φυβλαςのβλογ
บล็อกของ phyblas



[星空のメモリア] โฮชิโซระโนะเมโมเรีย - โคงะซากะ จินามิ - สายใยแห่งคำว่าครอบครัว
เขียนเมื่อ 2010/02/01 09:14
แก้ไขล่าสุด 2021/09/28 16:42

หลังจากที่เล่นโฮชิโซระโนะเมโมเรียจบไปและก็รู้สึก ประทับใจเกมนี้เป็นอย่างมาก เรียกได้ว่าไม่เคยมีเกมไหนที่ทำได้ดีขนาดนี้มาก่อนเลยก็ว่าได้

สำหรับบทที่ประทับใจที่สุดนั้นก็คงเป็นบทของจินามิ ดังนั้นจึงตั้งใจที่จะเขียนสรุปเนื้อเรื่องของบทนี้ลง

เกมนี้มีคนแปลเนื้อเรื่องย่อลงบล็อกไว้โดยละเอียดอยู่แล้วคือนาคุง (Deviina)

http://sakuranomiya.exteen.com/spoil-game

ซึ่งตั้งแต่แรกสุดต้องขอบคุณนาคุงมากที่เขียนเรื่องย่อเกมนี้ให้อ่าน ซึ่งทำให้เราได้รู้จักและเกิดความสนใจในเกมนี้ขึ้น จนถึงขั้นพยายามเล่นให้จบทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม ในที่นาคุงแปลไว้นั้นยังไม่มีบทของจินามิ ดังนั้นจึงตัดสินใจที่จะเขียนขึ้นมา

 

สำหรับใครที่จะอ่านบทนี้ ต้องอ่าน

2009.04.19 - 星空のメモリア prologue

2009.04.21 - 星空のメモリア - ก่อนแยกบท

ในบล็อกนั้นมาก่อน เพราะมันต่อเนื่องมาจากตรงนั้น

สำหรับชื่อเรียกและศัพท์เฉพาะนั้นอาจมีการใช้ต่างกันบ้างเล็กน้อย ซึ่งจะเขียนอธิบายเอาไว้ตอนท้าย

 

ก่อนอื่นคงต้องบอกไว้ก่อนว่าบทของจินามินั้น สำหรับคนที่ไม่รู้มาก่อนคงจะคิดว่าเป็นบทที่ไม่น่าเล่นเลย แถมจินามิก็เป็นน้องสาวของโยว ซึ่งก็คงมีคนไม่ชอบสายนี้ และบางคนอาจต่อต้านด้วยซ้ำ ซึ่งตอนแรกยอมรับว่าตัวเองก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน ไม่ได้ตั้งใจที่จะเล่น เพียงแต่จำเป็นต้องเล่นให้ครบทุกบทไปเท่านั้น

แต่พอได้เล่นแล้ว กลับรู้สึกตรงกันข้ามเลย บทของจินามิไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับเรื่องแบบนั้นเลย เป็นเรื่องความรักความผูกพันระหว่างคนในครอบครัว พ่อแม่ลูกและพี่น้อง รวมถึงเพื่อน หนักไปที่อดีตของพ่อแม่ของโยว ว่ากันตามจริงแล้วแม้ว่าจะเรียกว่าเป็นบทของจินามิ แต่จินามิเองมีบทน้อยมาก

จินามิเป็นตัวละครที่ถ้าเห็นตั้งแต่ทีแรก คนส่วนใหญ่ก็คงจะรู้สึกว่าลักษณะตัวละครไม่ได้น่าติดใจอะไร แต่พอเล่นไปเรื่อยๆแล้วก็อาจจะเริ่มรู้สึกชอบขึ้นมา

 

 

 

วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม 2007

เช้าวันเสาร์วันหนึ่งในช่วงปิดเทอมฤดูร้อน จินามิตื่นนอนและลุกขึ้นมาจากเตียง ขณะที่กำลังงัวเงียไม่ได้สติอยู่นั้นก็ได้เดินไปหยิบหีบเพลงขึ้นมาและหมุนเพื่อเปิดให้เสียงทำนองดังขึ้น ถ้าเป็นเช้าวันธรรมดาเธอคงจะต้องรีบเร่งต้องไปโรงเรียน แต่เพราะว่าเป็นวันหยุดจึงมีเวลาฟังเพลงสบายๆอย่างใจเย็นได้ ท่วงทำนองเพลงนั้นได้ช่วยกล่อมเกลาจิตใจของจินามิให้รู้สึกปลอดโปร่งอยู่เสมอ

[กดเพื่อฟังหีบเพลง 星の夢 (orgel)]

วันนี้ จินามิตั้งใจว่าจะรีบตื่นเพื่อไปทำอาหารเช้าให้โยวทาน แต่พอตื่นและเดินออกมาที่ห้องทานอาหารก็กลับพบว่าโยวตื่นแล้วและกำลังทาน ข้าวอยู่ แถมยังบอกว่านี่เป็นมื้อเที่ยงแล้วด้วยไม่ใช่มื้อเช้า โยวบอกว่าขืนรอให้จินามิมาทำอาหารให้ก็ไม่ต่างอะไรกับอดตายน่ะสิ ทั้งสองเลยคุยทะเลาะและหยอกล้อกันเล่นอยู่สักพักอย่างเคย

สักพักชิโนะก็ออกมาที่ห้องทานอาหารด้วยท่าทีที่เหมือนจะเพิ่งตื่นเช่นกัน พอชิโนะบอกว่าจะทำอาหารจินามิก็บอกว่าจะขอไปช่วยด้วย

โยวแปลกใจว่าทำไมจินามิถึงได้คิดจะทำอาหารขึ้นมา โยวพูดกับจินามิว่าถ้าอยากจะทำอาหารให้ก็ให้รีบนอนเร็วตื่นเร็วซะ เพราะนั่นก็เป็นคำที่จินามิเคยสัญญาไว้กับคุณแม่ก่อนตายเช่นกัน จินามิจึงตกลงและบอกว่าถ้าหากตื่นเร็วได้ละก็โยวต้องยอมให้เธอทำอาหารให้ทาน

จากนั้นโยวก็เดินออกไปถึงบริเวณหน้าบ้าน จินามิตามมาถามว่าจะไปไหน โยวจึงบอกว่าจะออกไปทำงานพิเศษที่ร้านมิลกีเวย์บ้านของอาสึโฮะ จินามิจึงบอกว่าอยากจะไปทำงานบ้าง แต่โยวก็ถามว่าการบ้านเสร็จปิดเทอมทำเสร็จหรือยัง จินามิจึงบอกว่าเดี๋ยวก็มีคุณภูตมาช่วยทำให้ เพราะที่ผ่านมาคุณภูตก็มาช่วยเธอทำการบ้านตลอดทำให้มีส่งตลอดไม่เคยขาดเลย โยวคิดว่าจินามิคงจะเพี้ยนไปแล้วแน่เลยถึงพูดอะไรแปลกๆออกมา แต่จินามิก็ยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง คุณภูตจะปรากฏตัวขึ้นมากลางดึกเสมอ และจะพูดว่ายังไงเสียนี่ก็เป็นแค่ความฝัน และพอจินามิหลับก็จะหายไป

จากนั้นชิโนะก็เดินเข้ามาหา ทำให้โยวตกใจ เพราะเรื่องที่ตัวเองทำงานที่ร้านมิลกีเวย์อยู่นั้นเขาปิดเป็นความลับไม่ให้ชิโนะรู้ ชิโนะมาหาเพื่อที่จะให้เงินค่าขนมเนื่องในโอกาสที่เพิ่งผ่านเทศกาลฤดูร้อนมา ซึ่งโยวรู้สึกเกรงใจที่จะรับ แต่จินามิกลับยื่นมือเข้ารับอย่างดีใจ

 

ในที่สุดโยวก็ออกไปทำงานที่ร้านมิลกีเวย์โดยยอมให้จินามิตามไปด้วย จินามิเริ่มกลับมาสวมชุดเมดทำงานเช่นเดียวกับอาสึโฮะอีกครั้ง ซึ่งทั้งอาสึโฮะกับคุณพ่อโซวอิจิโรวรู้สึกถูกใจจินามิมาก ด้วยความขี้เล่นและร่าเริงตลอดเวลาของจินามิทำให้การทำงานในวันนั้นดูมีสีสันขึ้นมาเลย

จากนั้นอาสึกะก็เดินเข้ามาในร้าน โยวจึงถามถึงเรื่องที่อาสึกะกำลังหาข้อมูลเกี่ยวกับตำนานเล่าขานเรื่องยมทูตภายในโรงเรียนอยู่ อาสึกะบอกว่ายังไม่คืบหน้าไปไหนเลย แต่ก็จะเดินหน้าค้นหาต่อไป สักพักอาสึโฮะก็เข้ามาถามว่าจะไปออกสำรวจภายในโรงเรียนตอนกลางคืนอีกเมื่อไหร่ ซึ่งอาสึกะตอบว่ายังต้องหาข้อมูลเพิ่มเติมอีกเลยยังไม่รู้กำหนดแน่ชัด แต่ต้องมีไปอีกครั้งแน่นอน

 

วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม 2007

เช้าวันรุ่งขึ้นจินามิตื่นขึ้นมาตอนเช้าและบอกโยวว่าวันนี้ตัวเองตื่นเช้าแล้วขอทำอาหารให้ตามสัญญานะ แต่โยวบอกว่าสำหรับจินามิถือว่าเช้าแต่ถ้าเป็นวันธรรมดาละก็คงไปโรงเรียนสายไปแล้ว พร้อมบอกว่าตัวเองน่ะตื่นหกโมงเช้าทุกวันและมันก็เป็นเวลาตื่นทั่วไปสำหรับคนที่เป็นนักเรียนด้วย แต่จินามิยังไม่ยอมแพ้และบอกว่าพรุ่งนี้ต้องตื่นเช้ากว่าโยวให้ได้

วันนี้ทั้งคู่มาทำงานที่ร้านมิลกีเวย์อีกเช่นเคย ครั้งนี้รุ่นพี่โอกาอิซึมิมาเยี่ยมที่ร้านพร้อมหยิบหีบเพลงคาไลโด ซึ่งก็คือหีบเพลงที่ติดกระจกหมื่นบุปผา*ซึ่งเคยหยิบให้ดูเมื่อครั้งอยู่ในห้องชมรมมาด้วย ซึ่งส่วนที่เป็นหีบเพลงตอนนี้เสียอยู่ทำให้ไม่มีเสียง โอกาอิซึมิบอกว่าอยากจะเอามันไปซ่อม เพราะว่ามันเป็นสมบัติล้ำค่าของชมรมดาราศาสตร์หรือที่ตอนนี้เรียกว่าชมรมดูดาว ซึ่งตกทอดมานาน เห็นได้ยินมาว่ามีร้านขายหีบเพลงอยู่แถวๆริมแม่น้ำ แต่โยวบอกว่าวันนี้เขาอยากจะยืมมันไปสักหน่อย เพราะจะเอากระจกหมื่นบุปผาไปให้แมร์ดูเนื่องจากเคยสัญญากันเอาไว้

 

ตกกลางคืน โยวก็ไปหาแมร์และเอาหีบเพลงติดกระจกหมื่นบุปผาอันนั้นไปให้แมร์ดู พร้อมถือโอกาสขอโทษเรื่องที่โคซาเมะโจมตีใส่แมร์เมื่อวันก่อน เมื่อแมร์หมุนเกลียวและส่องกล้องดูข้างในก็พบแสงสีอันงดงามของกระจกหมื่นบุปผาและรู้สึกมีความสุขมาก แต่เมื่อส่งคืนให้โยว เขาก็ต้องตกใจว่าแมร์ทำมันพังกลายเป็นชิ้นๆไปแล้ว

ในขณะที่โยวกำลังตกใจและพยายามตรวจดูชิ้นส่วนของหีบเพลงที่พังไปอยู่นั้น ก็ได้พบกับของที่มีลักษณะเหมือนเป็นจี้ห้อยคออยู่ภายในหีบเพลง เขาสงสัยว่าทำไมมันถึงมาอยู่ในหีบเพลงได้ ดูยังไงก็ไม่ใช่ชิ้นส่วนอะไรแน่นอน

