน่วยความจำจะเป็นอักขระตัวเดียว แต่เมื่อแสดงผลจะแยกเป็นส่วนต่างๆล้อมรอบพยัญชนะ (หรือกลุ่มพยัญชนะซ้อน) ทั้งด้านหน้าและด้านหลังพร้อมกัน ดังตัวอย่างคำ
คำ គ្រឿង [krɨəŋ] "อุปกรณ์/กลไก" สระวงรอบ ឿ (สีครีม) ล้อมรอบกลุ่มพยัญชนะซ้อน គ្រ (สีส้ม) ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง
สระประกอบหลายส่วน (composite vowel sign) คือสระที่เกิดจากการนำเครื่องหมายสระข้างต้นมาประกอบเข้ากับเครื่องหมายอื่น (เช่นนิคหิตหรือระมุขในหัวข้อ 5.6) จนกลายเป็นหน่วยเสียงใหม่ ตัวอย่างที่พบบ่อยได้แก่ ◌ាំ ◌ុំ ◌ុះ ◌េះ ◌ោះ ◌ិះ ◌ឹះ ◌ូវ ◌ើះ ◌ែះ ◌័រ ◌ិយ ◌័យ ◌ាំង
5.2 เสียงอ่านของสระเดี่ยวและสระในตัว เทียบกับรูปเขียน
ตารางต่อไปนี้แปลจากตาราง
Plain vowels ในเอกสารต้นทางทั้งหมด แสดงว่าแต่ละเสียงสระเขียนได้กี่แบบ ในตำแหน่งใดบ้าง (◌ แทนตำแหน่งพยัญชนะที่สระเกาะอยู่ "รูปลอย" คือรูปที่ใช้เมื่อไม่มีพยัญชนะต้นจริงๆนำหน้า)
| เสียง (IPA) | ตำแหน่ง | รูปเขียน | หมายเหตุ |
| [i] | กลุ่ม ɔ | ិ | ตามด้วยเสียงกักเส้นเสียงถ้าเป็นพยางค์ที่เน้นเสียง |
| รูปลอย | អ៊ិ | — |
| [iː] | กลุ่ม ɔ | ី | — |
| รูปลอย | អ៊ី | — |
| อื่นๆ | ិយ | — |
| ท้ายคำ | យ | บางคำ |
| [ɨ] | กลุ่ม ɔ | ឹ | — |
| รูปลอย | អ៊ឹ | — |
| รูปลอย | ឥ | — |
| อื่นๆ | ◌ឹ | ยกเว้นหน้าตัวเชิง ្យ |
| อื่นๆ | ◌េ | หน้าพยัญชนะเพดานแข็ง |
| [ɨː] | กลุ่ม ɔ | ឺ | — |
| รูปลอย | អ៊ឺ | — |
| [u] | กลุ่ม ɔ | ុ | ตามด้วยเสียงกักเส้นเสียงถ้าเป็นพยางค์ที่เน้นเสียง |
| รูปลอย | អ៊ុ | — |
| รูปลอย | ឧ | — |
| อื่นๆ | ◌់ | หลังสระในตัวกลุ่ม ɔ และหน้าตัวสะกดริมฝีปาก |
| [uː] | กลุ่ม ɔ | ូ | — |
| รูปลอย | អ៊ូ | — |
| รูปลอย | ឩ | — |
| [e] | กลุ่ม ɑ | ◌ិ | ตามด้วยเสียงกักเส้นเสียงถ้าเป็นพยางค์ที่เน้นเสียง |
| รูปลอย | អិ | — |
| [eː] | กลุ่ม ɔ | ◌េ | ตามด้วยเสียงกักเส้นเสียงถ้าเป็นพยางค์ที่เน้นเสียง |
| รูปลอย | អេ | — |
| รูปลอย | អ៊ែ | — |
| [o] | กลุ่ม ɑ | ◌ុ | ตามด้วยเสียงกักเส้นเสียงถ้าเป็นพยางค์ที่เน้นเสียง |
| รูปลอย | អុ | — |
| รูปลอย | ឧ | — |
| [oː] | กลุ่ม ɔ | ◌ោ | ตามด้วยเสียงกักเส้นเสียงถ้าเป็นพยางค์ที่เน้นเสียง |
| รูปลอย | អូ | — |
| รูปลอย | អ៊ោ | — |
| [ə] | กลุ่ม ɑ | ◌ិ | — |
| กลุ่ม ɑ | ◌ឹ | — |
| กลุ่ม ɑ | ◌េ | หน้าพยัญชนะเพดานแข็ง |
| รูปลอย | អ៊់ | — |
| รูปลอย | ◌ឥ | — |
| [əː] | กลุ่ม ɑ | ◌ើ | — |
| รูปลอย | អ៊ | — |
| รูปลอย | អឺ | — |
| [ɛː] | กลุ่ม ɔ | ◌ែ | — |
| รูปลอย | អ៊ែ | — |
| [ɔː] | สระในตัวกลุ่ม ɔ | — | ตัวอย่าง គ อ่านว่า [kɔː] |
| รูปลอย | អ៊ | — |
| [a] | กลุ่ม ɑ | ◌័ | — |
| กลุ่ม ɑ | ា◌់ | — |
| รูปลอย | អា់ | — |
| [aː] | กลุ่ม ɑ | ◌ា | — |
| รูปลอย | អា | — |
| [ɑ] | กลุ่ม ɑ | ◌់ | หลังสระในตัวกลุ่ม ɑ |
| รูปลอย | អ់ | — |
| [ɑː] | สระในตัวกลุ่ม ɑ | — | ตัวอย่าง ក อ่านว่า [kɑː] |
