φυβλαςのβλογ
บล็อกของ phyblas



พิพิธภัณฑ์แห่งชาติกู้กง
เขียนเมื่อ 2017/07/18 20:36
แก้ไขล่าสุด 2021/09/28 16:42
# จันทร์ 3 ก.ค. 2017

ช่วงวันที่ 3-7 มีงานประชุมดาราศาสตร์ APRIM ดังที่ได้กล่าวถึงไปใน https://phyblas.hinaboshi.com/20170716

งานเริ่มวันที่ 3 ในตอนเย็น แต่เพื่อนที่มาจากไทยมาตั้งแต่คืนวันที่ 2 แล้ว ดังนั้นจึงพาไปเที่ยวก่อนในช่วงเช้า

สถานที่เที่ยวที่ตัดสินใจพาเพื่อนมาแนะนำเป็นที่แรกก็คือ พิพิธภัณฑ์แห่งชาติกู้กง (國立故宮博物院, 国立故宫博物院, กั๋วลี่กู้กงปั๋วอู้ย่วน) ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดในไต้หวัน เป็นเป้าหมายสำคัญที่นักท่องเที่ยวมักจะแวะไป

เกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ วันก่อนได้เล่าถึงแล้วเล็กน้อยในนี้ https://phyblas.hinaboshi.com/20170102

เพียงแต่ว่าครั้งนั้นได้เที่ยวแค่นิดเดียว ไม่ได้มีรายละเอียดอะไร จึงไม่ได้ลงรายละเอียด



พิพิธภัณฑ์แห่งชาติกู้กงตั้งอยู่ที่ริมแม่น้ำไว่ซวางซี (外雙溪, 外双溪) เขตซื่อหลิน (士林) ในเมืองไทเป

ที่นี่ยังมีอีกชื่อเรียกว่าพิพิธภัณฑ์จงซาน (中山博物院) แต่ก็ไม่ได้เป็นที่นิยมเรียกกันทั่วไป

บางครั้งคนจีนก็เรียกที่นี่ว่ากู้กงไต้หวัน (台灣故宮, 台湾故宫, ไถวันกู้กง)

เดิมทีพิพิธภัณฑ์กู้กงถูกตั้งขึ้นที่กู้กง (พระราชวังต้องห้าม) ซึ่งอยู่ในปักกิ่ง เกี่ยวกับเรื่องนี้อ่านรายละเอียดได้ใน https://phyblas.hinaboshi.com/20170102

สำหรับสมบัติที่จัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้นั้น จำนวนมากเป็นของที่เดิมที่เก็บอยู่ในพระราชวังกู้กงมาก่อน

เพียงแต่ว่าไม่ใช่ว่าถูกขนจากปักกิ่งมายังไต้หวันโดยตรง เดิมทีสมบัติเหล่านั้นถูกเริ่มขนย้ายไปยังหนานจิงตั้งแต่ปี 1933 เพื่อป้องกันการรุกรานของญี่ปุ่น เพราะสถานการณ์ตอนนั้นกำลังตึงเครียด

และต่อมาเนื่องจากเกิดสงครามโลกครั้งที่ ๒ แล้วก็ยังต่อด้วยสงครามภายในระหว่างพรรคก๊กมินตั๋งกับพรรคคอมมิวนิสต์ซึ่งต่อเนื่องตามมาติดๆ สมบัติก็เลยถูกย้ายหนีไปเรื่อยๆอีกหลายที่ จนสุดท้ายเมื่อรัฐบาลก๊กมินตั๋งตัดสินใจที่จะถอยหนีมาตั้งหลักที่ไต้หวัน จึงได้ทำการย้ายสมบัติมายังไต้หวันด้วย

การขนย้ายเริ่มขึ้นตั้งแต่ปี 1948 สมบัติถูกขนย้ายผ่านทางเรือจากท่าเรือที่หนานจิงไปยังท่าเรือจีหลง (基隆港) ที่เมืองจีหลงทางเหนือของเกาะไต้หวัน

ในช่วงแรกสมบัติถูกเก็บไว้ที่โรงงานน้ำตาลไถจง (台中糖廠, 台中糖厂) ที่เมืองไถจง และไม่นานก็ย้ายไปยังตีนเขาเป่ย์โกว (北溝, 北沟) ซึ่งปัจจุบันอยู่ในเขตอู้เฟิง (霧峰, 雾峰) เมืองไถจง และได้ตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงขึ้นที่นั่น

