φυβλαςのβλογ
บล็อกของ phyblas



สะพานมิตรภาพจีน-เกาหลีเหนือ เดินเล่นส่องเกาหลีเหนือจากฝั่งตรงข้ามแม่น้ำยาลู่
เขียนเมื่อ 2014/10/03 06:34
#อาทิตย์ 14 ก.ย. 2014

ต่อจากที่ไปเที่ยวชมประวัติศาสตร์สงครามเกาหลีกันมา https://phyblas.hinaboshi.com/20141001

คราวนี้เรานั่งรถกลับมายังย่านใจกลางเมือง มายังริมแม่น้ำยาลู่ บริเวณที่ตั้งสะพานข้ามแม่น้ำที่สำคัญสองแห่งซึ่งตั้งอยู่ติดๆกัน นั่นคือสะพานใหญ่ข้ามแม่น้ำยาลู่ (鸭绿江大桥, ยาลู่เจียงต้าเฉียว) หรือที่เรียกว่าสะพานมิตรภาพจีน-เกาหลีเหนือ (中朝友谊桥, จงเฉาโหย่วอี้เฉียว)

เป็นสะพานที่สร้างโดยญี่ปุ่นตั้งแต่ช่วงสงครามโลกครั้งที่สองสมัยที่ญี่ปุ่นยึดครองเกาหลีอยู่ ปัจจุบันกลายเป็นสะพานข้ามชายแดนระหว่างจีนกับเกาหลีเหนือ ยาวทั้งหมด ๙๔๖.๒ ม. เป็นสะพานสำหรับรถไฟผ่านเท่านั้น

และอีกอันข้างๆกันนั้นเป็นสะพานขาดแห่งแม่น้ำยาลู่ (鸭绿江断桥, ยาลูเจียงตว้านเฉียว) เป็นสะพานที่ถูกสร้างขึ้นก่อนสะพานมิตรภาพจีน-เกาหลีเหนือ แต่ว่าถูกทำลายไปในสงครามเกาหลีตอนปี 1950 เหลืออยู่แค่ครึ่งเดียวแต่ก็ยังคงรักษาไว้จนถึงปัจจุบันเพื่อเป็นที่ระลึกทางประวัติศาสตร์

สะพานขาดนี้ปัจจุบันเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปเดินได้ ค่าเข้าชม ๒๗ หยวน แต่เราเป็นนักศึกษามีบัตรนักเรียนจึงลดเหลือ ๑๐ หยวน



ขึ้นไปบนตัวสะพาน



ด้านหน้าตั้งขายของกันเต็ม



รูปปั้นหน้าสะพาน



ถ้ามองออกไปรอบๆนี้เต็มไปด้วยโรงแรม



ด้านซ้ายของสะพานขาดจะเห็นสะพานมิตรภาพจีน-เกาหลีเหนือซึ่งมีแต่ทางรถไฟ



เดินเข้าไปบนตัวสะพาน



บางส่วนพื้นมีรู มองลงไปข้างล่าง



ถึงสุดทาง สะพานขาดอยู่แค่นี้ประมาณครึ่งหนึ่งของแม่น้ำ



นักท่องเที่ยวมากมายเลย มีเจอคนญี่ปุ่นด้วย แต่ส่วนใหญ่ก็คนจีนมาเที่ยวเองแทบทั้งหมด



ซากสะพานส่วนที่ขาดปลายทาง



คนนิยมมาถ่ายรูปกับก้อนหินที่ปลายทางซึ่งเขียนคำว่าแม่น้ำยาลู่



มีกล้องส่องทางไกลให้ดูด้วย



ลองมองเปรียบเทียบสองฝั่งของแม่น้ำ ซ้ายเกาหลีเหนือ ขวาจีน ช่างเป็นโลกที่แตกต่าง



มองขยายเข้าไปที่สิ่งก่อสร้างของฝั่งเกาหลีเหนือ มีตึกสวยๆอยู่ไม่มากนัก




เดินดูสะพานเสร็จแล้วต่อไปเราเดินเลียบไปตามริมฝั่งน้ำเพื่อชมทิวทัศน์ไปเรื่อยๆ



เดินไปตามทางเดินริมน้ำไปทางตะวันตกเฉียงใต้ ระหว่างนั้นฝนเริ่มตกลงมาเบาๆ แต่กลับไม่ค่อยเห็นใครกางร่มกันเลย มีแต่พวกเราที่กาง



