φυβλαςのβλογ
บล็อกของ phyblas



อาเตอลีเยของอาช่า ตอนที่ ๕ : ดอกไม้บานบนผืนแผ่นดินที่แห้งเหือด
เขียนเมื่อ 2015/09/28 21:57
>> อ่านตอนแรก
>> อ่านตอนที่แล้ว


ต่อจากตอนที่แล้วหลังจากที่ได้เบาะแสเรื่องดอกไม้มาจากหนังสือ

อาช่าไปที่ร้านขายของแล้วเจอแฮรีกับเมริเอ็ตตากำลังคุยกันเรื่องโฮมุนคูลุสซึ่งมาขอให้ร้านช่วยหาของที่ต้องการให้ก่อนหน้านี้ แต่พอร้านส่งของให้ไปก็ดูเหมือนจะไม่ถูกใจ ไม่รู้ว่าต้องการอะไรกันแน่ ถ้าปล่อยไว้แบบนี้ร้านอาจแย่ได้แฮรีและเมริเอ็ตตาจึงต้องหาทางทำอะไรสักอย่าง



เออร์นีแวะเข้ามาหาอาช่าหลังจากที่ไม่ได้มาหาเป็นเวลานาน เขาบอกว่าตอนนี้เขาได้ทำสัญญาการค้าครั้งสำคัญทำให้อาชีพการงานก้าวหน้าขึ้นไปอีกก้าวแล้ว แล้วยังบอกว่าความฝันของตัวเองในอนาคตคือการเปิดร้านของตัวเองแล้วก็ได้เป็นเถ้าแก่แล้วไว้หนวดด้วย อาช่าเลยบอกว่าไว้หนวดแบบนี้เหมือนแฮรีเลย แต่พอพูดงั้นเออร์นีเหมือนจะไม่ค่อยดีใจสักเท่าไหร่



เมื่อออกไปที่ตลาดก็พบแฮรีกำลังดูของที่วิลเบลขายอยู่อย่างตั้งใจ เขาสงสัยว่าของที่ขายอยู่นี้ทำขึ้นมาได้ยังไง แต่วิลเบลก็ไม่อาจเปิดเผยเรื่องเวทมนตร์เพราะเป็นความลับ



อาช่าเข้าร่วมงานประกวดของแปลกของแฮรีอีกครั้งเหมือนเมื่อครึ่งปีที่แล้ว งานนี้จัดปีละสองครั้ง ครั้งนี้อาช่าส่งน้ำมันเจลาติน (ゼラチン油) เข้าประกวดแต่ก็ได้คะแนนเป็นที่โหล่เลย ส่วนผู้ชนะก็คือแฮรีอีกตามเคย



อาช่าเริ่มออกเดินทางอีกครั้งคราวนี้เพื่อไปยังหุบเขาที่น้ำแห้งเหือดซึ่งอยู่ทางตะวันออกของรีเซินกัง ระหว่างทางเจอมาริออนกับลินคากำลังสำรวจซากอุโมงค์เก่าอยู่อย่างตั้งใจ



อาช่าเดินทางมาถึงรีเซินกัง ที่นั่นเธอได้เจอกับรานันอีกแล้ว ครั้งนี้เขาเล่นดนตรีให้ชาวเมืองฟัง โดยอาช่ายืนฟังอยู่ข้างๆ



แล้วอาช่าก็เดินทางมาถึงหุบเขาที่น้ำแห้งเหือด แต่ก็ไม่พบอะไรเพราะแถวนี้ดูแล้วแห้งแล้ง และที่ว่าดอกไม้รอคอยฝนก็น่าจะหมายความว่าต้องการน้ำไม่เช่นนั้นจะไม่ปรากฏตัว สุดท้ายก็เลยได้แต่กลับไปโดยไม่ได้อะไรเพิ่มเติม



พอกลับมายังฟิร์ซแบร์กก็พบคีธกริฟกำลังรอเธอกลับมาอยู่ที่สะพานทางเข้าเมือง แต่จะยืนคุยก็กระไรอยู่อาช่าจึงชวนเขาไปคุยต่อที่อาเตอลีเย



เมื่อมาถึงอาเตอลีเลและได้เห็นหม้อปรุงยาของอาช่าแล้วคีธกริฟก็บอกว่าวิชาเล่นแร่แปรธาตุของอาช่าดูแล้วเป็นแบบโบราณ น่าสนใจดี แล้วเขาก็มอบของที่เขาแย่งไปตอนที่เจอที่หมู่บ้านฮารอส มันเป็นเครื่องมือสำหรับทำอะไรบางอย่างซึ่งเขาก็ยังคงไม่ยอมบอก ได้แต่บอกว่าให้วางไว้ตรงนี้อย่าขยับไปไหน