ต่อมาในปี 1965 พิพิธภัณฑ์จึงย้ายมายังสถานที่ปัจจุบัน นั่นคือริมแม่น้ำไว่ซวางซี ซึ่งอยู่นอกเมือง ล้อมรอบไปด้วยภูเขา แต่ก็ไม่ไกลจากเขตตัวเมือง สามารถเดินทางแวะมาได้ง่าย

นี่เป็นรายการที่แนะนำประวัติศาสตร์ของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ https://www.youtube.com/watch?v=FJL4_Gpyh6M



ในการเดินทางไปนั้นทำได้โดยนั่งรถไฟฟ้าสายสีแดงไปลงที่สถานีซื่อหลิน (士林站) นั่งรถเมล์สาย 304 ต่อไป

เพียงแต่ว่าสาย 304 นี้วิ่งผ่านแถวซีเหมิน ซึ่งใกล้กับโรงแรมที่พักอยู่อยู่แล้ว ดังนั้นจึงนั่งจากตรงนั้นมาได้โดยตรง ไม่ต้องเปลี่ยนรถให้ลำบาก เพราะถ้านั่งรถไฟฟ้าจากสถานีซีเหมินไปยังสถานีซื่อหลินจะต้องต่อรถจากสายสีเขียวหรือสีน้ำเงินไปยังสายสีแดง แล้วยังต้องมาขึ้นรถเมล์อีกที กลายเป็น ๓ ต่อ

ใช้เวลา ๕๐ นาทีจากสถานีซีเหมิน ในที่สุดรถเมล์ก็เดินทางก็มาถึง บันไดทางขึ้นไปสู่พิพิธภัณฑ์อยู่ตรงหน้า



เมื่อเดินขึ้นมา อาคารใหญ่ที่เห็นอยู่ตรงหน้าก็คือหอจัดแสดงหลัก



เดินขึ้นมาเรื่อยๆจนถึงทางเข้า ยิ่งเข้ามาใกล้ก็จะยิ่งเห็นถึงความใหญ่โต



และหากมองไปยังด้านซ้ายจะเห็นอาคารบริหาร และมองออกไปไกลๆต่อทางซ้ายจะเห็นอาคารจัดแสดงที่ ๒



อาคารจัดแสดงที่ ๒ นี้ใช้ในการจัดแสดงพิเศษ และมีหอสมุดอยู่ข้างในด้วย แต่ครั้งนี้เราไม่ได้แวะเข้าไป เนื่องจากแค่อาคารหลักก็แทบจะเดินไม่ทั่วแล้ว



ข้างๆกันนั้นยังมีร้านอาหาร กู้กงจิงหัว (故宮晶華, 故宫晶华) อันที่จริงตอนที่เราไปถึงนั้นตั้งใจจะไปหาอะไรทานในนี้แล้วค่อยเริ่มเข้าชม แต่เนื่องจากร้านนี้เปิด 11 โมงครึ่ง จึงต้องไปเข้าชมก่อน



แต่พอถึงเวลา 11 โมงครึ่งจริงๆก็พบว่าฝนตกลงมาอย่างหนัก ก็เลยไม่กล้าออกจากอาคารเพื่อข้ามไปทาน แต่ยังดีว่าภายในอาคารจัดแสดงหลักก็มีร้านอาหารง่ายๆอยู่ก็เลยแวะ



อันนี้เป็นแฮมเบอร์เกอร์ข้าวไส้หมู ราคา ๘๐ บาท



พอเข้ามายังอาคารจัดแสดงหลักแล้วก็ซื้อบัตรเข้าชม ค่าเข้าชมที่นี่ราคา ๒๕๐ บาท แต่ว่าสำหรับนักศึกษาแล้วจะเข้าได้ฟรี ดังนั้นเราจึงไม่ต้องเสียค่าเข้า แค่ต้องยื่นบัตรนักเรียนให้เขาดูเท่านั้น จะเสียค่าเข้าชมแค่เพื่อนที่มาด้วยเท่านั้น