| รูปลอย | អ | — |
| (เครื่องหมายพิเศษ) | อัสฎา (ahsda) | ៏ | ใช้เหนือพยัญชนะ 2 ตัว เพื่อบ่งชี้ว่าเป็นการเขียน 2 คำแยกกัน |
5.3 เสียงอ่านของสระประสมและสระประกอบ เทียบกับรูปเขียน
ตารางต่อไปนี้แปลจากตาราง
Diphthongs and rhymes ในเอกสารต้นทางทั้งหมด ครอบคลุมทั้งสระประสมล้วนๆ และสระประกอบที่รวมตัวสะกด/นิคหิต/ระมุขไว้ในตัว (เช่น -h, -m, -ŋ)
| เสียง (IPA) | ตำแหน่ง | รูปเขียน | หมายเหตุ |
| [iə] | กลุ่ม ɔ | ◌ា | — |
| ทั้งสองกลุ่ม | ◌ៀ | — |
| [ih] | กลุ่ม ɔ | ិះ | — |
| กลุ่ม ɔ | េះ | — |
| [ɨə] | ทั้งสองกลุ่ม | ◌ឿ | — |
| [ɨj] | กลุ่ม ɔ | ័យ | — |
| กลุ่ม ɔ | ◌ៃ | — |
| [ɨw] | กลุ่ม ɔ | ូវ | — |
| กลุ่ม ɔ | ◌ៅ | — |
| [uə] | ทั้งสองกลุ่ม | ◌ួ | — |
| [uə̆] | กลุ่ม ɔ | ◌់ | หลังสระในตัวกลุ่ม ɔ และหน้าตัวสะกดที่ไม่ใช่ริมฝีปาก |
| [uə̆h] | กลุ่ม ɔ | ោះ | — |
| [uh] | กลุ่ม ɔ | ុះ | — |
| [um] | กลุ่ม ɔ | ុំ | — |
| กลุ่ม ɔ | ◌ំ | — |
| [ei] | กลุ่ม ɑ | េ | — |
| [eə̆] | กลุ่ม ɔ | ◌័ | หน้าตัวสะกดกลุ่มเพดานอ่อน |
| กลุ่ม ɔ | ា◌់ | หน้าตัวสะกดกลุ่มเพดานอ่อน |
| [eə̆ʔ] | กลุ่ม ɔ | ៈ | — |
| [eh] | กลุ่ม ɑ | ិះ | — |
| กลุ่ม ɑ | េះ | — |
| กลุ่ม ɑ | ែះ | — |
| [eə̆h] | กลุ่ม ɔ | ◌ះ | — |
| [eə̆ŋ] | กลุ่ม ɔ | ាំង | — |
| [ou] | กลุ่ม ɑ | ◌ូ | — |
| รูปลอย | ◌ឩ | — |
| [oə̆] | กลุ่ม ɔ | ◌័ | หน้าตัวสะกดที่ไม่ใช่เพดานอ่อน |
| กลุ่ม ɔ | ា◌់ | หน้าตัวสะกดที่ไม่ใช่เพดานอ่อน |
| [oə̆m] | กลุ่ม ɔ | ាំ | หน้าตัวสะกดที่ไม่ใช่เพดานอ่อน |
| [oh] | กลุ่ม ɑ | ុះ | — |
| [om] | กลุ่ม ɑ | ុំ | — |
| [əɨ] | กลุ่ม ɑ | ◌ឺ | — |
| [əj] | กลุ่ม ɑ | ◌ី | — |
| กลุ่ม ɔ | ិយ | — |
| รูปลอย | ◌ឥ | — |
| รูปลอย | ◌ឦ | — |
| [əw] | กลุ่ม ɑ | ូវ | — |
| รูปลอย | ◌ឪ | — |
| [əh] | กลุ่ม ɑ | ឹះ | — |
| รูปลอย | ើះ | ปกติสะกดเป็นคำ ចង្កឹះ |
| [ɔə] | กลุ่ม ɔ | ័រ | — |
| [ae] | กลุ่ม ɑ | ◌ែ | — |
| รูปลอย | ◌ឯ | — |
| [aə] | กลุ่ม ɑ | ◌ើ | — |
| [ao] | กลุ่ม ɑ | ◌ោ | — |
| รูปลอย | ◌ឧ | — |
| รูปลอย | ◌ឱ | — |
| รูปลอย | ◌ឲ | — |
| [aj] | กลุ่ม ɑ | ័យ | — |
| กลุ่ม ɑ | ◌ៃ | — |
| รูปลอย | ◌ឰ | — |
| [aw] | กลุ่ม ɑ | ◌ៅ | — |
| รูปลอย | ◌ឳ | — |
| [aʔ] | กลุ่ม ɑ | ៈ | — |
| [ah] | กลุ่ม ɑ | ោះ | — |
| กลุ่ม ɑ | ◌ះ | — |
| [am] | กลุ่ม ɑ | ាំ | — |
| [ɑm] | กลุ่ม ɑ | ◌ំ | — |
| [ɑŋ] | กลุ่ม ɑ | ាំង | — |
สังเกตว่าตัวอักษร រ ในสระประกอบ ◌័រ ปกติจะไม่ออกเสียงเมื่ออยู่ท้ายพยางค์ แต่เมื่อรวมกับ ◌័ แล้วจะให้เสียง [ɔə] ดังตัวอย่างคำ
| ជ័រ | [cɔə] | "ยาง/กาว/น้ำมันยาง" |
5.4 ความยาวสระ
ความยาวของสระมีนัยสำคัญในการแยกความหมายในภาษาเขมร สระสั้นและสระยาวเขียนด้วยสัญลักษณ์คนละรูปกัน เช่นเปรียบเทียบสระ [i] สั้นและ [iː] ยาวในคำต่อไปนี้ (คำยืมจากภาษาอังกฤษ)