 

วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม 2007

เช้าวันต่อมาจินามิก็ตื่นมาตอนเช้าพร้อมบอกว่าขอทำอาหารให้โยวทานอีกเช่นเคย แต่โยวก็บอกว่ายังถือว่าสายเกินไปอยู่ดี จินามิสงสัยว่าทำไมโยวถึงยังตื่นเช้าได้อยู่ในเมื่อเมื่อคืนจินามิอุตส่าห์ แอบเอานาฬิกาปลุกไปซ่อนแล้วแท้ๆ ทำให้โยวบอกว่าขอบคุณที่อุตส่าห์สารภาพผิดออกมาด้วยตัวเอง พร้อมทั้งบีบหัวเป็นการลงโทษ แต่จินามิยังคงยืนยันเสียงแข็งว่าวันต่อไปต้องตื่นเช้ากว่าโยวให้ได้

วันนี้โยวไปทำงานที่ร้านมิลกีเวย์อีกเช่นเคย แต่จินามิไม่ได้มาด้วยเพราะมีนัดไปเล่นกับเพื่อน โอกาอิซึมิมาหาที่ร้านและพอโยวยื่นชิ้นส่วนของหีบเพลงที่แตกเป็นชิ้นๆให้ดู เขาก็ตกใจและทำท่าหดหู่และบอกว่าแบบนี้ชมรมดูดาวอาจเป็นอันต้องถูกยุบก็ได้ นะ

สักพักโซวอิจิโรวก็เข้ามาเห็นหีบเพลงและถามขึ้นมาทันทีว่านั่นคือหีบเพลงของชมรมดาราศาสตร์ใช่มั้ย โซวอิจิโรวเคยเป็นประธานชมรมดาราศาสตร์มาก่อน แต่เขาบอกว่าหีบเพลงอันนี้ถูกสร้างขึ้นมาภายหลังจากที่เขาเรียนจบไปแล้ว โซวอิจิโรวยังถามถึงคุณครูคนหนึ่งที่เคยเป็นที่ปรึกษาชมรมดาราศาสตร์มาก่อน โยวจึงบอกว่ารุ่นพี่โอกาอิซึมิมีไปขอให้คุณครูคนนั้นช่วยซ่อมให้มาแล้วแต่เขาบอกว่าจะไม่ซ่อมให้

โซวอิจิโรวถามถึงจี้ห้อยคอซึ่งหลุดออกมาจากหีบเพลงด้วย ซึ่งโยวสงสัยว่ามันน่าจะเป็นแค่เครื่องประดับ แต่โซวอิจิโรวบอกว่าไม่น่าใช่ เพราะว่าซ่อนเอาไว้ข้างในในส่วนที่มองไม่เห็นแบบนี้จะเรียกว่าเป็นเครื่อง ประดับคงไม่ได้ พอเขาเข้าไปดูมันใกล้ๆก็รู้ว่ามันคือเครื่องประดับที่ทำจากหินดาวตก แต่ไม่แน่ใจว่าเป็นของจริงหรือของปลอม แต่ถ้าเป็นของจริงละก็ แค่ ๑ กรัมก็ขายได้อย่างต่ำ ๔๐๐ เยนแล้ว

โซวอิจิโรวบอกว่าแทนที่จะเอาไปให้ร้านขายหีบเพลงซ่อม เขารู้จักอยู่คนนึงซึ่งน่าจะสามารถซ่อมได้ดีกว่า นอกจากนี้ยังอาจจะรู้ว่าหินดาวตกนี้เป็นของจริงหรือเปล่าด้วย ซึ่งเขาคนนั้นก็คือคุณครูคนที่พูดถึงเมื่อครู่นี้ ซึ่งเขาเป็นคุณครูที่ปรึกษาชมรมดาราศาสตร์ตั้งแต่สมัยที่โซวอิจิโรวเป็นนักเรียนอยู่นั่นเอง

 

จากนั้นพอออกมาข้างนอกร้าน โอกาอิซึมิก็จะพูดขึ้นอย่างสงสัยว่าการที่โซวอิจิโรวพูดแบบนี้ก็แสดงว่าคุณครูคนนั้นเขาเป็นคนสร้างหีบเพลงอันนั้นขึ้นมาเอง ไม่ใช่ว่าจ้างช่างให้สร้างให้ และในเมื่อคุณครูคนนั้นเคยบอกเองว่าจะไม่ซ่อมให้ แล้วทำไมโซวอิจิโรวถึงคิดว่าจะไปขอให้เขาช่วยซ่อมให้อีกได้ล่ะ

แต่โยวบอกว่าไม่ซ่อมให้ก็ไม่ได้หมายความว่าซ่อมไม่ได้ และไม่มีทางที่จะซ่อมไม่ได้อยู่แล้ว เพราะว่าหีบเพลงน่ะเป็นของที่ทำได้ง่ายมากเลย เมื่อก่อนโยวกับจินามิก็เคยช่วยกันสร้างหีบเพลงขึ้นมาเพื่อเป็นงานฝีมือส่งเป็นการบ้านช่วงปิดเทอม

จากนั้นทั้งสามคนจะไปเดินดูร้านขายหีบเพลงกัน ขากลับโอกาอิซึมิจะพูดถึงเรื่องหีบเพลงต่อ ว่าดูเหมือนคุณครูคนนั้นจะปิดบังอะไรเขาอยู่แน่นอน เพราะวันก่อนตอนที่ไปขอให้เขาช่วยซ่อมก็โดนปฏิเสธเสียงแข็งว่าจะไม่ซ่อมให้

 

วันพุธที่ 22 สิงหาคม 2007

เช้าวันนี้จินามิตื่นขึ้นมาด้วยเวลาที่เช้ากว่าเดิมอีก แต่โยวก็ยังคงบอกว่าช้าเกินไปอีกเช่นเคย จินามิก็ยืนยันด้วยเสียงแข็งกว่าเดิมว่ายังไงวันรุ่งขึ้นต้องตื่นก่อนโยวให้ได้

พอโยวเข้ามาทำงานที่ร้านมิลกีเวย์โซวอิจิโรวก็บอกเรื่องหีบเพลงว่าไปคุยกับคุณครูคนนั้นให้แล้ว คุณครูรู้สึกตกใจที่เห็นมันอยู่ในสภาพเป็นชิ้นๆแบบนี้ และรับปากว่าจะช่วยดูให้ พร้อมบอกด้วยว่าหินดาวตกนั้นเป็นของจริง โยวสงสัยว่าทำไมก่อนหน้านี้ไปขอให้ช่วยแล้วเขาบอกว่าจะไม่ซ่อมให้ ซึ่งอาสึโฮะก็บอกว่าน่าจะเป็นเพราะเขายุ่งมากไม่มีเวลาช่วยหรือเปล่า แต่โซวอิจิโรวปฏิเสธว่าไม่น่าจะใช่ เพราะตอนนี้เขาไม่ได้เป็นที่ปรึกษาให้ชมรมไหน

จากนั้นสักพักอาสึกะก็เข้ามาในร้าน พร้อมกับมีเรื่องมาเล่าให้ฟังว่าพวกชมรมเบสบอลมีไปเจอเรื่องแปลกๆมา เมื่อคืนนี้ประมาณหนึ่งทุ่มอยู่ดีๆก็ได้ยินเสียงเปียโนดังขึ้นจากชั้นสองซึ่งมีห้องดนตรีอยู่ พอเดินขึ้นไปดูไฟก็ดับพร้อมกับเสียงเพลงก็หายไปทันที แต่พอดูที่ห้องดนตรีก็ไม่พบอะไรผิดสังเกต

 

จากนั้นตอนกลางคืน ทั้งสี่คนคือโยว จินามิ อาสึโฮะ อาสึกะ ก็ได้มาสำรวจที่โรงเรียนตอนกลางคืนกัน ระหว่างเดินกันอยู่ที่ชั้นสองก็มองเห็นแสงไฟที่ห้องหนึ่งเปิดอยู่ ตอนแรกก็คิดว่านั่นน่าจะเป็นห้องดนตรี แต่พอดูดีๆแล้วก็พบว่าห้องที่ไฟเปิดอยู่คือห้องชมรมดูดาว และอาจจินตนาการได้ว่าเสียงเปียโนที่ได้ยินเมื่อคืนก็น่าจะเป็นแค่เสียงฉากหลังของวีดีโอ พวกเขาตัดสินใจว่าจะค่อยๆย่องเข้าไปดู

พอเข้าไปถึงที่ห้องและเปิดประตู ไฟก็กลับปิดลงเหลือเพียงความมืดมิด พร้อมกับเห็นเงาคนสองคนเดินออกมาจากห้อง แต่ด้วยความมืดจึงมองเห็นไม่ชัดเลย จากนั้นอาสึกะกับจินามิจึงวิ่งตามเงานั้นไป ส่วนโยวกับอาสึโฮะเข้าไปในห้องชมรมเพราะเป็นห่วงกล้องดูดาวที่อยู่ข้างใน แต่พอเข้าไปก็พบว่าไม่มีอะไรหาย ทางด้านอาสึกะที่ไล่ตามไปก็ไม่เจออะไร สุดท้ายทุกคนจึงนัดกันว่าวันหลังจะมาสำรวจโรงเรียนใหม่อีกที

 

โยวรู้สึกว่าภาพเงาที่เห็นนั้นให้ความรู้สึกคล้ายกับแมร์ หลังจากนั้นเขาจึงไปหาแมร์และถามเรื่องการปรากฏตัวและหายตัวของแมร์ แมร์บอกว่าเธอไม่ได้หายตัวไปไหนแค่สามารถทำให้ตัวเองไม่ปรากฏตัวต่อสายตาคนอื่นได้เท่านั้น แต่แท้จริงแล้วอาจจะยังวนเวียนอยู่รอบๆ

 

วันพฤหัสที่ 23 สิงหาคม 2007

วันต่อมาอาสึกะมาหาที่ร้านอีกพร้อมบอกว่าไปถามเด็กผู้หญิงที่อยู่ชมรมบาสเก็ตบอลมา พวกนั้นบอกมาว่าเห็นเงาคนที่ต้องสงสัย ซึ่งดูแล้วน่าจะเป็นคุณครูในโรงเรียนเพราะสวมชุดสูทอยู่ พวกเธอเล่าว่าคุณครูคนนั้นเดินเข้าไปในห้องโสตทัศนะแค่คนเดียว ดังนั้นสรุปว่าคนนึงที่เห็นเมื่อคืนต้องเป็นคุณครูคนนั้น

โยวเปลี่ยนเรื่องมาถามว่าทำไมอาสึกะถึงมาสนใจพวกสิ่งลึกลับ อาสึกะก็ตอบด้วยเสียงเศร้าๆว่านั่นเป็นเพราะน้องสาวถูกมนุษย์ต่างดาวพาตัวไป... แต่สักพักก็ยิ้มขึ้นมาแล้วบอกว่าแค่ล้อเล่นน่ะ

จากนั้นโซวอิจิโรวก็เข้ามาร่วมวงสนทนาด้วย อาสึกะถามเกี่ยวกับตำนานเล่าขาน โซวอิจิโรวก็ตอบว่าเรื่องนั้นเคยเล่าให้โยวฟังไปแล้ว เรื่องมีอยู่ว่า เมื่อก่อนมีชายหญิงอยู่คู่หนึ่งรักกันอยู่ แต่ฝ่ายชายรู้ว่าตัวเองป่วยอยู่และกำลังจะต้องตาย ดังนั้นจึงอยากให้คนรักลืมตัวเองไปซะ จากนั้นยมทูตจึงปรากฏตัวขึ้นและช่วยลบความทรงจำของเขาไปจากหญิงสาว และทำให้ทั้งคู่ได้แยกจากกัน

อาสึกะถามว่าชิโนะหรือมายากะจะรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้หรือเปล่า โซวอิจิโรวก็บอกว่ามายากะเป็นคนของศาลเจ้าน่าจะรู้เรื่องนี้ดี ดังนั้นทุกคนจึงตัดสินใจว่าจะไปหามายากะที่ศาลเจ้ากัน

 

