φυβλαςのβλογ
บล็อกของ phyblas



พิพิธภัณฑ์วอซา เรือโบราณที่หลับไหลอยู่ใต้ทะเลถึงสามร้อยกว่าปี
เขียนเมื่อ 2014/06/21 02:38
#พฤหัส 8 พ.ค. 2014

หลังจากที่ไปชมพระราชวังดร็อตนิงโฮล์มมาแล้ว https://phyblas.hinaboshi.com/20140619

หลังจากแวะหาอะไรทานแถวๆสถานีรถไฟเสร็จก็ได้เวลาไปเที่ยวที่ต่อไปนั่นคือพิพิธภัณฑ์วอซา (Vasamuseet) ซึ่งเป็นสถานที่เที่ยวที่โดดเด่นมากที่สุดในสตอกโฮล์มก็ว่าได้

ปกติแล้วเวลาท่องเที่ยวตามที่ต่างๆบางคนอาจไม่ค่อยสนใจเที่ยวพวกพิพิธภัณฑ์เพื่อดูพวกสิ่งของอะไรที่จัดแสดงอยู่เฉยๆแค่นั้น แต่ว่าสำหรับพิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีความโดดเด่นไม่เหมือนที่ไหน เพราะสิ่งที่จัดแสดงอยู่ข้างในนั้นเป็นอะไรที่ใหญ่โตมาก นั่นก็คือซากเรือโบราณขนาดใหญ่นั่นเอง

พิพิธภัณฑ์วอซาถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 1990 เพื่อตั้งแสดงเรือวอซา (Vasa) ซึ่งเป็นเรือสมัยโบราณที่ถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่ปี 1626 และสร้างเสร็จในปี 1628 จากนั้นเรือก็ออกเดินทางครั้งแรกแต่ก็ล่มลงภายในปีเดียวกันหลังจากที่ออกเรือไปได้ไม่ไกลโดยยังอยู่ภายในหมู่เกาะสตอกโฮล์ม

เรือถูกกู้ขึ้นมาได้สำเร็จเมื่อปี 1961 หลังจากที่จมอยู่นาน ๓๓๓ ปี โดยอยู่ในสภาพที่ค่อนข้างสมบูรณ์ หลังจากนั้นจึงซ่อมแซมแล้วก็นำมาจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ให้ผู้คนได้ทำความรู้จักเรื่องราวของเรือในสมัยก่อนกัน

ตัวเรือที่จัดแสดงนี้ ๙๕% คงอยู่ในสภาพเดิมจากสมัยโบราณ มีการซ่อมแซมแต่งเติมเพียงเล็กน้อย นอกจากนี้ก็ยังมีจัดแสดงของที่เกี่ยวข้องอีกหลายอย่าง เช่นวิธีการสร้างเรือ อธิบายประวัติของเรือโดยละเอียด

ปัจจุบันพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีคนเข้าชมมากที่สุดในยุโรปเหนือ เพราะเป็นสถานที่ที่ไม่ว่าใครมาสตอกโฮล์มก็มักจะไม่พลาดที่จะแวะมาชม

รายละเอียดเพิ่มเติมอ่านได้ในเว็บไซต์ของพิพิธภัณฑ์ได้เลย มีภาษาไทยด้วย http://www.vasamuseet.se/sv/Sprak/11

ตัวพิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่บนเกาะยูโกร์เดิน (Djurgården) ซึ่งเป็นเกาะหนึ่งที่สำคัญของสตอกโฮล์ม ภายในบริเวณเกาะไม่ใช่ที่อยู่อาศัยแต่เต็มไปด้วยสวนและพิพิธภัณฑ์มากมาย นอกจากพิพิธภัณฑ์วอซาที่จะไปนี้แล้วก็ยังมีพิพิธภัณฑ์อีกหลายแห่งซึ่งถ้าหากจะแวะให้หมดก็คงต้องใช้เวลาไม่น้อย แต่อย่างไรก็ตามเป้าหมายคราวนี้อยู่ที่พิพิธภัณฑ์วอซาแห่งเดียวเพราะไม่มีเวลามากนัก