| ហ្វ៊ីស៊ិក | [fiːsik] | "ฟิสิกส์" |
5.5 การคล้อยเสียงสระ (vowel harmony)
ในคำสองพยางค์ หากพยางค์ที่สองขึ้นต้นด้วยพยัญชนะก้อง (sonorant) ตัวใดตัวหนึ่งในกลุ่ม ង ញ ណ ន ម យ ឡ ល រ វ ทะเบียนเสียงของสระในพยางค์ที่สองจะ "คล้อยตาม" ทะเบียนเสียงของพยางค์แรกแทนที่จะเป็นไปตามพยัญชนะต้นของตัวเอง ตัวอย่างเช่นคำต่อไปนี้ที่พยางค์หลังขึ้นต้นด้วยพยัญชนะกลุ่ม [ɔ] แต่กลับออกเสียงสระเป็นกลุ่ม [ɑ] ตามพยางค์แรก (แม้กฎนี้จะมีข้อยกเว้นอยู่บ้าง)
| ប្រយ័ត្ន | [prɑ.ˈjat] | "ระวัง/ต้องระมัดระวัง" |
5.6 นิคหิตและระมุข
◌ំ เรียกว่านิคหิต (និគ្គហិត, [nɨk.kĕəʔ.hət]) และ ◌ះ เรียกว่าระมุข (រះមុខ, [reə̆hmuk]) สืบทอดมาจากอนุสวาร (anusvara) และวิสรรชนีย์ (visarga) ในอักษรอินเดีย ในภาษาเขมรถือเป็น "สระ" แม้ทั้งสองจะแทนเสียงพยัญชนะท้ายพยางค์ [-m] และ [-h] ตามลำดับก็ตาม เหตุที่นับเป็นสระเพราะทั้งคู่ไม่เพียงเติมตัวสะกดท้ายพยางค์ แต่ยังเปลี่ยนเสียงสระตัวหน้าไปด้วยพร้อมกัน ดังตัวอย่างเปรียบเทียบ
| ដម | [ɗɑːm] | "น้ำหวานดอกไม้" |
| ដំ | [ɗɑm] | "ตำ (ด้วยครก)" |
นิคหิตยังตามหลังเครื่องหมายสระที่ปกติออกเสียง [aː] หรือ [u]/[uː] แล้วเปลี่ยนค่าเสียงไปได้ด้วย ดังตัวอย่างผลของนิคหิตต่อเครื่องหมายสระ ◌ា
| ពាម | [piəm] | "ปากแม่น้ำ" |
| ពាំ | [pɔ̀əm] | "คาบ (ด้วยปาก)" |
ตารางต่อไปนี้จัดข้อมูลใหม่จากผัง rhyme ในหัวข้อ
Nikahit and reahmuk ของเอกสารต้นทาง โดยแยกเป็นตารางตามทะเบียนเสียงเพื่อให้อ่านง่ายขึ้น เนื้อหาครบตามต้นฉบับ
หลังพยัญชนะกลุ่ม ɑ:
| ◌ិះ | [eh] |
| ◌េះ | [eh] |
| ◌ែះ | [eh] |
| ◌ុះ | [oh] |
| ◌ុំ | [om] |
| ◌ឹះ | [əh] |
| ◌ើះ | [əh] |
| ◌ះ | [ah] |
| ◌ោះ | [ah] |
| ◌ាំ | [am] |
| ◌ំ | [am] |
| ◌ាំង | [aŋ] |
หลังพยัญชนะกลุ่ม ɔ (สังเกตว่าบางรูปซ้ำกับข้างต้น แต่ออกเสียงต่างกัน):
| ◌ិះ | [ih] |
| ◌េះ | [ih] |
| ◌ោះ | [uə̆h] |
| ◌ុះ | [uh] |
| ◌ុំ | [um] |
| ◌ំ | [um] |
| ◌ះ | [eə̆h] |
| ◌ាំង | [eə̆ŋ] |
| ◌ាំ | [oə̆m] |
ทั้งนี้ ាំ และ ុំ ถือเป็นตัวอักษรเขมร 2 ตัวในทางการนับตัวอักษร แม้จะไม่ได้เข้ารหัสแยกต่างหากในยูนิโค้ดก็ตาม
5.7 เครื่องหมายปรับสระ
◌័ (สังโยคสัญญา, samyok sannya) ใช้ในคำยืมจากบาลี-สันสกฤตบางคำ (แม้จะมีรูปสะกดแบบอื่นที่ใช้แทนกันได้ด้วย) เพื่อระบุว่าพยางค์นั้นมีเสียงสระที่เจาะจง ดังตัวอย่าง
| ស័ក | [saʔ] | "ยุค/ศักราช" |
| ល័ខ | [lĕəʔ] | "สีย้อมแดง" |
◌់ (บนตก, bantoc) วางไว้เหนือพยัญชนะตัวสะกดเสมอ ทำหน้าที่ทำให้สระข้างหน้าสั้นลง ดังตัวอย่างเปรียบเทียบ
| ខាត | [kʰaːt] | "ขาดทุน" |
| ខាត់ | [kʰat] | "ขัดเงา" |
6. สระลอยอิสระ
คำที่ดูเหมือนขึ้นต้นด้วยสระลอยๆโดยไม่มีพยัญชนะนำนั้น ส่วนใหญ่แล้วแท้จริงออกเสียงและเขียนตามหลังเสียงกักเส้นเสียง (glottal stop) เสมอ โดยใช้พยัญชนะ អ (สำหรับสระกลุ่ม [ɑ]) หรือ អ៊ (สำหรับสระกลุ่ม [ɔ]) ตามด้วยเครื่องหมายสระตามปกติ ดังตัวอย่าง