หลังจากทุกคนก็เดินออกจากร้านกันเพื่อไปหามายากะ ชิโนะก็ได้เดินเข้ามาในร้านและคุยกันอยู่สักพัก ชิโนะบ่นว่าเพราะตัวเองพยายามไม่พอหรือไงกันนะ หลานทั้งสองคนถึงได้ต้องเสียสละเวลาเพื่อมาทำงานพิเศษที่ร้านนี้ ดูเหมือนชิโนะจะรู้เรื่องที่โยวกับจินามิแอบมาทำงานอยู่ เพราะเป็นครอบครัวเดียวกันยังไงก็ไม่สามารถปกปิดได้อยู่แล้ว เพราะพี่สาวตายไปทำให้ชิโนะต้องกลายเป็นคนดูแลหลานทั้งสองจึงรู้สึกเหมือน เป็นครอบครัวเดียวกัน แต่ชิโนะบ่นว่าทั้งสองคนอาจไม่คิดว่าตัวเองเป็นครอบครัวเดียวกันก็ได้ ถึงได้ปิดบังกันแบบนี้ โซวอิจิโรวจึงบอกว่าให้ชิโนะลองบอกความรู้สึกตัวเองออกไป ทุกอย่างจะต้องเรียบร้อยแน่นอน

 

ทั้งสี่คนไปหามายากะพร้อมกัน โคโมโมะกับโคซาเมะก็อยู่ด้วย หลังจากคุยหยอกล้อกันอยู่พักนึง จึงเริ่มเข้าสู่บทสนทนาหลัก มายากะบอกว่ายมทูตแห่งความรักนี้น่าจะเป็นสิ่งที่คนของตำหนักนภาดาราเรียกว่าท่านเทพแห่งดวงดาว โคโมโมะจะเสริมว่านั่นคือชื่อเรียกของท่านเทพที่ศาลเจ้านี้บูชาอยู่ เช่นเดียวกับอามัตสึมิกาโบชิซึ่งเคยพูดถึงไปเมื่องานวันเทศกาลที่โคโมโมะถือ ง้าวร่ายรำ หินดาวตกที่ตั้งบูชาอยู่นั้นเป็นร่างสถิตของอามัตสึมิกาโบชิ จากนั้นมายากะก็พูดอธิบายเกี่ยวกับตำนานเทพของญี่ปุ่นต่อไปเรื่อยๆอีกพัก ใหญ่

(เกี่ยวกับเรื่องตำหนักนภาดาราและเทพแห่งดวงดาว ติดตามได้ในบทของโคโมโมะ)

หลังจากคุยกันเสร็จ ตอนที่เดินออกมาที่หน้าศาลเจ้า มายากะคุยกับโยว ถามว่าชิโนะสบายดีมั้ย เพราะชิโนะเป็นคนที่มักจะอยู่กับความฝันและก็เป็นคนใสซื่อบริสุทธิ์มาก มายากะบอกว่าตอนที่ได้ยินชื่อโยวครั้งแรก เธอนึกว่าชิโนะแต่งงานแล้วมีลูกติดมาเสียอีก และยังบอกว่าเพราะชิโนะมีสภาพร่างกายที่ไม่สามารถมีลูกได้

ที่บ้าน อิสึซึยื่นซองใส่เงินให้ชิโนะเป็นค่าตอบแทนที่คอยให้อิสึซึกับสึซึฮะมารบกวนทานมื้อเย็นด้วยตลอดทุกเย็น และบอกว่าต่อจากนี้ไปก็จะขอมารบกวนด้วยอีกต่อไป ชิโนะรู้สึกมีความสุขที่ได้อิสึซึกับสึซึฮะมาร่วมทานข้าวด้วย

แต่ในขณะนั้นโยวก็ทักขึ้นมาและบอกว่าตัวเองก็อยากให้ค่าตอบแทนกับชิโนะบ้าง ทำให้ชิโนะทำหน้าเศร้าขึ้นมาจึงได้ถามโยวว่า เพราะฉะนั้นถึงได้ทำงานพิเศษสินะ ซึ่งโยวก็ไม่ได้ตกใจสักเท่าไหร่ที่ชิโนะรู้เรื่องนี้ ชิโนะพูดโทษตัวเองว่าเพราะตัวเองดีไม่พอสินะ ไม่สามารถเป็นที่พึ่งในฐานะครอบครัวได้สินะ

ในตอนนั้นโยวจึงได้เริ่มคิดถึงอดีตของตัวเอง ว่าในอดีตเมื่อจำความได้ครอบครัวของตัวเองนั้นมีกันอยู่สามคน คือตัวโยวเอง จินามิ และก็คุณแม่ของทั้งสองคนชื่อว่าคาสึมิ เมื่อก่อนหน้านั้นตอนโยวเกิดใหม่ๆเขายังอยู่ที่บ้านหลังนี้ด้วยกัน ๔ คนพร้อมกับคุณแม่ คุณยาย และชิโนะซึ่งเป็นน้า ส่วนคุณตาได้ตายไปก่อนแล้ว

แต่แล้วตอนที่คุณแม่ตั้งท้องจินามิอยู่นั้น เธอก็ถูกครอบครัวต่อต้านและได้หนีออกไปใช้ชีวิตอยู่ในห้องเช่าตามลำพัง เป็นชีวิตที่ลำบากมาก เพราะต้องดูแลโยวซึ่งยังเล็กอยู่พร้อมกับดูแลครรภ์ไปด้วย ทั้งยังต้องทำงานตามปกติ แต่ก็ยังมีชิโนะที่แอบคอยช่วยอยู่ห่างๆไม่ให้คุณยายหรือญาติๆรู้ มีเพียงชิโนะคนเดียวที่เป็นที่พึ่งของคุณแม่ซึ่งกำลังโดดเดี่ยวในตอนนั้น

ชิโนะได้พูดกับโยว

คุณแม่มีเล่าให้ฟังล่ะ ว่าโยวน่ะเป็นเด็กที่ไม่น่ารักเลย ไม่ยอมรับเงินค่าขนม แต่ก็ไม่เอาแต่ใจ ไม่ก่อความเดือดร้อน ไม่เคยมีเรื่องทะเลาะกันเลย จนคุณแม่บอกว่านั่นอาจเป็นเพราะว่าตัวเองเป็นที่พึ่งพาไม่ได้ก็เป็นได้ ในตอนนั้นฉันจึงได้ตอบไปว่า เพราะโยวจังน่ะเป็นเด็กดีแค่อยากจะช่วยคุณแม่ซึ่งต้องยุ่งกับงาน อยากทำให้ภาระของคุณแม่เบาลง... ฉันน่ะไม่สามารถมีลูกได้ จึงได้แต่พูดออกไปตามทฤษฎีเท่านั้น... แต่ว่าตอนนี้ฉันเข้าใจแล้ว เข้าใจความรู้สึกของคุณแม่แล้ว ไม่ใช่แค่ทฤษฎี สิ่งที่เรียกว่าความรู้สึกของคนเป็นพ่อเป็นแม่นั้น ฉันเริ่มที่จะเข้าใจมันขึ้นมาหน่อยแล้วล่ะ

จากนั้นโยวจึงคิดในใจว่า เพราะอย่างนั้นชิโนะจึงรู้สึกเจ็บปวด เพราะว่าตัวเองเป็นเด็กที่ไม่ได้เรื่องสินะ... แต่ชิโนะก็ตอบทันที

ไม่ใช่นะ ไม่ใช่ความผิดของโยวหรอก โยวไม่ได้ทำอะไรผิดเลย เพราะว่าโยวจังน่ะเป็นเด็กที่ประเสริฐมาก เป็นลูกที่น่าภาคภูมิใจของคุณแม่เลยล่ะ

สุดท้ายโยวก็เดินออกมาจากบ้านโดยที่ยังไม่ได้ให้อะไรชิโนะเลย แต่ไม่ใช่ว่าเพราะเปลี่ยนใจว่าจะไม่ให้ แค่พอดีมันถึงเวลาที่จะต้องออกจากบ้านมาแล้ว เพราะมีนัดกับอาสึกะว่าจะมาสำรวจโรงเรียนตอนกลางคืนกัน

 

เมื่อมาถึงหน้าโรงเรียนก็ไม่เห็นอาสึโฮะกับอาสึกะอยู่ โยวสงสัยว่าคงเป็นเพราะตัวเองมาสายกว่าเวลา ทั้งสองคนน่าจะล่วงหน้าเข้าไปก่อนแล้ว จึงได้เข้าไป และเมื่อเดินขึ้นมาถึงชั้นสองโยวก็ได้รับข้อความโทรศัพท์มือถือจากอาสึโฮะ ว่าพอดีระหว่างที่รออยู่ไปเจอกับคนที่ดูเหมือนว่าจะเป็นยามเข้าก็เลยหนีไป ทางจุดชมวิว

โยวกำลังจะบอกจินามิว่าให้กลับไปหาสองคนนั้น แต่จินามิก็เหมือนจะได้ยินเสียงอะไรบางอย่างจึงเดินหน้าต่อไปไม่หยุด พอฟังดูก็ได้ยินเสียงของหีบเพลง ทำนองเสียงเพลงเหมือนกับหีบเพลงที่จินามิได้ทำร่วมกันกับโยว แต่โยวกลับบอกว่าไม่เห็นจะได้ยินเสียงอะไรเลย โยวเริ่มรู้สึกว่าจินามิมีท่าทีแปลกไป

ทำนองที่อยู่ในหีบเพลงของจินามินั้นเป็นทำนองที่ไม่น่าจะมีอยู่ทั่วไป เพราะว่านั่นคือเพลงที่พ่อของจินามิเป็นคนแต่งขึ้นเอง ซึ่งโยวก็ถามย้ำว่าไม่ผิดแน่เหรอ แต่จินามิบอกว่าตัวเองฟังอยู่ทุกเช้า ไม่ผิดแน่นอน โยวเริ่มคิดว่าถ้าหากว่าจะมีใครทำหีบบเพลงนั่นขึ้นมาอีกละก็ นั่นคงจะเป็นวิญญาณของคุณพ่อของจินามิทำขึ้นมาแน่เลย จากนั้นทั้งคู่จึงได้เดินเข้าไปยังต้นเสียงนั้น

ภายในห้องซึ่งกำลังเปิดไฟอยู่นั้น มีสองคนกำลังคุยกันอยู่ คนหนึ่งเป็นสาวน้อยผมสีดำ ส่วนอีกคนเป็นชายหนุ่ม จากบทสนทนาของทั้งสองคน ดูเหมือนว่าสองสามวันที่ผ่านมานี้ชายหนุ่มกำลังพยายามจะซ่อมหีบเพลงที่เสียอยู่เงียบๆตอนกลางคืน ดูเหมือนจะใกล้เสร็จแล้ว และเพื่อจะทดสอบว่าหีบเพลงใช้ได้หรือเปล่าก็ต้องเปิดมันขึ้นฟัง เลยมีคนมาได้ยินเข้า และทั้งเมื่อคืนและคืนนี้ พวกโยวก็ได้เข้ามา ชายหนุ่มบอกเด็กสาวว่าให้รีบช่วยทำให้หลบซ่อนตัวไปได้เร็วๆ เด็กสาวบอกว่าขอยืมหีบเพลงนั้นไป

จะใช้เพื่อให้ทั้งสองคนตกใจเล่นสักหน่อย แต่ไม่ใช่แค่นั้น เพื่อที่จะทำให้สัญญาที่ให้ไว้กับเธอนั้นเป็นจริงขึ้นมาด้วย

หีบเพลงดังขึ้นอีกครั้ง ครั้งนี้โยวเองก็ได้ยินด้วย ไม่ผิดแน่มันคือทำนองที่โยวเองก็คุ้นเคยดี เพราะมันคือของดูต่างหน้าเพียงสิ่งเดียวของคุณพ่อจินามิ


(กดเพื่อฟังเสียงหีบเพลง)

ท่วงทำนองยังคงดังต่อไปเรื่อยๆ ในขณะที่จินามิเข้าใกล้ห้องที่กำลังเปิดไฟอยู่นั้น จินามิก็ตะโกนขึ้น

คุณพ่อ... ช่วยบอกทีสิ คุณพ่อ... จินามิน่ะ... จินามิน่ะ เป็นเด็กที่ไม่ควรจะเกิดมางั้นเหรอ......?