ต่อจากตรงนี้จะเล่าถึงส่วนจัดแสดงภายใน ซึ่งประกอบไปด้วย ๓ ชั้น แต่ละชั้นก็แบ่งเป็นห้องต่างๆ เราเริ่มชมไล่ไปตั้งแต่ชั้น ๑ ไปจนถึงชั้น ๓

พวกเราไม่ได้ชมสิ่งต่างๆภายในนี้อย่างละเอียดเนื่องจากเวลาจำกัด แค่เดินทางมาถึงก็ 10 โมงเช้าแล้ว และมีเวลาจนถึงบ่าย 2 โมง รวมแล้ว ๔ ชั่วโมง ซึ่งถือว่าเพียงพอสำหรับการดูแบบผ่านๆ แต่หากจะดูละเอียดจริงๆแล้วต่อให้มีเวลาทั้งวันก็ไม่พอ

ชั้น ๑ เริ่มจากห้อง 101 เป็นห้องเมตตาและปัญญา (悲傷與智慧, 悲伤与智慧) และ ประติมากรรมทางศาสนา (宗教雕塑藝術, 宗教雕塑艺术)



ห้อง 103 และ 104 เป็นห้องจัดแสดงหนังสือและเอกสารพิเศษ (圖書文獻特展室, 图书文献特展室)



ภายในมีพวกเอกสารโบราณต่างๆมากมายซึ่งมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์




ส่วนห้อง 105 และ 107 เป็นห้องจัดแสดงพิเศษ (特展室)



ภายในอธิบายประวัติศาสตร์ไล่ตามยุคต่างๆ และมีสิ่งของจากยุคสมัยนั้นให้ดูประกอบ



ตรงนี้เป็นเส้นเวลาในประวัติศาสตร์จีนโดยมีดเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆไปด้วย



ส่วนห้อง 108 จัดแสดงเครื่องเรือนและการจัดห้องในสมัยราชวงศ์ชิง





ต่อมาขึ้นมาดูที่ชั้น ๒ ห้อง 202, 204, 206, 208, 210 และ 212 เป็นห้องจัดแสดงภาพวาดและภาพเขียน (書畫展覽區, 书画展览区)



เข้ามาลึกด้านในส่วนลึกของห้อง 210 เป็นส่วนที่จัดแสดงงานศิลปะของจูเซปเป กัสติญโญเน (Giuseppe Castiglione, 1688-1766) จิตรกรชาวอิตาลีที่ทำงานในจีนช่วงต้นยุคราชวงศ์ชิง มีชื่อจีนว่าหลางซื่อหนิง (郎世寧, 郎世宁)





ส่วนห้อง 201, 203, 205 และ 207 เป็นส่วนที่จัดแสดงพวกเครื่องลายครามแล้วก็เครื่องใช้พิเศษ





ตรงนี้เป็นเส้นเวลาของเครื่องลายครามแต่ละอัน



ส่วนตรงนี้เป็นส่วนที่ให้ลองสัมผัสของจริงดูได้



แล้วก็มีร้านขายของที่ระลึกอยู่ด้วย





ต่อมาชั้น ๓ เมื่อขึ้นมาถึงจะเห็นห้อง 300 ซึ่งมีกระโจมมองโกลจัดแสดงอยู่



มาที่ห้อง 301 เป็นที่จัดแสดงเกี่ยวกับประวัติอักษรจีนและพวกเครื่องโลหะศิลาจารึก นี่คือเหมากงติ่ง (毛公鼎) เป็นภาชนะเครื่องสำริดซึ่งมีสลักอักษรจีนโบราณอยู่



อักษรที่สลักอยู่บนเหมากงติ่งนี้เรียกว่าจินเหวิน (金文) อักษรที่ใช้ในช่วงยุคราชวงศ์โจวตะวันตก (西周, 1046-771 ปีก่อน ค.ศ.) เหมากงติ่งถูกสร้างในสมัยของกษัตริย์โจวเซวียนหวาง (周宣王, 828-782 ปีก่อน ค.ศ.)