ระหว่างทางเห็นคนตกปลากันเยอะ



ตามข้างทางเต็มไปด้วยโรงแรมและร้านค้ามากมาย





ในจำนวนนั้นร้านเกาหลีเหนือมีอยู่ไม่น้อย บางอันก็เห็นเป็นเกาหลีแต่ไม่แน่ใจว่าเหนือหรือใต้แต่ส่วนใหญ่คงเป็นเหนืออยู่แล้ว









ที่นี่มีจักรยานให้เช่าด้วย



มองข้ามไปทางฝั่งเกาหลีเหนือ เห็นตึกโทรมๆอยู่มากมาย





ในแม่น้ำเห็นเรือเกาหลีเหนืออยู่ประปราย บางทีก็สวนกับเรือจีนเพราะน่านน้ำนี้ใช้ร่วมกันโดยไม่ต้องสนเรื่องเขตแดน




อันนี้เรือท่องเที่ยวจีน แล่นเข้าไปใกล้ฝั่งเกาหลีเหนือมาก สามารถชมได้อย่างใกล้ชิด



เดินไปเรื่อยๆเริ่มจะเป็นบริเวณที่เห็นพื้นข้างล่างเป็นดินเลนเตี้ยๆ



มองออกไปทิวทัศน์แบบนี้ก็สวยดี




มีนกเดินเล่นอยู่ด้วย



มองไกลออกไปจะเห็นเกาะอยู่เกาะหนึ่งกลางแม่น้ำที่กำลังก่อสร้างตึกเต็มไปหมด ชื่อเกาะเยวี่ยเลี่ยง (月亮岛) ที่เราเดินมาไกลก็ตั้งใจว่าจะมาดูเกาะนี้สักหน่อย



ใต้สะพานตรงนี้มีเรือมาเกยตื้นอยู่ด้วย



เกาะนี้อยู่ห่างจากฝั่งจีนไม่มากและมีสะพานเชื่อมไป ถ้าข้ามไปดูบนเกาะนั้นก็น่าจะเห็นฝั่งเกาหลีเหนือได้ชัดเหมือนกัน แต่เห็นมีแต่ที่กำลังก่อสร้างก็เลยไม่ได้เข้าไป ถ้าหากมาที่นี่ช้ากว่านี้สักอีกไม่กี่ปีอาจกลายเป็นสถานที่สำคัญของเมืองนี้ไปก็ได้



ที่สร้างเสร็จแล้วก็มีบ้าง เป็นตึกสวยๆ





จากนั้นเราขึ้นแท็กซีเพื่อกลับมายังโรงแรม ไอ้ที่เดินมาตลอดทางนี่ระยะทางประมาณสามกิโลกว่า ไกลพอสมควรแต่ชมทิวทัศน์สวยๆไปเรื่อยๆก็ถึงโดยไม่รู้ตัว


ก่อนที่จะมานี่เราเคยได้อ่านที่คนเขียนเล่าเรื่องแล้วพูดถึงร้านเกาหลีร้านหนึ่งที่มีการแสดงรำของคนเกาหลีเหนือ ชื่อภัตตาคารเปียงยาง ก็เลยเอาชื่อร้านแล้วให้แท็กซีไปส่ง แต่พอไปถึงก็พบว่าร้านนี้เขามีการแสดงตอนหกโมง ตอนที่ไปมันจบแล้ว



ดังนั้นเลยเปลี่ยนกลับเป็นไปที่ร้านที่เมื่อตอนเที่ยงไปแทน คือร้านอาหารซีนึยจู (新义州饭店) อยู่ไม่ไกลกันมากนัก อยู่แถวสถานีรถไฟเหมือนกัน ร้านนี้เขาเริ่มแสดงตอนทุ่ม



แต่พอไปถึงเขากลับบอกว่าวันนี้คนน้อยเลยจะไม่เปิดการแสดงแล้ว ยังไงก็ตามมาถึงแล้วก็ช่วยไม่ได้ไม่รู้จะไปหาร้านอื่นยังไงก็เลยแค่มากินข้าวเฉยๆก็ได้ การสั่งข้าวของที่นี่เขามีเมนูให้ดูตรงนี้ สั่งตรงนี้เสร็จค่อยเข้าไปยังห้องทานอาหาร