จากสถานีรถไฟกลางสามารถเดินทางไปยังพิพิธภัณฑ์วอซาได้ง่ายโดยนั่งรถรางไป โดยสถานีรถรางอยู่ที่จตุรัสแซร์เกล (Sergels torget) ซึ่งอยู่ห่างจากสถานีรถไฟไปทางตะวันออกเล็กน้อย เดินไปแค่นิดเดียวก็ถึง



การขึ้นรถรางก็สามารถใช้บัตร SL ได้เช่นกัน จุดขึ้นรถรางอยู่ใต้สะพานนี้ ที่ต้องนั่งไปคือหมายเลข 7



ภายในรถราง



รถรางจะวิ่งข้ามเกาะไปยังเกาะยูโกร์เดิน และเราก็ลงตรงป้ายแรกหลังข้ามเกาะไปเลยนั่นก็คือป้ายพิพิธภัณฑ์นอร์ดิสกา / พิพิธภัณฑ์วอซา (Nordiska museet/Vasamuseet)



พิพิธภัณฑ์นอร์ดิสกา (Nordiska museet) เป็นพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของสวีเดนตั้งแต่สิ้นสุดยุคกลางไปจนถึงปัจจุบัน



คำว่านอร์ดิสกา (Nordiska) เป็นคำคุณศัพท์ในภาษาสวีเดนหมายถึงเกี่ยวกับกลุ่มประเทศต่างๆในยุโรปเหนืออันได้แก่สวีเดน นอร์เวย์ เดนมาร์ก ฟินแลนด์ ไอซ์แลนด์

ความจริงแล้วพิพิธภัณฑ์นี้แรกทีเดียวตั้งใจจะแสดงวัฒนธรรมของทั้งแถบยุโรปเหนือ แต่สุดท้ายเนื่องจากพื้นที่มีจำกัดก็เลยจัดแสดงแค่ของสวีเดนอย่างเดียว ตัวอาคารถูกสร้างขึ้นในช่วงปี 1888 ถึง 1907 โดยเป็นสถาปัตยกรรมแบบเรอเนซ็องส์แบบเดนมาร์ก



เราได้แต่ชมความสวยงามของตึกนี้จากภายนอกแต่ไม่ได้เข้าไปชมด้านใน เกาะยูโกร์เดินนี้จริงๆแล้วค่อนข้างใหญ่พอสมควร มีอะไรให้เที่ยวมากมาย แต่เรามาแวะแค่พิพิธภัณฑ์วอซาซึ่งอยู่ตางส่วนนอกสุดของเกาะ หากเดินลึกเข้าไปก็ยังมีพิพิธภัณฑ์อีกหลายแห่ง ที่สำคัญก็เช่นสกานเซิน (Skansen) ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งขนาดใหญ่และยังประกอบด้วยสวนสัตว์อีกด้วย มีคนแนะนำให้ไปที่นี่มากเหมือนกัน แต่มันต้องใช้เวลามากพอสมควรจึงไม่ได้ไป น่าเสียดายเหมือนกัน

แน่นอนหากคิดจะเที่ยวภายในเกาะนี้ทั้งหมดละก็ ซื้อ Stockholm card ไปเลยน่าจะคุ้มที่สุด เพราะที่เที่ยวแต่ละแห่งในนี้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ต้องเสียค่าเข้าทั้งนั้น หากมีเวลาได้แวะมาเที่ยวอีกละก็น่าลองเที่ยวให้ทั่วเกาะนี้ดู




เดินนิดหน่อยก็มาถึงพิพิธภัณฑ์วอซา ตัวอาคารนี้ก็สวยเด่นมีเอกลักษณ์เช่นกัน




เข้าไปด้านในแล้วก็ซื้อตั๋วตรงนี้ ราคาค่าเข้าคือ ๑๓๐ โครน แพงทีเดียว แต่ก็คิดว่าคุ้มค่า



เมื่อเข้าไปถึงก็จะได้เห็นเรือวอซาตั้งเด่นอยู่กลางห้องจัดแสดงภายในอาคาร จะเห็นว่าตัวอาคารประกอบไปด้วยชั้นต่างๆเพื่อที่จะดูเรือได้จากหลายๆมุมทั้งมุมสูงและข้างใต้



ข้างๆตัวเรือของจริงนี้มีแบบจำลองเรือขนาดเล็กๆวางอยู่ด้วย



ข้างๆนั้นมีห้องสำหรับฉายหนังซึ่งฉายเกี่ยวกับเรื่องราวตอนที่กู้เรือขึ้นมา โดยพูดเป็นภาษาอังกฤษและมีคำบรรยายใต้ภาพเป็นภาษาสวีเดน