คีธกริฟยังไหว้วานให้อาช่าลองผสมของบางอย่างขึ้นมาแล้วส่งให้เขาเพื่อเป็นการทดสอบด้วย โดยต้องนำไปส่งมอบที่หอสมุด

หลังจากคีธกริฟจากไปแล้ว อาช่าไปที่รานขายของเจอเมริเอ็ตตาเธอก็ทักว่าเห็นเดินอยู่กับคีธกริฟด้วยทำให้เธอรู้สึกอิจฉาเพราะแอบชอบคีธกริฟอยู่ อาช่าก็พยายามจะห้ามๆเธอแต่ดูเหมือนจะไม่มีผล



เมื่อกลับไปที่อาเตอลีเยเออร์นีก็แวะเข้ามาหาอีก คราวนี้พาลูกค้ารายใหญ่ของเขามาด้วย เพราะลูกค้าคนนี้อยากรู้จักอาช่าเพราะเธอเป็นคนทำยาที่เขาซื้อไป แม้เขาดูเหมือนจะสบประมาทว่าเด็กสาวสวยอย่างเธอไม่น่าจะทำยาดีๆอย่างนี้ได้แต่ก็ถูกใจยาที่อาช่าทำมาก



อาช่าออกเดินทางอีกครั้งเพื่อลงไปสำรวจทางใต้ ระหว่างทางเจอรานันอีกแล้ว แต่คราวนี้บังเอิญเออร์นีก็มาเจอด้วยพอดี ทั้งสองพอเจอกันก็มีทีท่าไม่ถูกกันทันทีเพราะดูเหมือนว่าวิถีชีวิตและแนวคิดจะต่างกันโดยสิ้นเชิง



แล้วอาช่าก็แวะหอสมุดเพื่อมาหาคีธกริฟ แต่ก่อนอื่นแวะเอาของหวานไปให้โอดีเลียก่อน เธอดูจะถูกใจของหวานมาก ทานอย่างเอร็ดอร่อย ทั้งๆที่จริงๆแล้วเธอไม่จำเป็นต้องทานอาหารก็อยู่ได้



แล้วอาช่าก็มาหาคีธกริฟซึ่งกำลังง่วนกับการอ่านหนังสืออยู่เพื่อส่งมอบไอเท็มที่คีธกริฟไหว้วานให้ลองทำดู เมื่อส่งให้เขาก็บอกว่าสอบผ่าน ที่ให้ลองทำมาให้ดูก็เพื่อทดสอบว่าอาช่ามีคุณสมบัติในการเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุที่ดีหรือเปล่า เพราะนักเล่นแร่แปรธาตุที่ดีจะต้องเข้าถึงสัจธรรมด้วยความรู้สึกมากกว่าที่จะเอาแต่ใช้หลักการ



อาช่ายังตั้งใจจะขอให้คีธกริฟช่วยเป็นอาจารย์สอนวิชาเล่นแร่แปรธาตุให้แต่ถูกปฏิเสธตั้งแต่ยังไม่ทันได้ขอ เขาบอกว่าเรื่องพวกนี้ต้องเข้าถึงด้วยตัวเอง และเขาไม่ได้คิดจะสอนอะไรใครอยู่แล้ว นอกจากนี้ยังบอกว่าให้เก็บขวดที่เจอที่หมู่บ้านฮารอสนั่นไว้ให้ดีเพราะจะเป็นกุญแจที่ทำให้เข้าใจถึงเรื่องดอกไม้เปล่งแสงนั่นมากขึ้นเอง



จากนั้นอาช่าไปสำรวจป่ามายา (惑いの森) ซึ่งอยู่ใกล้กับหอสมุด ครั้งนี้ได้พามาริออนมาร่วมเดินทางต่อสู้ด้วยแทนลินคา เธอใช้ปืนเป็นอาวุธ ดูแล้วสู้เก่งทีเดียว



แล้วก็กลับมาที่หอสมุดอีกครั้ง ก็ยังคงเห็นคีธอ่านหนังสืออยู่ต่อไปเรื่อยๆ เขาบอกว่าหนังสือที่นี่เขาอ่านไปเกินครึ่งแล้ว แต่พออาช่ามองหนังสือที่เขาอ่านอยู่ก็ปรากฏว่าเป็นเล่มที่เธออ่านไปแล้ว พอเธอพยายามจะสปอยล์ก็โดนห้ามแล้วก็ไล่ให้ไปไกลๆอย่ามารบกวนจนกว่าจะอ่านจบ