| អូ | [ʔou] | คำอุทาน |
| អ៊ូ | [ʔuː] | "อู่ซ่อมเรือ" |
| ចង្អូរ | [cɑŋ.ˈʔou] | "คลอง/ร่องน้ำ" |
เมื่อใช้ตามลำพังไม่มีสระตาม พยัญชนะทั้งสองนี้จะออกเสียงเป็นสระในตัวของตัวเอง ([ɑː] และ [ɔː] ตามลำดับ) นอกจากนี้ยังใช้พยัญชนะ អ เป็นตัวเชิงอยู่ใต้พยัญชนะต้นได้ด้วย ดังตัวอย่าง
| ក្អាត់ | [kʔat] | "ลูกอ๊อด" |
| ចង្អៀត | [cɑŋ.ˈʔiət] | "แคบ" |
นอกจากนี้ภาษาเขมรยังมีชุด "อักษรสระลอยอิสระ" (independent vowel letter) ที่ไม่ต้องพึ่งพยัญชนะ អ เลย ได้แก่ ឥ ឦ ឪ ឧ ឩ ឯ ឰ ឱ ឳ ឲ อย่างไรก็ตาม ต่างจากอักษรตระกูลอินเดียใต้ทั่วไป ชุดสระลอยอิสระของเขมรมีจำนวนน้อยกว่าจำนวนเสียงสระที่มีอยู่จริงมาก และบางตัวก็ไม่มีเครื่องหมายสระประกอบพยัญชนะที่ตรงกันโดยตรง เช่น ឪ ที่มีเสียงตรงกับสระประกอบ អូវ (ไม่ใช่สระเดี่ยว) คำที่ใช้อักษรกลุ่มนี้มีจำนวนจำกัด แต่บางคำก็เป็นคำที่ใช้บ่อยมาก ดังตัวอย่าง
| ឪពុក | [ʔəwpuk] | "พ่อ" |
| ឲ្យ | [ʔaoj] | "ให้" |
| ឮ | [lɨː] | "ได้ยิน" |
ทั้งนี้อักษรสระลอยอิสระกับพยัญชนะ អ/អ៊ บวกเครื่องหมายสระ ไม่สามารถใช้แทนกันได้ตามใจ แต่ละคำมีรูปสะกดที่ตายตัวอยู่แล้ว
ภาษาเขมรยังมีอักษร 4 ตัวที่ทำหน้าที่แทนเสียงสระซึ่งเกิดจากพยัญชนะ ร และ ล (เรียกว่า vocalic ในภาษาศาสตร์ คล้ายกับ ऋ ในภาษาสันสกฤต) ได้แก่ ឫ ([rɨ]), ឬ ([rɨː]), ឭ ([lɨ]) และ ឮ ([lɨː]) ดังตัวอย่าง
| ឫស | [rɨh] | "ราก" |
| ឫស្សី | [rɨh.ˈsəj] | "ไผ่" |
| រំឭក | [rum.ˈlɨk] | "รำลึก/หวนคิดถึง" |
| ស្ដាប់ឮ | [sɗap ˈlɨː] | "ฟังได้ยิน" |
ยูนิโค้ดยังมีอักษรอีก 3 ตัวที่เลิกใช้แล้วหรือไม่ควรใช้: ឨ เป็นสระลอยที่ล้าสมัย ส่วน ឣ และ ឤ มาตรฐานยูนิโค้ดถือว่าเป็นความผิดพลาดในการเข้ารหัสตั้งแต่แรก ไม่ควรนำมาใช้งาน
7. การไม่มีสระตามหลังและพยัญชนะซ้อน
เนื่องจากพยัญชนะเขมรทุกตัวมีสระในตัวติดอยู่โดยปริยาย ระบบการเขียนจึงต้องมีกลไกบอกเมื่อพยัญชนะนั้น "ไม่" ตามด้วยเสียงสระ ซึ่งมักเกิดขึ้นเมื่อพยัญชนะเป็นตัวสะกดท้ายพยางค์ หรือเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มพยัญชนะซ้อน กลไกหลักที่ใช้คือการเขียนพยัญชนะซ้อนกันเป็น "ตัวเชิง" ซึ่งจะอธิบายในหัวข้อนี้
7.1 พยัญชนะซ้อน (conjunct stack)
กลุ่มพยัญชนะที่ไม่มีเสียงสระคั่นกลางพบได้บ่อยมากที่ต้นคำ ซึ่งรวมถึงเสียงที่มักเรียกว่าเสียงกล้ำกลาง เช่น -r และ -l และกลุ่มพยัญชนะควบแบบอื่นๆ ที่หลากหลายกว่านั้น ดังตัวอย่าง
| ក្ដារ | [kɗaː] | "กระดาน" |
| ឆ្កែ | [cʰkae] | "สุนัข" |
| ធ្មេញ | [tʰmɨɲ] | "ฟัน" |
| ផ្សែង | [pʰsaeŋ] | "ควัน" |
กลุ่มพยัญชนะที่กลางคำและท้ายคำก็พบได้เช่นกัน การไม่มีสระคั่นระหว่างพยัญชนะเช่นนี้จะแสดงด้วยการเขียน "ซ้อน" กันในแนวตั้งเสมอ (ไม่มีวิธีอื่น) โดยพยัญชนะตัวที่ไม่ใช่ตัวแรกจะปรากฏเป็นรูปย่อ (subscript) อยู่ใต้พยัญชนะตัวหน้า พยัญชนะซ้อนจะไม่ข้ามขอบเขตของคำ กล่าวคือพยัญชนะท้ายคำหนึ่งกับพยัญชนะต้นของคำถัดไปจะไม่ถูกเขียนซ้อนกัน