เมื่อเปิดประตูเข้าไป เด็กสาวก็ได้ถือเคียวยืนรออยู่

นั่นคือพันธนาการสำหรับเธอสินะ คือฝันร้ายของเธอสินะ คือ สิ่งอันไม่นำพา สำหรับเธอ ฉันจะส่งสิ่งนั้นกลับคืนเอง ถ้าเธอกำลังเจ็บปวดอยู่ละก็ ฉันจะส่งมันกลับคืนให้เอง

จินามิซึ่งกำลังยืนนิ่งไม่พูดอะไรนั้นก็ได้พูดขึ้น

คุณภูต...?

ฉันจะส่งตัวเธอที่ทำให้ตัวเธอเจ็บปวดนั้นกลับคืนให้เอง

เด็กสาวพูดขึ้นพร้อมกับแกว่งเคียวที่ถืออยู่ฟันไปกลางอกของจินามิ เช่นเดียวกับที่แมร์เคยทำกับโยว จินามิได้หมดสติลงโดยมีโยวคอยประคองรับเอาไว้ก่อนที่จะล้ม จากนั้นเด็กสาวก็ได้พูดขึ้น

ฉันคือผู้คอยปกป้องคุ้มครอง เพราะฉันถูกขอมาว่าเมื่อถึงคราวจำเป็นขอให้ช่วยเป็นที่พึ่งให้ นั่นคือสัญญาที่ได้ทำเอาไว้ รู้อยู่แล้วว่าวันนี้จะต้องมาถึงเข้าสักวัน ในที่สุดก็ได้ทำให้สัญญาที่ให้ไว้เป็นจริงแล้ว

โยวได้ถามว่าเธอทำอะไรจินามิน่ะ เธอก็ตอบว่า

ฉันได้ตัดพันธนาการในตัวจินามิซังทิ้งไป ถ้าใช้คำพูดตามที่ยมทูตที่จุดชมวิวพูดละก็ คือการตัดฝันร้ายนั่นแหละค่ะ หรือถ้าใช้คำพูดตามคนของตำหนักนภาดาราละก็ คือการส่งสิ่งอันไม่นำพากลับคืนไป แต่ถ้าพูดตามคำพูดของฉันเองละก็ นั่นคือการพรากความรัก เช่นเดียวกับที่ฝันร้ายของเธอคือความทรงจำนั่นแหละค่ะ เหมือนกับที่สิ่งอันไม่นำพาของเธอคือคนรักที่จุดชมวิว สำหรับจินามิซังแล้ว สิ่งที่เป็นพันธนาการของจินามิซังก็คือ...... ตัวของจินามิซังเองนั่นแหละค่ะ

เมื่อเธอพูดจบก็หายไป ส่วนโยวก็พาจินามิที่สลบไม่ได้สติอยู่ออกมาจากตึกเรียนและพากลับบ้าน

 

เมื่อกลับมาถึงที่บ้าน คุณหมอซึ่งเป็นพ่อของโคโมโมะกับโคซาเมะก็ได้มาตรวจให้ และบอกว่าจินามิไม่มีบาดแผลภายนอกอะไรเลย ดูเหมือนว่าแค่หลับไปเท่านั้น ไม่สามารถวินิจฉัยอะไรได้

โยวเฝ้าจินามิอยู่จนดึก ชิโนะจึงเดินเข้ามาทักด้วยความเป็นห่วง บอกว่าจะขอเป็นคนเฝ้าเอง เพราะตัวเองชินกับการอยู่ดึกแล้ว โยวไม่ต้องเป็นห่วงหรอก จินามิจะต้องหายแน่นอน และทั้งสามคนจะได้กลับมาอยู่กันอย่างเป็นครอบครัว ในที่สุดโยวและชิโนะปรับความเข้าใจกันได้ ทั้งคู่ยอมรับการเป็นครอบครัวเดียวกัน โยวยอมเข้านอนและปล่อยให้ชิโนะเป็นคนเฝ้าจินามิต่อไป

 

ในคืนนั้นโยวก็ได้ฝัน ฝันถึงเรื่องราวต่างๆในอดีต สมัยที่โยวกับจินามิย้ายออกจากเมืองฮิบาริงะซากิไปใช้ชีวิตอยู่เมืองใหญ่ นั้น แรกๆทั้งคู่ไม่มีเพื่อนเลย เพราะยังไม่สามารถปรับตัวได้ แม้ว่าตอนนี้จินามิจะเป็นเด็กที่เก่งในการหาเพื่อนมาก แต่ว่าเมื่อก่อนนั้นต่างไปจากตอนนี้มาก แถมยังเคยต่อต้านครอบครัวด้วย แต่แล้วจินามิก็เริ่มเปลี่ยนไปเมื่อครั้งที่ที่โรงเรียนสั่งการบ้านปิดเทอม มา ซึ่งจินามิเลือกที่จะทำหีบเพลงขึ้น

แรกๆจินามิก็เอาแต่เก็บตัวอยู่ในห้องเพื่อทำอยู่คนเดียว จนวันหนึ่งพอโยวเข้าไปในห้องก็โดนไล่ให้ออกไป ตะโกนบอกว่าเกลียดพี่ชายที่สุด แต่โยวกลับตอบว่าตัวเองชอบจินามิ ทำให้ทั้งคู่เงียบกันอยู่สักพัก แล้วโยวก็เริ่มเข้ามาช่วยจินามิทำหีบเพลงต่อจนเสร็จ

โยวสงสัยว่าทำไมจินามิถึงได้จดจ่ออยู่กับหีบเพลงนี้นัก หรือว่าเพราะคิดถึงคุณพ่อตัวเอง คุณพ่อของจินามินั้นสนใจดนตรีมาตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว เพราะเคยเรียนเปียโนอยู่ เขาได้คบกับคุณแม่ของทั้งสองคน ได้เรียนที่โรงเรียนฮิบาริด้วยกัน แต่ก็แยกจากกันก่อนจบการศึกษา จากนั้นคุณแม่ถึงได้มาแต่งงานกับพ่อของโยว มิชิมะ ไทงะ และให้กำเนิดโยวขึ้นมา จากนั้นก็เลิกกันและกลับไปคบกับพ่อของจินามิอีก แต่โยวก็ไม่รู้รายละเอียดมากไปกว่านั้น

จินามิเกิดขึ้นมาหลังจากโยวไม่ถึงสองปี ทั้งคู่เป็นพี่น้องต่างพ่อกัน ซึ่งสังคมไม่ค่อยจะยอมรับ ดังนั้นคุณแม่จึงโดนว่าจากพวกญาติๆ สุดท้ายจึงต้องออกจากบ้านไป ตัดสินใจที่จะเลี้ยงโยวกับจินามิเพียงลำพังด้วยตัวคนเดียว และในตอนนั้นคุณพ่อของจินามิก็ได้ตายจากไป ดูเหมือนว่าความตายของเขานั้นจะเป็นชะตากรรมที่คาดการณ์กันไว้แล้วตั้งแต่ ตอนที่ทั้งคู่คบกันอยู่ด้วยกันที่โรงเรียนฮิบาริ

ถึงอย่างนั้นจินามิก็ไม่เคยไปเยี่ยมหลุมศพพ่อตัวเองเลย หลังจากที่เอาหีบเพลงที่ทำนั้นไปส่งคุณครู ก็ได้รับคำชมมากมาย จากนั้นจินามิก็เริ่มเปลี่ยนไปกลายเป็นคนใหม่ กลายเป็นคนที่มีความสามารถที่จะหาเพื่อนได้เป็นร้อยคน แต่ถึงอย่างนั้นจินามิก็ยังคงไม่เคยไปเยี่ยมหลุมศพของพ่ออยู่เหมือนเดิม ซึ่งโยวก็ไม่เคยเข้าใจว่าเพราะอะไร ...แต่ตอนนี้ดูเหมือนโยวจะเริ่มเข้าใจขึ้นมาแล้ว

 

เมื่อจินามิรู้สึกตัวก็พบว่าตัวเองอยู่ในสถานที่แปลกๆที่ตัวเองไม่คุ้นเคยพร้อมกับเด็กสาวที่ตัวเองเรียกว่าคุณภูต พอจินามิถามว่าที่นี่ที่ไหนเธอก็ตอบแบบที่จินามิฟังไม่รู้เรื่อง ยิ่งพูดก็ยิ่งงง สุดท้ายเธอจึงพูดว่าไม่ต้องคิดก็ได้ ยังไงเสียนี่ก็เป็นแค่ความฝัน เธอแนะนำตัวเองว่าชื่อเรน นั่นเป็นชื่อที่คนในชมรมดาราศาสตร์เรียกกันมา และยังถูกเรียกว่ายมทูตแห่งความรักด้วย เรนมาทำหน้าที่เป็นยมทูตแห่งความรักเพราะชอบมองคนไม่ได้เรื่อง แต่เรนเองก็ตอบไม่ได้ว่าแท้ที่จริงแล้วตัวเองเป็นใคร แม้แต่อดีตหรือบ้านเกิดของตัวเองก็ลืมไปแล้ว

เรนบอกว่าได้ทำสัญญาเอาไว้กับไทงะพ่อของโยวว่าจะให้คอยปกป้องจินามิ ว่าเวลาที่ต้องการให้ช่วยก็ให้มาช่วย และเธอก็บอกว่าจะเล่าเรื่องพ่อแม่ของจินามิให้ฟัง

 

จินามิได้รับรู้ความจริงเกี่ยวกับตัวเองเมื่อครั้งไปเยี่ยมหลุมศพ ตอนนั้นจินามิยังอยู่ชั้นประถมและก็ไปได้ยินบทสนทนาเข้าโดยบังเอิญ คุณแม่คาสึมิกำลังคุยอยู่กับคุณยาย เรื่องที่ว่าคาสึมินั้นแต่งงานกับพ่อของโยวจนให้กำเนิดโยวออกมาแล้วแต่ไม่ทันไรก็เลิกกัน หันไปแต่งงานกับชายคนอื่นและก็ให้กำเนิดจินามิขึ้นมา ในตอนนั้นคาสึมิโดนต่อว่าอย่างแรงจนในที่สุดก็โดนไล่ให้ต้องออกมาอยู่คนเดียว

เมื่อเวลาผ่านไปนานทางครอบครัวก็เกิดความคิดถึง จึงอยากให้คาสึมิกลับไปอยู่ด้วย คาสึมิเองก็อยากจะทำเช่นนั้นแต่สุดท้ายก็ตัดสินใจที่จะไม่กลับไป บอกว่าตัวเองยังทำหน้าที่ไม่สำเร็จลุล่วง หน้าที่ในการเลี้ยงดูลูกทั้งสองให้เติบโตขึ้นมา

จินามิรู้ความจริงจึงเริ่มที่จะแข็งข้อต่อแม่และพี่ชาย และก็เลิกที่จะไปเยี่ยมหลุมศพพ่อ แม้ว่าหลังจากที่ทำหีบเพลงในครั้งนั้นเสร็จจินามิจะกลับมาดีกับแม่และพี่ชายได้เหมือนเดิม แต่กับพ่อเท่านั้นที่ยังไงก็ยกโทษให้ไม่ได้ เพราะว่าเขาทำให้แม่กับพี่ชายต้องลำบาก คุณแม่ก็ต้องเอาแต่ทำงาน พี่ชายก็ทำงานบ้าน ตัวเองกลับไม่สามารถช่วยอะไรได้เลยมีแต่เป็นภาระ จนในที่สุดคุณแม่ก็ป่วยจากการทำงานหนักจนล้มตายลง คราวนี้เหลือแต่พี่ชายเท่านั้นที่จะไม่ยอมให้หายไปอย่างเด็ดขาด ถ้าพี่ชายจะต้องตาย สู้ให้จินามิตายเองยังดีซะกว่า เพราะยังไงจินามิก็ไม่จำเป็น เป็นแค่ตัวถ่วงเท่านั้น

นี่ คุณพ่อ... ทำไมถึงต้องมีลูกกับคุณแม่ด้วย... คุณแม่... ทำไมถึงให้จินามิเกิดมาล่ะ... ถ้าไม่ทำอย่างนั้น ก็ไม่ต้องลำบากแล้วแท้ๆ... ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรแท้ๆ... คุณแม่กับไทงะซังแล้วก็พี่ชายจะได้อยู่กันสามคนอย่างมีความสุขแท้ๆ... ทำไมล่ะทำไม... ช่วยตอบทีสิคุณพ่อ...ช่วยตอบทีสิคุณแม่...