แล้วอาช่าก็มาหาโอดีเลีย คราวนี้เธอชวนให้ลองทานชาพร้อมไปกับของหวาน โอดีเลียดูจะติดใจมาก อาช่าก็เลยสัญญากว่าต่อจากนี้ไปจะเตรียมของหวานมาให้อีกเยอะๆ



อาช่าออกเดินทางลงไปทางใต้ต่อไปจนถึงทางหลวงเลียบหน้าผา (崖沿いの街道) ก็เริ่มมองเห็นเมืองแห่งหนึ่งอยู่บนหน้าผา



เมืองนี้มีชื่อว่าฮอร์นไฮม์ (ホルンハイム, Hornheim) ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นเมืองท่า ตั้งลอยอยู่ในภูมิประเทศที่แปลกประหลาด



อาช่าเข้ามาถึงเมืองนี้และรู้สึกชื่นชมในความสวยงาม เธอมองเห็นบัลลูนอยู่ไกลทางโน้นก็เลยพยายามจะเดินไปดูใกล้ๆ



แต่ก็หลงทางเดินไม่ถูก ระหว่างนั้นก็เจอชายคนหนึ่งเข้ามาทักและช่วยนำทางให้ เขาแนะนำตัวว่าชื่อไคล์ (カイル, Kyle) เป็นเจ้าของร้านเหล้าในเมือง



เมื่อไปที่ร้านของไคล์เขาก็เล่าเรื่องของตัวเองให้ฟังมากมายและบอกให้เรียกเขาว่ามาสเตอร์ สามารถมาซื้อของกินหรือวัตถุดิบบางอย่างกับเขาที่นี่ได้ นอกจากนี้ยังมีขายคู่มือการผสมไอเท็มซึ่งบางอย่างก็กำลังต้องการอยู่ด้วย



ที่ท่าขึ้นบัลลูนระหว่างที่อาช่ากำลังเหม่อมองท้องฟ้าอย่างเพลิดเพลินอยู่คีธก็เข้ามาทัก เขาแปลกใจที่อาช่ามองว่าเมืองนี้สวยงามนักหนา ก็เลยเล่าประวัติของที่นี่ให้ฟัง บอกว่าเมืองนี้ถูกสร้างขึ้นมาด้วยอารยธรรมสมัยก่อนเพื่อขุดหาทรัพยากรณ์ซึ่งมีอยู่อุดมสมบูรณ์ในแถบนี้ มีการเปลี่ยนแปลงภูมิประเทศทำลายสิ่งแวดล้อมไปมากมาย หากมีใครที่เคยเห็นสภาพของที่นี่สมัยก่อนละก็จะต้องรู้สึกไม่ชอบมันแน่



อาช่าฟังแล้วก็รู้สึกว่าอารยธรรมในอดีตนั้นช่างดูน่ากลัว แต่ก็บอกว่าถึงอย่างนั้นก็ทำให้เกิดสิ่งดีๆได้เหมือนกัน ที่สำคัญคีธเคยบอกว่าวิชาเล่นแร่แปรธาตุจะช่วยนิโอได้ดังนั้นเธอจึงตั้งใจพยายามศึกษามาโดยตลอด สุดท้ายคีธจึงทิ้งท้ายว่าทุกอย่างมันมีทั้งด้านดีและไม่ดี แต่สิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้านี้คือแผ่นดินแห่งนี้กำลังเดินหน้าไปสู่วิกฤต


เมื่อคีธกริฟเดินจากไปแล้วอาช่าลองเดินเข้าไปคุยกับคนขับบัลลูนเขาก็บอกว่าจากที่นี่สามารถจ้างให้ขับไปที่เมืองแห่งโฮมุนคูลุส (ホムンクルスの街) หรือทะเลทรายเกลือ (塩の砂漠) ได้ ค่าจ้างถูกๆแค่ ๑๐๐ โกลเท่านั้น



แล้วอาช่าก็นั่งบัลลูนไปยังเมืองแห่งโฮมุนคูลุส



ที่นี่เป็นเมืองที่อยู่อาศัยของโฮมุนคูลุส เต็มไปด้วยบ้านหลังเล็กๆที่พวกโฮมุนคูลุสอยู่



ที่นี่มีโฮมุนคูลุสคนหนึ่งเปิดร้านขายของ มีอาวุธต่างๆวางขายมากมายและยังมีตำราเล่นแร่แปรธาตุ ถ้าซื้อไปอ่านก็ทำให้สามารถทำไอเท็มที่สำคัญบางอย่างได้เพิ่มเติมอีก