ในระบบยูนิโค้ด การซ้อนพยัญชนะทำได้โดยแทรกอักขระที่มองไม่เห็นเรียกว่า "ตัวเชิง" (coeng, U+17D2) ไว้ระหว่างพยัญชนะสองตัว อักขระนี้ไม่มีรูปแสดงผลเป็นของตัวเองเลยเมื่อใช้ในการซ้อนพยัญชนะตามปกติ เช่น ស + ตัวเชิง + ព = ស្ព [sp] (เสียงกลุ่มพยัญชนะควบ ไม่ใช่คำที่มีความหมาย)
ชาวเขมรเรียกรูปพยัญชนะเชิงนี้ว่า "เชิงอักษร" (ជើងអក្សរ, [cəːŋ ʔaksɑː], แปลตรงตัวว่า "ขาอักษร") และมองว่าเป็นรูปอักษรที่แยกต่างหากจากพยัญชนะปกติ พยัญชนะแทบทุกตัวมีรูปเชิงของตัวเองที่ย่อขนาดลง บางตัวเปลี่ยนรูปไปมากจนแทบจำไม่ได้ ดังตัวอย่าง (เป็นเพียงตัวอย่างเสียงกลุ่มพยัญชนะควบ ไม่ใช่คำที่มีความหมาย)
| ម្ផ | [mpʰ] |
| ស្ន | [sn] |
| ឌ្ឍ | [ttʰ] |
| ត្រ | [tr] |
โดยเฉพาะ រ ที่รูปเชิงจะม้วนโค้งไปทางซ้ายและอยู่ใต้พยัญชนะตัวหน้า ต่างจากพยัญชนะอื่นส่วนใหญ่ที่รูปเชิงจะอยู่ตรงกลางด้านล่าง
พยางค์กลางคำที่มีตัวสะกดตามด้วยพยางค์ใหม่มักเกิดพยัญชนะซ้อนแบบนี้อยู่เสมอ เช่นคำต่อไปนี้ (ประกอบด้วย ច, ង, ្ក, ើ, ះ)
| ចង្កើះ | [cɑŋ.ˈkaəh] | "ตะเกียบ" |
และบางคำก็มีพยัญชนะซ้อนกันถึง 2 ชั้น ซึ่งส่วนใหญ่ประกอบด้วยพยัญชนะนาสิกตามด้วยพยัญชนะกักและ រ ดังตัวอย่าง
| កន្ត្រៃ | [kɑn.traj] | "กรรไกร" |
| កញ្ជ្រោង | [kɑɲ.ˈcroːŋ] | "สุนัขจิ้งจอก" |
ยกเว้นคำยืมบางคำ 3 คำต่อไปนี้:
| អង្គ្លេស | [ʔɑŋ.kleːh] | "อังกฤษ" |
| សងស្ក្រិត | [sɑŋ.skret] | "สันสกฤต" |
| សាស្ត្រាចារ្យ | [saːh.straː.caː] | "อาจารย์" |
นอกจากนี้พยัญชนะเชิงที่อยู่ท้ายคำมักไม่ออกเสียงเลย ดังตัวอย่าง
| ពេទ្យ | [pɛːt] | "แพทย์/หมอ" |
| រដ្ឋ | [rŏət] | "รัฐ" |
7.2 ทะเบียนเสียงของพยัญชนะซ้อน
เมื่อพยัญชนะทั้งสองตัวในกลุ่มพยัญชนะซ้อนอยู่คนละทะเบียนเสียงกัน ปกติแล้วทะเบียนเสียงของพยัญชนะตัวเชิง (ตัวล่าง) จะเป็นตัวกำหนดเสียงของสระที่ตามมา ยกเว้นกรณีที่ตัวเชิงเป็นหนึ่งในพยัญชนะกลุ่ม [ɔ] ต่อไปนี้: ង ញ ន ម យ រ ល វ ซึ่งในกรณีนี้ทะเบียนเสียงของพยัญชนะตัวแรก (ตัวบน) จะเป็นตัวกำหนดแทน
7.3 ตำแหน่งเครื่องหมายสระเมื่อมีพยัญชนะซ้อน
เครื่องหมายสระส่วนใหญ่ (รวมถึงสระเขียนซ้ายและสระวงรอบ) เมื่อตามหลังกลุ่มพยัญชนะซ้อนจะแสดงผลราวกับติดอยู่กับพยัญชนะตัวบนสุดของกลุ่ม ดังตัวอย่าง
| ក្លិន | [kʰlən] | "กลิ่น" |
| ឆ្វេង | [cʰʋeiŋ] | "ซ้าย" |
| ភ្លៀង | [pʰliəŋ] | "ฝน" |
และบางครั้งก็เกิดการเชื่อมรูป (ligature) ระหว่างพยัญชนะตัวบนกับเครื่องหมายสระด้วย เว้นแต่พยัญชนะเชิงตัวนั้นเป็นแบบเว้นที่ด้านขวา (right-spacing) ดังตัวอย่าง
| ក្ដារ | [kɗaː] | "กระดาน" |
| ក្រាក់ | [kraʔ] | "แก่นไม้" |
| ក្បាល | [kɓaːl] | "หัว" |
ยกเว้นเครื่องหมายสระที่อยู่ใต้พยัญชนะ ซึ่งจะไปติดกับพยัญชนะเชิงตัวสุดท้ายของกลุ่มแทน ดังตัวอย่าง
| ខ្ពុរ | [kpuː] | "บ้วนปาก" |
| ត្រុំ | [trom] | "สีคราม" |
7.4 การไม่มีสระโดยไม่มีเครื่องหมายบ่งชี้