ตอนที่ช่วยกันทำหีบเพลงร่วมกันกับพี่ จินามิน่ะร้องไห้ไปมากเลยล่ะ เพราะมันเป็นเพลงที่ดีมากๆถึงได้ร้องไห้... ถ้ามันเป็นเพลงที่ไม่ได้เรื่องก็คงจะดีกว่านี้แท้ๆ... ถ้าเป็นแบบนั้นแล้วจะได้เกลียดคุณพ่อได้มากกว่านี้อีกแท้ๆ... จินามิร้องไห้อย่างเสียใจมากเลย...

...ค่ะ

รู้สึกเจ็บปวดอยู่ข้างใน รู้สึกผิดอยู่ตลอดเวลา... เพราะจินามิ... ทุกอย่างถึงได้วุ่นวาย... มีแต่จะสร้างความเดือดร้อนให้กับคุณแม่และพี่ชาย...

ค่ะ

มีแต่ให้คุณแม่กับพี่ชายเสียสละ... จนไม่นานคุณแม่ก็จากไป... เพราะฉะนั้นพี่ชายเองก็...

...เรื่องนั้นฉันก็ไม่อาจรู้ได้เหมือนกันค่ะ แต่ที่ฉันรู้ก็คือ เธอไม่จำเป็นจะต้องเป็นทุกข์อะไรทั้งนั้น เพราะสิ่งที่เป็นฝันร้ายสำหรับเธอนั้น สำหรับทุกคนแล้วก็คือความใฝ่ฝัน ความฝันของคุณแม่ของเธอนั้น ก็คือการที่เธอมีความสุข... ความฝันของคุณพ่อของเธอก็คือการที่เธอมีความสุขเช่นกัน

โกหก

ไม่ได้โกหกนะคะ ฉันไปถามกับเจ้าตัวมาเองเลยล่ะค่ะ แม้ว่าตอนนี้จะกลายเป็นดาราญาณไปแล้ว แต่พ่อแม่ของเธอก็กำลังปกป้องเธออยู่

งั้นเหรอ

ใช่ค่ะ

แล้วความสุขของพี่ชายล่ะ?

เรื่องนั้นฉันไม่รู้ค่ะ ให้เธอไปถามด้วยตัวเองดีกว่า

จะถามยังไงดีล่ะ

ไม่รู้สิคะ ลองคิดด้วยตัวเองดูเถอะค่ะ

จินามิน่ะคิดอะไรไม่เก่งหรอก

ไม่ใช่ว่ารู้อยู่แล้วหรือคะ ที่จริงเรื่องนี้ไม่มีอะไรต้องห่วงอยู่แล้วล่ะค่ะ เธอไม่ต้องคิดมากถึงเรื่องครอบครัวก็ได้... ไม่ต้องแบกรับความรู้สึกผิดแบบนั้นก็ได้... ไม่ต้องฝืนเกลียดคุณพ่อแบบนั้น... ไม่ต้องต่อต้านคุณแม่แบบนั้น... ไม่ต้องคิดว่าพี่ชายกำลังบากเพราะตัวเองอยู่... เพียงแค่รู้สึกอย่างที่รู้สึกอยู่ก็พอ

คุณพ่อ... คุณแม่... พี่ชาย...

แบบนี้ดีแล้วล่ะค่ะ... นี่คือทำนองที่คุณพ่อของเธอเป็นคนแต่ง... คุณแม่ของเธอเป็นคนเก็บรักษา... และพี่ชายของเธอก็ได้ร่วมกันกับเธอช่วยทำให้มันกลายมาเป็นหีบเพลง... ท่วงทำนองนี้เป็นสัญลักษณ์ของครอบครัว... เพราะฉะนั้น ฉันจะช่วยส่งคืนความฝันเธอที่ส่งกลับมานั้นกลับไปให้เอง... จะส่งกลับสู่ครอบครัวของเธอ... จะส่งเธอกลับคืนไปหาครอบครัว"

 

กลางดึก มายากะได้เข้ามาหาโซวอิจิโรว บอกว่าสามีเธอได้ไปดูอาการให้จินามิมาทำให้รู้ว่ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้น จึงรู้สึกเป็นห่วง มายากะถามถึงเรื่องตำนานเล่าขาน เพราะบอกว่าพวกเด็กๆเพิ่งไปหาเธอมาและถามอะไรมากมาย

เมื่อก่อนมีชายหญิงอยู่คู่หนึ่งรักกันอยู่ แต่ฝ่ายชายรู้ว่าตัวเองป่วยอยู่และกำลังจะต้องตาย ดังนั้นจึงอยากให้คนรักลืมตัวเองไปซะ จากนั้นยมทูตจึงปรากฏตัวขึ้นและช่วยลบความทรงจำของเขาไปจากหญิงสาว และทำให้ทั้งคู่ได้แยกจากกัน

นั่นคือตำนานที่เล่าขานกันมาซึ่งโซวอิจิโรวก็บอกว่าถ้ามันจบอยู่แค่นั้นเขาก็คงรู้สึกไม่ชอบในเหมือนกัน แต่ตำนานนั้นก็ยังมีต่อ นั่นคือ หญิงสาวที่ลืมเรื่องของชายหนุ่มไปนั้น พอเวลาผ่านไปทั้งคู่ก็กลับมาเจอกัน และสุดท้ายก็กลับมารักกันใหม่อีกครั้ง

ใช่แล้ว เรนได้ทำให้คาสึมิลืมคนรักไป แต่สุดท้ายทั้งสองคนก็กลับมาเจอกันใหม่และรักกันเหมือนเดิม ตำนานเล่าขานนั้นก็คือเรื่องของคาสึมินั่นเอง แต่ทั้งสองคนก็ไม่รู้ว่าใครที่เป็นคนทำให้เรื่องนี้กลายเป็นตำนานเล่าขานไปได้

 

วันศุกร์ที่ 24 สิงหาคม 2007

รุ่งเช้าขณะฟ้ากำลังเริ่มสาง ชิโนะกำลังนั่งเฝ้าจินามิอยู่ ในตอนนั้นชินามิก็ได้ตื่นขึ้นมาพร้อมกับเรียกหาหีบเพลง ชิโนะจึงหยิบให้ จินามิหยิบมันขึ้นมาแล้วไขเกลียวจากนั้นเสียงทำนองก็ได้ดังขึ้นทั่วห้อง

ชิโนะรำลึกความหลังได้ว่าเธอได้ยินท่วงทำนองนี้ครั้งแรกเมื่อเข้าเรียนที่โรงเรียนฮิบาริงะซากิใหม่ๆและกำลังตัดสินใจว่าจะเข้าชมรมไหน พอดีตอนนั้นได้ไปที่ชมรมดนตรีเครื่องเป่าซึ่งคาสึมิอยู่และไปได้ยินเสียงทำนองเปียโนของเพลงนี้เข้า ซึ่งเขาคนนั้นเป็นคนเล่นอยู่นั่นอง แต่ก็มารู้เอาทีหลังว่าเขาคนนั้นไม่ได้อยู่ชมรมดนตรีเครื่องเป่าแต่อยู่ชมรมดาราศาสตร์ ในที่สุดชิโนะจึงได้ตัดสินใจเข้าชมรมดาราศาสตร์

ชิโนะรู้ว่าคาสึมิคบกับเขาอยู่ เพียงแต่ชมรมนั้นต่างกัน คาสึมิอยู่ชมรมดนตรีเครื่องเป่า แต่เขาอยู่ชมรมดาราศาสตร์ ชิโนะได้ลองถามเขาว่าทำไมถึงไม่เข้าชมรมดนตรีเครื่องเป่าทั้งๆที่เก่งเปียโนออกขนาดนี้ ถึงขนาดแต่งเพลงเองได้ ซึ่งคำตอบที่เขาตอบกลับมาก็คือ เพราะว่าชอบท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดาวของฮิบาริงะซากิ

ชิโนะอยากจะเข้าไปกอดจินามิแต่ก็ลังเลอยู่สักพัก แต่ในที่สุดเธอก็มั่นใจ เพราะตั้งใจไว้แล้วว่าจะต้องทำความฝันที่สองคนนั้นยังทำไม่สำเร็จให้สำเร็จให้ได้ ต้องทำหน้าที่แทนให้กับหลานทั้งสองคน เพราะตัวเองนั้นคือที่พักพิงของหลานทั้งสอง เป็นครอบครัวเดียวกัน...

ในที่สุดชิโนะก็เข้าไปกอดจินามิ จินามิร้องไห้และเรียกชิโนะว่าแม่ออกมา

 

โยวตื่นขึ้นมาตอนเช้าโดยที่จินามิเป็นคนปลุก นี่เป็นครั้งแรกที่จินามิตื่นก่อนได้สำเร็จ

พี่ชายน่ะพยายามมาโดยตลอด... ตั้งแต่เมื่อก่อนก็ไม่ยอมไปเล่นกับเพื่อนๆที่ไหน เอาแต่ช่วยคุณแม่ทำงานบ้าน..... เอาแต่พยายามอยู่คนเดียว... จินามิบอกว่าจะช่วยก็กลับปฏิเสธ... แถมยังคอยดูแลจินามิที่มีแต่เป็นภาระให้... จินามิเป็นเด็กไม่เอาไหน ทำอะไรไม่ได้สักอย่าง... เพราะฉะนั้นจินามิจึงได้ทำตัวใหม่... เพื่อที่จะได้ไม่ทำให้พี่ชายเดือดร้อน จึงพยายามหาเพื่อนให้ได้เยอะๆ... เมื่อทำแบบนี้แล้ว พี่ชายจะได้หมดห่วง... ถ้าจินามิมีเพื่อนมากละก็ คงจะไม่เดือดร้อนพี่ชายอีกแล้ว... แม้จินามิจะไม่อยู่ด้วยก็คงจะไม่เป็นอะไร... ไม่เป็นภาระของพี่ชาย... ไม่ต้องให้พี่ชายของรับผิดชอบ... ทั้งที่เป็นแบบนั้น... ทั้งที่จินามิอุตส่าห์มีเพื่อนเยอะแล้วแท้ๆ พี่ชายกลับไม่เปลี่ยนไปเลย... จินามิมีแต่สร้างความเดือดร้อนให้จริงๆสินะ... ต้องให้พี่ชายอยู่ด้วยตลอดเวลา... เพราะฉะนั้นวันนี้ล่ะ จินามิจะทำงานบ้านล่ะ... จินามิตื่นก่อนพี่ชายและก็คอยดูแลพี่ชาย... จินามิไม่ใช่เด็กๆแล้ว... เกลียดตัวเองที่ไม่สามารถทำอะไรได้... จะมัวแต่พึ่งพี่ชายอย่างเดียวไม่ได้... เพราะฉะนั้น...