ถัดมาดูที่ห้อง 303 ซึ่งจัดแสดงพวกภาชนะเครื่องใช้




ถัดมาเป็นห้อง 305 ซึ่งจัดแสดงเครื่องโลหะ





เครื่องดนตรีซึ่งมีสลักอักษรโบราณไว้



ส่วนแผนผังนี้แสดงภาชนะหรือเครื่องมือชนิดต่างๆ มีเยอะแยะมากมาย



ภาชนะใส่อาหาร ติ่ง 鼎   dǐng
ลี่ 鬲   lì
หย่าน 甗   yǎn
กุ่ย 簋   guǐ
สวี่ 盨   xǔ
ฝู่ 簠   fǔ
โต้ว 豆   dòu
ภาชนะใส่เหล้า เจวี๋ย 爵   jué
เจี่ย 斝   jiǎ
กง 觥   gōng
โหย่ว 卣   yǒu
เหอ 盉   hé
เหล่ย์ 罍   lěi
ภาชนะใส่น้ำ จุน 尊   zūn
หู 壺 壶 hú
อี๋ 彝   yí
ผาน 盤 盘 pán
หยวี 盂   yú
อี 匜   yí
เจี้ยน 鑑 鉴 jiàn
เครื่องดนตรี เหนา 鐃 铙 náo
จง 鐘 钟 zhōng
ปั๋ว 鎛 镈 bó
อาวุธ เหมา 矛   máo
เกอ 戈   gē
จี่ 戟   jǐ
เจี้ยน 劍 剑 jiǎn
หนู่จี 弩機 弩机 nǔjī

ห้อง 306 และ 308 จัดแสดงพวกเครื่องหยก





และห้องที่เราดูเป็นห้องสุดท้ายก็คือห้อง 304 ซึ่งมีเนื้อหาเป็นการจัดแสดงพวกภาชนะเครื่องใช้เช่นเดียวกับห้อง 303




นี่คือกล้องส่องทางไกลสมัยราชวงศ์ชิง กล้องส่องทางไกลหรือกล้องโทรทรรศน์นั้นเป็นสิ่งประดิษฐ์ของชาวตะวันตก และได้นำเข้ามายังจีนตอนช่วงปลายยุคราชวงศ์หมิง สมัยก่อนถูกเรียกว่า "เชียนหลี่จิ้ง" (千里鏡, 千里镜) แปลว่า "กล้องพันลี้" แต่ปัจจุบันใช้คำว่า "ว่างหย่วนจิ้ง" (望远镜, 望遠鏡) แปลว่า "กล้องมองไกล"





แล้วการเข้าชมในครั้งนี้ก็จบลงแต่เพียงเท่านี้

การได้เข้าชมที่นี่ก็ทำให้นึกถึงตอนที่อยู่ปักกิ่งแล้วได้ชมพิพิธภัณฑ์แห่งชาติจีน (中國國家博物館, 中国国家博物馆) ซึ่งเขียนบันทึกไว้ใน https://phyblas.hinaboshi.com/20161130

ที่นั่นกับที่นี่มีความคล้ายคลึงกันมาก ถ้าให้เทียบกันแล้ว ในความเห็นส่วนตัวรู้สึกว่าของปักกิ่งทำได้ดีกว่า ทั้งดูแล้วใหญ่กว่า มีรายละเอียดมากกว่า บรรยากาศน่าเดินมากกว่า

หลังชมห้อง 304 เสร็จเราก็เดินออกจากที่นี่ไปยังป้ายรถเมล์สำหรับรอรถเมล์สาย 304

ว่าไปแล้วเลข 304 นั้นบังเอิญตรงกับสายรถเมล์ที่เรานั่งมาและต้องนั่งกลับพอดีเลย

รอสักพักรถเมล์สาย 304 ก็มา



ขากลับสังเกตเห็นว่ารถเมล์สายนี้มีเขียนชื่อพิพิธภัณฑ์กู้กงเป็นคำอ่านภาษาญี่ปุ่นกับเกาหลีไว้ด้วย พอดีว่าได้นั่งตรงที่มีติดชื่อไว้พอดีเลยเห็นได้ชัด
ภาษาญี่ปุ่น อักษรฮิรางานะ こきゅうはくぶついん โคกิว ฮากุบุตสึอิง
ภาษาเกาหลี อักษรฮันกึล 고궁 박물원 โคกุง พังมูรวอน