ภายในห้องทานอาหาร คนโล่งจริงๆมีนั่งอยู่ไม่กี่ที่ สมแล้วที่เขาไม่เปิดการแสดง ดูเหมือนช่วงนี้ไม่ใช่หน้าท่องเที่ยวของเขา ปกติคนคงจะเยอะกว่านี้



สั่งอาหารมาสองอย่าง เห็นแค่นี้แต่ราคาก็รวมแล้ว ๑๓๖ หยวน รสชาติก็อร่อยธรรมดาไม่ต่างจากไปทานตามร้านธรรมดา เหมือนมาทานเพื่อเอาบรรยากาศแบบเกาหลีเหนือจริงๆเลย



พนักงานก็คนเกาหลีเหนือล้วนๆ เรามีชวนเขาคุยด้วย แต่ละคนพูดจีนสำเนียงฟังยากเพราะพูดแบบไม่ค่อยมีวรรณยุกต์ ทำให้สื่อสารกันไม่ค่อยเข้าใจกันดีนัก แต่ก็ฟังดูอ่อนช้อยเพราะดี เราลองถามเขาว่าพูดภาษาอังกฤษได้หรือเปล่าเขาก็ตอบว่าได้นิดหน่อย แต่พอลองคุยเป็นภาษาอังกฤษไปจริงๆเขากลับไม่รู้เรื่อง พูดไม่ออกซะอย่างนั้น รูปนี้แอบถ่ายโดยกล้องมือถือของเพื่อน






จากนั้นเราเดินมาที่ริมน้ำอีกทีเพื่อชมทิวทัศน์ตอนกลางคืน บริเวณนี้เป็นสวนสาธารณะใกล้ๆกับสะพาน




สะพานมิตรภาพจีน-เกาหลี ตอนนี้มืดมิดไม่มีแสงไฟเลย



แถวนี้เดินตอนบ่ายมาแล้ว เดินตอนกลางคืนก็บรรยากาศอีกแบบ




แถวนี้ยังคงมีร้านค้าวางขายของอยู่มากมายแม้จะมืดๆ มีเจอเข็มกลัดรูปผู้นำคิมอิลซ็องกับคิมจ็องอิลด้วย เพื่อนซื้อมา



แล้วเดินเลียบริมน้ำทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือเรื่อยๆ เมื่อมองข้ามไปฝั่งเกาหลีเหนือก็เห็นว่าแทบไม่มีแสงลอดออกมาเลยทั้งๆที่ตอนกลางวันก็เห็นอยู่ว่าตรงนั้นเป็นเมือง ดูเหมือนเขาจะประหยัดไฟกันดี



แต่ก็เห็นแสงส่องสว่างเป็นลำสว่างจ้าจากฝั่งโน้นจุดหนึ่ง ไม่รู้ว่าเขาทำอะไร



ป้ายประกาศเกี่ยวกับกฎของการใช้ชายแดนตรงนี้



มองลงไปในแม่น้ำเห็นมีเกาะเล็กๆที่มีอาคารตั้งอยู่ ภายในเห็นพวกทหารกำลังนั่งชุมนุมหรืออบรมอะไรบางอย่างอยู่



จากนั้นเราก็เดินต่อไปสักพักแล้วก็เดินกลับโรงแรมไป จบการเที่ยวหนึ่งวันที่ยาวนานในตานตงลงเท่านี้



แต่เที่ยวนี้ยังไม่จบแค่นี้ วันรุ่งขึ้นยังมีการเที่ยวรออยู่ คราวนี้จะออกไปเที่ยวปีนเขาที่เมืองข้างๆ https://phyblas.hinaboshi.com/20141005



มาที่นี่ได้เห็นเกาหลีเหนือรู้สึกว่าคุ้มมากจริงๆ ได้มาเห็นความเป็นอยู่ของคนเกาหลีเหนือว่าเป็นยังไง ดูท่าแล้วเราไม่คิดว่าเขาจะมีความสุขได้ดีนักในสภาพแบบที่เป็นอยู่ แต่ก็คงทำอะไรไม่ได้มาก สภาพความเป็นอยู่ของจีนและเกาหลีเหนือที่อยู่สองฝั่งแม่น้ำนี้ช่างต่างกันอย่างสิ้นเชิง คนจีนที่อยู่เมืองนี้ได้มองข้ามไปเห็นคนเกาหลีเหนือเองก็คงรู้สึกสงสาร และก็โล่งใจที่ตัวเองเกิดเป็นคนจีน บนแผ่นดินที่มีอิสระ (เมื่อเทียบกันแล้ว) ไม่ต้องลำบากแบบนั้น คนเกาหลีเหนือเองก็ไม่รู้ว่าจะอิจฉาคนจีนอยู่หรือเปล่า