...บ้าน่ะ คิดเรื่องแบบนี้อยู่เองน่ะเหรอ ทั้งที่ทุกทีก็ดูเหมือนไม่คิดอะไรแท้ๆ กลับมาคิดแต่เรื่องแปลกๆซะนี่... เข้าใจผิดแล้วล่ะ... พี่ไม่ได้รู้สึกว่าเธอเป็นภาระอยู่หรือยังไงหรอก แค่ตั้งแต่เด็กช่วยงานคุณแม่ก็เต็มที่แล้ว ไม่มีเวลาไปนึกถึงคนอื่นนอกจากตัวเองหรอก แต่ว่าตอนนี้ไม่เป็นไรแล้วล่ะ ดูเหมือนเธอเองก็ไม่ใช่เด็กแล้ว พี่เองก็ไม่ใช่เด็กแล้วเหมือนกัน ตอนนี้พี่ไม่ได้รู้สึกว่าอะไรเป็นภาระหรอก เพราะฉะนั้นนะ... เป็นแบบเดิมอยู่แบบนี้ล่ะดีแล้ว พี่ชอบจินามิที่เป็นแบบนี้ล่ะ เพราะฉะนั้นเธอเองก็ต้องชอบตัวเองที่เป็นแบบนี้ด้วย ถ้าเธอมีความสุขพี่ก็จะมีความสุขด้วย

..อย่างที่คุณภูตได้พูดเอาไว้เลย จินามิเป็นคนที่มีความสุขจริงๆ มีทั้งคุณพ่อ คุณแม่... มีทั้งชิโนะซัง... และยังมีพี่ชายอยู่... ถ้าพี่ชายชอบจินามิแล้วละก็ จินามิก็จะรู้สึกชอบตัวเองเช่นกัน

 

ตามสัญญา วันนี้จินามิตื่นก่อนโยว จึงได้ทำอาหารให้โยว แต่ปรากฏว่าชตอลเลิน*ที่จินามิทำนั้นออกมาอยู่ในสภาพที่ดูไม่ได้เลย แต่โยวก็ต้องยอมทานไป

วันนี้โยวกับจินามิมาทำงานที่ร้านมิลกีเวย์อีกอย่างเคย โยวบอกว่าชิโนะรู้เรื่องที่ตัวเองทำงานพิเศษที่นี่แล้ว แต่ก็สามารถปรับความเข้าใจกันได้ โยวบอกว่าจะยังคงทำงานที่ร้านนี้ต่อไป แต่นั่นไม่ใช่เพื่อจะตอบแทนชิโนะแล้ว เป้าหมายของโยวในตอนนี้เปลี่ยนเป็นการเก็บเงินเพื่อซื้อกล้องดูดาว

พอตกกลางคืนก็ได้นัดกันกับคนในชมรมดูดาวเพื่อไปดูดาวกันที่ดาดฟ้าโรงเรียน แต่ละคนในชมรมมาร่วมกันอย่างพร้อมหน้า ทั้งโคโมโมะ โคซาเมะ อิสึซึ และสึซึฮะก็มาด้วย

โอ กาอิซึมิบอกว่ากล่องเพลงที่โซวอิจิโรวฝากไปซ่อมนั้นกำลังจะเสร็จแล้ว ดูเหมือนว่าคุณครูคนนั้นจะเป็นคนทำมันขึ้นมาเองจริงๆ โยวถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับคุณครูคนนั้นจึงรู้ว่าเขาเคยออกจากการเป็นครูแล้ว ไปเป็นคนดูแลท้องฟ้าจำลองมาก่อน ช่วงแรกเขาทำงานเป็นครูอยู่ที่โรงเรียนฮิบาริ แต่ก็ได้รับการแต่งตั้งจากคนในเมืองให้ไปเป็นผู้ดูแลศูนย์ดาราศาสตร์ของ ศูนย์วิทยาศาสตร์ เมื่อก่อนสมัยที่โอกาอิซึมิกับอิสึซึเเริ่มเข้าร่วมสมาคมดาราศาสตร์ เขาเองก็ยังทำงานเป็นผู้ดูแลศูนย์ดาราศาสตร์อยู่ จากนั้นเมื่อศูนย์วิทยาศาสตร์ปิดไป เขาก็กลับมาเป็นครูที่ฮิบาริงะซากิต่อ ทั้งหมดนี้เจ้าตัวเล่าให้ฟังอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก

อิสึซึแทรกขึ้นมาว่าคุณครูคนนี้เป็นคนมอบกุญแจดาดฟ้านี้ให้กับเธอเองตั้งแต่สมัยที่เขาเป็นผู้ดูแลศูนย์ดาราศาสตร์ แต่ไม่คิดเลยว่าเขาจะเป็นครูอยู่ที่นี่

(เกี่ยวกับเรื่องศูนย์ดาราศาสตร์ ติดตามรายละเอียดได้ในบทของอิสึซึ)

จากนั้นโอกาอิสึมิก็หลุดพูดชื่อของคุณครูคนนั้นออกมาเป็นครั้งแรก ทำให้โยวรู้ว่าที่แท้คุณครูคนนี้ก็คือ มิชิมะ ไทงะ พ่อของโยวนั่นเอง เห็นบอกว่าเป็นคนอัธยาศัยไม่ค่อยดี แต่กับนักเรียนแล้วดูจริงใจดี สามารถคุยอะไรได้ตั้งหลายอย่าง และแม้เขาจะไม่ได้เป็นที่ปรึกษาชมรมดูดาว แต่ก็เคยเป็นที่ปรึกษาชมรมดาราศาสตร์มาก่อน จึงถือเป็นเป็นคนที่มีพระคุณมากสำหรับชมรมดูดาว

ในห้องชมรมตอนกลางคืนซึ่งมีแสงไฟสว่างอยู่นั้น ไทงะกำลังคุยกับเรนอยู่ ไทงะบอกว่าในที่สุดก็ซ่อมหีบเพลงเสร็จแล้ว ทีนี้ชมรมดูดาวก็จะได้ไม่ต้องถูกยุบแล้ว จากนั้นก็พูดถึงเรื่องที่ว่าตอนที่มีคนเอาหีบเพลงมาฝากให้ซ่อมทีแรกสุดนั้น เขาถือโอกาสใส่จี้ห้อยคอซึ่งมีหินดาวตกนั้นลงไปข้างใน ทำมันก็ให้หีบเพลงไม่สามารถใช้งานได้ นี่คือเหตุผลว่าทำไมหลังจากที่หีบเพลงถูกส่งกลับจากซ่อมเสร็จแล้วก็ยังไม่มีเสียง และพอตอนที่โอกาอิซึมิเอาไปให้ไทงะซ่อมอีกรอบ เขาก็ไม่ยอมที่จะซ่อมให้

เพราะจี้นั้นคือร่างสถิตของเรน ไทงะซ่อนจี้นั้นไว้ในหีบเพลงเพื่อให้เรนอยู่ที่นี่ตลอดเวลา เพราะหีบเพลงนี้เป็นสัญลักษณ์ของชมรมดูดาว เพราะเขารู้ว่าจินามิเพิ่งกลับมาอยู่ที่ฮิบาริงะซากิ ซึ่งบ้านอยู่ไม่ไกลจากโรงเรียนนัก หากฝากจี้นี้อยู่ที่โรงเรียน เรนก็จะสามารถไปดูแลจินามิได้ง่าย และยังบอกว่าเพราะตัวเองสอนไม่ได้เรื่อง ก็เลยต้องฝากให้เรนช่วยไปดูแลพวกลูกศิษย์ของตัวเองให้อยู่ตลอด

ไทงะบอกว่าตอนนี้เขาไม่จำเป็นต้องห่วงอะไรอีกแล้ว เพราะจินามิมีโยวอยู่เคียงข้าง และโยวก็มีชิโนะอยู่เคียงข้าง ชิโนะเองก็มีคาสึมิกับเขาคนนั้นคอยสิงสถิตอยู่

บทสนทนาจะเปลี่ยนมาที่เรื่องของเรน ดูเหมือนเธอจะยังคงไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร มีบ้านเกิดอยู่ที่ไหน รู้แค่ว่าตัวเองไม่ใช่มนุษย์ แต่เป็นสิ่งที่มาพร้อมกับดาวตก แต่วิทยาศาสตร์ปัจจุบันไม่อาจเข้าใจได้ว่าเรนคืออะไร

 

วันเสาร์ที่ 25 สิงหาคม 2007

วันต่อมา ไทงะคุยกับเรนว่าตัวเองกำลังจะกลับไปเยี่ยมบ้านเกิด จะใช้เวลาที่เหลือหนึ่งสัปดาห์ช่วงปิดเทอมอยู่ที่นั่น ก่อนจะกลับมาสอนต่อตอนเปิดเทอม จี้ห้อยของของไทงะอันนี้ทำมาจากหินดาวตกซึ่งเป็นของตกทอดกันมาในตระกูลอย่างยาวนาน ครอบครัวของไทงะนั้นเป็นครอบครัวเกษตรกร*จึงอยากให้ไทงะสืบทอดกิจการต่อ แต่ไทงะสนใจดาราศาสตร์ จึงต้องทำงานเก็บเงินเพื่อไปเรียนต่อด้วยตัวเอง และสอบเข้ามหาลัยให้ได้ด้วยคะแนนดีเยี่ยมพอที่จะได้ทุนการศึกษา พอไทงะกำลังจะออกเดินทางไปโตเกียวเพื่อเรียนต่อนั้น พี่สาวของเขาได้มอบจี้อันนี้ให้ เรนได้ตื่นขึ้นมาหลังจากที่ไทงะออกจากหมู่บ้านไปแล้ว พี่สาวของไทงะเคยพูดเอาไว้ว่าอยากให้ใครสักคนช่วยดูแลไทงะ เรนซึ่งตอนนั้นยังหลับใหลอยู่ในจี้ก็ได้ยินคำนั้น และเก็บมันมาเป็นคำสัญญา ดังนั้นหลังจากนั้นเรนจึงอยู่คอยดูแลไทงะมาตลอด

ไทงะบอกว่าตัวเองน่ะเป็นคนที่ไม่ได้เรื่องจริงๆ เพราะเขาได้แย่งคาสึมิมาจากเขาคนนั้น แต่ว่าเรนก็บอกว่าไม่ใช่อย่างนั้นหรอก เพราะนั่นสุดท้ายแล้ว พอไทงะรู้ว่าชีวิตของเขาคนนั้นอยู่ได้อีกเพียงไม่นาน ก็พยายามที่จะทำให้คาสึมิกลับมาเจอเขา โดยยอมที่จะแยกจากเธอ ทั้งๆที่เรนได้พรากความรักของทั้งสองคนออกไปแล้วแท้ๆ สุดท้ายทั้งสองก็กลับมารักกันใหม่ แถมพอหลังจากที่เขาตายไป ไทงะก็ปฏิเสธที่จะกลับไปหาคาสึมิอีก

คาสึมินั้นตกหลุมรักเขาคนนั้นแต่แรกพบ แต่หลังจากที่คาสึมิลืมเขาไป ก็ได้ใช้เวลาอยู่ร่วมกับไทงะ ในที่สุดจึงได้รักกัน ดังนั้นสุดท้ายแล้วคาสึมิจึงเลือกที่จะรักทั้งสองคน ไม่เลือกใครคนใดคนหนึ่ง ตัดสินใจที่จะเลี้ยงลูกโดยลำพังคนเดียว นั่นคือสิ่งที่เรนคิด

ไทงะรู้สึกผิดที่ปล่อยให้คาสึมิเลี้ยงลูกตามลำพังโดยที่ไม่ได้ให้ความช่วยเหลือเลยแม้แต่นิเดียว จนกระทั่งคาสึมิตายจากไป แต่เรนบอกว่าไทงะก็เหมือนกับจินามิเลย ชอบคิดมากไป ชอบเอาแต่โทษตัวเอง เอาแต่รู้สึกผิดอยู่คนเดียว ถึงกับเสียใจให้กับการตายของเขาคนนั้น ถึงขนาดสร้างหีบเพลงนั้นขึ้นมา

สุดท้ายไทงะบอกกับเรนว่าขอบคุณสำหรับทุกอย่าง แต่ว่าอย่าได้ใช้เคียวมาตัดความทรงจำนี้ไปเลย เพราะมันเป็นบาปที่ตัวเองต้องการจะแบกรับมันไว้ตลอดไป

 

ช่วงที่กำลังเรียนอยู่ที่คณะวิทยาศาสตร์ภาควิชาดาราศาสตร์นั้น ในระหว่างวันหยุดช่วงฤดูใบไม้ผลิเพื่อเดินไปเที่ยวชมท้องฟ้าจำลองทั่วประเทศ ญี่ปุ่นนั้นเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงเรื่องท้องฟ้าจำลอง ในที่สุดเขาก็มาถึงฮิบาริงะซากิ และก็ได้เจอกับคาสึมิซึ่งตอนนั้นอยู่มัธยมต้นเข้าโดยบังเอิญที่ช่องขายตั๋วเข้าท้องฟ้าจำลอง