จากนั้นเราขึ้นไปชั้นบนสุดเพื่อจะชมเรือจากด้านบน จากมุมนี้เห็นดาดฟ้าเรือได้ชัด



และยังเห็นบรรยากาศของแต่ละชั้นที่อยู่ข้างล่างลงมาด้วย



ท้ายเรือนี่คือจุดที่โดดเด่นอย่างหนึ่งของเรือนี้เลย มีการแกะสลักอย่างวิจิตรสวยงามมากทีเดียว



ชั้นบนสุดมีพื้นที่ให้ยืนอยู่แค่นี้ จากนั้นเราลงมาชั้นล่างถัดไปก็ยังเห็นเรือจากมุมสูงอยู่ ตรงนี้เราสามารถมองเห็นดาดฟ้าเรือได้ชัดๆใกล้ๆ



ตรงนี้เป็นบริเวณสำหรับให้มือปืนซุ่มยิง จะเห็นว่าด้านนอกก็ตกแต่งอย่างสวยงาม มีรูปแกะสลักอยู่มากมาย



ส่วนหัวเรือ



ที่หัวเรือนี้มีเสากระโดงยื่นออกไป เห็นแล้วนึกถึงวันพีซเลยลูฟีชอบไปนั่งตำแหน่งนั้นบ่อยๆ



ขอภาพมุมสวยๆที่เห็นเรือทั้งลำจากหัวเรือสักรูป



จากนั้นเดินลงมาอีกชั้นก็จะเป็นส่วนที่จัดแสดงอะไรต่างๆมากมาย อย่างอันนี้เป็นแบบจำลองแสดงการเดินเรือ



แบบจำลองส่วนปลายหัวเรือ ทำมาให้คนสามารถไปเดินเล่นได้



ตรงส่วนนี้จำลองห้องภายในเรือ ให้บรรยากาศเหมือนไปอยู่บนเรือจริงๆ



ห้องปืนใหญ่



แบบจำลองภาคตัดขวางของเรือ ทำให้รู้ว่าภายในเรือแต่ละห้องมีไว้ทำอะไรกันบ้าง



ชั้นล่างเป็นห้องเก็บพวกลุกปืนและเสบียงต่างๆ



เมื่อเดินดูชั้นนี้เสร็จแล้วลงไปอีกชั้นก็จะกลับสู่ชั้นเดิมที่เข้ามาตอนแรก เดินลงไปอีกก็จะเป็นชั้นล่างสุด



เรือบดที่ใช้ในเรือวอซา ยาว ๑๒ เมตร เอาไว้ใช้ติดต่อกับเรืออื่น หรือบางทีก็ใช้ลากพ่วง



แผนที่ที่เล่าถึงประวัติศาสตร์ แต่จังหวะตอนนั้นมีกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวเกาหลีมาและเขากำลังบรรยายอยู่ก็เลยเข้าใกล้ไม่ได้เลย



จบแค่นี้ ที่จริงถ้ามีเวลาก็สามารถอยู่ได้อีกนาน มีรายละเอียดอะไรต่างๆให้ดูอีกเยอะ แต่ยังมีสถานที่ที่อยากไปอีกดังนั้นพยายามทำเวลาดีกว่า เท่าที่ได้มาดูนี่ก็ถือว่าคุ้มแล้ว

หลังจากดูเสร็จก็ออกมาด้านนอก มีขายของที่ระลึกอยู่ แต่ก็ไม่ได้ซื้ออะไร แค่เดินดูนิดหน่อย







จากนั้นก็ออกมาจากพิพิธภัณฑ์แล้วเดินกลับทางเดิม แต่คราวนี้เดินข้ามสะพานไปขึ้นรถรางอีกฝั่ง ไหนๆมาแถวนี้แล้วก็อยากเดินเก็บบรรยากาศสักหน่อย ทิวทัศน์ริมน้ำเป็นจุดเด่นอย่างหนึ่งของสตอกโฮล์ม มันสวยเด่นมาก