แม้พยัญชนะซ้อนจะเป็นวิธีหลักในการบอกว่าไม่มีสระตามหลัง แต่ก็มีคำจำนวนไม่น้อยที่การไม่มีสระไม่ได้ถูกทำเครื่องหมายไว้ชัดเจนเลย โดยเฉพาะหลังพยัญชนะที่เป็นตัวสะกดท้ายคำ ดังตัวอย่าง
สังเกตความกำกวมของรูปสะกด ไม่มีสิ่งใดบ่งชี้ว่าพยัญชนะ 2 ตัวแรกของคำข้างต้นออกเสียงเป็น [kɑːʔ] (พยางค์เดียว ตัวหลังเป็นตัวสะกด) ไม่ใช่ [kɑ.kɑː] (สองพยางค์ ออกเสียงสระในตัวทั้งคู่) ดังเช่นในคำ
สระในตัวมักไม่ออกเสียงหลังพยัญชนะที่เป็นตัวสะกดท้ายคำเช่นกัน ดังตัวอย่าง
| កាល | [kaːl] | "กาล/เมื่อ" |
| កំពុក | [kɑm.ˈpuk] | "เน่า" |
แม้จะมีคำข้อยกเว้นอยู่บ้าง เช่น
| កលហ | [kaʔ.laʔ.haʔ] | "ความขัดแย้ง" |
ที่พยัญชนะท้ายกลับออกเสียงสระในตัวตามปกติ ลักษณะนี้ทำให้การอ่านออกเสียงคำเขมรที่ไม่คุ้นเคยด้วยกฎเกณฑ์ล้วนๆเป็นเรื่องยาก จำเป็นต้องอาศัยความคุ้นเคยกับคำนั้นๆประกอบด้วย
8. เครื่องหมายทำเสียงเงียบ
นอกจากพยัญชนะซ้อนแล้ว ภาษาเขมรยังมีเครื่องหมายกำกับอีกชุดหนึ่งที่ทำหน้าที่ "ทำให้เงียบเสียง" ตัวอักษรหรือสระบางส่วนของคำ มักพบในคำยืมจากบาลี-สันสกฤต:
| เครื่องหมาย | ชื่อ | หน้าที่ | ตัวอย่าง |
| ◌៍ | ทัณฑฆาต | วางบนพยัญชนะเพื่อทำให้พยัญชนะตัวนั้น (รวมถึงสระหรือตัวเชิงที่ติดอยู่ด้วย) เงียบเสียงไปทั้งหมด | សប្តាហ៍ [sap.pə.ɗaː] "สัปดาห์" |
| រេហ៍ពល [rɔ.puə̆l] "กองทัพ" |
| កេរ្តិ៍ [kei] "เกียรติ/ชื่อเสียง" |
| ◌៌ | โรบาท | พบไม่บ่อย กลางคำอาจให้เสียง [rə] นำหน้าพยัญชนะที่ตัวมันติดอยู่ ส่วนท้ายคำอาจทำให้พยัญชนะท้ายเงียบเสียงไป | បរិបូណ៌ [ɓɑ.ri.ɓou] "อุดมสมบูรณ์" |
| ◌៑ | วิราม | ใช้บ้างในคำสันสกฤตเพื่อบอกว่าพยัญชนะท้ายไม่มีเสียงสระตามหลัง | អាត្មន៑ [ʔaːt.man] "อาตมัน/วิญญาณ" |
| ◌៝ | อัฒจันทร์ | เครื่องหมายหายาก ใช้บอกว่าพยัญชนะท้าย "ยังคง" มีเสียงสระในตัวอยู่ (ตรงข้ามกับเครื่องหมายข้างต้น) | — |
9. ตัวเลขและสกุลเงิน
ภาษาเขมรมีชุดตัวเลขเป็นของตัวเอง แม้บางครั้งจะใช้เลขอารบิกปนด้วยก็ตาม:
ตัวคั่นหลักพันใช้จุด ( . ) ส่วนตัวคั่นทศนิยมใช้จุลภาค ( , ) ซึ่งสลับกับธรรมเนียมไทย/อังกฤษ ส่วนช่วงตัวเลขและวันที่ใช้ยัติภังค์แบบ ASCII ตามปกติ
สัญลักษณ์สกุลเงินเรียล ៛ (มาจากคำว่า សញ្ញារៀល, [sɑɲ.ɲaː riəl], "เครื่องหมายเรียล") จะวางไว้หลังจำนวนเงินเสมอ บางครั้งก็ใช้ រ แทนสัญลักษณ์นี้ก็ได้ ดังตัวอย่าง
| ៣.០០០ ៛ | [ɓəj pŏən riəl] | "3,000 เรียล" |
10. การเว้นวรรคและเครื่องหมายวรรคตอน
ดังที่กล่าวไปแล้ว ภาษาเขมรไม่เว้นวรรคระหว่างคำ แต่การตัดขึ้นบรรทัดใหม่ยังคงต้องตัดตามขอบเขตคำเสมอ (บางครั้งมีการแทรกอักขระเว้นวรรคกว้างศูนย์ ZWSP เพื่อกำหนดจุดที่ตัดคำได้) การเว้นวรรคด้วยช่องว่างจริงจะใช้เพื่อคั่นวลีหรือประโยคแทน
เครื่องหมายวรรคตอนพื้นเมืองที่พบบ่อย ได้แก่
| เครื่องหมาย | ชื่อ | หน้าที่ |
| ។ | ขัณฑ์ | จบประโยค คล้ายมหัพภาค (.) |
| ៖ | จ็อมนุจปีกูส | คล้ายทวิภาค (:) |
| ៕ | ปริโยสาน | จบตอนหรือจบเรื่อง |