อาช่านั่งบัลลูนกลับฮอร์นไฮม์อีกครั้ง พอมาถึงหน้าร้านของไคล์เขาก็ทักขึ้นว่าสัมภาระของอาช่าดูเยอะมากมายน่าจะหาที่สำหรับพักวางของในเมืองนี้ แล้วก็เสนอให้ยืมบ้านเช่าหลังหนึ่งข้างๆร้านเหล้าของเขาซึ่งพอดีว่างอยู่



ที่ห้องนี้อาช่าสามารถใช้เพื่ออ่านหนังสือพักผ่อนหรือผสมไปไอเท็มได้เหมือนกับอยู่ที่อาเตอลีเยในบ้านตัวเองหรือที่ฟิร์ซแบร์ก



หลังจากนั้นอาช่ากลับเข้ามาที่หน้าร้านเหล้าของไคล์ก็พบว่ามีกลิ่นแปลกๆ พอเข้าไปก็เจอเออร์นีอยู่ข้างใน ทำให้รู้ว่าทั้งสองคนนี้รู้จักกันด้วย เออร์นี้ก็มาส่งของที่นี่อยู่บ่อยๆ ดูเหมือนครั้งนี้เขาจะเอาของแปลกๆเข้ามาทำให้กลิ่นหึ่งไปหมด อาช่าได้กลิ่นเข้าไปก็ไอไม่หยุด



อาช่าพักอยู่ฮอร์นไฮม์และฝึกผสมไอเท็มไปเรื่อยๆด้วยคู่มือที่ได้มาใหม่ ฝึกไปเรื่อยๆจนได้สกิลดึงพลังออกมา (力を引き出す) ซึ่งช่วยในการทำให้ดึงพลังแฝงของไอเท็มออกมาง่ายขึ้น



ช่วงนี้ยังได้ปรุงยาบำรุง (栄養剤) ขึ้นมาตามคู่มือที่ซื้อมาจากหมู่บ้านโฮมุนคูลุส นี่เป็นของที่มีสารอาหารมากซึ่งน่าจะใช้ประโยชน์ได้หลังจากนี้



เมื่อฝึกฝนผสมไอเท็มจนมีเลเวลมากขึ้นอาช่าก็เริ่มสังเกตว่าในหนังสือมีเขียนถึงเครื่องมือที่ทำให้ฝนตกด้วย บางทีหากทำให้ฝนตกที่หุบเขาที่น้ำแห้งเหือดอาจจะได้เจอดอกไม้ที่ตามหาอยู่ก็เป็นได้




ดังนั้นจึงเกิดความคิดที่จะทำอุปกรณ์ที่เรียกว่าหินเมฆฝน (雨雲の石) ขึ้นมา แต่เนื่องจากเลเวลยังไม่ถึงทำให้ในขณะนี้ยังไม่อาจทำมันขึ้นมาได้ยังคงต้องฝึกผสมไอเท็มไปเรื่อยๆอีกสักพัก

อาช่าออกเดินทางด้วยบัลลูนอีกครั้ง คราวนี้นั่งเลยจากเมืองแห่งโฮมุนคูลุสไปอีก ไปถึงทะเลทรายเกลือได้ ที่นั่นเธอได้เจอกับทาเนีย (ターニャ, Tanya) ซึ่งเป็นคนที่อาศัยอยู่แถวนั้น พอเธอเห็นคนมาก็ดีใจใหญ่เพราะแถวนี้แห้งแล้งไม่ค่อยมีใครแวะมาเลยนอกจากพวกพ่อค้า เธอชวนคุยอะไรต่างๆมากมาย



หลังจากนั้นพวกอาช่าได้เดินทางเข้าไปสำรวจทะเลทรายส่วนลึกเข้าไปซึ่งมีมอนสเตอร์โหดๆอยู่มากมาย



พอกลับมาที่จุดขึ้นบัลลูนทาเนียก็เข้ามาหยุดไว้แล้วชวนคุยต่อ คุยไปคุยมาอาช่าก็นึกขึ้นได้ว่าแถวนี้ฟังดูคลับคล้ายคลับคลากับที่เขียนถึงในหนังสือที่ว่าเป็นที่ที่มีดอกไม้ส่องแสง อาช่าเลยลองถามทาเนียว่าแถวนี้มีดอกไม้มั้ย ทาเนียก็ตอบว่ามีดอกไม้ที่ตูมอยู่ตลอดอยู่ แล้วเธอก็นำทางไปยังที่นั่น



พอมาถึงเธอก็เล่าว่าคุณปู่เธอบอกว่าดอกไม้นี้เชื่อกันว่าบานร้อยปีต่อครั้ง แต่มันอยู่แบบนี้มานานแล้วตั้งแต่คุณปู่จำความได้ ดังนั้นมันน่าจะได้เวลาควรจะบาน แต่เพราะอากาศแห้งแล้งขึ้นจนกลายเป็นทะเลทรายมันเลยอาจยากที่จะบาน