เดินข้ามสะพานไปก็จะกลับสู่ฝั่งแผ่นดินใหญ่



มองกลับไปยังเห็นพิพิธภัณฑ์นอร์ดิสกาตั้งอยู่เด่นมองเห็นได้แต่ไกล



หากเดินไปตามทางนี้ก็จะสามารถกลับไปถึงสถานีรถไฟได้ บรรยากาศน่าเดินแบบนี้น่าจะเดินเพลินๆชมข้างทางไปเรื่อยๆได้ แต่ก็ไกลพอสมควร



จากนั้นเราข้ามไปฝั่งตรงข้ามเพื่อขึ้นรถ สักพักรถรางก็มาถึง เราขึ้นรถขบวนนี้เพื่อจะกลับไปยังสถานีรถไฟ



หลังจากที่กลับถึงสถานีรถไฟอีกครั้งเราก็แยกทางกับคนอื่นที่มาด้วยอีกครั้งเพื่อจะแยกไปยังสถานที่เที่ยวต่อไป https://phyblas.hinaboshi.com/20140623


-----------------------------------------

囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧

ดูสถิติของหน้านี้

หมวดหมู่

-- ท่องเที่ยว >> พิพิธภัณฑ์
-- ต่างแดน >> ยุโรป >> สวีเดน

ไม่อนุญาตให้นำเนื้อหาของบทความไปลงที่อื่นโดยไม่ได้ขออนุญาตโดยเด็ดขาด หากต้องการนำบางส่วนไปลงสามารถทำได้โดยต้องไม่ใช่การก๊อปแปะแต่ให้เปลี่ยนคำพูดเป็นของตัวเอง หรือไม่ก็เขียนในลักษณะการยกข้อความอ้างอิง และไม่ว่ากรณีไหนก็ตาม ต้องให้เครดิตพร้อมใส่ลิงก์ของทุกบทความที่มีการใช้เนื้อหาเสมอ

สารบัญ

รวมคำแปลวลีเด็ดจากญี่ปุ่น
python
-- numpy
-- matplotlib

-- pandas
-- pytorch
maya
การเรียนรู้ของเครื่อง
-- โครงข่าย
     ประสาทเทียม
javascript
บันทึกในญี่ปุ่น
บันทึกในจีน
-- บันทึกในปักกิ่ง
บันทึกในไต้หวัน
บันทึกในยุโรปเหนือ
บันทึกในประเทศอื่นๆ
เรียนภาษาจีน
qiita
บทความอื่นๆ

บทความแบ่งตามหมวด



ติดตามอัปเดตของบล็อกได้ที่แฟนเพจ

  ค้นหาบทความ

  บทความแนะนำ

เรียนรู้วิธีการใช้ regular expression (regex)
หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาจีนกวางตุ้ง
การใช้ unix shell เบื้องต้น ใน linux และ mac
หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาจีนกลาง
g ในภาษาญี่ปุ่นออกเสียง "ก" หรือ "ง" กันแน่
ทำความรู้จักกับปัญญาประดิษฐ์และการเรียนรู้ของเครื่อง
ค้นพบระบบดาวเคราะห์ ๘ ดวง เบื้องหลังความสำเร็จคือปัญญาประดิษฐ์ (AI)
หอดูดาวโบราณปักกิ่ง ตอนที่ ๑: แท่นสังเกตการณ์และสวนดอกไม้
พิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมโบราณปักกิ่ง
เที่ยวเมืองตานตง ล่องเรือในน่านน้ำเกาหลีเหนือ
บันทึกการเที่ยวสวีเดน 1-12 พ.ค. 2014
แนะนำองค์การวิจัยและพัฒนาการสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA)
เล่าประสบการณ์ค่ายอบรมวิชาการทางดาราศาสตร์โดยโซวเคนได 10 - 16 พ.ย. 2013
ตระเวนเที่ยวตามรอยฉากของอนิเมะในญี่ปุ่น
เที่ยวชมหอดูดาวที่ฐานสังเกตการณ์ซิงหลง
บันทึกการเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรกในชีวิต - ทุกอย่างเริ่มต้นที่สนามบินนานาชาติคันไซ
หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาญี่ปุ่น
ทำไมจึงไม่ควรเขียนวรรณยุกต์เวลาทับศัพท์ภาษาต่างประเทศ
ทำไมถึงอยากมาเรียนต่อนอก
เหตุผลอะไรที่ต้องใช้ภาษาวิบัติ?

ไทย

日本語

中文