| ៗ | เลขโท | เครื่องหมายซ้ำคำหรือวลีก่อนหน้า |
เครื่องหมาย ៗ ใช้บ่อยเพื่อเน้นย้ำความหมาย ซ้ำได้ทั้งคำเดี่ยวและทั้งวลี ดังตัวอย่าง
| ខ្លាំង ៗ | [kʰlaŋ kʰlaŋ] | "แรงมากๆ" |
| គាត់មានផ្ទះថ្មី ៗ | [kaːtʰ miən pʰteə̯h tʰməitʰməi] | "เขามีบ้านหลังใหม่เอี่ยม" |
| បន្តិចម្ដង ៗ | [ɓɑntec mɗɑːŋ ɓɑntec mɗɑːŋ] | "ทีละน้อยๆ" |
| ខ្ញុំទៅផ្ទះខ្ញុំ ៗ នៅជិតផ្សារ | [kʰɲom tɨw pteə̆h kʰɲom · pteə̆h kʰɲom nɨw cɨt psaː] | "ฉันไปบ้านฉัน [ที่] บ้านฉันอยู่ใกล้ตลาด" |
ตัวอย่างสุดท้ายแสดงการใช้ซ้ำคำท้ายประโยคหนึ่งเป็นคำขึ้นต้นประโยคถัดไปด้วย ส่วนคำว่า "ฯลฯ" ในภาษาเขมรเขียนว่า ។ល។ (อ่านว่า [laʔ])
นอกจากเครื่องหมายพื้นเมืองแล้ว ภาษาเขมรยังยืมเครื่องหมายวรรคตอนแบบ ASCII มาใช้ด้วย เช่น วงเล็บ ( ) สำหรับข้อความในวงเล็บ ส่วนเครื่องหมายคำพูดตามมาตรฐานเขมรแท้ควรใช้ "..." และเครื่องหมายคำพูดซ้อนใน '...' แม้ในทางปฏิบัติจริงมักพบการใช้เครื่องหมายคำพูดแบบ ASCII ตรงๆ (" ") ปนอยู่ด้วยเพราะข้อจำกัดของแป้นพิมพ์
11. การเปลี่ยนรูปและตำแหน่งตามบริบท
หัวข้อนี้กล่าวถึงข้อยกเว้นบางประการต่อกฎทั่วไปที่ว่าตัวอักษรเขมรแทบไม่มีปฏิสัมพันธ์กันทางรูปร่างเลย นอกเหนือจากตำแหน่งที่ใช้รูปเชิง (subscript) รูปเชิงของพยัญชนะอาจมีรูปร่างต่างจากพยัญชนะต้นแบบไปมาก (ดูตัวอย่างในหัวข้อ 7.1) แต่บางครั้งก็ต้องปรับรูปเพิ่มเติมอีกเมื่อมีการซ้อนกันหลายชั้น เช่นความยาวของส่วนท้ายที่เปลี่ยนไป ดังภาพ
รูปเชิงของ ញ (U+1799) ในคำ ង្យ (ซ้าย) จะถูกยืดยาวขึ้นเมื่อเป็นพยัญชนะเชิงตัวที่สองในกลุ่มพยัญชนะซ้อน ดังคำ ង្ខ្យ (ขวา)
11.1 ลำดับการวางรูปอักษร (glyph order)
แม้อักขระประกอบทั้งหมดจะพิมพ์และจัดเก็บไว้หลังพยัญชนะต้นเสมอ แต่ลำดับการแสดงผลของส่วนประกอบพยางค์ทางสายตาอาจไม่เรียงจากซ้ายไปขวาตามลำดับเส้นตรงเสมอไป ตัวอย่างเช่นคำต่อไปนี้ ตำแหน่งที่แสดงผลของแต่ละเสียงในคำแรกเรียงจากที่ออกเสียงก่อนไปหลังคือ ซ้ายสุด, ขวาสุด, ล่าง, ซ้าย, ซ้าย ตามลำดับ ส่วนคำที่สอง ส่วนต่างๆ ที่มองเห็นแยกกัน เรียงจากซ้ายไปขวา ตรงกับลำดับเสียงที่ 3, 2, (1 รวมกับ 4), 5 เครื่องหมายสระบางตัวจึงคร่อมพยัญชนะต้นหรือกลุ่มพยัญชนะได้ถึง 2-3 ด้านพร้อมกัน
| កន្ត្រៃ | [kɑn.traj] | "กรรไกร" |
| ច្រៀង | [criəŋ] | "ร้องเพลง" |
11.2 รูปเชื่อมของเครื่องหมายสระ ◌ា (joining form for AA)
เครื่องหมาย ◌ា (U+17B6) และสระที่มีรูปทรงคล้ายกันมีการเชื่อมรูปเล็กน้อยกับพยัญชนะบางตัว มาตรฐานยูนิโค้ดระบุรูปแบบทั่วไปไว้ดังนี้
| ក + ា = កា |
| ប + ា = បា (เพื่อไม่ให้สับสนกับ ហ) |
| ប + ៅ = បៅ |
| ្ស + ា = ្សា |
11.3 ตำแหน่งเครื่องหมายเปลี่ยนทะเบียนเสียง (register-shifter position)
หน้าที่ของเครื่องหมายเปลี่ยนทะเบียนเสียงอธิบายไว้แล้วในหัวข้อ 4.4 เมื่อเครื่องหมาย ◌៉ (มูสิกทันต์, [museʔkətoən]) หรือ ◌៊ (ตรีสัพท์, [trəisaɓ]) ปรากฏพร้อมกับเครื่องหมายสระที่อยู่เหนือพยัญชนะ อาจใช้รูป "กเบียสโกรม" (ក្បៀសក្រោម, [kɓiəhkraom]) แทน ซึ่งมีรูปร่างเหมือนเครื่องหมายสระ ◌ុ ทุกประการ จนแยกไม่ออกด้วยตา ดังภาพ