เธอทักเขาและถามว่ารู้สึกยังไงกับท้องฟ้าจำลอง ไทงะไม่ตอบแต่กลับถามกลับว่าเพิ่งเคยมาเป็นครั้งแรกเหรอ เธอตอบว่าใช่ เพราะว่าไม่ได้สนใจเรื่องดาวเป็นพิเศษ เพียงแต่ว่าชอบท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดาวของฮิบาริงะซากิเท่านั้น เธอยังบอกไทงะว่าถ้าหากได้เดินทางอีกละก็ แทนที่จะไปท้องฟ้าจำลอง ให้ไปที่จุดชมวิวดีกว่า เพราะมันวิเศษกว่ากันเยอะ จะมีความสุขจนไม่อาจลืมไปชั่วชีวิตเลย การพบกันครั้งนั้นทำให้ไทงะหลงรักคาสึมิตั้งแต่แรกพบ พอรู้ว่าคาสึมิเป็นนักเรียนของเมืองฮิบาริงะซากิ ดังนั้นเมื่อเธอขึ้นมัธยมปลายจะต้องเข้าเรียนที่โรงเรียนฮาบาริแน่ ดังนั้นจึงคิดว่าตัวเองจะต้องไปเป็นครูสอนที่นั่นให้ได้ เพื่อที่จะได้หายจากโรคที่ไม่ชินกับการเจอหน้าคน แล้วก็เพื่อจะได้เจอกับคาสึมิอีก ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว ไทงะปฏิญาณกับตัวเองไว้ว่าจะต้องแต่งงานกับคาสึมิให้ได้

ใน ที่สุดไทงะก็ได้เป็นคุณครูที่โรงเรียนฮิบาริดังที่ต้องการ แต่เมื่อพบกับคาสึมิก็พบว่าเธอมีแฟนอยู่แล้วทำให้วิมานที่วาดฝันไว้เป็นอัน พังทลายลงทันที แต่หลังจากที่สองคนนั้นเลิกกัน ไทงะก็ได้คบกับคาสึมิและแต่งงานกันสมดังปรารถนา แม้จะเป็นแค่ช่วงสั้นๆก็ตาม

 

ที่ร้านมิลกีเวย์ ชิโนะมาหาโซวอิจิโรวที่ร้าน ทั้งคู่คุยกันถึงเรื่องเก่าๆ โซวอิจิโรวถามชิโนะกว่าคิดว่าใครที่เป็นคนทำให้เรื่องราวของสองคนนั้นกลายเป็นตำนานเล่าขานไป ชิโนะก็บอกว่าพอจะเดาได้ คนที่เผยแพร่เรื่องนี้ออกไปน่าจะเป็นตัวเขาคนนั้น เซระ จิฮิโระ เองนั่นล่ะ เพราะรู้ว่าอีกไม่นานตัวเองก็จะจากไปแล้ว จึงอยากให้เรื่องราวของตัวเองหลงเหลือไว้

แต่โซอิจิโรวบอกว่าในความเห็นของมายากะแล้ว เธอคิดว่าสาเหตุที่เขากระจายเรื่องนี้ออกไปเพราะที่จริงในส่วนลึกแล้วเขาไม่ได้อยากให้คาสึมิลืมตัวเอง จึงอยากให้เรื่องนี้ได้ยินไปถึงคาสึมิเข้าสักวัน และเธอจะกลับมานึกถึงเขาอีก

ส่วน ในความเห็นของโซวอิจิโรวเองคิดว่าสาเหตุน่าจะเพราะว่าเขาชอบท้องฟ้าที่เต็ม ไปด้วยดาวของฮิบาริงะซากิ ดังนั้นจึงสร้างเรื่องเล่าขึ้นมาเพื่อให้นักเรียนของฮิบาริงะซากิเกิดความ สนใจที่จะมาโรงเรียนตอนกลางคืนเพื่อค้นหาสิ่งลึกลับหรือมาทดสอบความกล้า เพื่อจะได้แหงนหน้าขึ้นไปมองบนท้องฟ้า

สุดท้ายโซวอิจิโรวจึงบอกว่า ความจริงเป็นยังไงอาจมีแต่เจ้าตัวเท่านั้นที่รู้ หรืออาจมีความจริงอื่นอีก ก็คงต้องรอให้คนรุ่นหลังมาไขต่อไป บางทีหากใครสามารถไขมันได้แล้วละก็ ในตอนนั้นคงจะต้องรู้สึกชอบท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดาวของฮิบาริงะซากิขึ้นมาแน่นอน และตัวเองก็ปรารถนาเช่นนั้นเช่นกัน

 


ตอนเย็น โยวกับจินามิอยู่ที่หน้าประตูโรงเรียน เนื่องจากโซวอิจิโรวบอกว่าหีบเพลงซ่อมเสร็จแล้ว ให้โยวเป็นคนไปรับกับไทงะด้วยตัวเอง ก่อนที่ไทงะจะไม่อยู่เป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ ที่จริงจะรอจนเปิดเทอมก็ได้ แต่โยวเองก็อยากที่จะพบไทงะเร็วๆ อยากจะคุยด้วยสักครั้ง คุณพ่อที่เขาไม่เคยเจอมาก่อนเลยในชีวิต... ในที่สุดเขาก็จะได้พบแล้ว......

(ขึ้นเพลง星の夢(โฮชิโนะยุเมะ = ความฝันดวงดาว))

[กดเพื่อฟัง 星の夢]

 

วันเปิดเทอม ทุกอย่างก็เริ่มต้นเหมือนเดิมอย่างเคย โยวกับจินามิออกมาจากบ้านในเวลาที่เฉียดสายอีกเช่นเคย พร้อมเดินไปโรงเรียนด้วยกันกับอิสึซึและสึซึฮะ โยวบอกว่าวันนี้ชมรมดูดาวจะได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการแล้ว และต้องการที่ปรึกษาด้วย ซึ่งทุกคนก็นึกถึงไทงะ อิสึซึก็บอกว่าจะดีใจมากถ้าได้คุณครูมิชิมะมาเป็นที่ปรึกษา

จากนั้นทุกคนก็เริ่มรู้สึกตัวว่าต้องรีบวิ่งแล้ว ไม่งั้นไปสาย แล้วทั้งคู่ก็รีบออกวิ่งไปด้วยกัน จินามิพูดทิ้งท้ายเอาไว้ว่า

ไม่ว่าเมื่อไหร่ จินามิจะอยู่เคียงข้างพี่ชายเสมอ พวกเราจะเป็นครอบครัวเดียวกันตลอดไปนะ


- จบบริบูรณ์ -

 

*คำว่ากระจกหมื่นบุปผา ถอดคำแปลตรงตัวมาจากภาษาญี่ปุ่นคือ 万華鏡 แต่คนส่วนใหญ่มักเรียกทับศัพท์ตามภาษาอังกฤษคือ kaleidoscope ในการ์ตูนเรื่องเกมกลคนอัจฉริยะ (Yugioh) ใช้คำว่ากระจกหมื่นทิวา
*ชตอลเลิน(stollen) เป็นชื่อขนมชนิดหนึ่งของเยอรมัน ทำมาจากไข่
*เกษตรกรในญี่ปุ่นถือว่าค่อนข้างมีฐานะ ต่างจากเกษตรกรไทย

คำศัพท์เฉพาะ
กระจกหมื่นบุปผา(万華鏡, มังเงเกียว, คาไลโดสโคป, kaleidoscope)
ตำหนักนภาดารา(星天宮, เซย์เทงงู)
เทพแห่งดวงดาว(星神, โฮชิงามิ)
อามัตสึมิกาโบชิ(天津甕星)
สิ่งอันไม่นำพา(まつろわぬもの, มัตสึโรวานุโมโนะ)
ดาราญาณ(星霊, เซย์เรย์)
คนไม่ได้เรื่อง(ダメ人間,ดาเมะนิงเงง)
ชมรมดูดาว(天クル,เทงคุรุ)
ชมรมดนตรีเครื่องเป่า(
吹奏楽部, ซึยโซวงากุบุ)

 

กล่าวส่งท้ายและความเห็นส่วนตัว

ในที่สุดก็เขียนจนจบ ใช้เวลาไปเกินกว่าหนึ่งวัน

สำหรับบทจินามินี้ ต่างจากบทอื่นตรงที่เป็นเหตุการณ์ที่เกิดในช่วงวันหยุดปิดเทอมฤดูร้อนสั้นๆ เพียงสัปดาห์เดียวและจบลงก่อนเปิดเทอม ในขณะที่บทอื่นกว่าจะเริ่มเรื่องก็ปลายปิดเทอมหรือไม่ก็เปิดเทอมแล้วและยาว ต่อมาเกินสองสัปดาห์

ถือเป็นบทที่ไม่ ยาวมากนัก และเข้าใจได้ง่ายดาย เรื่องราวไม่ซับซ้อน แต่มีความหมายลึกซึ้งนัก ส่วนตัวแล้วชอบเพราะว่าเน้นความสัมพันธ์ระหว่างคนในครอบครัว ซึ่งเป็นอะไรที่ซึ้งมาก ซึ้งที่สุดในบรรดาทุกบท เป็นบทเดียวที่แทบจะทำให้น้ำตาไหล

แม้ว่าจินามิจะไม่ใช่ตัวละครที่รู้สึกชอบมาตั้งแต่ต้น แต่พอได้เล่นบทนี้ก็ทำให้เทใจให้จินามิเยอะขึ้นมากเลย

จินามินั้นเป็นเด็กดีมาก แม้ว่าจะทำงานบ้านไม่เป็น ทำอะไรก็ไม่สำเร็จ (แถมยังเป็นตัวละครที่คะแนนนิยมต่ำด้วย) แต่ก็ได้พยายามอย่างเต็มที่เพื่อจะไม่เป็นภาระคนอื่น และมีความสามารถในการหาเพื่อน สามารถทำให้ใครก็ได้มาเป็นเพื่อน แม้แต่อิสึซึซึ่งไม่คิดจะเปิดใจให้ใครก็ยังยอมเป็นเพื่อนด้วย ซึ่งในบทของอิสึซึเราจะได้เห็นในส่วนตรงนี้มากขึ้น

คนเราคงไม่มีใครอยากที่จะรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้เรื่องและต้องเป็นภาระของคนอื่น ดังนั้นจินามิจึงเป็นตัวอย่างของคนที่ไม่ได้เรื่องแต่มีความพยายาม ส่วนโยวกับคาสึมิก็ไม่เคยรู้สึกต่อว่าอะไรจินามิเลย นั่นก็เพราะคำว่าครอบครัวนั่นเอง

 

มีความจริงที่ต้องพูดถึงอย่างหนึ่งคือ จริงๆแล้วในเนื้อเรื่องมีเนื้อหาในส่วนของเรื่องที่โยวกับจินามิคิดอะไรกัน เกินพี่น้องอยู่ด้วย แต่ตรงนั้นสั้นมาก และแทบไม่มีผลต่อเรื่องหลักเลย จึงตัดออกได้ ดังนั้นจึงขอแยกมาพูดถึงต่างหาก

เนื้อเรื่องคือในเช้าวันเสาร์ที่ 25 จินามิสารภาพรักกับโยว แล้วก็พาไปเที่ยวในเมืองด้วยกันทั้งวัน ชิโนะก็ดูเหมือนจะดูออกว่าสองคนคิดอะไรกัน แต่แทนที่จะต่อต้านกลับรู้สึกดีใจมาก (ถ้าเป็นเกมอื่นคงโดนต่อต้านและกลายเป็นเนื้อเรื่องยาวไป) เรื่องก็จบลงอย่างมีความสุขเท่านี้โดยไม่มีกล่าวถึงต่อเป็นพิเศษ

โดยส่วนตัวแล้วอยากให้เกมดึงเนื้อเรื่องส่วนนี้ออกไป เพราะรู้สึกว่ามันจะทำให้ความซึ้งของเรื่องราวลดลงไป ที่คิดอย่างนี้ก็อาจถือเป็นอคติของตัวเองอยู่ส่วนหนึ่งด้วย น่าจะเหมือนกับคนส่วนใหญ่คือไม่ชอบเรื่องที่พี่น้องจะคิดอะไรเกินเลยกันเอง อย่างไรก็ตาม มันเป็นเอกลักษณ์ของวิชวลโนเวลซึ่งคงเปลี่ยนแปลงมันได้ยาก