พวกเรานั่งรถเมล์กลับไปยังโรงแรมที่ซีเหมิน จากนั้นจึงนั่งรถไฟฟ้าเพื่อเดินทางไปเข้าร่วมพิธีเปิดงาน APRIM ซึ่งเริ่มขึ้นตอน 4 โมงเย็นกันต่อไป



-----------------------------------------

囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧

ดูสถิติของหน้านี้

หมวดหมู่

-- ท่องเที่ยว >> พิพิธภัณฑ์
-- ประเทศจีน >> ไต้หวัน >> ไทเป

ไม่อนุญาตให้นำเนื้อหาของบทความไปลงที่อื่นโดยไม่ได้ขออนุญาตโดยเด็ดขาด หากต้องการนำบางส่วนไปลงสามารถทำได้โดยต้องไม่ใช่การก๊อปแปะแต่ให้เปลี่ยนคำพูดเป็นของตัวเอง หรือไม่ก็เขียนในลักษณะการยกข้อความอ้างอิง และไม่ว่ากรณีไหนก็ตาม ต้องให้เครดิตพร้อมใส่ลิงก์ของทุกบทความที่มีการใช้เนื้อหาเสมอ

三

สารบัญ

รวมคำแปลวลีเด็ดจากญี่ปุ่น
มอดูลต่างๆ
-- numpy
-- matplotlib

-- pandas
-- manim
-- opencv
-- pyqt
-- pytorch
การเรียนรู้ของเครื่อง
-- โครงข่าย
     ประสาทเทียม
ภาษา javascript
ภาษา mongol
ภาษาศาสตร์
maya
ความน่าจะเป็น
บันทึกในญี่ปุ่น
บันทึกในจีน
-- บันทึกในปักกิ่ง
-- บันทึกในฮ่องกง
-- บันทึกในมาเก๊า
บันทึกในไต้หวัน
บันทึกในยุโรปเหนือ
บันทึกในประเทศอื่นๆ
qiita
บทความอื่นๆ

บทความแบ่งตามหมวด



ติดตามอัปเดตของบล็อกได้ที่แฟนเพจ

  ค้นหาบทความ

  บทความแนะนำ

รวมร้านราเมงและบะหมี่ในจังหวัดโทจิงิ
ทำความเข้าใจการแปลงลาปลัสสำหรับแก้ปัญหาฟิสิกส์
รวมร้านราเมงและบะหมี่ในเมืองฟุกุโอกะ
ตัวอักษรกรีกและเปรียบเทียบการใช้งานในภาษากรีกโบราณและกรีกสมัยใหม่
ที่มาของอักษรไทยและความเกี่ยวพันกับอักษรอื่นๆในตระกูลอักษรพราหมี
การสร้างแบบจำลองสามมิติเป็นไฟล์ .obj วิธีการอย่างง่ายที่ไม่ว่าใครก็ลองทำได้ทันที
รวมรายชื่อนักร้องเพลงกวางตุ้ง
ภาษาจีนแบ่งเป็นสำเนียงอะไรบ้าง มีความแตกต่างกันมากแค่ไหน
ทำความเข้าใจระบอบประชาธิปไตยจากประวัติศาสตร์ความเป็นมา
เรียนรู้วิธีการใช้ regular expression (regex)
การใช้ unix shell เบื้องต้น ใน linux และ mac
g ในภาษาญี่ปุ่นออกเสียง "ก" หรือ "ง" กันแน่
ทำความรู้จักกับปัญญาประดิษฐ์และการเรียนรู้ของเครื่อง
ค้นพบระบบดาวเคราะห์ ๘ ดวง เบื้องหลังความสำเร็จคือปัญญาประดิษฐ์ (AI)
หอดูดาวโบราณปักกิ่ง ตอนที่ ๑: แท่นสังเกตการณ์และสวนดอกไม้
พิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมโบราณปักกิ่ง
เที่ยวเมืองตานตง ล่องเรือในน่านน้ำเกาหลีเหนือ
ตระเวนเที่ยวตามรอยฉากของอนิเมะในญี่ปุ่น ปี 2013
เที่ยวชมหอดูดาวที่ฐานสังเกตการณ์ซิงหลง
ทำไมจึงไม่ควรเขียนวรรณยุกต์เวลาทับศัพท์ภาษาต่างประเทศ

ไทย

日本語

中文