อาช่าจึงเกิดความคิดว่าหากให้ของที่มีสารอาหารเยอะๆต้นไม้อาจจะบานก็ได้ก็เลยลองให้ยาบำรุงซึ่งปรุงมาจากฮอร์นไฮม์ไป ๓ อัน ปรากฏว่าดอกไม้เกิดเปล่งแสงแล้วเบ่งบานขึ้นอย่างสวยงาม



แล้วนิโอก็ปรากฏตัวขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้สามารถพูดคุยกันได้หลายคำ เธอดูจะงงๆกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่พูดกันได้ไม่กี่คำนิโอก็หายไปอีก



แม้จะยังคงไม่รู้ว่านิโออยู่ที่ไหนแต่การเจอกันครั้งนี้ก็ทำให้อาช่ามีกำลังใจขึ้นมาอีกครั้ง การค้นหาดอกไม้ส่องแสงจะยังคงดำเนินต่อไปด้วยความหวังที่ว่าจะต้องช่วยนิโอให้ได้สักวัน

>> อ่านตอนต่อไป


-----------------------------------------

囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧

ดูสถิติของหน้านี้

หมวดหมู่

-- บันเทิง >> เกม >> อาเตอลีเย

ไม่อนุญาตให้นำเนื้อหาของบทความไปลงที่อื่นโดยไม่ได้ขออนุญาตโดยเด็ดขาด หากต้องการนำบางส่วนไปลงสามารถทำได้โดยต้องไม่ใช่การก๊อปแปะแต่ให้เปลี่ยนคำพูดเป็นของตัวเอง หรือไม่ก็เขียนในลักษณะการยกข้อความอ้างอิง และไม่ว่ากรณีไหนก็ตาม ต้องให้เครดิตพร้อมใส่ลิงก์ของทุกบทความที่มีการใช้เนื้อหาเสมอ

สารบัญ

รวมคำแปลวลีเด็ดจากญี่ปุ่น
python
-- numpy
-- matplotlib

-- pandas
-- pytorch
maya
การเรียนรู้ของเครื่อง
-- โครงข่าย
     ประสาทเทียม
javascript
บันทึกในญี่ปุ่น
บันทึกในจีน
-- บันทึกในปักกิ่ง
บันทึกในไต้หวัน
บันทึกในยุโรปเหนือ
บันทึกในประเทศอื่นๆ
เรียนภาษาจีน
qiita
บทความอื่นๆ

บทความแบ่งตามหมวด



ติดตามอัปเดตของบล็อกได้ที่แฟนเพจ

  ค้นหาบทความ

  บทความแนะนำ

เรียนรู้วิธีการใช้ regular expression (regex)
หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาจีนกวางตุ้ง
การใช้ unix shell เบื้องต้น ใน linux และ mac
หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาจีนกลาง
g ในภาษาญี่ปุ่นออกเสียง "ก" หรือ "ง" กันแน่
ทำความรู้จักกับปัญญาประดิษฐ์และการเรียนรู้ของเครื่อง
ค้นพบระบบดาวเคราะห์ ๘ ดวง เบื้องหลังความสำเร็จคือปัญญาประดิษฐ์ (AI)
หอดูดาวโบราณปักกิ่ง ตอนที่ ๑: แท่นสังเกตการณ์และสวนดอกไม้
พิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมโบราณปักกิ่ง
เที่ยวเมืองตานตง ล่องเรือในน่านน้ำเกาหลีเหนือ
บันทึกการเที่ยวสวีเดน 1-12 พ.ค. 2014
แนะนำองค์การวิจัยและพัฒนาการสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA)
เล่าประสบการณ์ค่ายอบรมวิชาการทางดาราศาสตร์โดยโซวเคนได 10 - 16 พ.ย. 2013
ตระเวนเที่ยวตามรอยฉากของอนิเมะในญี่ปุ่น
เที่ยวชมหอดูดาวที่ฐานสังเกตการณ์ซิงหลง
บันทึกการเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรกในชีวิต - ทุกอย่างเริ่มต้นที่สนามบินนานาชาติคันไซ
หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาญี่ปุ่น
ทำไมจึงไม่ควรเขียนวรรณยุกต์เวลาทับศัพท์ภาษาต่างประเทศ
ทำไมถึงอยากมาเรียนต่อนอก
เหตุผลอะไรที่ต้องใช้ภาษาวิบัติ?

ไทย

日本語

中文