ตำแหน่งและรูปทรงทางเลือกของตรีสัพท์ ในคำ អ៊ី [ʔiː] (คำอุทาน) และ អ៊ូ [ʔuː] "อู่ซ่อมเรือ"
แม้มาตรฐานยูนิโค้ดจะให้ความรู้สึกว่าเครื่องหมายทั้งสองจะย้ายลงไปอยู่ใต้พยัญชนะทุกครั้งที่มีสระอยู่เหนือพยัญชนะนั้น แต่ในความเป็นจริงมีเพียงพยัญชนะบางตัวเท่านั้นที่มีพฤติกรรมนี้ (พฤติกรรมอาจต่างกันไปบ้างตามฟอนต์) โดยทั่วไปมูสิกทันต์จะถูกลดตำแหน่งลงใต้พยัญชนะสำหรับตัวอักษรต่อไปนี้: ប វ ម ន ញ ង រ ល យ ส่วนตรีสัพท์จะถูกลดตำแหน่งลงสำหรับ: ស ហ អ
หากต้องการยกเลิกพฤติกรรมนี้ (กรณีฟอนต์รองรับ) สามารถแทรกอักขระเว้นวรรคกว้างศูนย์แบบไม่เชื่อมรูป (ZWNJ, U+200C) ระหว่างพยัญชนะต้นกับเครื่องหมายเปลี่ยนทะเบียนเสียงได้ ดังตัวอย่างคำ
| ប្រតឺងអ៊ឹះ | [prɑː.təɨŋ.ʔɨh] | "เร่งด่วน/ยุ่งเกินไป" |
ตรีสัพท์แสดงผลอยู่เหนือพยัญชนะเมื่อแทรก ZWNJ ไว้ก่อนหน้าทันที (ซ้าย) ต่างจากเมื่อไม่แทรก ซึ่งจะถูกย้ายไปอยู่ใต้พยัญชนะแทน (ขวา)
11.4 พยัญชนะ ญ เมื่อมีตัวเชิงตามหลัง (NYO with subscript)
อีกลักษณะหนึ่งที่พบบ่อยคือพยัญชนะ ញ จะตัดหางส่วนที่ม้วนอยู่ใต้เส้นบรรทัดออก เมื่อตามด้วยพยัญชนะเชิง ดังภาพ
คำ បញ្ជី [ɓɑɲ.ˈciː] "รายการ/บัญชี" (ซ้าย) แสดง ញ รูปตัดหาง เพราะตามด้วยพยัญชนะเชิง ต่างจากคำ ឃើញ [kʰəːɲ] "เห็น" (ขวา) ที่ไม่มีพยัญชนะเชิงตามหลัง จึงแสดงรูปเต็ม
นอกจากนี้เมื่อ ញ ปรากฏเป็นตัวเชิงอยู่ใต้ตัวมันเอง (พยัญชนะซ้อนกันเป็นตัวเดียวกัน) จะใช้รูปเชิงแบบเต็มรูปเป็นกรณีพิเศษ ดังภาพ
คำ កញ្ញា [kaɲ.ˈɲaː] "นางสาว/เด็กหญิง" (ซ้าย) แสดงรูปเชิง ញ ใต้ตัวเองแบบเต็มรูปพิเศษ ต่างจากรูปเชิงปกติของ ញ ใต้พยัญชนะอื่นอย่างในคำ ប្រាជ្ញា [praːc.ˈɲaː] "ปัญญา" (ขวา)
11.5 สระเชื่อมรูปในอักษรมูล (vowel ligature)
ในรูปแบบอักษรมูล (អក្សរមូល) เครื่องหมายสระบางตัวจะเชื่อมรูปเข้ากับตัวพยัญชนะที่ประกอบด้วย ดังตัวอย่างคำในภาพ
| វិទូ | [ʋi.ˈtuː] | "ผู้เชี่ยวชาญ" |
เสียง [vi] ในฟอนต์อักษรมูล เขียนแบบเชื่อมรูปตามปกติ (ซ้าย) เทียบกับแบบที่ถูกบังคับไม่ให้เชื่อมรูป (ขวา)
พฤติกรรมนี้ขึ้นอยู่กับฟอนต์แต่ละตัว เช่นฟอนต์ Khmer Mool และ Khmer OS Muol จะเชื่อมรูป แต่ฟอนต์ Khmer Ratanakiri จะไม่เชื่อมรูป หากต้องการบังคับไม่ให้เชื่อมรูป ให้แทรก ZWNJ (U+200C) ระหว่างพยัญชนะกับเครื่องหมายสระ หรือหากต้องการบังคับให้เชื่อมรูปทั้งที่ฟอนต์ไม่รองรับตามปกติ ให้แทรก ZWJ (U+200D) แทน (ถ้าฟอนต์มีกฎรองรับ)
11.6 การจัดการรูปทรงอักษรด้วยอักขระควบคุม
ผู้เขียนเนื้อหาสามารถใช้ ZWNJ และ ZWJ เพื่อเปลี่ยนตำแหน่งของเครื่องหมายเปลี่ยนทะเบียนเสียง (ตามหัวข้อ 11.3) และจัดการการเชื่อมรูปสระในฟอนต์อักษรมูล (ตามหัวข้อ 11.5) ได้ตามต้องการ
12. อ้างอิง
🤖 บทความนี้ทำการแปลและสรุปความโดยใช้ Claude Code ช่วย