 

สำหรับชื่อพ่อของจินามิ คือ เซระ จิฮิโระ ความจริงแล้ว ไม่ได้ปรากฏในบทนี้ แต่อยากใส่ชื่อเขาสักหน่อย เพราะอย่างน้อยก็เป็นตัวละครสำคัญ คำว่า "จิ" ในชื่อจินามิก็น่าจะมาจากชื่อของเขา เซระ จิฮิโระ ถือเป็นตัวละครลับที่เปิดเผยคนสุดท้ายในเรื่อง ชื่อของเขาจะปรากฏเฉพาะในบทของยุเมะ (เพื่อนวัยเด็กของโยวที่จุดชมวิว ซึ่งต้องจบบทของคนอื่นทั้งหมดก่อนถึงจะเล่นได้)

ในบทของยุเมะเป็นบทสุดท้ายซึ่งจะไขปริศนาทุกอย่างที่ค้างคามาจากในบทอื่น และในนั้นจะมีพูดถึงเรื่องอดีตของรุ่นพ่อแม่โยวอีกเล็กน้อยในมุมมองของชิโนะ แต่โดยใจความรวมแล้วอยู่ในบทของจินามิเกือบทั้งหมดอยู่แล้ว

สำหรับเรื่องของอาสึกะที่พูดถึงเกี่ยวกับน้องสาวนั้น แม้ว่าเจ้าตัวจะบอกว่าพูดเล่น แต่ที่จริงแล้วน่าจะมีส่วนจริง ซึ่งเนื้อเรื่องส่วนนี้ไม่ได้ปรากฏในภาคนี้ แต่น่าจะไปเฉลยในภาค Eternal Heart ซึ่งก็ต้องติดตามกันต่อไป

 

จุดเด่นอย่างหนึ่งของเกมนี้คือการที่รุ่นพ่อแม่มีส่วนร่วมในเนื้อเรื่องเยอะมาก มากสุดเท่าที่เคยเจอมา ปกติในวิชวลโนเวลตัวละครพ่อแม่มักจะมีบทไม่มาก แต่สำหรับเกมนี้ถือว่าเยอะจริงๆ

อยากให้มีภาคเสริมซึ่งเป็นเนื้อเรื่องของรุ่นพ่อแม่ ออกมาจัง เนื้อเรื่องมันดูจะละเอียดพอที่จะทำออกมาได้จริงๆเลย ซึ่งจากเนื้อเรื่องหลักจับมารวมๆกันก็สรุปย่อๆได้ดังนี้

ชมรมดาราศาสตร์ในยุคนั้นมีสมาชิกคือ โซวอิจิโรว(ประธานชมรม) มายากะ จิฮิโระ ซึ่งอยู่รุ่นเดียวกัน และชิโนะซึ่งเป็นรุ่นน้องอยู่หนึ่งปี ส่วนคาสึมินั้นอยู่ชมรมดนตรีเครื่องเป่าแต่ก็คบกับจิฮิโระอยู่ ระหว่างนั้นก็มีคุณครูหนุ่มคนหนึ่งย้ายเข้ามาทำงานใหม่และได้เป็นที่ปรึกษาชมรมดาราศาสตร์ทันที นั่นก็คือไทงะ

จากนั้นไม่นาน จิฮิโระรู้ว่าตัวเองป่วยและจะต้องตายในไม่ช้าจึงได้ขอให้เรนช่วยลบความทรงจำของเขาไปจากคาสึมิ เพื่อให้เธอลืมเขา สุดท้ายคาสึมิก็ลืมจิฮิโระและในที่สุดก็ไปคบกับไทงะ จนแต่งงานกันมีลูกก็คือโยว หลังจากนั้นพอไทงะรู้ว่าจิฮิโระกำลังจะตายจึงรู้สึกอยากให้ทั้งคู่ได้กลับมา เจอกันอีกครั้ง โดยตัวเองยอมเลิกกับคาสึมิ สุดท้ายคาสึมิก็กลับมาคบกับจิฮิโระจนมีลูกคือจินามิ แต่ในที่สุดจิฮิโระก็ตายลง หีบเพลงซึ่งเป็นสัญลักษณ์ประจำชมรมไทงะสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกให้กับการ ตายของจิฮิโระ

 

สุดท้ายนี้โยวไม่เคยได้เจอไทงะเลยตลอดเรื่อง แม้แต่ท้ายบทนี้โยวกำลังจะได้พบเป็นครั้งแรก แต่ก็ตัดไปแค่นั้นไม่ได้มีฉากให้คนเล่นได้เห็นกัน ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่ต้องจินตนาการเองว่าพ่อลูกได้เจอกันเป็นครั้งแรกจะซึ้งสักแค่ไหน

 

รวมศัพท์ภายในบท
過保護 かほご เลี้ยงลูกอย่างไข่ในหิน,อย่างทะนุถนอมมากเกินไป
~ 明日歩、話し込むのは仕事が終わってから。オーダー取るの忘れないように
張り込む はりこむ ซุ่มจับตาดู,สอดส่อง,เฝ้าดูพฤติกรรม,ติดให้แน่น
~ 肝試しじゃなくて夜の張り込みな。今さらどっちでもいいけどよ
稼働 かどう การทำมาหากิน,การทำงาน(ของคน เครื่องจักร)
~ そんなことしないよっ、千波は一日十時間は寝ないと正常に稼働しないからねっ
夢遊病 むゆうびょう เดินละเมอ
~ たまにあるんだよ。夜眠って目が覚めると往来を歩いていることが ただの夢遊病の類だから心配はしていないんだけどね
啓示 けいじ การแสดงให้เห็น(พลัง อำนาจหรืออภินิหาร)
~ 僕は今日、我に返ったらこのオルゴールも手にしていた。僕の手で修理を頼むのはおそらく神の啓示だと思ってね
発条 バネ สปริง 
装飾 そうしょく
~ การประดับตกแต่ง,เครื่องประดับ 鎖に下がっているのは、装飾の施された石。
自供 じきょう การสารภาพ,การรับสารภาพ
~ 自供ご苦労さま
没落 ぼつらく ล่มสลาย
~ きっとこれを機に天クルは没落を始めしゃよう斜陽に染まり堕ちる先には廃部と運命を共にして……
霊験 れいげん อภินิหาร,ปาฏิหาริย์
あらたか あらたか (ยา)ได้ผลชะงัก,ขลัง,ศักดิ์สิทธิ์
~ メテオライトって、霊験あらたかなんだよね
鑑定 かんてい การตัดสินการประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิ,การวินิจฉัย
~ 判断が難しいということさ。僕も鑑定士じゃないからね
配膳 はいぜん การเสิร์ฟอาหาร
~ 配膳係の千波もいきますっ
ずぼら ละเลย,ไม่เอาใจใส่,ไม่เข้มงวด,ไม่มีระเบียบ
~ 万夜花はずぼらだからね。すっぽかされる前に、早く神社に向かったほうがいい
合点が行く がてんがいく เริ่มจะเข้าใจ
~ ようやく総一朗は合点がいった。
管轄 かんかつ เขตอำนาจ
~ 神話の類は管轄外なんだよ
楽譜 がくふ โน้ตเพลง,แผ่นโน้ตเพลง
淡泊 たんぱく ฉลาด,บริสุทธิ์,กระจ่าง,เป็นกลาง,เรียบๆ,สว่าง
~ 思考が淡泊になっている。
片鱗 へんりん ส่วนหนึ่ง
~ 今では友達作りの天才(本人はどう思っているのか知らないが)の千波だが、子供の頃はまだその片鱗もなかった。
傍若無人 ぼうじゃくぶじん ท่าทางไม่เกรงใจใคร,หยิ่งยโส
~ ……キミはいつまで経っても傍若無人だね
屈託 くったく เป็นห่วง,กังวล
~ 自分とは違い、初対面の相手に対しても屈託ない笑顔を向けることのできる歌澄に、羨望に近い恋をしたのだった。
潤滑油 じゅんかつゆ น้ำมันหล่อลื่น
~ 恋は人生を潤す。時に潤滑油として歯車の回転を速くする。
短絡 たんらく การที่(ไฟ)ลัดวงจร,(เรื่องราวต่าง ๆ)ผูกกันอย่างง่ายดาย
~ 大河は短絡的に考えたのだ。このままでは終われない、俺はもう一度彼女と出会う。
誤算 ごさん การคำนวณผิด
~ まさかすでに彼氏がいるとは思わなかった。俺の計画の唯一の誤算だ
勘当 かんどう การตัดหางปล่อยวัด,การตัดออกจากกองมรดก
~ 当時はそんな歌澄を責めてしまった。結果、勘当のかたちとなった。



-----------------------------------------

囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧

ดูสถิติของหน้านี้

หมวดหมู่

-- บันเทิง >> เกม >> vn

ไม่อนุญาตให้นำเนื้อหาของบทความไปลงที่อื่นโดยไม่ได้ขออนุญาตโดยเด็ดขาด หากต้องการนำบางส่วนไปลงสามารถทำได้โดยต้องไม่ใช่การก๊อปแปะแต่ให้เปลี่ยนคำพูดเป็นของตัวเอง หรือไม่ก็เขียนในลักษณะการยกข้อความอ้างอิง และไม่ว่ากรณีไหนก็ตาม ต้องให้เครดิตพร้อมใส่ลิงก์ของทุกบทความที่มีการใช้เนื้อหาเสมอ

สารบัญ

รวมคำแปลวลีเด็ดจากญี่ปุ่น
มอดูลต่างๆ
-- numpy
-- matplotlib

-- pandas
-- manim
-- opencv
-- pyqt
-- pytorch
การเรียนรู้ของเครื่อง
-- โครงข่าย
     ประสาทเทียม
ภาษา javascript
ภาษา mongol
ภาษาศาสตร์
maya
ความน่าจะเป็น
บันทึกในญี่ปุ่น
บันทึกในจีน
-- บันทึกในปักกิ่ง
-- บันทึกในฮ่องกง
-- บันทึกในมาเก๊า
บันทึกในไต้หวัน
บันทึกในยุโรปเหนือ
บันทึกในประเทศอื่นๆ
qiita
บทความอื่นๆ

บทความแบ่งตามหมวด



ติดตามอัปเดตของบล็อกได้ที่แฟนเพจ

  ค้นหาบทความ

  บทความแนะนำ

ตัวอักษรกรีกและเปรียบเทียบการใช้งานในภาษากรีกโบราณและกรีกสมัยใหม่
ที่มาของอักษรไทยและความเกี่ยวพันกับอักษรอื่นๆในตระกูลอักษรพราหมี
การสร้างแบบจำลองสามมิติเป็นไฟล์ .obj วิธีการอย่างง่ายที่ไม่ว่าใครก็ลองทำได้ทันที
รวมรายชื่อนักร้องเพลงกวางตุ้ง
ภาษาจีนแบ่งเป็นสำเนียงอะไรบ้าง มีความแตกต่างกันมากแค่ไหน
ทำความเข้าใจระบอบประชาธิปไตยจากประวัติศาสตร์ความเป็นมา
เรียนรู้วิธีการใช้ regular expression (regex)
การใช้ unix shell เบื้องต้น ใน linux และ mac
g ในภาษาญี่ปุ่นออกเสียง "ก" หรือ "ง" กันแน่
ทำความรู้จักกับปัญญาประดิษฐ์และการเรียนรู้ของเครื่อง
ค้นพบระบบดาวเคราะห์ ๘ ดวง เบื้องหลังความสำเร็จคือปัญญาประดิษฐ์ (AI)
หอดูดาวโบราณปักกิ่ง ตอนที่ ๑: แท่นสังเกตการณ์และสวนดอกไม้
พิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมโบราณปักกิ่ง
เที่ยวเมืองตานตง ล่องเรือในน่านน้ำเกาหลีเหนือ
ตระเวนเที่ยวตามรอยฉากของอนิเมะในญี่ปุ่น
เที่ยวชมหอดูดาวที่ฐานสังเกตการณ์ซิงหลง
ทำไมจึงไม่ควรเขียนวรรณยุกต์เวลาทับศัพท์ภาษาต่างประเทศ

ไทย

日本語

中文