อย่างไรก็ตาม เห็นอย่างนี้แล้วก็รู้สึกหวังเป็นอย่างยิ่งว่าคนเกาหลีเหนือจะได้รับการปลดปล่อยเข้าสักวันและได้ใช้ชีวิตอย่างมีอิสระในโลกกว้างเหมือนอย่างคนจีนทุกวันนี้


-----------------------------------------

囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧

ดูสถิติของหน้านี้

หมวดหมู่

-- จีน >> จีนแผ่นดินใหญ่ >> เหลียวหนิง
-- ประวัติศาสตร์ >> ประวัติศาสตร์จีน

ไม่อนุญาตให้นำเนื้อหาของบทความไปลงที่อื่นโดยไม่ได้ขออนุญาตโดยเด็ดขาด หากต้องการนำบางส่วนไปลงสามารถทำได้โดยต้องไม่ใช่การก๊อปแปะแต่ให้เปลี่ยนคำพูดเป็นของตัวเอง หรือไม่ก็เขียนในลักษณะการยกข้อความอ้างอิง และไม่ว่ากรณีไหนก็ตาม ต้องให้เครดิตพร้อมใส่ลิงก์ของทุกบทความที่มีการใช้เนื้อหาเสมอ

สารบัญ

รวมคำแปลวลีเด็ดจากญี่ปุ่น
python
-- numpy
-- matplotlib

-- pandas
-- pytorch
maya
การเรียนรู้ของเครื่อง
-- โครงข่าย
     ประสาทเทียม
javascript
บันทึกในญี่ปุ่น
บันทึกในจีน
-- บันทึกในปักกิ่ง
บันทึกในไต้หวัน
บันทึกในยุโรปเหนือ
บันทึกในประเทศอื่นๆ
เรียนภาษาจีน
qiita
บทความอื่นๆ

บทความแบ่งตามหมวด



ติดตามอัปเดตของบล็อกได้ที่แฟนเพจ

  ค้นหาบทความ

  บทความแนะนำ

เรียนรู้วิธีการใช้ regular expression (regex)
หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาจีนกวางตุ้ง
การใช้ unix shell เบื้องต้น ใน linux และ mac
หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาจีนกลาง
g ในภาษาญี่ปุ่นออกเสียง "ก" หรือ "ง" กันแน่
ทำความรู้จักกับปัญญาประดิษฐ์และการเรียนรู้ของเครื่อง
ค้นพบระบบดาวเคราะห์ ๘ ดวง เบื้องหลังความสำเร็จคือปัญญาประดิษฐ์ (AI)
หอดูดาวโบราณปักกิ่ง ตอนที่ ๑: แท่นสังเกตการณ์และสวนดอกไม้
พิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมโบราณปักกิ่ง
เที่ยวเมืองตานตง ล่องเรือในน่านน้ำเกาหลีเหนือ
บันทึกการเที่ยวสวีเดน 1-12 พ.ค. 2014
แนะนำองค์การวิจัยและพัฒนาการสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA)
เล่าประสบการณ์ค่ายอบรมวิชาการทางดาราศาสตร์โดยโซวเคนได 10 - 16 พ.ย. 2013
ตระเวนเที่ยวตามรอยฉากของอนิเมะในญี่ปุ่น
เที่ยวชมหอดูดาวที่ฐานสังเกตการณ์ซิงหลง
บันทึกการเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรกในชีวิต - ทุกอย่างเริ่มต้นที่สนามบินนานาชาติคันไซ
หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาญี่ปุ่น
ทำไมจึงไม่ควรเขียนวรรณยุกต์เวลาทับศัพท์ภาษาต่างประเทศ
ทำไมถึงอยากมาเรียนต่อนอก
เหตุผลอะไรที่ต้องใช้ภาษาวิบัติ?

ไทย

日本語

中文